- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 19 - เรื่องสำคัญของตระกูลกงซุน
19 - เรื่องสำคัญของตระกูลกงซุน
19 - เรื่องสำคัญของตระกูลกงซุน
19 - เรื่องสำคัญของตระกูลกงซุน
ทุกคนล้อมรอบหม้อไฟและกินกันอย่างสนุกสนาน
หลี่อวี้ซู่กลับนั่งเงียบๆ โดยไม่ได้แตะตะเกียบเลย ดูแตกต่างจากคนอื่น
ฉินโม่รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เจ้าไม่เคารพอาหารที่ข้าตั้งใจทำหรือ?
เขาตักเนื้อแกะชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วกินต่อหน้านาง "อืม อร่อยมากๆ โชคดีที่มีคนขี้แยบางคนไม่ยอมกิน มันทำให้ข้าได้กินเพิ่มมากขึ้น!"
กลิ่นหอมเย้ายวนลอยขึ้นมาแตะจมูกหลี่อวี้ซู่ นางกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
นางสาบานว่าจะไม่ยอมแตะของพวกนี้เด็ดขาด
สุดท้าย นางลุกหนีไปนั่งที่อื่น
ฉินโม่ไม่ยอมปล่อยให้หลี่อวี้ซู่หลุดพ้นง่ายๆ เขาตามนางไปราวกับแมลงวันที่ได้กลิ่นหอมของอาหาร "เจ้าไม่กินแน่นะ? น่าเสียดายแย่ อาหารดีๆ แบบนี้ต่อให้กินทุกวันก็ไม่ถือว่ามากเกินไป"
เมื่อเห็นท่าทางขี้โอ่ของฉินโม่ หลี่อวี้ซู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป
นางกัดเนื้อแกะในมือเขาเข้าเต็มๆ แล้วกล่าวด้วยท่าทางเยาะเย้ย "ข้ากินแล้ว เจ้าจะทำอะไรได้!"
ทุกคนรอบๆ ถึงกับตะลึงงันกับภาพที่เห็น
"โอ้! นี่มันน่าอายเกินไปแล้ว!"
"พี่เจ็ดถึงกับใช้ตะเกียบเดียวกับเจ้าโง่ฉิน!" องค์หญิงน้อยกระซิบ
ถึงแม้ราชวงศ์ต้าเฉียนจะเปิดกว้าง แต่การที่สตรีซึ่งยังไม่ได้แต่งงานแล้วยังมาใช้ตะเกียบร่วมกันกับคู่หมั้นต่อหน้าผู้อื่น นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
แม้กระทั่งคู่สามีภรรยาก็ไม่ควรป้อนกันในที่สาธารณะ เพราะถือเป็นสิ่งที่ขัดต่อมารยาทอันดีงาม
กงซุนฮองเฮาทำเป็นมองไม่เห็น เหตุการณ์นี้อาจเป็นโอกาสที่จะช่วยคลายความขัดแย้งระหว่างพวกเขา
"เจ้าอยากกินก็บอกสิ ข้าจะป้อนเจ้าเอง!" ฉินโม่ยิ้มกวนๆ ออกมา
หลี่อวี้ซู่รู้สึกอับอายจนใบหน้าแดงก่ำเมื่อตระหนักว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ในขณะนั้นเอง เสียงประกาศจากด้านนอกดังขึ้น "ฝ่าบาทเสด็จ!"
หลี่ซื่อหลงนำเหล่าขุนนางเข้ามาในตำหนัก ในขณะที่เดินอยู่ด้านนอก พวกเขาก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแต่ไกลแล้ว
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในห้อง ก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น
"อวี้ซู่ นี่มันอะไรกัน?" หลี่ซื่อหลงชี้ไปที่ผู้สาวและว่าที่บุตรเขย
หลี่อวี้ซู่ตกใจมาก นางรีบเตะฉินโม่ด้วยความโกรธก่อนจะรีบคุกเข่าลง "ถวายบังคมพระบิดา!"
ฉินโม่ร้องโอดครวญ ลูบต้นขาที่โดนเตะ "จะเตะข้าทำไม?"
กงซุนฮองเฮารีบลุกขึ้นทำความเคารพ "ถวายบังคมฝ่าบาท!"
องค์ชายและองค์หญิงทุกคนก็รีบคุกเข่าลง
แต่ในกลุ่มนี้มีคนที่แปลกอยู่คนหนึ่ง นั่นคือฉินโม่ เขานั่งลงลูบขาแล้วกล่าวขึ้น "ท่านพ่อตา ข้าถูกองค์หญิงเตะเจ็บจนลุกไม่ไหว ต้องขออภัยด้วย!"
หลี่ซื่อหลงทำหน้าเคร่งเครียด ส่วนกงซุนอู๋จี้เองก็ดูไม่พอใจนัก
"ไม่ใช่ว่าเจ้าและหลี่อวี้ซู่เป็นศัตรูกันอยู่หรอกหรือ? ทำไมถึงมาป้อนอาหารกันเช่นนี้?"
ขุนนางหลายคนเช่นเหลียงเจิ้งต่างก้มหน้ามองพื้น เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนตัวขององค์หญิง ทั้งยังเกิดขึ้นในตำหนักของฮองเฮา พวกเขาจึงแสร้งทำเป็นหนวกใบ้ทันที
หลี่ซื่อหลงไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็พอจะมองออกว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาเรียกให้ทุกคนลุกขึ้น และไม่ได้เอาความกับฉินโม่ จากนั้นเขาเดินตรงไปที่หม้อไฟ เมื่อเห็นว่าทุกคนมีถ้วยเล็กๆ ของตัวเองพร้อมกับน้ำจิ้ม เขาก็ถามฉินโม่ "เจ้าโง่ฉิน ยังไม่รีบจัดมาให้ข้าสักชุด!"
"มาแล้วท่านพ่อตา!"
ฉินโม่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว
"นี่เรียกว่าอะไร?"
"หม้อไฟ!"
"กินอย่างไร?"
"ท่านพ่อตา ท่านนี่ไม่ฉลาดเลย กินก็ต้องใช้ปากสิ!"
ทุกคนเหงื่อแตกจนแผ่นหลังเปียกชุ่ม ฉินโม่ช่างกล้าหาญจริงๆ หากเป็นคนอื่นต่อให้มีสิบหัวก็ไม่พอตัด
หลี่ซื่อหลงกัดฟัน "ถ้าไม่เห็นแก่บิดาเจ้า และเพราะเจ้าไม่เต็มเต็ง ข้าจะให้ขันทีโบยเจ้าให้ตาย!"
กงซุนฮองเฮารีบเข้าแทรก "ฝ่าบาทเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรถือสาเด็กน้อยเช่นฉินโม่เพคะ" จากนั้นนางก็ขยับที่นั่งให้และกล่าวว่า "นี่เรียกว่าหม้อไฟ เป็นฝีมือของฉินโม่ รสชาติดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยเพคะ!"
นางรีบตักน้ำจิ้มสูตรพิเศษให้ฮ่องเต้แล้วจุ่มเนื้อแกะร้อนๆ ในน้ำจิ้ม พร้อมเป่าและยื่นไปที่ปากของหลี่ซื่อหลง "ฝ่าบาท ลองดูสิเพคะ!"
หลี่ซื่อหลงชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นกงซุนฮองเฮาส่งสายตาไปทางหลี่อวี้ซู่ที่น้ำตาคลอเบ้า เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดในทันที
…
หลี่ซื่อหลงอ้าปาก ทันใดนั้นแววตาพลันสว่างขึ้น "อร่อย ฮองเฮาช่างฝีมือประณีตยิ่งนัก เนื้อแกะม้วนธรรมดาๆ พอจิ้มกับน้ำจิ้มแล้ว รสชาติกลับแปลกใหม่ถึงเพียงนี้"
เขารีบเชื้อเชิญคนอื่นให้นั่งลง "มา อู๋จี้ เหลียงอ้ายฉิง จิ้งหมิง พวกเจ้ามาลองลิ้มรสกันเถิด ของกินหายากจริงๆ!"
โธ่ คาดไม่ถึงว่าแม้แต่ฮ่องเต้ก็ปากหวาน ทั้งที่เป็นน้ำจิ้มของเขาอร่อย หม้อไฟก็เป็นเขาที่ปรุง เกี่ยวอะไรกับฮองเฮากันเล่า!
"ฮองเฮา ท่านก็ทานด้วย!"
หลี่ซื่อหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมป้อนกงซุนฮองเฮาหนึ่งคำ ภาพนี้ทำให้ตู้จิ้งหมิงเอ่ยชมว่า "ฝ่าบาทและฮองเฮานั้น เคารพรักกันประหนึ่งแขกผู้มีเกียรติ คู่บุญคู่บารมีแท้จริง!"
"ฮ่าๆๆ!"
หลี่ซื่อหลงหัวเราะลั่น
เสียงสะอื้นของหลี่อวี้ซู่ค่อยๆ แผ่วลง แม้บิดาและมารดาจะป้อนข้าวกัน นางก็เพียงถูกเจ้าโง่ฉินป้อนเนื้อแกะม้วนหนึ่งคำ จะเป็นอันใดไปเล่า
อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเพียงสามีภรรยาในนาม ไม่มีผู้ใดหัวเราะเย้ยหยันนางได้
"มาๆ กินพร้อมกันเถิด!"
หลี่ซื่อหลงคือฮ่องเต้ผู้ขี่ม้าพิชิตแผ่นดิน เมื่อก่อนสภาพลำบาก ยามยกทัพก็ล้อมหม้อใหญ่กินด้วยกัน
หม้อไฟนี้คล้ายคลึงกับหม้อทัพ เขาอดรำพันมิได้ "หม้อไฟนี้ทำให้เราหวนคิดถึงสมัยอยู่ค่ายทัพ พวกพ้องนั่งล้อมหม้อกินด้วยกัน"
"ใช่แล้ว แต่หม้อทัพอร่อยกว่าหม้อไฟมาก!"
กงซุนอู๋จี้กล่าวขึ้น
"ไม่ผิดเลย หม้อทัพอร่อยกว่า!"
ตู้จิ้งหมิงก็เห็นด้วย
ฉินโม่ถึงกับกลอกตา ไม่อร่อยแล้วพวกเจ้ากินเอาๆ กันอยู่ทำไม!
เขานั่งอยู่ตรงข้ามหลี่ซื่อหลง ใช้ตะเกียบกวนไปมา ทุกครั้งที่หลี่ซื่อหลงจะคีบอะไร ก็มักถูกฉินโม่แย่งไปเสียก่อน
"เจ้าโง่ฉิน เจ้าจะทำอันใด!"
"ท่านพ่อตาไม่ได้บอกหรือว่าหม้อทัพอร่อยกว่าหม้อไฟของข้า เช่นนั้นท่านก็ไปกินหม้อทัพสิ กินหม้อไฟของข้าทำไม!"
หลี่ซื่อหลงถึงกับหัวเราะทั้งโกรธทั้งขำ "เจ้าโง่นี่จิตใจคับแคบจริง!"
"ถ้าเช่นนั้นท่านก็ไปกินหม้อทัพของคนใจกว้างสิ!" ในฐานะที่มาจากยุคหลัง ฉินโม่หาได้ยำเกรงอำนาจราชสำนักมากนักไม่
ดังนั้นจะให้เขาทำตัวเชื่อฟังนอบน้อมเหมือนผู้อื่น ขออภัย เขาทำไม่ได้!
"ฉินโม่ เจ้าคิดจริงหรือว่าเจิ้นไม่กล้าตบเจ้า!" หลี่ซื่อหลงเสียหน้าแล้ว
"ท่านก็เอาแต่ทำท่าขึงขัง น่ากลัว! ยังดีที่มีท่านแม่ยาย อย่างไรก็ซื่อตรง อร่อยก็บอกว่าอร่อย ไม่อร่อยก็บอกว่าไม่อร่อย ไม่เหมือนพวกท่าน ชอบกินจนแทบลุกไม่ขึ้นยังกล้าบอกว่าไม่อร่อย!"
ฉินโม่รีบไปยืนข้างกงซุนฮองเฮา "ครั้งหน้าอย่าหวังจะได้กินของที่ข้าทำอีก!"
หลี่ซื่อหลงทั้งโกรธทั้งขำ "เจ้าโง่ มีปัญญาก็ออกมาจากด้านหลังฮองเฮาสิ!"
"ไม่ออก มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะออกไป!"
กงซุนอู๋จี้หรี่ตา มองดูละครตรงหน้า
หลี่ซื่อหลงมีเขยตั้งหกเจ็ดคน แต่ไม่เคยมีเขยผู้ใดได้รับความโปรดปรานถึงเพียงนี้
แม้เขาจะเป็นบุตรของฉินเซียงหรู และเป็นว่าที่สามีองค์หญิงจิ่นหยางก็ตาม
ฝ่าบาทยังคงตีกระทบมาถึงข้า!
ต้องการให้ข้าเลิกคิดสืบสัมพันธ์กับราชวงศ์ จึงได้ปล่อยให้ฉินโม่ทำตามใจเช่นนี้
แม้แต่กงซุนฮองเฮาก็ไม่ประสงค์ที่จะให้ตระกูลกงซุนเกี่ยวดองกับราชวงศ์
ดีที่เขาเดาใจฮ่องเต้ออกมานานแล้ว
……..