เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 เนื้อ

ตอนที่ 2 เนื้อ

ตอนที่ 2 เนื้อ


"มันหายไป" หลี่ ฉิงชาน ตอบด้วยเสียงหนักแน่น เหมือนคนที่ถูกดึงกลับไปสู่ความเป็นจริงที่โหดร้ายจากฝันกลางวัน

 

“ไปหามันเร็ว เจ้าจะยอมเสียวัวของครอบครัวของเราเหรอ ก็ลองดูว่าถ้าพี่ชายเจ้ามาเห็นเจ้าโดนตีตายแน่!..นี้เหมือนเจ้าเอาเงินไปทิ้ง ถ้าวัวหายไปได้เจ้าก็หายไปได้เหมือนกัน!!”

 

“"มันเป็นวัวของข้า!"” หลี่ ฉิงชาน ก้าวเท้ายาวเดินออกจากประตู เขากลัวว่าเขาจะทุบตีผู้หญิงคนนี้ถ้าเขาไม่รีบเดินหนีออกมาแต่ถ้าเขาทำอย่างนั้นไปจริงๆเขาก็ไม่สามารถอยู่บ้านนี้ได้อีกต่อไป เขายังหาที่พักผิงที่อื่นไม่ได้ ดั่งเช่นขอทานไม่มีสิทธิเลือก

 

เขาเดินหมดแรงกลับไปที่คอกเลี้ยงวัวหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ดวงตาที่สดใสของเขากวาดมองไปรอบ ๆที่เลี้ยงวัวแล้วก็มืดหมองลงอีกครั้ง

 

หลี่ ฉิงชานทำงานทุกวันนอก นอกเหนือจากงานบ้านและการดูแลวัวตัวนี้ก็คือการนำวัวไปช่วยงานที่บ้านเจ้าของที่ดิน เขาจึงทำเงินมาได้เล็กน้อยสำหรับครอบครัวของเขา

 

วันนี้เขาไม่มีวัวตลอดทั้งวันดั้งนั้นเขาเลยทำงานเหมือนเดิมกับผู้ว่าจ้างคนอื่น นี่เป็นงานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังเหนื่อยไม่ต้องพูดถึงเด็กอย่างเขาและเขาก็ยังไม่ได้กินข้าอะไรเลย

 

เมื่อเทียบกับความเหนื่อยล้าของร่างกายการดูถูกและคำด่าทอสาปแช่งของ ฟาร์มพ่อบ้าน เป็นเรื่องธรรมดาธรรมดามาก  เขาทิ้งหัวลงบนกองหญ้าแห้งและไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไปแต่ท้องของเขาเริ่มร้อง

 

คุณสามารถจินตนาการได้เลยว่าในสภาพแวดล้อมแบบนี้แม้ว่าคุณจะมีแรงบันดาลใจสูงส่ง พวกเขาจะหมดแรงใจก่อนและเหลือไว้เพียงพื้นฐาณสัญชาตญาณร่างกาย

 

ขณะที่ หลี่ ฉิงชาน หลับอยู่ เขาได้ยิน "ปัง" ของบางอย่างที่หนักตกลงมา เขาลืมตาขึ้นและเห็นใบหน้าแปลก ๆ มีเขี้ยวยาวสีขาว เขาตกใจและตื่นขึ้นมาหลังจากที่ตื่นขึ้นมาเขาสังเกตเห็นว่าหมูป่าพึ่งตายได้ไม่นานศพยังอุ่นๆอยู่

 

วัวสีเขียวกำลังหมอบอยู่ที่ด้านหน้ารางน้ำ มองเขาและหัวเราะไปด้วย เขาสามารถแยกแยะความแตกต่างการแสดงออกบนหน้าวัวสีเขียวได้

 

ฉากยามค่ำคืนก็มาถึง…ในหมู่บ้านบ้านภรรยาหลี่กำลังบ่นกับพี่หลี่“ไอเด็กเหลือขอนั้น มันไม่ได้สนใจอะไรเลยจริงๆอยู่ดีๆก็ทำวัวหายไป ไม่สิเขาต้องแอบเอามันไปขายแน่ๆ..เป็นไปไม่ได้... เขาต้องออกไปใช้ชีวิตของเขาเองหรือเขาจะเป็นอันตรายกับเราถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป”

 

พี่ของหลี่อายุเกินสามสิบปีแล้ว รูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรงและเป็นอันธพาลที่โด่งดังในหมู่บ้านแต่เขาก็สุภาพมากกับภรรยาสาวของเขา“เขาสามารถไปได้ แต่ที่ดินหลายที่ ที่ดีได้ถูกมอบให้กับเขาต่อหน้าผู้อาวุโสหมู่บ้านหมู่บ้าน” พวกเขาได้ใช้ข้ออ้างว่า หลี่ ฉิงชาน เด็กอยู่และยังไม่สามารถครอบครองที่ดินนี้ได้ ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้คืนไปแต่ถ้า หลี่ ฉิงชาน ไม่ยอมรับอย่างเป็นทางการเขาก็จะบังคับให้มัน

 

“ที่ดินส่วนนี้ไม่ใช่แค่ของ พ่อบ้านหลิว? แค่ขายมันให้เขาแต่ถ้าไอเด็กเหลือขอมันมีความกล้าให้ มันไปกลับมาจากเขาเอง”

 

"แต่ถ้าเขาไม่เห็นด้วยที่จะขาย?"

 

“อดข้าวเขาสามวัน เจ้ายังกังวลว่าเขาจะยังคงปฏิเสธอยู่ไหม?”

 

ภรรยาหลี่ จู่ก็ได้กลิ่นหอม ในขณะที่ทั้งสองกำลังพิจารณาอยู่“เจ้าได้กลิ่นอะไรไหม?”

 

"กลิ่นหอมดีจริงๆ ดูเหมือนว่าใครกำลังเอาเนื้อมาทำอาหาร"

 

“มันไม่ใช่วันปีใหม่หรือวันงานเทศกาลทำไมถึงเอาเนื้อมาทำอาหาร? ดูเหมือนว่ากลิ่นจะอยู่ใกล้ๆ”

 

ทั้งสองคนตามกลิ่นมาและเข้าไปที่คอกวัว ด้านในพวกเขาเห็นหม้อกำลังอยู่บนกองไฟและซุปที่ต้มเดือดในหม้อกระจายกลิ่นหอมออกมารอบๆ

 

แสงของกองไฟลุกโชนในความมืด เห็นเงาของ หลี่ ฉิงชาน อยู่ข้างๆผนัง

 

ภรรยาของหลี่กลืนน้ำลายของเธอและพูด“เจ้าเด็กเหลือขอแกไปขโมยเนื้อมาจากไหน”เธอไม่เพียงแค่ขี้เกียจแต่ยังโลภมากด้วยเธอมองไปที่ซุปและลืมเรื่องที่ หลี่ ฉิงชาน เคยทำให้เธอขุ่นเขืองใจ

 

พี่หลี่ มีสายตาที่เฉียบคมและเขามองไปสิ่งที่ หลี่ ฉิงชาน นั่งทับอยู่แล้วตะโกน“หมูป่า!!”

 

หมูป่าอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆในเทือกเขามันมีหนังที่เหนียวกล้ามเนื้อหนาและพวกมันยากที่จะบาดเจ็บด้วยมีด ถ้านักล่าสัตว์ทั่วไปเจอมันเขาจะปล่อยมันไปและถอยหนีจากมัน ไม่มีคิดใครที่จะไปจับมัน

 

“ข้าหยิบมันมาจากแถวตีนเขาตอนที่กำลังไปหาวัว มันบาดเจ็บอยู่มันอาจถูกล่าโดยนักล่าตัวอื่น”

 

หลี่ ฉิงชาน บอกข้ออ้างที่เขาเตรียมไว้ เขาต้องรักษาความลับของวัวสีเขียวเอาไว้ มิฉะนั้นถ้าข่าวลือเกี่ยวกับปีศาจวัวกระจายออกไป อาจจะมีเทพจากสวรรค์มาเคาะประตูหน้าบ้านเขา

 

พี่ของหลี่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขายิ้ม“น้องชายเจ้ามีโชคของเด็กโง่จริงๆ รอฉันลากหมูนี้ไปขายที่ตลาดก่อนมันจะต้องได้ราคาดีแน่นอน แล้วเราจะเก็บเงินเอาไว้หาภรรยาให้นาย”และในเวลาเดียวกันเขาก็เห็นวัวสีเขียวในคอกเขาคิดในใจ ตอนนี้เขาจะไม่รีบที่จะไล่เด็กนี้ออกไป ไม่ใช่ว่าวัวตัวนี้ยังใช่ทำงานในฟาร์มได้เหรอ?

 

หลี่ ฉิงชาน มองพี่สะใภ้ที่กำลังขนน้ำซุปในหม้อเหมือนว่ารอไม่ไหวแล้วที่จะตักเนื้อขึ้นมากินและอารมณ์ที่ของเขาก็กลายเป็นโมโห เขาตบมือภรรยาของพี่หลี่ออก“อย่าจับมันสุ่มสี่สุ่มห้า”

 

ภรรยาของพี่หลี่จับมือของเขาและถอยออกมาด้วยท่าทางโศกเศร้า“ดูน้องชายของพี่สิ พี่ยังไม่เชื่อข้าเหรอข้าบอกว่าเขาใช้ประโยชน์ตอนที่พี่ไม่อยู่บ้านข่มขู่ฉัน ตอนนี้พี่เห็นแล้ว มันอยู่ต่อหน้าต่อตาพี่แล้ว”

 

ข่มขู่เจ้า? หลี่ ฉิงชานรู้สึกคลื่นไส้ทันที อย่างน้อยถ้าเธอชื่อ แพน ข้าจะไม่รู้สึกเสียใจเลย(ชื่อดาราสาวของจีน)

 

การแสดงออกของพี่หลี่กลายเป็นมืดมนกะทันหัน“นี้คือสิ่งที่เจ้าทำกับพี่สาวของเจ้าเหรอ?”

 

หลี่ ฉิงชาน ก้มหัวลงและพูดว่า“ข้ามีแผนสำหรับเนื้อนี้แล้ว และตอนนี้ข้าไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว”นี่เป็นสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ตอนนี้ในขณะที่ต้มเนื้ออยู่เขาไม่ต้องการที่จะอยู่ใจบ้านนี้แล้ว

 

พี่หลี่ไม่คิดว่าหลี่จะพูดเรื่องนี้ก่อนที่เขาจะเริ่มพูด เขาตกใจแล้วก็โกรธมาก เขาเป็นคนธรรมดาๆในหมู่บ้านและไม่ใข่คนที่สามารถเก็บความโกรธเอาไว้ในใจได้ เขากำหมัดแน่นและเดินไปหาหลี่ข้างหน้าเพื่อที่จะทุบตีเขา แล้วเขาจะลากหมูป่าตัวนี้ออกไปก่อนและค่อยมาจัดการต่อทีหลัง

 

หลี่ ฉิงชาน มองเห็นบางอย่างที่ผิดปกติกำลังเข้ามาหาเขา เขายืนขึ้นพร้อมกับหน้าตาที่เคร่งครึมแต่ในใจของเขายังรู้สึกว่าเขาอ่อนแออยู่ ร่างกายและกระดูกของเขายังไม่โตเต็มที่ และเขาก็เหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันโดยที่ยังไม่กินอะไรเลย....เขาจะไปสู้ผู้ใหญ่ที่แข็งแรงกว่ายังไง หางตาเขาหันไปทางวัวสีเขียว แต่วัวสีเขียวที่กำลังเฝ้าดูฉากนี้ราวกับกำลังดูละครและไม่ได้แสดงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือ

 

หลี่ ฉิงชาน กำลังร้องไห้ในใจและเตรียมพร้อมที่จะถูกทุบตี พี่หลี่หยุดเดินและสายตาของเขามองไปที่มือขวาของ หลี่ ฉิงชาน

 

มือใหญ่ที่หยาบกร้านกำลังถือมีดสั้นธรรมดาๆที่ยังทำไม่เสร็จ มันยังดูถือๆแม้จะขัดแต่งมาบ้างแล้ว

 

นี่คือมีดที่หลี่ ฉิงชาน ซื้อที่ตลาด เขาใช้เงินที่เขาเก็บออมอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายปีซื้อ  มันมีประโยชน์ในหลายสถนการณ์ ตอนนี้เขาใช้มันเพื่อตัดเนื้อ

 

หลี่ ฉิงชาน เข้าใจว่าพี่ของเขากลัวแต่ไม่ได้กลัวเขาแต่เป็นมีดเล่มนี้ ก่อนที่จะเกิดสถาณการ์ณแบบนี้เขาไม่เคยคิดว่ามีดสั้นกระจอกๆ ในมือของเขาจะมีอำนาจที่จะหยุดยั้งคนอื่นได้

 

หลี่ ฉิงชาน เป็นเพียงนักเรียนธรรมดา ๆ ในชีวิตเก่าของเขาและแม้ว่าเขาจะมีเรื่องตชกต่อยเพียงไม่กี่ครั้งก็เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างนักเรียนแม้กระทั่งการเพิ่มชีวิตที่สองของเขาไปด้วยเขาไม่ได้มีประสบการณ์ในการปะทะกับคนที่มีอาวุธ

 

หลี่ฉิง ชานเข้าใจเรื่องนี้ เขากำมีดสั้นเอาไว้ในมือเขาตั้งใจยกมันขึ้นเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังแยกเขี้ยวของมัน แม้ว่าเขาจะไม่กล้าใช้มันจริงๆก็ตาม

 

พี่หลี่รีบก้าวถอยหลังไปภรรยาของพี่หลี่ก็ไม่กล้าที่จะยุแหย่เขาอีกและอยู่ดีๆทั้งสองคนก็ถอยออกจากคอกวัวไปแสดงความรู้สึกที่ไม่สบอารมณ์พวกเขาด่าทอสาปแช่งอยู่ข้างนอกจากนั้นก็กลับเข้าไปในบ้านเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้“แผนดีหนิ!”

 

หลี่ ชิงชาน ไม่สนใจที่จะฟังและกลับมาสนใจใส่กลิ่นที่หอมหวานของเนื้อ..เขาจ้องมามองที่มีดสั้นหน้าของเขาสะท้อนอยู่ข้างในใบมีด สิ้นค้าถูกๆราคาไม่กี่เหรียญเงินได้ปกป้องเขาไว้ตอนนี้ ช่วยให้เขารอดจากความเจ็บปวดร่างกายจากคำดูถูกเหยียดหยามและยังคงปกป้องเขาจากการเรื่องอันตรายนี้

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญแต่ใสตอนนี้เหมือนความคิดของเขากว้างขยายขึ้นและทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้น

 

วัวสีเขียวที่คุกเข่าอยู่หน้ารางน้ำและเฝ้ามองเขาด้วยรอยยิ้ม

 

แสงไฟที่ลุกโชนชายร่างยักษ์ผิวดำยืนถือมีดอยู่บนกำแพง....ในช่วงเวลานี้แน่นอนว่าชายหนุ่มเข้าใจถึงความหมายของพลังแล้วจริงๆ

 

หลังจากนั้นสักพัก หลี่ ฉิงชาน นั่งลงอีกครั้งแล้วเกาแก้มและหูในขณะที่เขามองไปที่หม้ออย่างกระวนกระวาย“ข้าต้องปรุงเนื้อนี้นานแค่ไหน?”เดิมเขาเป็นคนที่ไม่สามารถมีความสุขได้หากไม่มีเนื้อ หลายสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้รับความยากลำบากมากเมื่อตอนที่พ่อแม่เขายังอยู่เขาคงได้กินสักคำในวันปีใหม่หรือวันเทศกาล แต่ตอนนี้ไปจำเป็นต้องพูดถึงพ่อแม่ของเขาที่จากไปแล้วเนื้อที่ไม่กี่ชิ้นเหล่านี้ไม่ไม่พอสำหรับภรรยาของพี่หลี่ด้วยซ้ำ

 

แม้ตอนนี้จะมียาอมตะวางอยู่ตรงหน้าเขาก็คงไม่ทำให้เขากระวนกระวายเท่ากับหม้อเนื้อข้างหน้าเขา

 

หมูป่าเป็นหมูอ้วนตัวใหญ่และหม้อนี้ถ้าต้องต้มให้สุกคงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งคืน

 

เปลวไฟที่ลุกโชนส่งกลิ่นหอมลอยออกมา มีเสียงแตกดังขึ้นชายหนุ่มมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ตรงนั้น เสียงทั้งหมดนี้เป็นรูปภาพ ที่ดูเหมือนไม่มีความเพียงพอและบทกวีดูธรรมดาและโบราณ

 

สุดท้ายไม่มีแม้แต่เกลือให้โรยไม่ต้องพูดถึงเครื่องปรุงอื่น ๆเลย หลี่ ฉิงชาน  กินจนเกือบจะกัดลิ้นตัวเองจากนั้นเนื้อก็ได้ลงไปในท้องของเขาและสุดท้ายเขาดื่มน้ำซุปจากหม้อจนเกลี้ยง

 

ถ้ามีคนถามตอนนี้ว่าความสุขคืออะไรเขาก็จะตอบว่าความสุขนั้นคือหม้อต้มเนื้อหม้อนี้


 

มีอะไรติชมได้นะครับบ

ติดต่อข่าวสารได้ที่เพจ Legend of the Great Saint ครับ^^

จบบทที่ ตอนที่ 2 เนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว