เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 (อ่านฟรีวันที่ 13 เมษายน 2564)

บทที่ 11 (อ่านฟรีวันที่ 13 เมษายน 2564)

บทที่ 11 (อ่านฟรีวันที่ 13 เมษายน 2564)


การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเซิ่นเทียนทำให้เสี่ยวหลิงเซียนตกใจ

ใคร?

แม้ว่าเขาจะหล่อเหลาจนทำให้หัวใจของเสี่ยวหลิงเซียนเต้นแรง แต่นางก็รู้สึกแปลกๆ!

เขาเพิ่งเหยียบลงเปลือกกล้วยอย่างสวยงามขณะร่วงลงมา

“นางฟ้าตัวน้อย อย่ากังวล ข้าจะปกป้องเจ้าเอง เมื่ออยู่กับข้าเขาจะแตะตัวเจ้าไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว!”

เซิ่นเทียนยืนขึ้นด้วยความยากลำบากมากและทำท่าปกป้องเสี่ยวหลิงเซียนที่อยู่ข้างหลังเขา

เขาชี้ไปที่ตัวร้ายและพูดอย่างชอบธรรมว่า“เฮ้! เจ้าสารเลว เจ้ากล้าดียังไงถึงปล้นหญิงสาวผู้งดงามและใจดีกลางวันแสกๆ! !”

ตัวร้ายคนนั้นตะลึง “หา สารเลว? ใครคิดจะปล้นผู้หญิงกัน!?”

เสี่ยวหลิงเซียนเม้มริมฝีปากของนางด้านหลังเซิ่นเทียนและพูดว่า“ข้าเป็นเด็กหญิง ข้าไม่ใช่หญิงสาว!”

ปากของ เซิ่นเทียนกระตุก

มันเป็นประเด็นหลักเหรอ?

ประเด็นหลักคือข้าที่กระโดดลงมาจากท้องฟ้าและให้ความช่วยเหลือนางอย่างวีรบุรุษไม่ใช่หรือ?

“ข้าจะให้โอกาสเจ้า…” เซิ่นเทียนมองไปที่ตัวร้ายคนนั้นอย่างเย็นชา “คืนหินวิญญาณให้กับเสี่ยวหลิงเซียนแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป หรือ…”

ตัวร้ายคนนั้นหัวเราะขณะที่เขามองไปที่ เซิ่นเทียนด้วยความดูถูก “หรืออะไร”

เซิ่นเทียนยิ้มเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เพียงพอที่จะทำให้สาว ๆ หลายหมื่นคนคลั่งไคล้ด้วยความรัก

เขาส่ายหัวเบา ๆ ถอนหายใจและพูดว่า“ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว เป็นเจ้าเองที่ไม่รับมัน”

ด้านหลังเขาเสี่ยวหลิงเซียนดึงแขนเสื้อของเซิ่นเทียน“มันไม่ธุระกงการอะไรของเจ้าและข้าไม่รู้จักเจ้าด้วย เจ้าควรออกไปดีกว่า!”

“ไม่รู้จักกันเหรอ? ฮ่า ๆ”

เซิ่นเทียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าในมุม 45 องศา จากนั้นเขากล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า“เงาเดียวดายยืนอยู่ข้างลำธาร พวกเราคือผู้ฝึกตน เราต้องเป็นคนรู้จักถึงช่วยเหลือผู้อื่นหรือ?”

ในขณะที่นางมองไปที่ใบหน้าด้านข้างของ เซิ่นเทียนและได้ยินคำพูดที่สวยหรูของเขาใบหน้าของ เสี่ยวหลิงเซียนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย "แต่-"

เซิ่นเทียนขัดจังหวะ เสี่ยวหลิงเซียน“ไม่มีแต่”

จากนั้นเขาพูดอย่างชอบธรรมว่า“ ถ้าเราเห็นความอยุติธรรมเราก็ต้องสู้กับมัน

“ในฐานะผู้ฝึกตนข้าจะทำเป็นเมินเฉยได้อย่างไร”

ความโกรธของตัวร้ายพุ่งสูงขึ้น เขาเย้ยหยันและพูดว่า“ในเมื่อเป็นคนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นและยังอยากเป็นวีรบุรุษและอยากเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม? ดูสิว่า ข้าจะสอนบทเรียนให้เจ้าอย่างไร!”

หลังจากที่เขากล่าวเสร็จ เขาก็ส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าหาเซิ่นเทียน

ออร่าที่ทรงพลังถูกปล่อยออกมาจากเขา เขาเป็นคนที่อยู่ในขอบเขตกลั่นฉี

เสี่ยวหลิงเซียนเริ่มกระวนกระวาย “อย่าทะเลาะกันๆ”

“ไม่ต้องกังวลสำหรับข้ าการจัดการตัวร้ายแบบนี้ก็ง่ายเหมือนปลอกกล้วย”

เซิ่นเทียนมองไปที่ตัวร้ายคนนั้นอย่างดูถูก “ขันทีกุ้ย!”

ทันใดนั้นก็ได้ยินคำตอบจากขันทีกุ้ย“ขอรับ!”

“จัดการ!”

“พะยะค่ะ!”

ก่อนที่เสียงของเขาจะจางหายไปเขาเริ่มใช้ทักษะจาก ตำราปีศาจแห่งสุริยัน

พลังปราณสีแดงเข้มทรงพลังที่ไม่มีใครเทียบได้ระเบิดออกมาจากร่างขันทีกุ้ย มันดูชั่วร้ายและดุดัน

พลังปราณปกคลุมทั่วร่า งเขากลายเป็นเงาสีแดงและปรากฏตัวระหว่างเซิ่นเทียนกับตัวร้าย

“ช่างเป็นโจรร้ายที่กล้าหาญ! เจ้ากล้าที่จะดูหมิ่นองค์ชาย!”

ขันทีกุ้ยจงใจตะโกนประโยคนั้น

ก่อนหน้านี้ เซิ่นเทียนคิดผิดจริงๆเมื่อเขาเหยียบลงบนผิวกล้วย ดังนั้นความประทับใจของเสี่ยวหลิงเซียนที่มีต่อเขาก็ไม่ดีเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็นปัญหามากนักเช่นเดียวกับโชคของเซิ่นเทียนมันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะเหยียบผิวกล้วย

ขันทีกุ้ยคิดว่าตราบใดที่เขา“ไม่ได้ตั้งใจ” เปิดเผยตัวตนของเซิ่นเทียนว่าเป็นองค์ชาย เซิ่นเทียนจะจับหัวใจของเสี่ยวหลิงเซียนได้อย่างไม่มีปัญหา

ความสุขของพระองค์คือสิ่งที่ข้าแสวงหาในชีวิต

โจรร้ายจงตายเสีย!

ขันทีกุ้ยที่มีอายุ 50 ชกตัวร้ายด้วยกำปั้นเหี่ยวๆของเขาอย่างบ้าคลั่งและระดมหมัดไปที่ตัวร้าย

ความเร็วเท่ากับความแข็งแกร่ง

ในโลกแห่งการฝึกตน การมีความเร็วที่มากกว่าเท่านั้นที่จะไม่พ่ายแพ้!

ต่อหน้าความเร็วเหมือนผีของขันทีกุ้ยแม้ว่าตัวโกงจะอยู่ในขอบเขตกลั่นฉีเหมือนกัน แต่เขาก็ดูอ่อนแอและไม่สามารถต้านทานได้

ในพริบตาเขาได้รับการโจมตีหลายร้อยครั้งจนบาดเจ็บหนัก

“ฝ่าบาท เจ้าโจรร้ายถูกปราบแล้ว!”

หลังจากจับตัวร้ายได้แล้ว ขันทีกุ้ยก็ถอยกลับไปด้านข้างอย่างเคารพและปล่อยให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเซิ่นเทียน

บัดนี้ถึงเวลาที่ฝ่าบาทจะเปล่งประกาย

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหลิงเซียนตกตะลึงด้วยความตกใจและยังดูน่ารัก เซิ่นเทียนก็ยิ้มเล็กน้อย “ตอนนี้เจ้าปลอดภัยแล้ว ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้า นี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกตนควรทำ”

อย่างไรก็ตามต่อมาเขาก็ประหลาดใจ เสี่ยวหลิงเซียนไม่ได้ขอบเขาจริงๆ

โดยไม่คาดคิดนางวิ่งไปที่ด้านข้างของเจ้าตัวร้าย นางดูเศร้าโศรกและนางก็ปิดปากของนางราวกับว่านางพยายามอดกลั้นเสียงร้องไห้ของนาง

อย่างไรก็ตามนางยังคงฝืนถามเจ้าตัวร้ายด้วยความกังวลว่า“เจ้าสบายดีไหม”

ตัวโกงถูกตีจนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีดำและสีน้ำเงินทั่วหน้าและยังสูญเสียฟันไปครึ่งหนึ่ง แต่เขายังมีแรงพูดว่า

“เจา มา กิ หม้า!”

เซิ่นเทียนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นขณะที่เขาเดินมาหานาง “เขาทำสิ่งเหล่านั้นกับเจ้าและเจ้ายังกังวลว่าเขาสบายดีไหม? นอกจากนี้ ... เขากำลังพูดอะไร?”

เสี่ยวหลิงเซียนกลอกตาไปที่เซิ่นเทียน นางดูโกรธ แต่ก็มีความสุขในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ดูเหมือนว่านางกำลังจะร้องไห้

“เขาบอกว่า 'เจ้าหมากินหมา!'”

เซิ่นเทียนตกตะลึง“หมากินหมา?”

ตัวร้ายมองไปที่เซิ่นเทียนด้วยสายตาที่ขมขื่นและพูดด้วยความยากลำบาก“ระ เดี้ย กน ..ต้อ.... ชัดใช่”

เซิ่นเทียนเกาหัวของเขา “เขากำลังพูดอะไรอีก?”

เสี่ยวหลิงเซียนรู้สึกผิดในขณะที่นางพูด "เขาพูดว่า 'รอเดี๋ยวก่อน เจ้าจะต้องชดใช้'”

เซิ่นเทียนโกรธมาก “เจ้าทำให้ข้าโกรธ! เจ้าพยายามที่จะปล้นหญิงสาวที่ใจดีและงดงามเช่นนี้ตอนรกลางวันแสกๆ และยังกล้าคุกคามข้าเจ้ากำลังรนหาที่ตายใช่ไหม”

ขันทีกุ้ยพยายามเกลี้ยกล่อมเซิ่นเทียน“ฝ่าบาทโปรดสงบสติอารมณ์ เราจะจัดการเขายังไงดี? หรือฆ่าเขา?”

ในช่วงเวลานั้นตัวร้ายนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ได่ ปด อย่าคา..ข่า.”

เมื่อเห็นว่าเสี่ยวหลิงเซียนกำลังจะเปิดปากอีกครั้ง เซิ่นเทียนก็ส่ายหัว “เจ้าไม่จำเป็นต้องพูด ข้าเข้าใจ ได้โปรด อย่าฆ่าข้า”

ตัวร้ายถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพยักหน้า

เสี่ยวหลิงเซียนส่ายหัวแล้วพูดว่า“ข้าแค่อยากจะบอกว่าข้า ไม่ใช่หญิงสาว ไม่ใช่หญิงสาว ไม่ใช่หญิงสาวจริงๆ!”

เซิ่นเทียนแสดงอาการพูดไม่ออก

เสี่ยวหลิงเซียนสังเกตเห็นท่าทางที่น่าสงสัยของทั้งสามคนและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่นางก็ยังคงเปิดเผยความจริง

ที่จริงแล้วเสี่ยวหลิงเซียนไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าผู้ประเมินแร่วิญญาณ

คนที่นอนอยู่บนพื้นไม่ใช่โจรร้าย แต่เป็นลูกชายของเจ้าของร้านซ่งแห่งศาลานภา

เสี่ยวหลิงเซียนเคยเรียนรู้วิชาการประเมินแร่วิญญาณแบบผิวเผินโดยบังเอิญ

แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะประเมินแร่อย่างถูกต้อง แต่ก็ยังสามารถหลอกคนปกติได้

นอกจากนี้ความงามของเสี่ยวหลิงเซียนยังเหมือนนางฟ้าและนางก็มีนิสัยใจคอที่ทำให้นางสามารถเข้าหาผู้คนได้ง่ายขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงมีความคิดที่ว่าขึ้นมาและนางได้ไปานขายแร่วิญญาณเพื่อร่วมมือกับพวกเขา ด้วยเหตุนี้นางจึงกลายเป็น“ผู้มีอิทธิพลทางการตลาด” ในสวนว่างหลิง

ทุกครั้งที่ร้านค้าเติมเสบียงพวกเขาจะเชิญเสี่ยวหลิงเซียนมาแสดง พวกเขาจะนำแร่วิญญาณที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาและเสี่ยวหลิงเซียนจะแสร้งทำเป็นซื้อมัน

จากนั้นหลังจากนั้นแร่วิญญาณก็ถูกผ่าออกมา ราคาของมันจะเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า

นอกจากนี้ด้วยแฟน ๆที่เสี่ยวหลิงเซียนมี มันเป็นเรื่องง่ายที่จะดึงดูดลูกค้าให้มาร้านขายแร่วิญญาณของพวกเขา

ลูกค้าเหล่านั้นจะมีโอกาสใช้จ่ายในร้านขายแร่วิญญาณ

ในขณะเดียวกันร้านขายแร่วิญญาณจะให้ประมาณ 1% ของผลกำไรที่ได้จากการขายเป็นค่าตอบแทนแก่นาง

มันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเซิ่นเทียนเพราะเขารู้ว่าคนเช่นนี้จะมีอยู่ในทุกอุตสาหกรรมในชีวิตก่อน

การทำแบบนี้มีอยู่ในอุตสาหกรรมทุกประเภทเช่น โรงแรม ร้านอาหาร คอนโด การพนัน มายากล...

แต่แค่เซิ่นเทียนไม่คิดว่าจะพบกับสถานการณ์เช่นนี้แม้ว่าจะทะลุมิติมายังโลกผู้ฝึกตนแล้วก็ตาม

นางดูเหมือนนางฟ้าจากสรวงสวรรค์ แต่ใครจะคิดว่านางจะเป็นหน้าม้าจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 11 (อ่านฟรีวันที่ 13 เมษายน 2564)

คัดลอกลิงก์แล้ว