- หน้าแรก
- มหานครอสูรวิกาล
- บทที่ 13 - สังเวียนใต้ดิน
บทที่ 13 - สังเวียนใต้ดิน
บทที่ 13 - สังเวียนใต้ดิน
บทที่ 13 - สังเวียนใต้ดิน
หนอนความฝันมีประโยชน์อะไร ฮั่วลั่วยังไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ มันชอบกินอะไร
มันชอบกินความฝัน
สรุปก็คือ เช้าตรู่ รสชาติอาหารเช้ายังไม่ทันจะจางหายไปจากปาก ฮั่วลั่วก็ง่วงอีกแล้ว
เกอหลานยังคงสาธิตวิชาต่อสู้ของเธอต่อไป ท่าร่างที่มั่นคงดั่งปฐพี ท่าหมัดโล่ที่หนักแน่น ท่าหมัดศอกที่โจมตีรุนแรงราวกับสายฟ้าฟาด ทุกท่าล้วนมุ่งเป้าไปที่กระดูกสันหลังส่วนคอของศัตรู:
"หนอนทุกตัว จะเลือกฝังตัวที่กระดูกสันหลัง ดังนั้น ต้นคอจึงเป็นจุดตายของผู้แฝงกายทุกคน โจมตีทีเดียว ต้องหักให้ได้..."
"เอาล่ะ ทีนี้พวกเธอมาลองทำให้ดูหน่อย..."
"ฮั่ว! ลั่ว! แกแอบหลับอีกแล้วเหรอ!"
เกอหลานจับฮั่วลั่วมัดห้อยหัวกับต้นไม้เลย ไม่เชื่อว่าจะมีใครโดนห้อยหัวแล้วยังหลับลง
ฮั่วลั่วทำได้ หลับสบายมาก
ครั้งนี้เกอหลานผิดหวังอย่างสิ้นเชิง นี่เธอไปรับเอาไอ้ขี้เกียจตัวไหนมาวะเนี่ย? ช่างแม่ง สอนลี่จือคนเดียวก็ได้
ยังไงซะ ท่าร่างหมัดเหล็กปฐพีของเธอก็ไม่เหมาะกับสายอากาศอยู่แล้ว ไว้เดี๋ยววันหลังค่อยไปหาอัศวินอากาศสักคนมาถามดูว่าควรจะฝึกยังไง
ฮั่วลั่วเข้าสู่โลกแห่งความฝัน แต่กลับแตกต่างจากความฝันที่เคยเป็นมาโดยสิ้นเชิง
นี่คือพื้นที่สีดำสนิท ไม่มีอะไรเลย ราวกับจักรวาลที่ว่างเปล่า
"นี่มันที่ห่าอะไรวะ... ไม่เคยฝันอะไรแบบนี้มาก่อน" ฮั่วลั่วรู้สึกว่าสติของตัวเองชัดเจนมาก ไม่เหมือนตอนฝันปกติที่มักจะมึนๆ งงๆ
ในตอนนี้ หนอนความฝันก็คลานออกมาจากคอของเขา ยังคงเป็นรูปร่างฟองสบู่หลากสีสันเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงรูปร่างของตัวเองไปเรื่อยๆ
"แกเองเหรอ หนอนความฝัน? อุตส่าห์พาแกไปเล่นเกม ดื่มโค้ก สัมผัสโลกบนดิน แกดันมุดเบ้าตาฉันเรอะ?" ฮั่วลั่วชักจะไม่พอใจ
หนอนความฝันเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นอาเป้ยซือ เดี๋ยวก็กลายเป็นเกอหลาน ฟองสบู่ลอยฟ่องอยู่รอบๆ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นพระราชวังหรูหรา เดี๋ยวก็เป็นป่าเขาที่สดชื่น
"เชี่ย แกจำลองสภาพแวดล้อมได้ทุกอย่างเลยเหรอ?" ฮั่วลั่วมองทุกอย่างอย่างตกตะลึง สัมผัสที่ได้ลูบไล้นั่นมันช่างสมจริง
หนอนความฝันไม่พูดอะไร แค่พยักหน้าอย่างเขินอาย
"เปลี่ยนเป็นโลลิตัวสูงเมตรสามสิบห้า ผมทอง หูสัตว์ เขี้ยวเสือ หางจิ้งจอกหน่อยดิ๊?"
ป๊อก ฟองสบู่แตกออก
โลลิหูสัตว์หรี่ตาลง โบกมือให้อย่างน่ารัก
"เปลี่ยนเป็นซัคคิวบัสผมแดงที่ทั้งยั่ว ทั้งแซ่บ ทั้งเซ็กซี่สุดๆ หน่อย?"
ป๊อก ฟองสบู่แตกออก
ซัคคิวบัสที่ยั่วยวนส่งจูบมาให้
"เปลี่ยนเป็นนักรบเหล็กกล้าที่อุทิศชีวิตและเลือดเนื้อให้กับการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพหน่อย?"
ป๊อก ฟองสบู่แตกออก
สหายทำความเคารพ
"ทีนี้รวยแน่..." ฮั่วลั่วตาเป็นประกาย
"แกจำลองฉากต่อสู้ได้ไหม?"
ป๊อก ฟองสบู่แตกออก
"เกอหลาน" ตั้งท่าต่อสู้ กวักนิ้วเรียกฮั่วลั่ว
ฮั่วลั่วพุ่งเข้าไปอย่างดีใจ วินาทีต่อมาก็ถูก "เกอหลาน" จับทุ่มหัวปักพื้น คอพับไปด้านหลัง
ไม่เจ็บ ไม่บาดเจ็บ เกิดใหม่ได้
"โหดเกืน ปรับค่าสถานะพื้นฐานหน่อย ให้เธอมีสมรรถภาพร่างกายเท่าฉัน" ฮั่วลั่วรีบตะโกนสั่ง
กล้ามเนื้อที่บึกบึนของ "เกอหลาน" ก็พลันแฟบลง กลายเป็นเหมือนคนปกติ
ฮั่วลั่วพุ่งเข้าไปสู้กับเธออีกครั้ง ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!
จำลองการฝึกในความฝัน โคตรเจ๋ง!
ไม่ต้องเสียพลังงาน ไม่ต้องกลัวบาดเจ็บ เรียนรู้ทักษะล้วนๆ
หนอนความฝันนี่มันหนอนเทพสำหรับการฝึกของมือใหม่ชัดๆ!
ฮั่วลั่วที่ปกติขี้เกียจเป็นสันหลังยาว กลับทุ่มเทให้กับการฝึกต่อสู้อย่างจริงจัง
การฝึกในโลกความจริง: เจ็บปวด เหนื่อยล้า บาดเจ็บ
การฝึกในความฝัน: เหมือนเล่นเกม
นี่มันหนอนที่เกิดมาเพื่อฮั่วลั่วชัดๆ... หรือควรจะพูดว่า ถ้าไม่ใช่เพราะฮั่วลั่วเป็นคนชอบฝันกลางวันขนาดนี้ หนอนความฝันก็คงไม่ถูกดึงดูดมาหาเขาหรอก
เพียงแต่ว่า พอฝึกไปได้หลายชั่วโมง หนอนความฝันกลับไม่เอาด้วยซะงั้น เปลี่ยนร่างเป็นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่สุดหรู นี่คือจะชวนฮั่วลั่วเล่นเกมด้วยกัน?
ก็ได้ๆ ทำงานบ้างพักผ่อนบ้าง เขาก็ไม่ได้สัมผัสเกมในชาติก่อนมานานแล้วเหมือนกัน — KOF 2002!
เล่นไปไม่กี่ตา หนอนความฝันก็ดีใจจนตัวลอยเป็นฟอง ดูท่าจะเป็นหนอนติดเกม?
หลังจากทำความเข้าใจกันอยู่พักหนึ่ง ฮั่วลั่วก็ถึงกับทำตารางสถานะให้หนอนความฝัน เพื่อให้มันดูเข้าใจง่ายขึ้น
[หนอนความฝัน]
[ระยะโตเต็มวัยขั้นต้น]
[อาหารที่ต้องการ: พลังงานความฝันที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ]
[สกิลใช้งาน: จำลองความฝัน]
[จำลองสภาพแวดล้อมและบุคคลใดๆ ที่คุณรู้จัก และสามารถมีปฏิสัมพันธ์ด้วยได้]
[สกิลติดตัว: ง่วง]
[เนื่องจากการเปิดใช้งานความฝันต้องใช้พลังงานจิต คุณจะรู้สึกง่วงนอนมาก]
ผลข้างเคียงนี้ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีปัญหากับฮั่วลั่วเลย ปกติเขาก็ง่วงอยู่แล้ว
พอฮั่วลั่วถามหนอนความฝันว่า ระดับของมันสูงกว่าหนอนอากาศ ทำไมถึงไม่แย่งชิงร่างกายไปเลย?
มันบอกว่า: "แย่งมาก็ต้องคอยควบคุม ขี้เกียจแย่ง..."
...
เกอหลานขี้เกียจจะไปสนใจฮั่วลั่วแล้ว ปล่อยให้เขาจะเรียนหรือไม่เรียนก็ช่าง
เธอหันไปมุ่งมั่นสอนลี่จือแทน เธอรู้สึกว่าเด็กสาวจากสลัมที่ทำงานใช้แรงงานมาตั้งแต่เด็กคนนี้ ในร่างกายมีพลังที่ไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เกอหลานเป็นคนจัดหายาอายุวัฒนะให้ทั้งสองคนมาตลอด ทั้งหมดนี้เธอต้องใช้เหรียญทองไปซื้อมาจากตลาดมืด ราคาแพงสุดๆ ขวดละ 20 เหรียญทอง รวมของตัวเองด้วย วันหนึ่งก็ต้องจ่ายถึง 60 เหรียญทอง นี่ยังไม่รวมค่าอาหารการกินปกติของทั้งสามคน ลี่จือที่กินจุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาฝึกหนักแบบนี้ แทบจะกินวัวได้ครึ่งตัว
ในที่สุด เกอหลานก็ถังแตก เงินเก็บถูกใช้จนหมด เธอคิดว่าจะต้องไปหาเงินหน่อยแล้ว
ยามค่ำคืน ภายใต้การนำของเกอหลาน ทั้งสามคนสวมหน้ากากหนังและเสื้อคลุมมีฮู้ด มายังฟาร์มอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองซีเวย่า
ที่น่าแปลกก็คือ ที่หน้าประตูฟาร์มอันเงียบสงบแห่งนี้ กลับมีรถม้าของขุนนางจอดอยู่หลายสิบคัน
"ที่นี่ที่ไหนเหรอ? กลิ่นหอมจัง" ลี่จือสูดจมูกฟุดฟิดไปทางฟาร์ม
"พื้นที่สีเทา ระหว่างขาวกับดำ ที่หาเงินได้ดี" เกอหลานดีดนิ้วอย่างเท่ ทหารถือหอกร่างกำยำสองคนก็เชิญทั้งสามคนเข้าไปอย่างนอบน้อม
ฮั่วลั่วไม่มีคำถามอะไรมากนัก หาวแล้วก็เดินตามไป หวังว่าของที่นี่จะไม่ทำให้เขาเสียเวลาฝันหวานไปเปล่าๆ
เมื่อเดินมาถึงโรงนา ทหารยามสองคนก็เปิดทางลงใต้ดิน
นี่คือโลกใต้ดินที่กว้างขวางอย่างยิ่ง ราวกับถ้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่พื้นที่ที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากแบบนี้ ไม่มีทางเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแน่...
"พวกช่างก่อกำแพง? พวกเขาไม่ได้มีหน้าที่แค่ซ่อมกำแพงเมืองไม่ใช่เหรอ?"
ฮั่วลั่วลูบไล้ผนังที่แข็งแกร่งอย่างประหลาดใจ "เลิกพูดอะไรโง่ๆ เถอะน่า ในโลกนี้มีอะไรที่ตายตัวด้วยเหรอ ขอแค่แกมีเงินจ่าย ช่างก่อกำแพงก็สามารถไปสร้างส้วมที่บ้านแกได้ทั้งนั้น" เกอหลานแค่นเสียงอย่างดูถูก
พื้นที่ใต้ดินนี้กว้างขวางมาก แทบจะไม่ต่างจากสเตเดียมฟุตบอลในชาติก่อนของเขาเลย อาจจะเป็นเพราะวันนี้ไม่ใช่การแข่งขันนัดสำคัญ อัฒจันทร์ที่จุคนได้เป็นหมื่นจึงมีคนนั่งอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคน ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย โบกตั๋วพนันในมือไปมา เสื้อผ้าที่หรูหราไม่สามารถบดบังท่าทางที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่าของพวกเขาได้เลย
ส่วนที่ลานว่างตรงกลาง ชายสองคนที่เปลือยท่อนบน กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย หนึ่งในนั้นผิวหนังถูกทุบจนแหลกเหลว เผยให้เห็นกระดองกระดูกที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่ภายใน...
ส่วนอีกคนหนึ่ง บนหัวถึงกับมีเขางอกออกมาเหมือนด้วงกว่าง รูปร่างก็ไม่เหมือนมนุษย์แล้ว
ผู้แฝงกาย!
ผู้แฝงกายสองคนกำลังต่อสู้กัน เพื่อสร้างความบันเทิงอันนองเลือดให้กับมนุษย์!
เมื่อผู้แฝงกายคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งก็กระโจนเข้าใส่คู่ต่อสู้ หักกระดูกสันหลังส่วนคอ กัดฉีกเนื้อของอีกฝ่ายอย่างตะกละตะกลาม
ฉากที่นองเลือดและโหดเหี้ยมนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้เหล่าขุนนางและพ่อค้าที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับทำให้พวกเขาตื่นเต้นและโห่ร้องออกมา
ทั้งหมดนี้ทำให้โลกทัศน์ของฮั่วลั่วถึงกับต้องสั่นคลอน...
มนุษย์ไม่ได้หวาดกลัวหนอนมาโดยตลอดหรอกเหรอ?
ยังมีคนจับผู้แฝงกายมาต่อสู้ใต้ดินกันแบบนี้อีกเหรอ?
เกอหลานกอดอกเย้ยหยัน: "เจ้าของที่นี่คืออดีตผู้บัญชาการอัศวินที่เกษียณไปแล้ว ได้ยศบารอนมาครอง มีเส้นสายในศาสนจักรแข็งโป้ก ถ้าไม่มีเบื้องหลัง จะกล้าเปิดสังเวียนใต้ดินแบบนี้ได้ยังไง?"
"เธอไม่ได้บอกเหรอว่าอยากจะฆ่าผู้แฝงกายให้หมด? ดูเหมือนเธอก็ไม่ได้รังเกียจสถานที่นี้เท่าไหร่เลยนี่?" ฮั่วลั่วจ้องมองผู้แฝงกายที่กำลังกัดกินเลือดเนื้อในสังเวียนตาไม่กะพริบ
"มันขัดกันตรงไหน? หนอนที่ถูกขังอยู่ที่นี่ นอกจากจะให้ความบันเทิงกับคนอื่นแล้ว สุดท้ายจุดจบของมันก็คือความตายอยู่ดี แถมยังเจ็บปวดทรมานมากกว่าด้วย"
"อีกอย่าง ฉันมาต่อยใต้ดินที่นี่ตั้งแต่อายุ 16 ต่อยมาจนถึงตอนนี้ ต่อยมาแล้วหลายร้อยครั้ง ไม่เคยแพ้สักครั้ง โคตรสะใจเลย" เกอหลานเชิดคางอย่างภูมิใจ
"ที่นี่ยอมให้คนสู้กับผู้แฝงกายด้วยเหรอ?" ฮั่วลั่วตกตะลึง
"ไม่งั้นแกคิดว่าฉันพาพวกแกมาที่นี่เพื่อมาดูละครลิงรึไง?" เกอหลานเย้ยหยัน
"ดูสิ! ที่นี่มีเครื่องดื่มกับขนมฟรีด้วย!" ลี่จืออุ้มอาหารกองโตเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ
ฮั่วลั่วมองเธออย่างสงสาร
เกอหลานมองเธออย่างชั่วร้าย
"พวก... พวกเธอ... มอง... ฉัน... ทำไม..."
"ฉันไม่ได้กะจะกินคนเดียวนะ..."