เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 【ตัวอ่อนหนอนปีศาจและผู้เก็บเกี่ยวสั่นกระดิ่ง】

บทที่ 48 【ตัวอ่อนหนอนปีศาจและผู้เก็บเกี่ยวสั่นกระดิ่ง】

บทที่ 48 【ตัวอ่อนหนอนปีศาจและผู้เก็บเกี่ยวสั่นกระดิ่ง】


บทที่ 48 【ตัวอ่อนหนอนปีศาจและผู้เก็บเกี่ยวสั่นกระดิ่ง】

ซามาเอลค่อยๆ ไถลตัวลงไปตามผนังถ้ำ เข้าไปในหลุมยุบกลางที่ราบหญ้าสูง ทาเลียตามลงไปติดๆ

“เจ้าเห็นร่างคนสัมฤทธิ์ยมโลกนั่นใช่ไหม?” ซามาเอลถามพลางใช้ดาบปักผนังถ้ำเพื่อชะลอความเร็วในการร่วงลง “ร่างสูงใหญ่ บึกบึน บนหัวมีเขากวางประดับ”

“ข้าสนใจหนอนยักษ์เขมือบดินร่างอันเดดที่ขาดวิ่นตัวนั้นมากกว่า... ร่างคนนั่นมันบังคับหนอนปีศาจร่างอันเดด ให้กัดกินหนอนปีศาจที่ยังมีชีวิตอยู่ตัวนี้จนกลายเป็นเศษเนื้อ” ทาเลียใช้เกราะมือรูปกรงเล็บเกาะผนังถ้ำแน่น ไถลตัวลงมาจากผนังถ้ำด้านหลังซามาเอล

“ร่างคนสัมฤทธิ์ยมโลกที่มีเขากวางนั่น อยู่ในปากของหนอนปีศาจร่างอันเดดเหรอ?” ซามาเอลชะงักไป

“ก็ปกติหนิ ปากและทางเดินอาหารของหนอนยักษ์เขมือบดินที่โตเต็มวัยมันมีโพรงรูปถุงที่จุคนได้หลายสิบคน... เผ่าปีศาจใช้มันขนส่งกองกำลังทหารชั้นสูงผู้พำนักในถ้ำกลุ่มเล็กๆ ส่งพวกเขาจากใต้ดินไปยังแนวหลังของศัตรูเพื่อปฏิบัติการแทรกซึมและสังหารผู้นำ” ทาเลียอธิบาย “อีกอย่าง ในโพรงส่วนหัวของหนอนปีศาจจะมีก้อนกระดูกรูปร่างคล้ายเก้าอี้อยู่ชิ้นหนึ่ง มันเชื่อมต่อกับอวัยวะภายในและสมองของมัน พวกจอมมารเผ่าปีศาจก็มักจะเข้าไปควบคุมหนอนปีศาจจากในนั้นแหละ”

“ไม่ๆ ประเด็นมันอยู่ที่ร่างคนนั่น... ดูเหมือนว่าเขาจะมีร่างกายสัมฤทธิ์ยมโลกเหมือนกัน” ซามาเอลโบกมือ “เจ้า... เจ้าเคยเห็นอัศวินวิญญาณตนอื่นนอกจากข้ามาก่อนไหม?”

ทาเลียส่ายหน้า

“อัศวินวิญญาณเป็นตำนานในยุคแห่งทวยเทพ เป็นอันเดดที่ทรงพลังซึ่งมีอยู่แค่ในเทพนิยายโบราณ แทบจะไม่มีบันทึกการพบเห็นที่แน่ชัดเลย... มันเป็นแค่นิทาน ตอนนี้ก็เอาไว้ใช้ขู่เด็ก หรือไม่ก็เอาไปแต่งนิยายน้ำเน่าเท่านั้นแหละ” นางตอบเสียงเบา “แน่นอนว่า นั่นมันก่อนที่ข้าจะมาเจอเจ้านะ”

“ในเทพนิยาย พวกอัศวินวิญญาณเป็นยังไงเหรอ?” เขามองทาเลีย

“ลางบอกเหตุวันสิ้นโลก ผู้ทำลายผลงานอันยิ่งใหญ่ ผู้ตัดสินความชั่วร้าย ผู้สังหารหมู่สิ่งมีชีวิต ผู้เหยียบย่ำความเจ็บปวด ผู้ยุติทุกสรรพสิ่ง”

“ความโกลาหลเกิดจากคนเป็น ความชั่วร้ายถูกสร้างโดยคนเป็น คนตายไม่มีความชั่วร้าย แล้วก็ไม่สร้างความเจ็บปวดหรือความโกลาหลด้วย ดังนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดอันเย็นเยียบและว่างเปล่า สิ่งมีชีวิตทั้งมวลจะได้รับการไถ่บาปอันสูงสุดหลังจากการพิพากษา”

“พวกเขาคือตัวตนที่ลุกไหม้รุนแรงที่สุดในบรรดาวิญญาณผู้ล่วงลับทั้งมวลที่กลายเป็นดวงดาว เป็นตัวตนที่โหดเหี้ยมและเกรี้ยวกราดที่สุด พวกเขาปรากฏตัวขึ้นเพื่อทำลายล้างทุกสิ่ง ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อสังหารคนเป็นให้หมดสิ้น”

ซามาเอลนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

“ไม่ได้หมายถึงเจ้า!” ทาเลียรีบเสริมอย่างหัวเสีย

“ไม่ๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... คำประเมินกับข่าวลือพวกนี้น่ะมันมีความหมายมาก” ซามาเอลส่ายหน้า “ข้าสงสัยว่าในที่ราบแกนกระดูกแห่งนี้... อาจจะมีอัศวินวิญญาณอีกตนหนึ่งอยู่... ร่างสูงใหญ่ที่มีเขากวางนั่นไง”

“มันจะเป็นไปได้เหรอ?” ทาเลียจ้องมองเขา

“ในดินแดนที่ไม่รู้จักซึ่งฝังกลบความลับไว้มากมายอย่างแกนกระดูกแห่งนี้ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” ซามาเอลตอบ

ท่ามกลางหลุมลึกใจกลางที่ราบหญ้าสูงที่รายล้อมไปด้วยซากศพมหึมาของหนอนยักษ์เขมือบดิน ทั้งสองคนกวาดตามองไปรอบๆ

ในแอ่งลึกของทางเดินหนอน มีกองดินสูงครึ่งตัวคนหลายกองกำลังขยับไปมา ชนกัน และกัดกัน พวกมันกำลังแทะกินเศษซากศพของหนอนยักษ์เขมือบดินที่ตายแล้วซึ่งอยู่รอบๆ และก็กำลังกัดกินกันเองด้วย

“ตัวอ่อนหนอนปีศาจ!” ทาเลียร้องอุทานออกมา นางพุ่งเข้าไปหากองดินกองหนึ่ง แล้วกอดสิ่งที่อยู่ในกองดินนั้นไว้

นางสอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปในกองดินอย่างแรง พรึ่บ เศษดินกระจายฟุ้ง นางดึงสิ่งที่เหมือนกระดองยาวกว่าสองเมตรออกมาจากในนั้น

ซีดด! ซีด! หนอนปีศาจอ้วนพีขนาดเท่าสิงโตถูฟันรูปเกลียวที่หัวของมัน ส่งเสียงดัง ซีดๆ มันบิดตัวไปมาอยู่ในอ้อมแขนของทาเลีย พยายามดิ้นรน สะบัดหางอ้วนๆ ที่มีหนามกระดูก

บนตัวของหนอนปีศาจมีกรงเล็บขาข้อเล็กๆ แปดข้างด้วย แต่ว่ามันทั้งสั้นและเล็ก ราวกับเป็นปุ่มกระดองเล็กๆ แปดปุ่มที่ขยับได้ กระจายอยู่บนลำตัวยาวๆ ของมัน หนอนปีศาจที่โตเต็มวัยจะมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก จนแทบจะมองไม่เห็นกรงเล็บขาข้อเล็กๆ พวกนี้ แต่ลักษณะเช่นนี้กลับเห็นได้ชัดมากในตัวอ่อน

ทาเลียจับตรงกลางลำตัวของมัน แล้วยกมันขึ้นด้วยสองมือ เหมือนกำลังอุ้มหมาพันธุ์มาสทิฟฟ์ตัวอ้วนกลมยักษ์

“มิน่าล่ะ แม่ของพวกมันถึงไม่หนีและไม่หลบตอนที่เจอหนอนปีศาจร่างอันเดดโจมตี” นางมองซากศพขนาดมหึมาโดยรอบที่ถูกหนอนปีศาจร่างอันเดดกัดกินจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พึมพำเสียงเบา “ก็เพื่อใช้ร่างกายปกป้องลูกๆ นี่เอง”

“เดี๋ยวก่อนสิ ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว?” ซามาเอลนับจำนวนกองดิน เขาก็อุ้มหนอนปีศาจอ้วนพีอีกตัวออกมาจากกองดินเช่นกัน

“มีสี่ตัว” ทาเลียแหวกกองดินอีกสองกองที่เหลือ ในดวงตาของนางมีประกายแสงสีฟ้าจางๆ วาบขึ้น

ตัวอ่อนทั้งสี่ตัวสะบัดหาง แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่ ยังคงดิ้นรนพยายามจะมุดกลับลงไปในดิน และตัวอ่อนสองตัวที่ถูกวางไว้ใกล้กันก็เริ่มกัดกันเอง ฟันรูปเกลียวและเกล็ดที่มีส่วนผสมของโลหะปะทะกัน ประกายไฟสาดกระเซ็น

“พวกมันแข็งแรงมาก ถึงจะเป็นแค่ตัวอ่อน แต่ก็มีภูมิต้านทานทางจิตที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว...” ทาเลียพยายามใช้สัญญาณพลังงานจิตกดข่มพวกมันไว้อย่างยากลำบาก “จำนวนมันเยอะเกินไป ข้า... ข้าคงรับประกันได้แค่ว่าจะควบคุมหนอนปีศาจได้อย่างสมบูรณ์แค่ตัวเดียว”

“ถ้ามีตัวอ่อนหนอนปีศาจแค่ตัวเดียว ข้าสามารถรับประกันได้ว่าจะควบคุมมันได้อย่างเบ็ดเสร็จ สองตัวจะลำบากมาก จะสูญเสียการควบคุมเป็นพักๆ สามตัวก็คือขีดจำกัดแล้ว ถ้าสี่ตัวล่ะก็ ทำได้แค่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของพวกมันชั่วคราว ปลอบให้พวกมันไม่ดิ้นรนเท่านั้นแหละ”

“ปกติพวกจอมมารเผ่าปีศาจจะมีหนอนปีศาจกี่ตัวเหรอ?” ซามาเอลถามไปพลาง เขาแยกตัวอ่อนหนอนปีศาจยักษ์ยาวกว่าสองเมตร กว้างเกือบหนึ่งเมตรทั้งสี่ตัวออกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันกัดกินกันเอง พลางหลอมโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกเส้นหนึ่ง สร้างเป็นปลอกคอเล็กๆ สี่อันมารัดคอพวกมันไว้ก่อน

นี่เป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะรูปร่างของตัวอ่อนหนอนปีศาจมันเหมือนกับไส้กรอกอ้วนยักษ์ท่อนหนึ่ง คอของมันเลยไม่ค่อยชัดเจนนัก ซามาเอลเลยทำได้แค่เอาโซ่ไปมัดไว้ตรงช่วงระหว่างหัวกับกรงเล็บเล็กๆ ของพวกมัน

“อะไรคือกี่ตัว?” ทาเลียตกใจ “พวกมันเลี้ยงยากมากนะ! ทุกครั้งที่จะบังคับให้พวกมันทำงานก็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล แถมพวกมันยังทำลายวัสดุได้เกือบทุกชนิด ขังไว้ก็ไม่ได้ เผลอแป๊บเดียวก็ควบคุมไม่อยู่ ทำลายอาคารกับโครงสร้างภูมิประเทศมั่วซั่วไปหมด การดูแลหนอนยักษ์เขมือบดินแค่ตัวเดียวก็ยากลำบากมากแล้ว อีกอย่าง จอมมารก็ต้องการหนอนปีศาจที่โตเต็มวัยแค่ตัวเดียวก็สร้างดันเจี้ยนได้แล้ว ทำไมต้องเลี้ยงหลายตัวด้วยล่ะ?”

“แต่พวกเรามีอยู่ตรงหน้าตั้งสี่ตัวนะ” ซามาเอลยกโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกที่ล่ามตัวอ่อนหนอนปีศาจทั้งสี่ตัวขึ้นมาให้ดู

“เจ้าคิดจะเลี้ยงทั้งสี่ตัวเลยเหรอ?” ทาเลียพ่นลม นางคลายการกดข่มตัวอ่อนทั้งสี่

ตัวอ่อนหนอนปีศาจเริ่มสะบัดร่างกายและกรงเล็บขาข้อเล็กๆ อย่างบ้าคลั่ง วิ่งชนไปมามั่วซั่ว ราวกับกำลังจูงหมาฮัสกี้สี่ตัวที่กำลังคึกคะนอง พละกำลังมหาศาลดึงซามาเอลจนเสียสมดุล ล้มกลิ้งลงกับพื้น ถูกลากถูลู่ถูกังไปไกลเสียงดัง โครมคราม

“ข้ายอมรับก็ได้ ว่ามันอาจจะลำบากนิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละ” เขาตอบกลับมาท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกันขณะที่ถูกลากไปมา

ในดวงตาของทาเลียปรากฏแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง นางกดข่มตัวอ่อนหนอนปีศาจไว้ชั่วคราวอย่างยากลำบาก

“ตามปกติแล้ว พวกมันจะกินกันเองจนกว่าจะเหลือแค่ตัวเดียวหรือสองตัว จากนั้นก็จะกินซากแม่ของมัน แล้วก็เข้าสู่สภาวะกึ่งโตเต็มวัย” ทาเลียมองตัวอ่อนหนอนยักษ์เขมือบดินทั้งสี่ที่อยู่ตรงหน้า “ถ้าจอมมารเผ่าปีศาจเจอตัวอ่อน พวกเขาก็จะปล่อยให้มันฆ่ากันเองเหมือนกัน จนกว่าจะเหลือตัวที่แข็งแกร่งที่สุดแค่ตัวเดียว แล้วค่อยจับมาใช้งาน”

“ถึงจะเป็นทางเลือกที่จำเป็นเพราะข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ฟังดูโหดร้ายไปหน่อยนะ” ซามาเอลลุกขึ้นมา สะบัดฝุ่นออกจากตัว “ตัวอ่อนตัวเดียวจะรับภารกิจขุดดันเจี้ยนไหวเหรอ?”

“ถ้าตัวอ่อนตัวเดียว... ก็คงจะลำบากหน่อย ความคืบหน้าจะช้ากว่าตัวเต็มวัยมาก แต่ก็ทำได้เหมือนกัน”

“ถ้าพวกมันขาดอาหาร จะตายทันทีไหม?”

“ไม่ แค่จะจำศีล หนอนปีศาจมีพลังชีวิตที่สูงมาก แล้วก็เพราะตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่มาก ต้องการอาหารปริมาณมหาศาล เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากร พวกมันก็เลยมักจะจำศีลอยู่ใต้ดิน จอมมารก็จะปลุกพวกมันขึ้นมาปฏิบัติภารกิจเฉพาะตอนที่จำเป็นเท่านั้น บางครั้งถึงกับสามารถไปเจอตัวเต็มวัยที่จำศีลอยู่ใต้ดินลึกมาแล้วหลายร้อยปีได้เลย”

“ถ้างั้นก็เอาสี่ตัวนี่แหละ” ซามาเอลตอบ

“เจ้าล้อเล่นหรือเปล่า?” ทาเลียมองเขา “ยังไม่พูดถึงปัญหาเรื่องอาหารนะ เจ้าคิดจะห้ามไม่ให้พวกมันกินกันเองยังไง?”

ซามาเอลยื่นมือไปวางบนตัวอ่อนหนอนปีศาจตัวหนึ่ง สัมฤทธิ์ยมโลกไหลออกมาจากฝ่ามือ สร้างเป็นห่วงรัดที่ยึดแน่นกับขาข้อต่อขับเคลื่อนสองข้าง

พอตัวอ่อนหนอนปีศาจพยายามจะกัดกินกันเองอีกครั้ง ขาข้อสัมฤทธิ์ยมโลกก็ขยับไปมาโดยอัตโนมัติ ดึงรั้งตัวอ่อนหนอนปีศาจจนกัดพลาด

“เอาล่ะ เลิกกัดพี่น้องตัวเองได้แล้ว รีบไปกินซากแม่เจ้านู่นไป” ซามาเอลอุ้มมันขึ้นมา วางลงบนหน้าตัดที่ขาดของหนอนปีศาจที่ตายแล้ว ให้มันแทะเล็มเนื้อและเลือด แม้ว่านี่จะเป็นเพียงประโยคบอกเล่า แต่ไม่รู้ทำไม มันถึงฟังดูเหมือนเป็นมุกตลกร้ายและคำด่าไปพร้อมๆ กัน

เขาก็ทำเช่นเดียวกันกับตัวอ่อนหนอนปีศาจอีกสามตัวที่เหลือ ตอนนี้พวกมันไม่สามารถกัดกินกันเองได้แล้ว เหล่าตัวอ่อนดูโกรธมาก พวกมันพยายามจะกัดขาข้อสัมฤทธิ์ยมโลกที่คอยขัดขวางการฆ่าล้างพี่น้องของตัวเอง แต่ผลสุดท้ายก็ทำได้แค่วนไล่งับหนามแหลมตรงหางสั้นๆ ของตัวเองอยู่กับที่

“ข้าปลดล็อกสูตรการผสมวัสดุก่อสร้างความแข็งแกร่งสูงแบบใหม่ๆ มาได้สองสามอย่าง บางทีอาจจะทนทานต่อการกัดแทะของหนอนยักษ์เขมือบดินได้” ซามาเอลนึกถึงรายการสายเทคโนโลยีใหม่ที่เขาเพิ่งปลดล็อก “พวกเราสามารถสร้างโรงเลี้ยงขนาดมหึมาที่ทำจากโลหะปีศาจหรือวัสดุก่อสร้างเสริมความแข็งแกร่งได้ พอไม่ได้ใช้งานก็ขังพวกมันไว้ชั่วคราว ให้พวกมันจำศีลไป ป้องกันไม่ให้พวกมันมุดไปทั่วทำลายอาคารกับภูมิประเทศ”

ทาเลียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ก็... น่าลองดู” นางเห็นด้วย

ทั้งสองคนปีนกลับขึ้นมาจากหลุมกลางที่ราบหญ้าสูงอย่างยากลำบาก แต่ละคนต่างก็หนีบตัวอ่อนหนอนปีศาจยักษ์อ้วนพีที่บิดตัวไปมาไว้ใต้แขนคนละสองตัว หนอนปีศาจไม่ได้ถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ หางของพวกมันยังคงลากไปกับพื้น สะบัดไปมาอย่างไม่สงบ เกล็ดรูปเกลียวและหนามแหลมบนกระดองแข็งๆ ของพวกมันขูดพื้นดินจนเป็นรอยลึก

“ข้ากำลังคิดอยู่ว่า ที่นี่มันเหมาะที่จะตั้งรกรากจริงๆ หรือเปล่า” ซามาเอลแบกตัวอ่อนหนอนปีศาจยักษ์ตัวหนึ่งที่บิดตัวไปมาไว้บนบ่าข้างหนึ่ง ใต้แขนก็หนีบไว้อีกตัวหนึ่ง พึมพำเสียงเบา

“เจ้าควรจะเชื่อมั่นในตัวเองนะ... ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ผู้ลี้ภัยเผ่าปีศาจคนอื่นๆ ก็เหมือนกัน” ทาเลียอุ้มตัวอ่อนหนอนปีศาจอ้วนพีสองตัว ปีนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขี้ยวยาวรูปเกลียวของตัวอ่อนหนอนปีศาจที่สะบัดไปมาบดบังทัศนวิสัยของนาง จนดูเหมือนโจรที่เพิ่งไปขโมยหมูสองตัวมาจากฟาร์มไม่มีผิด

“พวกเราควรจะบอกให้เหล่าผู้ลี้ภัยมาที่นี่เลยไหม? หรือว่า...” ซามาเอลชะงักไป

“มีอะไรเหรอ?” ทาเลียถูกเขี้ยวยาวของหนอนปีศาจสองตัวบังสายตาจนมิด มองไม่เห็นสภาพเส้นทางข้างหน้า เกือบจะเดินชนหลังซามาเอล

“หมอก” เขาค่อยๆ วางหนอนปีศาจลงข้างเท้า พูดเสียงเบา “หมอกกำลังมา”

ทาเลียก็วางหนอนปีศาจลงเช่นกัน ขาข้อสัมฤทธิ์ยมโลกที่มัดติดอยู่กับตัวอ่อนหนอนปีศาจขยับไปมาอย่างรวดเร็ว ลากตัวอ่อนหนอนปีศาจยักษ์ที่บิดตัวไปมากลับเข้าไปซ่อนในหลุมดินที่ยุบตัวอยู่ด้านหลังพวกเขา

ที่ขอบทางตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบหญ้าสูง หมอกหนาทึบกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวคืบคลานเข้ามายังที่ราบหญ้าสูงทีละน้อย ราวกับอสูรกายที่กำลังเลื้อยคลาน

“ถอยไป” ซามาเอลพูดเสียงเบา “ถอยไป!” เขาผลักทาเลียไปอยู่ด้านหลัง แล้วยกดาบกับโล่ขึ้นมา

“ช่วยด้วย... เจ็บเหลือเกิน...” ในม่านหมอกมีเสียงแหบแห้งของอันเดดที่เลียนแบบคนเป็นดังแว่วมาเพื่อล่อเหยื่อ แต่กลับชัดเจนกว่าเสียงของอันเดดสองสามตัวในพงหญ้าสูง ทั้งถ้อยคำที่ใช้ก็ยังใกล้เคียงกับสำเนียงของคนเป็นมากกว่า

กริ๊ง... กริ๊ง... เสียงกระดิ่งที่อ้างว้างและว่างเปล่าดังสะท้อนอยู่ในม่านหมอก

“อ๊าา เห็นคนกำลังจะตายยังไม่ช่วยอีก เจ้าคนบาป...” ร่างมนุษย์ที่บิดเบี้ยวผิดรูปปรากฏขึ้นเลือนรางอยู่ในม่านหมอกหนาทึบที่ลอยฟุ้ง “เป็นเจ้าที่ฆ่าข้า”

กริ๊ง... กริ๊ง...

เสียงหัวเราะดัง ซีดๆ และเงาร่างที่คล้ายงูเลื้อยไปมาอยู่ในม่านหมอก พร้อมกับเสียงขาข้อกระทบกันเบาๆ ดัง ก๊อกแก๊ก มีบางอย่างกำลังคลานอยู่ในม่านหมอก พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ

กริ๊ง... กริ๊ง...

“ศพของข้า” เสียงแหบแห้งและกลวงโบ๋เสียงหนึ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากในม่านหมอก

“ศพของ... ข้า...” เหล่าอันเดดเน่าเปื่อยในม่านหมอกครวญคราง ขับขานรับเป็นเสียงเพลงที่เลื่อนลอย

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง! เสียงกระดิ่งที่แสบแก้วหูดังขึ้นไม่ขาดสาย!

แต๊ก เกราะมือสีดำข้างหนึ่งคว้าจับไหล่ของซามาเอลไว้แน่น

“ทาเลีย?” ซามาเอลหันขวับไปตามสัญชาตญาณ

ทาเลียก้มหน้าต่ำ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ตัวอ่อนหนอนปีศาจทั้งสี่ตัวก็พากันสั่นงันงก ขดตัวอยู่แทบเท้านาง

ไอเย็นเยียบอันน่าพิศวงแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลิ่นทองแดงที่คุ้นเคย

กริ๊ง... กริ๊ง...

【เครื่องสะท้อนสัมฤทธิ์ยมโลกเปิดใช้งานแล้ว】

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ดาบโล่สัมฤทธิ์ยมโลกเคาะกระทบกัน กลบเสียงกระดิ่งในม่านหมอกจนหมดสิ้น

เหล่าอันเดดในม่านหมอกหยุดฝีเท้าลง พวกมันยืนตัวแข็งทื่อ ราวกับเครื่องจักรที่ได้รับคำสั่ง

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง! เสียงกระดิ่งดังระรัวขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง ดูเหมือนจะพยายามกลบเสียงเคาะดาบโล่ แต่เมื่อเสียงทั้งสองผสมปนเปกัน เหล่าอันเดดก็ยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน

【สัญญาณสะท้อนสัมฤทธิ์ยมโลก-คำสั่งขัดแย้งกัน】

【โปรดหลีกเลี่ยงการสั่งการจากแหล่งสัญญาณหลายแหล่งพร้อมกัน】

ร่างหนึ่งในม่านหมอกชะงักไป เกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกที่ห้อยลงมาราวกับเสื้อคลุมยาวขาดรุ่งริ่งบนตัวมัน ห่วงโซ่กระทบกัน ส่งเสียงดัง ซ่าๆ เบาๆ

ซามาเอลค่อยๆ ยกโล่ทรงหยดน้ำขึ้น ถือดาบอัศวินไว้ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับเงาร่างนั้นอย่างระมัดระวัง

“อันชิบา” ร่างในม่านหมอกเอ่ยขึ้น “เจ้า หนีมาจากทุ่งโลกรกร้างขี้เถ้ามอดทางเหนือ มาถึงที่นี่ เพื่อมาทำลายซากหนอนปีศาจที่ข้าตามล่ามาตั้งนาน ที่ข้าเตรียมจะเก็บเกี่ยวงั้นรึ”

ซามาเอลนิ่งเงียบ

มีเสียงลมหายใจฟืดฟาดคล้ายสัตว์ใกล้ตายดังออกมาจากม่านหมอก ราวกับเสียงหัวเราะที่ติดๆ ขัดๆ

“อา เครื่องดนตรีของอันชิบาไม่ใช่เสียงนี้ เสียงกลองศึกของเขามันหนักแน่นกว่านี้” มันพึมพำ “เจ้าคือ...”

ท่ามกลางม่านหมอกที่ลอยฟุ้ง ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น

นั่นคืออสูรซากศพเน่าเปื่อยชนิดพิเศษ ร่างผอมแห้ง เหี่ยวเฉา น่าเกลียดน่ากลัว ห่มคลุมด้วยเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกที่อ่อนนุ่มราวกับเสื้อคลุมยาวขาดรุ่งริ่ง ห่วงโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกเล็กๆ เชื่อมต่อกัน ก่อร่างขึ้นเป็นพื้นผิวที่คล้ายกับผืนผ้าขาดๆ มันส่งเสียงดัง ซ่าๆ เบาๆ ขณะเคลื่อนไหว

บนร่างกายของมันที่ถูกห่อหุ้มด้วยเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกขาดรุ่งริ่ง มีแขนเน่าเปื่อยสามข้างที่ถูกต่อเติมเข้าไป มือข้างหนึ่งถือกระดิ่งเล็กสัมฤทธิ์ยมโลกแบบมือถือ ส่วนอีกสองมือลากเคียวยาวสัมฤทธิ์ยมโลกขนาดมหึมา เคียวนั้นแผ่ไอเย็นเยียบออกมา บนใบมีดโค้งขนาดมหึมาของมันมีฟันเลื่อยและหนามแหลมเรียงกันเป็นตับ เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีดำคล้ำ มันสามารถฟันคนเป็นให้ขาดสองท่อนได้ในดาบเดียว

ตรงตำแหน่งศีรษะของมัน ถูกหล่อหลอมด้วยสัมฤทธิ์ยมโลกเป็นหมวกเกราะสไตล์โครินเธียนที่คล้ายกับนกฮูก ใบหน้าครึ่งบนถูกแผ่นเกราะสัมฤทธิ์ยมโลกโอบล้อมไว้จนเกิดเป็นช่องตากลวงโบ๋สีดำมืด ส่วนใบหน้าครึ่งล่างกลับมีผ้าคลุมหน้าเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกห้อยปิดลงมา พอที่จะบดบังใบหน้าที่น่าสะพรึงกลัวของอสูรซากศพเน่าเปื่อยข้างใต้นั้นได้

นี่คืออุปกรณ์ฝังในพลังงานจิตของอัศวินวิญญาณอีกตนหนึ่ง รูปแบบหมวกเกราะของหน่วยอันเดดชั้นสูงที่เป็นเครือข่ายของอัศวินวิญญาณอีกตน

ไอเย็นเยียบประหลาดราวกับถูกแอบมองไหลผ่านร่างของซามาเอลไป ฝ่ายตรงข้ามเปิดใช้งานเครื่องสแกนกับเขา

“เจ้า” ใต้ผ้าคลุมหน้าเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกของหมวกเกราะสไตล์โครินเธียน มีเสียงแหบแห้งและมืดมนดังออกมา ช่องตากลวงโบ๋จ้องมองมายังซามาเอล และทาเลียที่อยู่ด้านหลังเขา

“เจ้า อยู่กับคนเป็น” มันพูด “ทำไม ไม่ฆ่าทิ้ง”

“ทำไมต้องฆ่า?” ซามาเอลถาม

“ความเกลียดชังของเจ้าล่ะ?” ไอเย็นเยียบอันว่างเปล่าดังสะท้อนออกมาจากใต้ผ้าคลุมหน้าเกราะโซ่ของหมวกเกราะสไตล์โครินเธียน “ความเกลียดชังที่เจ้ามีต่อโลกใบนี้ล่ะ? ความเกลียดชังที่เจ้ามีต่อสิ่งมีชีวิตล่ะ? ความเกลียดชังที่เจ้ามีต่อทุกสรรพสิ่งล่ะ?”

“ทำไมต้องเกลียดชัง?” ซามาเอลถาม “ข้าไม่เกลียดใครทั้งนั้น”

อสูรซากศพเน่าเปื่อยสวมหมวกเกราะรูปนกฮูกส่งเสียงฟืดฟาดคล้ายสัตว์ใกล้ตายออกมาเป็นชุด เป็นเสียงหัวเราะที่น่าพิศวง

“เพิ่งมาใหม่เหรอ?” มันถาม “ไม่เคยเห็นเจ้าในแกนกระดูกมาก่อน”

“ในที่ราบแกนกระดูกมีอัศวินวิญญาณอยู่กี่ตน?” ซามาเอลไม่สนใจคำถามของอีกฝ่าย

“ไม่รู้สิ ใครจะไปสนเรื่องพรรค์นั้น? ขอแค่ฆ่าคนเป็นบนโลกนี้ให้หมดก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกขาดรุ่งริ่งหัวเราะเสียงต่ำ “เจ้ารู้จัก อันชิบา ไหม?”

“เขากวาง?” ซามาเอลถาม

“หมวกเกราะปากกบเขากวาง เกราะหนัก ตัวสูงใหญ่ เกราะไหล่กว้างกว่าความสูงของเจ้าอีก ถือดาบใหญ่เปลวเพลิง” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่อธิบาย “ขี่หนอนยักษ์เขมือบดินร่างอันเดดตัวหนึ่ง”

“เคยเห็นแวบหนึ่ง” ซามาเอลตอบ “เขาเพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง”

“โอ้ พวกเจ้าไม่สนิทกันเหรอ? เจ้าอยากจะมาที่สุสานของข้าไหม?” อสูรซากศพเน่าเปื่อยถาม

“เจ้าหมายถึง 【ดันเจี้ยน】?” ซามาเอลถาม “หรือพูดอีกอย่างก็คือ 【อาณานิคมใต้พิภพต่างดาว】?”

“ไม่ๆๆ อะไรวะนั่น? อาณานิคมใต้พิภพคือหนึ่งในสิ่งที่พวกเราต้องทำลายไม่ใช่เหรอ” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่ส่ายหน้า “สุสาน ลานประหาร จะเรียกอะไรก็ช่าง สถานที่ที่มีเพียงอันเดด ไม่มีคนเป็นที่น่าขยะแขยงมารบกวนไงล่ะ มาอยู่กับข้าสิ ข้าจะคอยคุ้มกะลาหัวให้ พวกเราจะได้อยู่ห่างๆ จากพวกคนเป็นที่น่าขยะแขยง สะสมซากศพให้พอ แล้วก็บดขยี้พวกคนเป็นกับเมืองของพวกมันให้แหลกลาน เอาไหม?”

“ระบบของเจ้า ไม่ใช่ 【ระบบก่อสร้างอาณานิคมใต้พิภพต่างดาว】 หรอกเหรอ?” ซามาเอลถามเสียงเบา

อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกชะงักไป ก่อนจะหัวเราะ คิกๆ ออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“มันคือ 【ระบบสังหารล้าง】” มันตอบ “เจ้าติดตั้งระบบผิดเหรอ? หรือว่าภารกิจของเจ้ามีปัญหา? ตอนที่เจ้าถูกส่งมาที่แกนกระดูกมันเกิดข้อผิดพลาดรึไง?”

“เจ้า... เจ้ามีความทรงจำตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ไหม?” ซามาเอลยกโล่ขึ้นมาบังทาเลียไว้ด้านหลังอย่างระมัดระวัง

“แน่นอนว่ามี” อสูรซากศพเน่าเปื่อยถือเคียวในเกราะโซ่ขาดรุ่งริ่งตอบ “เฉพาะวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดอันยิ่งใหญ่ในยามตาย ถึงจะถูกทอดทิ้งมาอยู่ที่นี่พร้อมกับความเกลียดชัง ต้องทนทุกข์ทรมานจากพวกคนเป็นไปตลอดกาล จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น เจ้าไม่รู้อะไรเลยรึไง?”

“ขอบคุณสำหรับคำตอบ” ซามาเอลพูดเสียงเบา

“มาเถอะ มาอยู่กับข้าสิ” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่ถือเคียวปักเคียวยาวสัมฤทธิ์ยมโลกขนาดมหึมาไว้ข้างๆ ปล่อยมือทั้งสองข้างให้ว่างเพื่อแสดงความเป็นมิตร “พวกเราสามารถร่วมมือกัน โค่นอัศวินวิญญาณตนอื่นๆ... อันชิบา เดคกอน ซินซ์แลก พรันเก ซอคโคฟา... พวกเรามาจับมือกันเถอะ สหายข้า!”

มันยื่นมือที่กึ่งหนึ่งเป็นกรงเล็บซึ่งประกอบขึ้นจากเนื้อเน่าและกระดูกออกมา เกราะมือสัมฤทธิ์ยมโลกที่ผสมปนเปไปกับเนื้อเน่าแบออกตรงหน้าซามาเอล แสดงท่าทีเป็นมิตรว่าจะจับมือ

“ราฮาด็อก ข้าคือราฮาด็อก” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่แนะนำตัวเองอย่างอ่อนโยน

ซามาเอลนิ่งเงียบ ค่อยๆ ปักดาบอัศวินสัมฤทธิ์ยมโลกในมือขวาลงบนพื้นข้างๆ

โซ่สัมฤทธิ์ยมโลกที่เอวดึงรั้งเล็กน้อย ทาเลียกำลังดึงเขา พยายามจะห้ามเขา

แต่เกราะมือของเขาโบกไปด้านหลัง เขายังคงเดินหน้าต่อไปหาอสูรซากศพเน่าเปื่อยถือเคียวชั้นสูงของราฮาด็อก

“ซามาเอล เจ้าเรียกข้าว่าซามาเอลก็ได้” เขาค่อยๆ จับมือกับเกราะมือสัมฤทธิ์ยมโลกที่ผสมปนเปไปกับเนื้อเน่าของอสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่

เกราะโซ่ส่งเสียงดัง ซ่าๆ เบาๆ

ในชั่วพริบตาที่มีเสียงเนื้อฉีกกระชากอากาศดังขึ้นอย่างประหลาด เขาก็รีบยกโล่ทรงหยดน้ำสัมฤทธิ์ยมโลกในมือซ้ายที่เตรียมพร้อมไว้ขึ้นมาทันที!

เคร้งๆๆๆๆๆๆ! ท่ามกลางเสียงฟาดฟันอย่างบ้าคลั่งที่ดังขึ้นต่อเนื่องเป็นชุด ซามาเอลถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว โล่ทรงหยดน้ำสัมฤทธิ์ยมโลกถูกฟันจนแตกเป็นชิ้นๆ ไม่เป็นรูป!

【เครื่องสแกนเปิดใช้งานแล้ว】

【ตรวจพบโครงสร้างชีวภาพ: หนวดระยางฝันร้าย】

【หนวดระยางฝันร้าย (และกลุ่มกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง) หนวดระยางอเนกประสงค์ที่แข็งแกร่ง ประกอบขึ้นจากสารอินทรีย์ เหมาะสำหรับภารกิจต่างๆ เช่น การคว้าจับ การควบคุม และการทำลายในภูมิประเทศที่ซับซ้อนหลากหลาย มีความแม่นยำในการควบคุมสูง ราคาถูก และทนทานต่อการใช้งานหนัก】

【ฐานข้อมูลได้รับการเติมเต็มแล้ว】

【บันทึกลงในคลังเนื้อหา “ศาสตร์ชีวภาพเทียม-วัตถุดิบโครงสร้างชีวภาพ”】

【ขาดโครงสร้างพลังงานจิตอินทรีย์ ร่างกายไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว】

ในชั่วพริบตาที่จับมือกันเมื่อครู่ อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่สัมฤทธิ์ยมโลกได้เปิดเกราะโซ่ขาดรุ่งริ่งที่ปิดบังหน้าอกของมันออก ปล่อยหนวดระยางเนื้อหนาทึบหลายสิบเส้นระเบิดออกมาจากร่าง ฟาดฟันใส่ร่างของซามาเอลอย่างบ้าคลั่ง ปลายหนวดระยางแต่ละเส้นฝังไว้ด้วยใบมีดสัมฤทธิ์ยมโลกอันแหลมคม!

“เจ้าพูดจริงครึ่งโกหกครึ่ง ตอนแรกก็บอกว่าไม่รู้ว่ามีอัศวินวิญญาณกี่ตน แต่กลับไล่ชื่ออัศวินอีกห้าตนออกมาได้หมดเปลือก” ซามาเอลยกมือซ้ายขึ้น ใช้สัมฤทธิ์ยมโลกที่กักเก็บไว้หลอมโล่ทรงหยดน้ำสัมฤทธิ์ยมโลกขึ้นมาอีกอัน

“พอเจ้ารู้ว่าข้าเคยเห็นอันชิบา หมวกเกราะปากกบเขากวางนั่น ท่าทีของเจ้าก็เปลี่ยนไป... เจ้าไม่แน่ใจว่าข้าจะเลือกไปเข้ากับใคร และจากคำพูดของเจ้า พอจะเดาได้ว่า อิทธิพลของอันชิบาแข็งแกร่งกว่าเจ้า เพราะงั้นเจ้าเลยคิดจะใช้หน่วยรบชั้นสูงที่ติดตั้งอุปกรณ์ฝังในตัวนี้ฆ่าข้าซะ ก่อนที่ข้าจะได้ไปจับมือกับอันชิบา” มือขวาของเขาดึงดาบอัศวินสัมฤทธิ์ยมโลกที่ปักอยู่บนพื้นข้างๆ ขึ้นมา

“ก็แค่ลองใจเจ้าดูหน่อยเท่านั้นเอง... เจ้านี่มันไม่มีความจริงใจเลย นึกว่าเจ้าอยากจะจับมือกับข้าจริงๆ ซะอีก” อสูรซากศพเน่าเปื่อยในเกราะโซ่หัวเราะ คิกๆ ค่อยๆ ยื่นกรงเล็บเน่าเปื่อยออกไป คว้าเคียวที่อยู่ข้างๆ

ในชั่วพริบตาต่อมา โซ่สัมฤทธิ์ยมโลกเส้นหนึ่งก็พุ่งเข้าพันด้ามเคียวไว้ การจู่โจมอันหนักหน่วงของ 【ศิลปะการต่อสู้ล่าสิงโต】 กระแทกอสูรซากศพเน่าเปื่อยจนล้มกลิ้งลงกับพื้น ตามด้วย 【สังหารดิ่งพสุธา】 อย่างเด็ดขาด ดาบอัศวินฟันตัดคอและผ้าคลุมหน้าเกราะโซ่ครึ่งหนึ่งของมันจนขาดสะบั้น

ซามาเอลคว้าหมวกเกราะสไตล์โครินเธียนรูปนกฮูกนั่นขึ้นมาถือไว้ในมือ

“ไม่มาจริงๆ เหรอ?” ในหมวกเกราะสไตล์โครินเธียนรูปนกฮูกที่ว่างเปล่า ยังคงมีเสียงของราฮาด็อกดังสะท้อนออกมา แม้ว่าร่างต้นของเขาจะอยู่ที่อื่นที่ไกลกว่านั้น “พวกเราสามารถทำลายโลกใบนี้ด้วยกันได้นะ ฆ่าคนเป็นให้หมด... ซามาเอล! สหายรักของข้า! มาเถอะ! ก็แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ทำไมต้องเล่นไม่เป็นด้วยล่ะ?”

“ข้าชอบการสร้างสรรค์ มากกว่าการทำลายล้าง” ซามาเอลวางฝ่ามือลงบนหมวกเกราะสไตล์โครินเธียน หลอมละลายมันจนกลายเป็นกองสัมฤทธิ์ยมโลก

เสียงของราฮาด็อกเงียบหายไป

ซามาเอลเงยหน้าขึ้น สบตากับทาเลียอย่างเงียบงัน

……

ขอบนอกของแกนกระดูก แคมป์ผู้ลี้ภัย

“สถานการณ์ก็เป็นประมาณนี้แหละ” ซามาเอลเล่าจบ

“ถ้าหากทุกคนยอมรับได้ว่าในแกนกระดูกแห่งนี้มีสหายร่วมรบของข้าอยู่หกตน งั้นก็มาเริ่มสร้างดันเจี้ยนกันที่นี่เถอะ” เขาพูดอย่างอ่อนโยน

“ทุกอย่างกำลังไปได้สวย” เขาอุ้มตัวอ่อนหนอนปีศาจอ้วนพีที่บิดตัวไปมาขึ้นมา “เพียงแต่ว่า สงครามกลางเมืองของอันเดดที่นี่อาจจะทำให้สัญญาณมันขัดแย้งกัน... พลังรบที่แท้จริง น่าจะขึ้นอยู่กับหน่วยรบชั้นสูงที่ติดตั้งอุปกรณ์ฝังใน”

“ข้าต้องขอโทษด้วย ที่เคยสัญญากับพวกท่านไว้ว่าจะสร้างบ้านที่ดีกว่านี้ให้ แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะแตกต่างจากที่ข้าคาดการณ์ไว้พอสมควร ข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรคมากมาย ข้าสัญญาว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชดเชยความแตกต่างนี้ แต่ถ้าหากพวกท่านไม่พอใจ ข้าก็เข้าใจ ข้าจะไม่บังคับ”

เขามองเหล่าผู้ลี้ภัยที่อยู่ตรงหน้า

เฒ่าดุ๊กหัวเราะฮ่าๆ

“บนโลกนี้มันไม่มีอะไรง่ายดายหรอก ต่อให้มี มันก็ไม่ตกมาถึงมือพวกเราอยู่ดี พวกเราคุ้นเคยกับความยากลำบากมานานแล้ว นั่นมันเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตของพวกเราไปแล้ว” เขายิ้ม “ถ้าแค่หนทางที่ยากลำบากก็ทำให้ผู้ลี้ภัยกลัวจนถอยได้ล่ะก็ ป่านนี้พวกเราคงกลัวจนตัวแข็งตายอยู่กับที่ไปนานแล้ว”

“จะเริ่มลงมือเมื่อไหร่ดีครับ?” ยาชถาม “ดันเจี้ยนมันสร้างตัวเองให้เสร็จไม่ได้หรอกนะ”

“เริ่มงานได้เลยไหม?” สถาปนิกเผ่าปีศาจอีกคนลูบไล้ตัวอ่อนหนอนปีศาจ

“ได้ทุกเมื่อ” ซามาเอลกับทาเลียพยักหน้า

“สร้าง! สร้าง! สร้างบ้านหลังใหม่!” เหล่าผู้ลี้ภัยตะโกนขึ้นพร้อมกัน

(จบบทที่ 48)

จบบทที่ บทที่ 48 【ตัวอ่อนหนอนปีศาจและผู้เก็บเกี่ยวสั่นกระดิ่ง】

คัดลอกลิงก์แล้ว