เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 คืนจันทร์เพ็ญล้างคำสาป

ตอนที่ 12 คืนจันทร์เพ็ญล้างคำสาป

ตอนที่ 12 คืนจันทร์เพ็ญล้างคำสาป


 

ตอนที่ 12 คืนจันทร์เพ็ญล้างคำสาป

 

จอมเวทจันทราเธด้าพาเซน่ามายังลานกว้างด้านหลังบ้านบึงน้ำของนาง ลานกว้างนั้นเป็นทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ที่แสนเขียวขจี เซน่ารู้สึกกลิ่นใบไม้ใบหญ้าวันนี้หอมกว่าทุกครั้งที่นางเคยได้กลิ่น เธด้าให้เซน่ายืนห่างจากนางระยะหนึ่ง จากนั้นเธด้ากรีดวาดไม้กายสิทธิ์เป็นรูปวงกลม

“ริงออฟมูน” (Ring Of Moon - วงแหวนแห่งดวงจันทร์) ทันใดรอบกายเซน่าปรากฏแสงสีเงินงดงามขึ้นเป็นรูปวงกลมเหมือนวงแหวนขึ้นกลางอากาศ

จอมเวทจันทรากรีดวาดไม้กายสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง ปากนางพึมพำคาถาโบราณที่ไม่อาจรับฟังเข้าใจ

“มูนไลท์ อินฟิวส์ (Moonlight Infuse- อาบไล้แสงจันทรา )” เธด้าตะโกนขึ้นพร้อมชี้ไม้กายสิทธิ์ขึ้นฟ้าไปยังที่ทิศทางที่ดวงจันทร์ลอยอยู่

ทันใดนั้น ดวงจันทร์เพ็ญลอยอยู่เด่นอยู่บนฟ้าพลันส่องแสงสีขาวมาที่เซน่าอย่างเหลือเชื่อ แสงสีขาวของดวงจันทร์ทำให้ร่างกายของเซน่าร้อนอย่างยิ่ง ร่างสตรีอันอ่อนแอของนางถึงกับทนไม่ไหวพยายามเดินออกจากบริเวณแสงจันทร์ที่สาดส่องมายังตัวนาง แต่ยังดีที่เวทริงออฟมูน (Ring of Moon) ซึ่งเป็นเวทวงแหวนสีเงินได้ล้อมรอบเซน่าไว้กันไม่ให้นางหลุดออกจากบริเวณที่แสงจันทร์สาดส่อง

“ข้าเธด้าขอพรแห่งดวงจันทราซึ่งเปรียบเสมือนพี่สาว เหล่าเทวทูตสวรรค์ซึ่งเปรียบดั่งพี่ชาย ให้พลังแก่ข้าในการชำระล้างคำสาปอันชั่วร้ายและดำมืด กำจัดมันให้สาบสูญไปจากโลกอันงดงามที่พระเจ้าเมธีอาร์ทรงสรรค์สร้างขึ้น”

ไม่ทราบกระแสลมพัดมาจากทิศทางใด กิ่งไม้ใบหญ้าล้วนสั่นไหว เห็นร่างกายของเซน่าลอยขึ้นเล็กน้อย กายนางไม่ขยับไหวติงคล้ายหมดสติไป

ร่างกายเซน่าค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ทรวงอกที่นูนเด่นเริ่มหดเล็กลง ผมที่ยาวสลวยพลันสั้นขึ้น แขนที่ผิวพรรณขาวผ่องเปลี่ยนแปลงเป็นสีเหลือง นิ้วมือที่เรียวงามเริ่มหยาบหนา ขนคิ้วเรียวดำกลับมาหนามากขึ้น จมูกซึ่งเรียวงามขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ไม่นานก็ปรากฏเป็นใบหน้าอันคมคายของบุรุษผู้หนึ่ง

บุรุษผู้นั้นลืมตาขึ้น แววตาของเขาคมกริบยิ่งกว่ามีดดาบ ร่างกายที่ลอยอยู่ของเขาค่อยๆ ลงสู่พื้นดินอย่างแผ่วเบา

เบื้องหน้าจอมเวทจันทราคือบุรุษผู้มีลักษณะองอาจและสูงส่ง ยากที่จะหาบุรุษใดในแดนดินเทียบเทียม

เรดิกัล กษัตริย์แห่งความมืดกลับคืนร่างเดิม !

“ขอบคุณ” เรดิกัลกล่าวกับจอมเวทจันทรา

เธด้ากล่าวว่า “อย่าได้ลืมคำสัญญา”

เรดิกัลพยักหน้าตอบ

“เวฟออฟดูม” (Wave Of Doom - เกลียวคลื่นแห่งคราเคราะห์) เรดิกัลร้องพร้อมกวาดมือขวาออก ปรากฏพลังเสี้ยวจันทร์สีดำซัดใส่ต้นไม้ต้นหนึ่งจนมันระเบิด ลำต้นหักโค่นลงเหลือแต่ตอ

เรดิกัลมองดูมือขวาตนเองอย่างพอใจ เขาเร่งพลังเวทแห่งความมืดในร่างกายให้ไหลวนเวียนไม่หยุด ความรู้สึกเขาตอนนี้ยินดียิ่งกว่าคนอยู่กลางทะเลทรายได้เจอน้ำ แต่ไม่ว่าคำเปรียบเปรยใดก็ไม่อาจบรรยายความรู้สึกเขาในยามนี้ได้ใกล้เคียง

“อย่าได้ทำลายสิ่งของใดในอาณาเขตข้าอีก” จอมเวทจันทรากล่าวเตือน

เรดิกัลยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง”

เรดิกัลรู้สึกเสื้อผ้าสีน้ำตาลที่เขาสวมใส่คับแน่นและอึดอัด จึงหยิบเสื้อผ้าชุดดำที่เตรียมไว้ พุ่งตัวไปยังทิศทางป่าเบื้องหน้าเขาทันที

ร่างของเรดิกัลพุ่งออกดุจธนูออกจากแหล่ง ท่องทะยานอยู่ในป่าไม่หวนกลับ รู้สึกร่างกายเบายิ่งกว่าสายลม อดีตกษัตริย์หนุ่มเร่งระดับความเร็วขึ้น สายลมปะทะใส่ใบหน้าเขาไม่หยุดยั้ง เขาหัวเราะออกมาเป็นกิริยาที่ไม่มีใครเคยพบเห็น ความรู้สึกอัดอั้นนับเดือนได้ระบายออก

ทันใดร่างกายเรดิกัลที่ท่องทะยานพลันชะงักลงดุจถูกตะปูตอกตรึงไว้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้น

 

หมู่บ้านดอร์มังเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่ติดกับชายแดนของอาณาจักรเพธอส มีประมาณเจ็ดแปดสิบหลังคาเรือน ตอนนี้เป็นเวลากลางดึกมากแล้ว ผู้คนต่างทยอยเข้านอนพักผ่อนร่างกายเพื่อรอทำงานในเช้าวันใหม่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นในบ้านของชายผู้หนึ่งดังขึ้น เขากับภรรยาหลับไปเนิ่นนานแล้ว เขาไม่อยากให้เสียงดังทำให้ลูกสาววัยเจ็ดปีของเขาตื่นขึ้น

ชายในบ้านตะโกนถาม “ใคร?”

“ฮาค ข้าเอง”

“อีริค นี่เวลาใดแล้ว มีธุระค่อยคุยพรุ่งนี้ยังไม่สาย” ชายที่ชื่อฮาคกล่าว

“เปิดประตูก่อน ข้า..ข้ามีธุระสำคัญ”

ฮาคตบหน้าผากตนเองเบา ๆ เพื่อคลายความงัวเงียยามตื่นกลางดึก เขาลุกขึ้นจากเตียง ฮาคเห็นภรรยาเขาลืมตาตื่นขึ้น ฮาคจึงกล่าว “เจ้านอนต่อเถอะ”

ฮาคออกไปเปิดประตูเห็นชายร่างเตี้ยเล็กนามอีริคยืนอยู่หน้าบ้าน สีหน้าสีซีดเผือด ข้างหลังอีริคมีบุรุษชุดดำคิ้วเข้มใบหน้าคมคายยืนอยู่

ฮาคกล่าวถามว่า “มีธุระอะไร แล้วคนชายผู้นี้คือ?”

บุรุษชุดดำกล่าวเสียงราบเรียบ “ตามข้ามา”

ฮาคต้องตื่นกลางดึกซ้ำยังโดนคนแปลกหน้าพูดจาสั่งก็รู้สึกหัวเสียเสียไม่น้อย จึงถาม “เจ้าเป็นใคร จะให้ข้าไป…”

“อ๊าก” ฮาคร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายเขารู้สึกหนักยิ่งกว่าถูกหินใหญ่ทับ เขาถึงกับคุกเข่าและล้มนอนคว่ำลงในที่สุด บริเวณพื้นที่เขานอนมีอาณาเขตสีดำอยู่รอบกาย กระดูกของเขาแต่ละข้อแทบปริแตกแยกออกจากกัน เป็นความรู้สึกทรมานอย่างไม่เคยมีมาก่อน

“ดาร์ค กราวิตี้” (Dark Gravity-แรงดึงดูดแห่งความมืด) บุรุษชุดดำกำมือขวาแน่นพร้อมร่ายเวทมนตร์แห่งความมืดชั้นสูงออกมา

ภรรยาของฮาคได้ยินเสียงร้องของสามี จึงรีบลุกขึ้นจากเตียงวิ่งมาที่ประตูหน้าบ้าน

“ฮาค เจ้าเป็นอะไร?” นางหมายจะก้มลงไปหาสามีที่นอนคว่ำกาย

ผลั่ก ! บุรุษชุดดำสะบัดมือซ้ายออก ร่างกายภรรยาฮาคถึงกับกระเด็นไปกระแทกกับพื้นบ้านได้รับความเจ็บปวด นี่เป็นเวทความมืดไร้สภาพของบุรุษหนุ่มชุดดำ

ภรรยาฮาคล้มลงนอนอย่างเจ็บปวดโดยที่ตัวนางยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินบุรุษชุดดำเอ่ยขึ้น

“ข้าจะพูดอีกครั้งเดียว หากไม่อยากให้ภรรยาเจ้าต้องตาย ตามข้ามา”

ฮาคค่อย ๆ ลุกขึ้น เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าหวาดกลัวถึงที่สุด เขาเดินขาสั่นตามบุรุษชุดดำไปและโดยมีอีริคเพื่อนของเขาช่วยพยุงกาย

 

บุรุษชุดดำคือเรดิกัล เขาจดจำความแค้นที่ทุกผู้คนกระทำกับเขาได้ โดยเฉพาะยามที่เขาตกยากถูกสาปเป็นสตรี ช่วงเหตุการณ์ที่หมู่บ้านดอร์มัง ในโรงเตี๊ยมสุขสันต์เขาถูกชายกลุ่มหนึ่งข่มเหงทำร้าย

ฮาค..ชายหนวดดำซึ่งเริ่มต้นวิวาทกับเขาก่อน ทำร้ายเขาหลายครั้ง

อีริค..ชายร่างสูงใหญ่ที่จับตัวเขาไว้

ชายร่างเตี้ยเล็ก..ไม่ทราบชื่อ ตบหน้าหยามเกียรติกษัตริย์อย่างเขาถึงที่สุด

ชายร่างท้วม..ไม่ได้ทำอะไรเขา แต่สั่งให้อีริคลากเขาออกไปเพื่อกระทำบางสิ่ง

เรดิกัลจดจำสองชื่อฮาคและอีริคได้อย่างแม่นยำ ความแค้นนี้ไม่ว่าเขาจะอยู่ในร่างบุรุษหรือสตรีก็ต้องชำระล้าง

เรดิกัลขี่ม้าโคลวินด์ของโคโล่ออกจากป่าไม่หวนกลับมายังหมู่บ้านดอร์มัง แต่การเดินทางต้องใช้เวลาเนิ่นนาน เขาเพิ่งมาถึงหมู่บ้านดอร์มังในกลางยามสี่ (ตี 4- 6 โมงเช้า)

เรดิกัลบุกเข้าไปยังโรงเตี๊ยมสุขสันต์ แสดงอานุภาพเวทแห่งความมืด ทำลายข้าวของในโรงเตี๊ยมแทบพังพินาศสิ้น จากนั้นเค้นถามที่อยู่ของคนชื่ออีริคกับฮาคจากเจ้าของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นชายอายุประมาณห้าสิบกว่าปี

หมู่บ้านดอร์มังเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กผู้คนย่อมรู้จักกันหมด เจ้าของโรงเตี๊ยมจึงพาเรดิกัลไปบ้านอีริคซึ่งอยู่ที่ใกล้ที่สุดก่อน เรดิกัลปล่อยตัวเจ้าของโรงเตี๊ยมไปและข่มขู่ให้อีริคซึ่งก็คือชายร่างสูงใหญ่พาเขาไปหาฮาค

 

เดินกันไปได้สักพักหนึ่ง เรดิกัลสั่งให้อีริคเคาะประตูบ้านของ “เดร็ก” ชายร่างเตี้ยที่ตบหน้าเขาตอนเป็นเซน่า เมื่อเดร็กเปิดประตูบ้าน เรดิกัลก็ไม่พูดมากเขายื่นมือออกใช้เวทแห่งความมืดไร้สภาพบีบคอเดร็ก

เดร็กโดนพลังเวทเรดิกัลบีบคอจนหายไม่ออก เขาใบหน้าเขียวคล้ำ ร้องอู้อี้ในลำคอ เขาถึงกับทรุดกายลงเพราะขาดอาการหายใจ เรดิกัลกล่าว

“ไม่อยากให้ครอบครัวเจ้าตายตามข้ามา”

แต่เดร็กแทบไม่มีแรงเดินแล้ว ทั้งฮาคและอีริคต่างก็พยุงกายเดร็กตามเรดิกัลไป

ชายร่างท้วมซึ่งเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มบุรุษสี่คนที่เคยรุมทำร้ายเซน่า เขามีชื่อว่าแสตนตันซึ่งเป็นหนุ่มโสดอยู่บ้านกลางทุ่งนา เรดิกัลแค่ใช้เวทแห่งความมืดบีบคอข่มขู่เขา แสตนตันก็เดินตามเรดิกัลมาอย่างยอมจำนน

 

เรดิกัลพาพวกมันทั้งสี่ออกนอกหมู่บ้านดอร์มังไปยังทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งม้าโคลวินด์ของโคโล่ก็อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้ เรดิกัลวุ่นวายอยู่นานจนเวลาจวนจะถึงปลายยามสี่แล้ว (ตี 4- 6 โมงเช้า)

เรดิกัลจ้องมองพวกมันอยู่เนิ่นนานคล้ายกำลังคิดหาวิธีทรมานพวกมันให้สาสมแก่สิ่งที่กระทำ

ชายร่างเตี้ยเล็กรวบรวมความกล้าแต่ยังกล่าวเสียงสั่นเครือว่า “ท่าน..ท่านนำตัวพวกเรามาทำไม พวกเราไม่เคยมีเรื่องกับท่าน เราไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ”

เรดิกัลกล่าวว่า “พวกเจ้าจำสตรีที่พวกเจ้าทำร้ายนางในโรงเตี๊ยมเมื่อเดือนก่อนได้หรือไม่?”

ทั้งสี่ค่อยเข้าใจเหตุผล สตรีงามนางนั้นมีเรื่องกับพวกเขาจริง ๆ

ชายร่างสูงใหญ่ชื่ออีริคกล่าวว่า “นางเป็นอะไรกับท่าน คนรักหรือน้องสาว?”

เรดิกัลไม่ตอบคำถามมันและกล่าวเสียงเย็นชาว่า “ถ้าอยากมีชีวิตรอด พวกเจ้าก็ฆ่ากันเอง คนที่เหลือรอดคนสุดท้ายข้าจะปล่อยไป”

คนทั้งสี่มองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก เห็นบุรุษชุดดำเบื้องหน้าไร้เหตุผลเกินไป ชายหนวดดำนามฮาคจึงกล่าวว่า

“ข้าทำร้ายสตรีนางนั้นจริง ๆ แต่อย่าถึงกับฆ่าพวกข้าเลย ข้าอยากขอโทษนางด้วยตนเอง”

ฮาคพูดจาถ่วงเวลาหวังให้บุรุษชุดดำพาเขาไปพบสตรีนางนั้น

เรดิกัลกล่าวเสียงเย็นชาว่า “ข้าจะไม่พูดซ้ำสอง”

พวกฮาคหันมองหน้ากัน นึกถึงจะอย่างไรวันนี้คงรอดชีวิตยาก พวกมันสี่คนพยักหน้า วิ่งเข้าหาเรดิกัลพร้อมกันและเงื้อมหมัดต่อยเรดิกัล

แต่กายพวกมันยังไม่ทันได้เฉียดใกล้เรดิกัล พวกมันทั้งหมดต่างคุกเข่าลง ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่แม้แต่ปีศาจได้ยินยังเวทนา เรดิกัลใช้เวทดาร์ดกราวิตี้ ดึงดูดตรึงร่างพวกมันไว้

เรดิกัลมองพวกมันอย่างเย็นชาจากนั้นกล่าวว่า “วันนี้ข้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ข้าจะให้พวกเจ้าได้ตายด้วยเวทแห่งความมืดชั้นสูง ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดที่ชีวิตชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าจะได้รับ”

แสตนตันชายร่างท้วมหวาดกลัวยิ่ง มันน้ำตาคลอเบ้าร้องขึ้นมา “เป็นพวกมันทำ ข้าไมได้แตะต้องสตรีนางนั้นแม้แต่น้อย”

เมื่อทูตมรณะมาเยือน สันดานมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวก็เริ่มขึ้น

เรดิกัลยิ้มเล็ก ๆ อย่างพอใจ “งั้นเจ้าฆ่าพวกมัน ข้าจะปล่อยเจ้า”

ชายรางท้วมสั่นหน้ากล่าวว่า “ข้าไม่กล้า”

“ใช้การไม่ได้” เรดิกัลกล่าว จากนั้นพลันขยับแขนกรีดเป็นแนวตั้งสองครา

“เวฟออฟดูม” พริบตานั้น คลื่นเวทเวฟออฟดูมโจมตีใส่แขนทั้งสองของอีริคจนแขนมันขาดด้วนทันที เห็นหยาดโลหิตสาดกระจาย มันร้องด้วยความเจ็บปวดและสิ้นใจตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว

อีริคใช้แขนทั้งสองจับตัวเซน่าไว้ ดังนั้นเรดิกัลจึงตัดแขนทั้งสองของมัน

 

ถึงตอนนี้ชายอีกสามคนต่างอ้าปากค้าง สีหน้าหวาดกลัวสุดขีด ชายหนวดดำและชายร่างเตี้ยพยายามลุกขึ้นและวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง

“เมิร์ค จาเวลิน” (Mirk Javelin-หอกแห่งความมืด) เรดิกัลยื่นมือซ้ายออกแสงสีดำพุ่งออกจากมือเขาพุ่งใส่หลังชายหนวดดำ ลำแสงสีดำทะลุผ่านกายชายหนวดดำจนบริเวณท้องมันเป็นรูใหญ่ ร่างกายมันล้มลง โลหิตสด ๆ ไหลนองเต็มทุ่งหญ้าอันเขียวขจี

ฮาควันนั้นต่อยท้องทำร้ายเซน่า ดังนั้นเดริกัลจึงเล่นงานมันที่ท้อง

เรดิกัลพุ่งกายไปยังเบื้องหน้าของเดร็ก ชายร่างเตี้ยเล็กซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ เดร็กปากสั่นและคุกเข่ากล่าวว่า “ให้อภัยข้า ได้โปรด”

“โซล คอนโทล” (Soul Control-ควบคุมวิญญาณ) เรดิกัลยื่นมืออกใช้เวทความมืดไร้สภาพอีก เวทมนตร์โซล คอนโทล เป็นเวทที่ใช้ควบคุมร่างกายศัตรู แต่เวทนี้จะใช้งานได้ยากหากใช้กับผู้ที่มีพลังเวทใกล้เคียงกันเพราะอีกฝ่ายจะมีพลังเวทคุ้มกันกายทำให้ควบคุมไม่ได้ เรดิกัลไมได้ใช้เวทมนตร์นี้บ่อยนัก เขามักใช้เวทนี้เพื่อข่มขู่หรือทรมานศัตรูเพื่อความสมใจส่วนตัวมากกว่า

ที่เรดิกัลควบคุมเดร็กครานี้ไม่ใช่คอ หากแต่เป็นปาก !!

เดร็กรู้สึกเจ็บปวดปากอย่างยิ่ง กรามเขาแทบหัก ฟันแทบจะหลุดร่วงพร้อม ๆ กัน ความเจ็บปวดสุดบรรยายถึงกับทำให้เขาหลั่งน้ำตาออกมา

เดร็กตบหน้าของเซน่า ดังนั้นบริเวณใบหน้าเขาจึงต้องถูกเล่นงาน

 

ได้ยินเสียงเอะโวยวายดังขึ้น ที่แท้ภรรยาของฮาคได้สติหลังจากความหวาดกลัวก็รีบไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันหาตัวพวกฮาคและเพื่อนทั้งสาม ทั้งหมดกระจายกำลังค้นหาในหมู่บ้านแล้วแต่ไม่พบ จึงยกกำลังกันออกมานอกหมู่บ้านดอร์มังทันที

เรดิกัลไม่อยากพัวพันกับชาวบ้านอีก เขาขยับแขนและบีบมือตนเองแน่น พริบตาพลังโซลคอนโทลย้ายจากปากไปอยู่ที่คอ เดร็กรู้สึกคล้ายมีสิ่งใดมาอุดคอไว้ เขาหายใจไม่ออก ใบหน้าเขาเขียวคล้ำจากนั้นค่อย ๆ สิ้นใจตาย !

เรดิกัลหันไปมองชายร่างท้วมที่ชื่อแสตนตัน กล่าวถามว่า

“เจ้าไม่หนี?”

แสตนตันสั่นหน้า น้ำตาของเขาหลั่งไหลอาบแก้ม เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะหนีเหมือนผู้อื่นด้วยซ้ำ

เรดิกัลกล่าวต่อว่า “วันนั้นเจ้าจะบอกให้เพื่อนเจ้าพาสตรีนางนั้นไปไหน?”

แสตนตันวันนั้นเมาอย่างยิ่ง เขาพูดว่าอะไรก็จำแทบไม่ได้แล้ว ปากของเขากระทบกับฟันดังกึก ๆ ด้วยความหวาดกลัว แม้แต่แรงจะอ้าปากตอบยังไม่มี

เรดิกัลเห็นชาวบ้านเริ่มยกพวกมาทางนี้แล้วจึงกล่าว

“ข้าจะตัดขาของเจ้า! เจ้าจะได้ไม่ต้องพาใครไปไหนอีก”

“เวฟออฟ...” เรดิกัลยกมือขึ้นพร้อมจะร่ายเวทแห่งความมืด แต่พริบตานั้นเขารู้สึกมือสั่น ร่างกายสั่นเทาคล้ายป่วยไข้ ร่างกายของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง เขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา

ยามนั้นแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องแสงสีส้มงดงามจับตา แสงจันทราอันอ่อนโยนล่วงลาลับ ดวงจันทรารอคอยยามค่ำคืนเพื่อหวนกลับขึ้นมาใหม่

เรดิกัลเห็นชาวบ้านเริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวายแสดงว่าเห็นเขาแล้ว ร่างกายของเขาสั่นไม่หยุด เรดิกัลวิ่งหนีเข้าไปป่าอย่างรวดเร็ว เขาพบกับโคลวินด์อาชาคู่ใจของโคโล่ เรดิกัลรีบขี่โคลวินด์เข้าไปในด้านลึกของป่าทันที

 

“เธด้าเจ้าหลอกลวงข้า!!”

สตรีงดงามนางหนึ่งครุ่นคิดด้วยความโกรธแค้น นางสวมชุดบุรุษสีดำ ร่างกายเปียกโชก นางวิ่งเข้าไปที่บ้านจอมเวทจันทราซึ่งอยู่กลางบึงน้ำใสอันงดงาม ก่อนหน้านี้นางข้ามธารน้ำตกที่มีหินเก้าก้อนวางอยู่เพื่อเข้าถึงอาณาเขตจอมเวทจันทรา แต่ด้วยความรีบร้อนนางถึงกับตกลงไปในน้ำตกทำให้ชุดนางเปียกโชก มีสภาพทุกลักทุเล อย่างยากลำบากนางค่อยมาถึงบ้านจอมเวทจันทราที่นางโกรธแค้น

สตรีชุดดำเคาะประตูบ้านของจอมเวทจันทราเธด้าอย่างเสียงดังโดยไม่เกรงใจ

สักพักจอมเวทจันทราเปิดประตูบ้านของนาง จ้องมองสตรีเบื้องหน้า แววตาอันเย็นชาดุจน้ำแข็งปรากฏแววสงสัยขึ้น

“นี่เจ้า...”

“คำสาปไมได้หายไป ข้ากลับร่างเป็นสตรีอีก!” สตรีสวมชุดดำกระชากเสียง

สตรีชุดนำนางนี้คือเซน่าหรือเรดิกัลในร่างบุรุษ

เธด้านิ่งเงียบ จากนั้นจึงกล่าว

“พลังคำสาปซาอูร้ายกาจเกินไป พลังของข้าทำได้เพียงแค่ใช้พลังแห่งจันทราคลายคำสาปให้เจ้าได้ชั่วคราว”

“ข้าจะกลับเป็นบุรุษได้อีกหรือไม่?” เซน่าถาม

เธด้ากล่าวว่า “ได้..ข้าขอพรจากจันทราล้างคำสาปเจ้าในคืนวันเพ็ญ ดังนั้นเจ้าสามารถกลับเป็นบุรุษได้ทุกคืนวันเพ็ญ เนื่องจากวันนั้นจะเป็นวันที่คำสาปอ่อนพลังที่สุด จันทร์เพ็ญจะช่วยเพิ่มพลังพรของข้าให้ช่วยสะกดคำสาปไว้”

เซน่าร่างกายสั่นโงนเงนแทบล้มลง ความสุขล้นที่มีเมื่อยามค่ำคืน หายไปในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน

ในเดือนหนึ่งจะมีจันทร์เพ็ญเพียงหนึ่งครั้ง นางจะเป็นตัวของตัวเองได้เพียงเดือนละครั้งเท่านั้น

เซน่ากล่าวเสียงโกรธเคืองว่า “ถ้าเช่นนั้นคำสัญญาของเจ้ากับข้าเล่า?”

เธด้ากล่าวว่า “เมื่อข้าไม่อาจล้างคำสาปของซาอูก็ได้แต่ยกเลิกไป”

เซน่าได้แต่ปลอบใจตนเองว่า อย่างน้อยเขายังได้กลับคืนร่างเดิมทุกหนึ่งเดือนย่อมดีกว่าเป็นสตรีไปตลอดกาล

เซน่านิ่งเงียบไปชั่วครู่จึงถาม “ด้วยภูมิปัญญาของเจ้าที่ผู้คนร่ำลือยกย่อง ไม่มีวิธีอื่นล้างคำสาปได้เลยหรือ?”

เธด้านิ่งเงียบไป จากนั้นจึงกล่าว “มี..วิธีแรก ให้เจ้าใช้โอกาสในคืนวันเพ็ญกลับคืนร่างเดิมหาหนทางกำจัดซาอู ตอนนี้มันใช้พลังสาปเจ้า พลังเวทมันต้องอ่อนแอลงอย่างมาก หากเจ้ามีความมั่นใจสามารถบุกเข้าไปยังเพธอสสังหารมัน”

เซน่าครุ่นคิดว่าวิธีนี้ไม่เลว แต่ซาอูมีพลังเวทมหาศาลแม้จะลดลงบ้างก็ไม่ทราบจะลดลงไปเท่าใด สติปัญญาซาอูก็ลึกล้ำ เล่ห์กลก็มากมายสุดคณานับ ซาอูต้องป้องกันตนเองอย่างรัดกุม อย่าว่าแต่การกลับไปเพธอสนับว่าอันตรายอย่างยิ่งเพราะนางไม่มีพรรคพวกเหลืออยู่เลย มิหนำซ้ำการฝ่าทหารเพธอสเข้าไปถึงตัวซาอูก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก

เซน่าถาม “วิธีที่สองเล่า?”

เธด้าจ้องตาเซน่าและกล่าวช้า ๆ “ใช้หยดน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งลอเลียน

 

 

----------------------

เรดิกัลเราโหดไปหรือเปล่า? คอมเม้นกันมาได้นะครับ แล้วก็หยดน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งลอเลียน มันชื่อเรื่องนิยายนี่นา จะสำคัญอย่างไร เป็นมาอย่างไรตอนหน้ารู้กัน !!

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 12 คืนจันทร์เพ็ญล้างคำสาป

คัดลอกลิงก์แล้ว