เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 คำสัญญากับจอมเวท

ตอนที่ 11 คำสัญญากับจอมเวท

ตอนที่ 11 คำสัญญากับจอมเวท


ตอนที่ 11 คำสัญญากับจอมเวท

ขณะที่ปลายไม้กายสิทธิ์ของจอมเวทจันทราแทงใส่คอเซน่า เห็นแน่ชัดว่าไม่มีทางหลบรอดได้

ได้ยินเสียงครืนครันดั่งเสียงฟ้าร้องกัมปนาทพร้อมแสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าใช้ศรเวทแฟลซ แอโรว์ (Flash Arrow - ศรประกายสายแสง) ครานี้แม้แต่เหล่าสัตว์ปีศาจยังตกใจกลัวต่างวิ่งหนี

แก้วตาของจอมเวทจันทราหดเล็กลง นางหันกายพร้อมสะบัดไม้กายสิทธิ์กลับหลังจี้ใส่วัตถุที่พุ่งมา

“ไลท์ติ้ง เฟต” (Lighting Faith - สายฟ้าแห่งความศรัทธา) โคโล่ยิงลูกศรสายฟ้าออก พลังลูกศรอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งอัสนีบาต พลังสายฟ้าส่องสว่างดุจดังแสงสาดส่องจากสวรรค์ เสียงอัสนีบาตกึกก้องกัมปนาทไม่ต่างจากพระสุรเสียงของพระเจ้าเมธีอาร์ยามทรงพระพิโรธ

พลังสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่จอมเวทจันทรา นางจี้ไม้กายสิทธิ์ใส่พลังสายฟ้านั้น พลังสายฟ้าสว่างเจิดจ้าและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพลังมันเพิ่มได้ไม่หมดสิ้น ส่วนพลังของไม้กายสิทธิ์จอมเวทจันทราส่องประกายสีเงินและเงียบสงบ

หากเป็นยามปกติเซน่าต้องใช้โอกาสนี้จู่โจมเข้าด้านหลังจอมเวทจันทรา แต่พลังศรสายฟ้าและพลังของจอมเวทจันทราปะทะกันก่อเกิดเป็นรัศมีพลังที่ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้ได้

ตูม !!

ได้ยินเสียงระเบิดครั้งใหญ่ดักกึกก้องคล้ายดั่งฟ้าจะถล่ม สวรรค์จะล่มสลาย พลังสายฟ้าแตกประกายและค่อย ๆ หายไป ส่วนจอมเวทจันทราข้อมือสั่นสะท้าน ร่างของนางผงะไปด้านหลังเล็กน้อย

จอมเวทจันทราจ้องมองโคโล่ เห็นตอนนี้เขาคุกเข่าลง สีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ธนูเงินคู่ใจเขาแตกหักกระจาย สายธนูก็ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี

“เจ้าเป็นอะไรกับไซนอส?” จอมเวทจันทราถามขึ้น

“ท่านเป็นอาจารย์ข้า” โคโล่กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง ต่อให้ยืนอยู่ใกล้ ๆ เขา หากไม่ตั้งใจฟังก็คงไม่ได้ยิน

จอมเวทจันทรามีพลังเวทลึกล้ำหูตากว้างไกลเป็นพิเศษ นางจึงได้ยินคำพูดโคโล่ทุกถ้อยคำ

“เวทศักดิ์สิทธิ์ ทำไมโคโล่ถึงใช้ได้?” เซน่าครุ่นคิดอย่างแปลกใจ

เซน่าเคยได้ยินว่าซาอูเล่าว่าในพิภพนี้มีเวทมนตร์อยู่หกธาตุ คือ ศักดิ์สิทธิ์หรือแสงสว่าง ความมืด ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยแสงสว่างและความมืดถือเป็นคู่ปรับและยังอยู่เหนือธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตัวเซน่าอยู่ในดินแดนเพธอสทางภาคเหนือซึ่งที่นั่นมีแต่เหล่าอสูรร้าย ดังนั้นนางจึงไม่เคยเห็นผู้ใดใช้เวทศักดิ์สิทธิ์เลย

ผู้ใช้เวทศักดิ์สิทธิ์จำต้องมีศรัทธาต่อพระเมธีอาร์พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลก เซน่าเป็นกษัตริย์แห่งความมืดย่อมไม่ศรัทธาต่อพระเจ้า หรือแม้แต่พวกลัทธิประหลาดที่บูชาซาตานนางก็ไม่เคยสนใจ

จอมเวทจันทราถามโคโล่ว่า “นางเป็นคนรักของเจ้า?”

นางที่ว่านี้คือเซน่า

โคโล่ส่ายหน้าและกล่าวตอบ “นางเป็นสหายข้า”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นก็แปลก เจ้ายินยอมใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ทั้งที่พลังยังไม่ถึงขั้นจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่แน่ชาตินี้อาจจับธนูไม่ได้อีกตลอดชีวิต หากไม่ใช่คนรัก เจ้าเสียสละเช่นนี้ทำไม?”

โคโล่ตอบเสียงแผ่วเบาว่า “ข้าต้องปกป้องสหาย”

เซน่าได้ฟังรู้สึกตกใจไม่น้อย เห็นมือโคโล่แดงก่ำคล้ายถูกน้ำร้อนลวกใส่ คาดว่าเป็นผลกระทบมาจากความร้อนของพลังเวทสายฟ้า

ตลอดชีวิตของเซน่าแม้มีเหล่าทหารเพธอสและหน่วยแบล็คเคิซยินยอมสละชีวิตเพื่อนาง แต่นั่นเป็นเพราะคำสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์ ถวายชีวิตแด่องค์เหนือหัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากหน้าที่หาใช่จากจิตใจ หากแต่นางกับโคโล่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน กลับยินยอมสละมือซึ่งถือเป็นหัวใจของนักธนูเพื่อนาง ไม่แน่ชาตินี้อาจพิการตลอดชีวิต นี่เป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อนและไม่เคยคาดถึง

โคโล่ซึ่งอ่อนแรงอยู่แล้วรู้สึกฟ้าหมุนแผ่นดินเคว้งจากนั้นเขาพลันล้มลงไป พลังของเขาหมดสิ้นแล้วจริง ๆ

เซน่าวิ่งไปผ่านจอมเวทจันทราไปหาโคโล่ โดยไม่เกรงว่าจอมเวทจันทราจะทำร้าย นางทราบดีว่าหากจอมเวทจันทราจะฆ่าพวกนางก็ทำได้ทุกเมื่อ

เซน่ากล่าวกับโคโล่ว่า

“เจ้าต้องไม่เป็นไร”

ความจริงโคโล่มีนิสัยคึกคะนองตามแบบฉบับบุรุษหนุ่มทั่วไป ที่เขาช่วยเหลือเซน่าเป็นเพียงสัญชาตญาณของบุรุษที่ต้องการปกป้องสตรี ยามที่เซน่าตกอยู่ในอันตรายเขาจึงยิงธนูเวทสายฟ้าออกโดยไม่ทันคำนึงถึงตัวเอง

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “พลังสายฟ้าถือเป็นเวทศักดิ์สิทธิ์ต้องอาศัยพลังแห่งศรัทธาและความรู้สึกเสียสละ เจ้าหนุ่มผู้นี้กระทำได้ไม่เลว ไซนอสมีศิษย์เช่นนี้สมควรภาคภูมิใจได้”

นี่เป็นครั้งแรกที่จอมเวทจันทราเห็นโคโล่อยู่ในสายตา

เซน่าหันไปจ้องมองจอมเวทจันทรา

“เจ้าจะเอาอย่างไรต่อ? จะต่อสู้อีกหรือไม่?”

จอมเวทจันทรารู้สึกเหนือคาดหมาย ไม่คิดว่าสตรีที่ไร้เวทมนตร์นางนี้จะกล่าววาจาเชิงท้าสู้อีกจึงถาม “เจ้าไม่กลัวตาย?”

เซน่ากล่าวว่า “พญามัจจุราชต่างหากที่ต้องเกรงกลัวข้า”

คำกล่าวนี้เซน่าหมายถึงแม้แต่พญามัจจุราชเพลิงยังตายใต้เงื้อมนางมาแล้ว แต่จอมเวทจันทราย่อมไม่ทราบความหมาย

จอมเวทจันทราใช้แววตาอันเย็นชาจ้องมองเซน่า คล้ายกับกำลังอ่านทะลุความในใจนาง

“เจ้ามาที่นี่ต้องการอะไร?”

เซน่าหันไปมองโคโล่ที่สลบไปอยู่ จากนั้นกล่าวเบา ๆ ว่า “ล้างคำสาป”

“คำสาปอะไร? ใครสาปเจ้า?” จอมเวทจันทราถาม

“ซาอูพ่อมดโฉดแห่งเพธอส สาปข้าเป็นสตรี” เซน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น คิ้วอันคมเข้มของนางขมวดคิ้วแน่นแทบชนกัน

จอมเวทจันทราขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นพึมพำ “ซาอู..เป็นมันอีก”

จอมเวทจันทราหันกายไปจากนั้นกล่าวเสียงราบเรียบ “ตามข้ามา”

เซน่าจึงแบกโคโล่เดินตามนางไป แม้จะร่างกายอันอ่อนแอของนางจะได้รับความเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่งก็ตาม

 

บ้านจอมเวทจันทราตั้งอยู่กลางบึงน้ำ บ้านของนางมีลักษณะเป็นวงกลม แม้ไม่ใหญ่โตนัก แต่ทำมาจากโลหะสีเงินส่องประกายทำให้ดูงดงามและสูงส่งแทบไม่ต่างจากพระราชวังน้อย ๆ หรือที่อยู่ของชนชั้นสูง โลหะสีเงินนั้นคล้ายกับโลหะของไม้กายสิทธิ์ที่นางถือ แม่น้ำในบึงสดใสสะอาดตา เงาน้ำในบึงสะท้อนแสงจันทร์อย่างงดงาม

จอมเวทจันทรานำเซน่าซึ่งพยุงโคโล่ไว้เข้าไปในบ้าน เห็นบ้านนางนอกจากมีห้องรับแขกซึ่งมีเก้าอี้สี่ตัว มีชั้นหนังสือวางแน่นขนัด ตำรับตำราโบราณหลายร้อยเล่ม ในบ้านของนางยังแบ่งเป็นสี่ห้อง นางให้โคโล่นอนที่เตียงเล็ก ๆ เตียงหนึ่ง ซึ่งนางไว้ใช้นอนอ่านหนังสือหรือตำราเวท จากนั้นนางเดินเข้าไปในห้อง เซน่าไม่ทราบว่าเป็นห้องอะไร

เซน่าเห็นโคโล่สลบไสลไม่ได้สติ สองมือบวมแดงขึ้นมา แม้นางจะไม่เคยแยแสความเป็นตายของผู้คน แต่ก็อดรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อยไม่ได้

สักพักจอมเวทจันทราเดินออกมาจากห้อง ในมือนางถือชามเล็ก ๆ สีเงินใบหนึ่ง อีกมือถือขวดเล็ก ๆ สีขาวปิดจุกไว้ นางยื่นชามใบนั้นให้เซน่า

“นี่คือน้ำลายมังกรน้ำแข็ง ทำมาจากน้ำลายของมังกรน้ำแข็งซึ่งอาศัยอยู่สุดแดนขั้วโลก ผสมกับสมุนไพรเมรีสในแดนใต้ซึ่งมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการความร้อนทุกชนิด เจ้าทาให้เขา” จอมเวทจันทรากล่าว

เซน่ารับชามจากนางมา เห็นในชามมีก้อนสีขาวกลมเล็กสองเม็ด รู้สึกมีไอเย็นแผ่ออกมา นางหยิบก้อนน้ำแข็งแห่งมังกรขึ้นมารู้สึกความเย็นเสียดกระดูก นางรีบวางน้ำแข็งแห่งมังกรลงบนมือขวาโคโล่ จากนั้นคลึงก้อนน้ำแข็งทั่วบริเวณมือเขา อาการบวมแดงที่มือโคโล่ก็ลดลง เมื่อน้ำลายมังกรน้ำแข็งละลายหมดแล้ว นางก็ใช้น้ำลายมังกรน้ำแข็งอีกก้อนทามืออีกข้างหนึ่งของโคโล่

จากนั้นจอมเวทจันทรายื่นขวดเล็ก ๆ ให้เซน่า กล่าวว่า “ข้างในคือยาที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง รวมจากสมุนไพรหลายสิบชนิดในแดนเหนือใต้ รักษาสรรพคุณบาดเจ็บภายในภายนอกได้ทุกชนิด แต่จะหายไวหรือช้าขึ้นอยู่กับความหนักเบาของอาการ เจ้าหนุ่มคนนี้เพียงแค่บาดเจ็บเพียงภายนอก ไม่เกินสองสามวันก็หายเป็นปกติ เจ้าให้เขากิน”

เซน่ากล่าวว่า “เขาสลบอยู่จะกินได้อย่างไร?”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “ยาที่ข้าคิดค้นจำต้องตื่นก่อนถึงกินได้หรือ? ป้อนยาใส่ปากเขา”

เซน่าเทยาออกจากขวดเล็ก ๆ ที่จอมเวทจันทรายื่นให้ เห็นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสีเทา มีกลิ่นเหมือนกลิ่นใบไม้ ดูไปไม่น่าทานแม้แต่น้อย เซน่าป้อนให้โคโล่กิน เมื่อตัวยาสัมผัสถูกน้ำลายที่ลิ้นโคโล่ มันก็ค่อย ๆ ละลายทันที

สีหน้าโคโล่ซึ่งซีดเซียวพลันแดงขึ้นเล็กน้อยมีสีเลือดมากขึ้น เซน่ารู้สึกนับถือภูมิปัญญาของจอมเวทจันทราไม่น้อย จากนั้นกล่าวขอบคุณจอมเวทจันทราและถามว่า

“เมื่อครู่ท่านจะฆ่าพวกเรา เหตุใดจู่ๆ กลับมาดีกับเรา?”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “ข้าไม่ช่วยเจ้าโดยปราศจากผลประโยชน์แน่นอน สำหรับเจ้าหนุ่มนั่น ข้าเห็นแก่ไซนอสผู้เป็นอาจารย์มันจะละเว้นชีวิตให้สักคราหนึ่ง”

จอมเวทจันทรา “แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องเล่ามาว่าเจ้าเป็นใคร?”

เซน่ากล่าวว่า “ข้าชื่อเซน่า ชื่อเดิมข้าในร่างบุรุษคือรีเวลทหารหน่วยแบล็คเคิซแห่งเพธอส วันที่ซาอูก่อกบฏยึดอำนาจองค์กษัตริย์เรดิกัล ข้านำหน่วยแบล็คเคิซส่วนที่ยังจงรักภักดีเข้าถวายอารักขาองค์กษัตริย์ ระหว่างการต่อสู้ แม้ซาอูจะชนะปลงพระชนม์กษัตริย์แห่งความมืดได้แต่ก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ระหว่างนั้นข้ายกดาบหมายกำจัดซาอู ทำให้ซาอูพิโรธข้ายิ่งจึงสาปข้าเป็นสตรี”

เซน่าทราบอยู่แล้วว่าเธด้าต้องถามสาเหตุที่ทำให้เขาโดนสาปเป็นสตรี นางจึงคิดคำโกหกไว้ตั้งแต่แบกโคโล่มาที่บ้านนางแล้ว ดังนั้นคำเท็จของนางจึงกล่าวออกมาได้โดยไม่สะดุดปากแม้แต่น้อย

จอมเวทจันทราจ้องมองเซน่าตาไม่กระพริบคล้ายต้องการตรวจสอบคำกล่าวของเซน่าว่าซ่อนคำลวงไว้หรือไม่ จอมเวททรากล่าวว่า “การใช้เวทคำสาปผู้ใช้ต้องเสียพลังมหาศาล ต้องฟื้นฟูพลังเวทนับปี เหตุใดซาอูไม่สังหารเจ้าทิ้งให้สิ้นเรื่องราว?”

เซน่าทราบว่าจอมเวทจันทราต้องถามเขาเช่นนี้อยู่แล้วจึงกล่าว “ข้าไม่แน่ใจแต่อาจเป็นเพราะบิดาของข้าซึ่งเคยเป็นทหารหน่วยแบล็คเคิซ เมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยสละชีวิตช่วยซาอูไว้ในการศึกกับเผ่ายักษ์น้ำแข็ง จากนั้นซาอูก็นำข้าเข้าเป็นหน่วยแบล็คเคิซตั้งแต่ยังเล็ก นี่อาจเป็นเหตุให้ซาอูละเว้นชีวิตข้า แต่ก็ต้องการหยามข้าให้อัปยศเพื่อเป็นการลงโทษ”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “ซาอูดีต่อเจ้าไม่น้อย”

เซน่าตอบโดยไม่ขบคิดว่า “หน่วยแบล็คเคิซไม่เกรงต่อความตาย ที่ทนไม่ได้ที่สุดคือการถูกหยามเกียรติ”

จอมเวทจันทราถามว่า “ข้าช่วยเจ้าแล้วจะได้อะไร?”

เซน่ากล่าวว่า “ข้าจะทำงานให้ท่านสิ่งหนึ่ง ไม่ว่างานใดก็จะกระทำ”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “หากข้าให้เจ้าไปตายเล่า?”

เซน่ากล่าวว่า “ขอเพียงข้าชำระแค้นซาอูสำเร็จ ความเป็นความตายไม่สำคัญสำหรับข้าอีก”

วาจานี้เซน่ากลับกล่าวจากใจจริง นางเพียงแค้นซาอูที่ทำลายทุกอย่างในชีวิต ซ้ำยังลบหลู่เกียรตินางอย่างสูงสุด หากแก้แค้นสำเร็จ แม้ตายก็นับว่าคุ้มค่าเพราะแต่ไรมาเซน่าก็ไม่เคยเกรงต่อความตายอยู่แล้ว

จอมเวทจันทราพยักหน้า นางกล่าวว่า “เจ้ามีสองสิ่งควรจำไว้ หนึ่ง หากข้าช่วยเจ้าสำเร็จต้องทำงานให้ข้าหนึ่งอย่างแม้งานนั้นจะมีอันตรายถึงชีวิต สอง ที่ข้าช่วยเจ้าไม่ใช่เกิดจากความเมตตาหรือเห็นแก่ผลประโยชน์ แต่เพราะข้าเองก็มีความแค้นต่อซาอูเช่นกัน ข้าต้องการทำให้มันเห็นว่ามันไม่สามารถทำทุกสิ่งได้ตามปรารถนา”

ครั้งนี้เซน่ารู้สึกเหนือคาดหมายไม่น้อย นางถามว่า “ซาอูทำอะไรเจ้าหรือ? พลังเวทของเจ้าลึกล้ำสุดหยั่งถึง ข้าเห็นว่าแม้แต่ซาอูก็ไม่แน่จะชนะเจ้าได้”

ครานี้จอมเวทจันทรานิ่งเงียบไป นางกล่าวเปลี่ยนเรื่องว่า “หากจะล้างคำสาปต้องกระทำในคืนจันทร์เพ็ญเต็มดวง ข้าจะขอพรจากจันทราบนฟากฟ้า ใช้พรแห่งเทวฑูตสวรรค์เพื่อลบล้างสิ่งชั่วร้ายจากคำสาปอันดำมืด”

เซน่ากล่าวว่า “วันนี้เป็นคืนจันทร์เพ็ญพอดี”

จอมเวทจันทรากล่าวว่า “คืนนี้ข้าเหน็ดเหนื่อยแล้วเพราะวุ่นวายอยู่กับหนูสองตัวที่วิ่งเข้ามาในอาณาเขตของข้า”

จอมเวทจันทรากล่าวจบก็เดินเข้าห้องนอนของนางไป

จอมเวทจันทรากล่าวตำหนิเซน่าและโคโล่เป็นหนู แต่เซน่าหาได้มีโทสะเช่นปกติเพราะนางรู้สึกมีความหวังในการล้างคำสาป อารมณ์ยามนี้จึงดีเป็นพิเศษ แม้จะต้องรอถึงคืนจันทร์เพ็ญถัดไปก็ตาม

ดวงตะวันสาดแสงเจิดจ้ายามเช้า ทำให้บ้านของจอมเวทจันทรางดงามยิ่งกว่าเดิม โลหะสีเงินที่สร้างเป็นบ้านนางสะท้อนแสงตะวันส่องประกายระยิบระยับ ดูไปงดงามจับตาแทบไม่ต่างจากตำหนักของทวยเทพบนสวรรค์ที่ถูกอ้างอยู่ในตำราโบราณ

โคโล่ลืมตาตื่นขึ้น แม้เขาจะรู้สึกอ่อนล้าไปบ้าง แต่ก็รู้สึกพลังเวทในกายกลับคืนมาไม่น้อย เขาเห็นเซน่านั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการต่อสู้กับจอมเวทจันทราหลังจากเขายิงศรสายฟ้าด้วยพลังเวททั้งหมด

เซน่าซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร หันไปมองโคโล่ กล่าวว่า “เจ้าพักผ่อนก่อน อาการบาดเจ็บเจ้ายังไม่หายดี”

โคโล่เพิ่งตื่นยังรู้สึกงัวเงียอยู่บ้างจึงถาม “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?”

เซน่ากล่าวว่า “จอมเวทจันทรารับปากจะรักษาอาการป่วยให้ข้าและล้างคำสาปให้พ่อข้าแลกกับการให้ข้าทำงานสิ่งหนึ่งให้นาง อย่างอื่นเจ้าไม่ต้องสนใจ”

“และข้ายังให้ยาวิเศษอันมีค่าในการรักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้าด้วย ทำให้เจ้าไม่ต้องพิการ” จอมเวทจันทราเปิดประตูห้องของนางพร้อมกับเดินออกมา ด้วยท่วงท่างดงามประหนึ่งเจ้าหญิงอันสูงศักดิ์

โคโล่มองดูมือของตนเองที่รู้สึกชาด้านแทบไม่ต่างจากคนเป็นอัมพาต แต่อาการแดงที่มือของเขาจางลงไปมากแล้ว เมื่อเขาได้ยินว่าไม่ต้องพิการก็รู้สึกมีความหวังขึ้น โคโล่จึงกล่าวว่า “ขอบคุณจอมเวทจันทรา อาจารย์ข้ากล่าวถึงท่านหลายครั้ง ชื่นชมท่านไม่หยุดปาก ทำให้ข้าจำเรื่องราวของท่านได้จึงพานางมาให้ท่านรักษาที่นี่”

นางที่โคโล่เอ่ยถึงคือเซน่า

จอมเวทจันทราพยักหน้ากล่าวว่า “ไซนอสผู้เป็นอาจารย์เจ้าฝีมือไม่เลว สามปีก่อนเขาเจอกับข้าที่ป่าแห่งนี้ ธนูศักดิ์สิทธิ์ไร้ศรของเขานั้นเหนือคาดหมายของข้านัก พวกเราเล่นสนุกกันไม่น้อย”

ในชีวิตโคโล่นับถืออาจารย์ของเขาที่สุด เขาเห็นว่าอาจารย์เขามีฝีมือยากหาใครเทียบแต่กลับไม่สามารถเอาชนะจอมเวทจันทราได้ เขาเกรงจอมเวทจันทราจะดูถูกอาจารย์เขา เมื่อเห็นจอมเวทจันทรากล่าวชื่นชมอาจารย์เขาก็รู้สึกยินดี คำว่า “เล่นสนุกกันไม่น้อย” คล้ายกับเป็นการทดสอบฝีมือ แต่โคโล่ทราบว่าต้องเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดยิ่งกว่าพวกเขากับจอมเวทจันทราสู้กันเมื่อคืนนี้หลายเท่า

โคโล่ถามว่า “จอมเวทจันทรา ข้าชื่อโคโล่ ท่านมีชื่อหรือไม่?”

จอมเวทจันทราเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าว “เธด้า”

จอมเวทจันทราเธด้ากล่าวชื่อของนางจบก็เดินออกจากบ้านไป เซน่าเห็นดังนั้นก็เดินตามเธด้าออกจากบ้านเช่นกัน

 

“ขอบคุณ” เซน่ากล่าว

เธด้ายืนอยู่ที่รั้วบ้านริมบึงของนางถามว่า “เรื่องอะไร?”

เซน่ากล่าวว่า “ท่านช่วยข้าปกปิดไม่ให้โคโล่รู้ว่าข้าเป็นบุรุษ”

เธด้ากล่าวว่า “เรื่องของพวกเจ้าไม่ใช่ธุระที่ข้าจะยุ่งเกี่ยว ไม่ต้องสำนึกขอบคุณอะไร”

เธด้ากล่าวต่อว่า “แต่เมื่อถึงเวลา เจ้าหนุ่มน้อยนั่นก็ต้องรู้อยู่ดี”

เซน่ากล่าวว่า “เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกเขาเอง”

เซน่าเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนางต้องกังวลว่าโคโล่จะรู้เรื่องที่นางเป็นบุรุษ อาจเพราะโคโล่เสียสละเพื่อนางมามาก นางไม่อยากให้รู้ว่านางหลอกลวงเขา

 

ระหว่างรอค่ำคืนจันทร์เพ็ญที่กว่าจะมาถึงซึ่งมีเวลาเกือบสามสิบวัน เซน่าคอยดูแลรักษามือให้โคโล่จนนิ้วและมือของเขาเริ่มค่อย ๆ ขยับได้และหายดี โคโล่จึงขอเธด้าออกไปจากอาณาเขตของนางเพื่อไปหาโคลวินด์อาชาคู่ใจของเขา โดยมีเซน่าติดตามไปด้วย โคโล่เจอโควินด์ได้ไม่ยากเพราะมันเป็นม้าฉลาดและแสนรู้ มันอยู่บริเวณเดิมเพื่อรอนายมัน

วันนี้โคโล่พาเซน่ามาหมู่บ้านดอร์มัง เนื่องจากชุดบุรุษที่นางสวมใส่เก่าและสกปรกมาก ชุดของโคโล่ก็ใหญ่เกินกว่ากายนางจะสวมใส่ได้ถนัด เซน่าจ้างร้านตัดเสื้อตัดชุดบุรุษสีดำเท่าขนาดตัวของเรดิกัลเพราะนางทราบว่าอีกไม่นานนางจะคืนร่างเดิมแล้วและเซน่ายังเลือกชุดบุรุษที่มีขนาดใกล้ตัวกับนางซึ่งเป็นชุดสีน้ำตาล โดยมีโคโล่ซึ่งพอมีเงินติดตัวบ้างเป็นคนจ่ายให้

“เจ้าตัดชุดบุรุษไปให้ผู้ใด?” โคโล่ถาม

“บิดาข้า แม้เขาถูกคำสาปนอนนิทรานับปี แต่ข้าต้องการให้เขาได้สวมใส่ชุดใหม่บ้าง” เซน่าตอบ

เซน่ากล่าวต่ออีกว่า “สักวันข้าต้องตอบแทนเจ้าแน่”

“ไม่เป็นไร ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าต่อให้เป็นสตรีเหล็กบางครั้งก็ไม่ควรปฏิเสธความหวังดีของบุรุษ อย่างน้อยเจ้าก็ยังฟังข้า” โคโล่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

 

เมื่อคืนจันทร์เพ็ญมาถึงโคโล่และเซน่าขี่ม้าโคลวินด์ไปหาจอมเวทจันทราอีกครั้ง โคโล่ไม่เข้าใจว่าเซน่าจะไปหานางเรื่องอะไร เซน่ากล่าวเท็จว่านางนัดกับจอมเวทจันทราไว้เพื่อคุยเรื่องคำสาปของพ่อนาง

การเข้าป่าไม่หวนกลับครานี้ พวกสัตว์ปีศาจต่างไม่ขัดขวางพวกเขาอีก พวกสัตว์เหล่านี้เมื่ออยู่ในอาณาเขตจอมเวทจันทรา หากผู้เป็นนายไม่สั่งการพวกมันแทบไม่ต่างจากสัตว์บ้านที่เชื่องเชื่อ

เมื่อมาถึงบ้านของเธด้า เห็นนางยืนรอที่ริมบึงน้ำหน้าบ้านของนาง

เธด้ากล่าวว่า “ตามข้ามา”

เซน่ากล่าวว่า “โคโล่เจ้ารออยู่ที่นี่ หากข้าคุยธุระเสร็จจะกลับมา”

เธด้ากล่าวกับโคโล่ว่า “เจ้าไปรออยู่ในบ้านข้าก่อน”

โคโล่รู้สึกผิดปกติเล็กน้อย เขารู้สึกว่าการคุยธุระไม่น่าจะลึกลับแบบนี้ จึงกล่าว “แต่ข้า..แต่ข้า..”

เขาไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรเพื่อจะตามทั้งสองคนนี้ไป

ทันใด จอมเวทจันทราดีดเล็บคราหนึ่ง โคโล่เห็นประกายผงสีฟ้าอ่อนปลิวเข้าจมูกเขา โคโล่รู้สึกง่วงนอนทันที จากนั้นเขาก็ล้มลงหลับใหลไป

เซน่ารับร่างโคโล่ไว้ทันและถามว่า “ท่านทำอะไรเขา”

เธด้าเอื้อนเอ่ยว่า “หากดวงตะวันไม่ขึ้นแทนจันทรา ผู้นิทราจะไม่มีวันตื่นขึ้น”

จากนั้นเธด้าอธิบายว่า “นี่คือผงสู่ราตรีเป็นผงซึ่งทำให้ผู้สูดดมหลับใหลเป็นเวลาหนึ่งราตรีและจะตื่นขึ้นเมื่อถึงเช้าวันใหม่”

เซน่าจัดแจงให้โคโล่นอนที่เตียงในบ้านจอมเวทจันทราให้เรียบร้อย นางหยิบเสื้อผ้าชุดดำที่สั่งตัดไว้ จากนั้นเดินตามเธด้าไป…

 

-------------------------

จอมเวทจันทราจะล้างคำสาปได้ไหม? เซน่าจะได้กลับร่างเป็นเรดิกัลไหม ช่วยลุ้นแทนเซน่าหน่อยครับ ตอนต่อไปสนุกแน่

จบบทที่ ตอนที่ 11 คำสัญญากับจอมเวท

คัดลอกลิงก์แล้ว