เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: นักเรียนใหม่ผู้แสนพิเศษ

บทที่ 7: นักเรียนใหม่ผู้แสนพิเศษ

บทที่ 7: นักเรียนใหม่ผู้แสนพิเศษ


“มาจ้ะ ทุกคนเข้าแถวให้เรียบร้อย ยิ้มหน่อย”

“เอาล่ะ ไม่ร้องไห้กันแล้วนะทุกคน ต่อไปก็ยังมีโอกาสได้เจอกันอีก ไม่แน่ว่าพอขึ้นประถมอาจจะได้อยู่ห้องเดียวกันอีกก็ได้”

“เชิญผู้ปกครองมาถ่ายรูปหมู่ด้วยกันเลยค่ะ!”

ที่โรงเรียนอนุบาลสายรุ้ง เหล่าคุณครูกำลังวุ่นอยู่กับการจัดให้เด็กๆ ชั้นอนุบาลโตที่กำลังจะจบการศึกษาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ช่วงเวลาสามปีในโรงเรียนอนุบาลผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลินจื่อเฉินและเสิ่นชิงหาน คู่เพื่อนสมัยเด็ก ต่างก็จบการศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลสายรุ้งอย่างราบรื่น

จากเด็กน้อยวัยสี่ขวบตอนที่เข้ามา เติบโตขึ้นเป็นเด็กโตวัยเจ็ดขวบในตอนนี้

ทิ้งร่องรอยอันลึกซึ้งไว้ในชีวิต

“หานหาน มาหาป้าซินทางนี้ มาถ่ายรูปคู่กับเฉินเฉินหน่อย”

“มาแล้วค่า”

เสิ่นชิงหานวิ่งไปยังฝั่งของจางหว่านซินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพื่อถ่ายรูปคู่กับหลินจื่อเฉินที่เธอชอบที่สุด

หลินจื่อเฉินมองไปที่เสิ่นชิงหานที่อยู่ข้างๆ แล้วก็พบว่าเพื่อนสมัยเด็กของเขาคนนี้ เติบโตขึ้นมาสวยจนน่าเหลือเชื่อโดยไม่รู้ตัว

เธอเป็นคนที่โดดเด่นอย่างยิ่งในโรงเรียนอนุบาลสายรุ้ง เป็นคนที่เด็กผู้ชายส่วนใหญ่แอบชอบ

โชคดีที่หน้าตาของเขาก็ไม่เลว โดดเด่นไม่แพ้กัน

และในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขากวาดรางวัลทั้งหมดของโรงเรียนอนุบาลสายรุ้งมาครอง ทำให้เสน่ห์ของตัวเองนั้นเหนือกว่าเสิ่นชิงหานอยู่หนึ่งขั้น

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาได้รับของขวัญจากเด็กผู้หญิงมากมายในโรงเรียนอนุบาล

ทุกๆ ระยะหนึ่ง ก็จะพบขนมที่เด็กผู้หญิงที่แอบชอบเขายัดไว้ในลิ้นชัก

หลังจากช่วงเวลาถ่ายรูปสิ้นสุดลง

สวีเมิ่งเดินมาหาจางหว่านซินแล้วถามว่า: “หว่านซิน เธอวางแผนจะให้เฉินเฉินเรียนประถมที่ไหนเหรอ?”

“รู้สึกว่าโรงเรียนประถมแถวนี้ก็คล้ายๆ กันหมดนะ กะว่าจะให้เรียนที่โรงเรียนประถมซันไชน์ที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดน่ะ”

“โรงเรียนประถมซันไชน์ก็ดีนะ งั้นฉันให้หานหานบ้านฉันเรียนด้วยแล้วกัน”

สวีเมิ่งยิ้มแล้วพูด

เสิ่นชิงหานที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างทันทีแล้วมองไปที่หลินจื่อเฉิน พร้อมกับพูดอย่างดีใจว่า:

“เฉินเฉิน พอขึ้นประถมเราก็จะได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันอีกแล้วนะ”

“อืม เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันต่อไป”

“แล้วในอนาคต ม.ต้น ม.ปลาย มหาวิทยาลัย เราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันต่อไปดีไหม?”

“ได้สิ” หลินจื่อเฉินยิ้มแล้วพูด

เขาคุ้นเคยกับการมีเสิ่นชิงหานอยู่ข้างๆ แล้ว เขามีความสุขกับความรู้สึกที่เพื่อนสมัยเด็กได้เติบโตไปพร้อมๆ กัน และหวังว่ามันจะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ

……

ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในพริบตาก็ถึงฤดูเปิดเทอมในเดือนกันยายน

สำหรับหลินจื่อเฉินแล้ว ชีวิตในโรงเรียนประถมไม่ได้แตกต่างจากตอนอยู่โรงเรียนอนุบาลเลย

ในเวลาเรียนก็อ่านหนังสือของตัวเอง ทำความเข้าใจพื้นหลังของโลกใบนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แล้วพอเลิกเรียน ก็หาซอกมุมที่ไม่มีคน แอบออกกำลังกายอย่างหนัก เดินไปบนเส้นทางแห่งการพัฒนาให้ไกลยิ่งขึ้น

สิ่งเดียวที่แตกต่างคือ หลินจื่อเฉินไม่จำเป็นต้องให้พ่อแม่ไปรับส่งที่โรงเรียนอีกแล้ว

เขาเลือกที่จะเดินไปกลับโรงเรียนเอง นอกจากจะทำให้อิสระขึ้นแล้ว ยังทำให้พ่อแม่สบายขึ้นด้วย

สำหรับเรื่องที่ไม่ต้องไปรับส่งนี้ หลินเหยียนเซิงและจางหว่านซินต่างก็วางใจเขามาก

เพราะโรงเรียนอยู่ไม่ไกล เดินเพียงสิบนาทีก็ถึง

แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้สองสามีภรรยาวางใจได้จริงๆ คือ หลินจื่อเฉินแสดงความสามารถที่โดดเด่นมาตั้งแต่เด็ก เพียบพร้อมทั้งบุ๋นและบู๊ สามารถปกป้องตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องให้พ่อแม่เป็นห่วง

เสิ่นชิงหานเห็นหลินจื่อเฉินเดินไปกลับโรงเรียน ก็ร้องจะไปด้วย

ตอนแรกเสิ่นเจี้ยนเย่กับสวีเมิ่งไม่ยอม แต่เมื่อเห็นเธอยืนกราน สุดท้ายก็ยอมตกลง

คิดว่าถ้ามีหลินจื่อเฉินไปด้วย ลูกสาวที่ซุ่มซ่ามของตัวเองก็น่าจะได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี

……

เช้าวันนี้

หลินจื่อเฉินทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ไปรอที่หน้าประตูบ้านเพื่อให้เสิ่นชิงหานทานเสร็จแล้วไปโรงเรียนด้วยกัน

ระหว่างที่รออย่างเบื่อๆ เขาก็คิดในใจแล้วเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดูข้อมูล

【ชื่อ: หลินจื่อเฉิน】

【อายุ: 7 ปี】

【ระดับชีวภาพ: สามัญ (ขั้นที่สอง)】

【คุณสมบัติทางชีวภาพ: ยิ่งใช้ยิ่งพัฒนา ไม่ใช้ยิ่งเสื่อมถอย, ปัญญาฟ้าประทาน】

ระดับชีวภาพยังคงเป็นสามัญขั้นที่สอง

แต่เมื่อเทียบกับเมื่อสองปีครึ่งที่แล้วตอนที่ยังอยู่อนุบาลเล็ก ตอนนี้ความแข็งแกร่งของหลินจื่อเฉินเพิ่มขึ้นมาก

สามารถยกบาร์เบลหนัก 200kg ได้ด้วยมือเดียว

กระโดดสูงในแนวตั้งได้ถึง 2 เมตร

วิ่งร้อยเมตรได้ต่ำกว่า 8 วินาที……

ข้อมูลแต่ละอย่าง ล้วนทำลายสถิติโลกในชาติที่แล้วไปไกล

หากอยู่ในชาติที่แล้ว เขาคงเป็นเหมือนซูเปอร์แมน

แต่เมื่อมาอยู่ในโลกที่กลายพันธุ์และมีพลังเหนือธรรมชาติใบนี้ เขายังห่างไกลจากคำว่าซูเปอร์แมนอยู่มาก

ในช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมา หลินจื่อเฉินได้ค้นหาวิดีโอที่เกี่ยวกับผู้หลอมรวมยีน, มนุษย์ดัดแปลงจักรกล และสัตว์อสูรดูในอินเทอร์เน็ตมากมาย

ทั้งสามอย่างในวิดีโอ เหาะเหินเดินอากาศ ดำดิน ย้ายภูเขาถมทะเล ทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เทียบได้กับเซียนบนดิน

ทุกครั้งที่ดู ในใจก็จะรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง

“โลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจนเกินจะเข้าใจอยู่มากมายเหลือเกิน ฉันต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ไปถึงระดับที่เทียบเท่ากับเทพเซียน…”

หลินจื่อเฉินคิดในใจอย่างเงียบๆ

ในขณะนั้น เสิ่นชิงหานก็ทานอาหารเช้าเสร็จแล้วออกมา

เธอสวมชุดนักเรียนฤดูร้อนสีฟ้าอ่อน กระโดดโลดเต้นอย่างมีชีวิตชีวามาอยู่ตรงหน้าหลินจื่อเฉิน พร้อมกับยิ้มด้วยดวงตาที่ฉ่ำวาว:

“เสี่ยวเฉิน รอนานไหม”

ตั้งแต่หลินจื่อเฉินจบอนุบาล หลินเหยียนเซิงและจางหว่านซินก็ไม่เรียกเขาว่า 'เฉินเฉิน' อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นเรียก 'เสี่ยวเฉิน' แทน เพื่อให้ฟังดูไม่เป็นเด็กจนเกินไป

เสิ่นชิงหานได้ยินบ่อยๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเรียก 'เสี่ยวเฉิน' ตามไปด้วย

ส่วนเสิ่นชิงหาน หลินจื่อเฉินยังคงเรียกเธอว่า 'หานหาน' เหมือนเดิม

เพราะเด็กผู้หญิงไม่เหมือนเด็กผู้ชาย ชื่อเล่นซ้ำคำของเด็กผู้หญิง ฟังแล้วจะรู้สึกน่ารัก ไม่ได้รู้สึกว่าดูเป็นเด็ก

……

เมื่อมาถึงโรงเรียนประถมซันไชน์

หลินจื่อเฉินกับเสิ่นชิงหานยังคงนั่งโต๊ะเดียวกัน

แต่ทั้งสองคนไม่เคยคุยกันในเวลาเรียน ต่างคนต่างก็นั่งทำเรื่องของตัวเองอย่างเงียบๆ

หลินจื่อเฉินอ่านหนังสือนอกเวลาที่เอามาจากบ้าน

ส่วนเสิ่นชิงหานก็ตั้งใจฟังครูสอนอย่างจริงจัง

สมัยเรียนอนุบาล เสิ่นชิงหานดูซุ่มซ่าม ท่าทางไม่ค่อยฉลาดนัก

ตอนเรียนภาษาอังกฤษ เธออ่านคำว่า 'grandmother' เป็น 'แกงมาเด้อ' เลยทีเดียว

แต่พอขึ้นประถม เธอกลับฉลาดขึ้นอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่สอบก็จะได้ที่สองของห้องอย่างสม่ำเสมอ

ที่เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพ่อแม่ที่เป็นครูคอยสอนเป็นอย่างดีที่บ้าน และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีหลินจื่อเฉินคอยติวให้ที่โรงเรียน

“จื่อเฉิน หนังสือ «โครงสร้างสิ่งมีชีวิต» เล่มเมื่อวานอ่านจบแล้วเหรอ?”

ในห้องเรียน ครูคณิตศาสตร์เดินผ่านข้างๆ หลินจื่อเฉิน เมื่อเห็นว่าหนังสือที่เขาอ่านตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวาน ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วถามขึ้นมา

หลินจื่อเฉินเปิดหน้าต่อไปของหนังสือ แล้วตอบโดยไม่เงยหน้า: “ครับ อ่านจบแล้ว”

ทุกครั้งที่สอบคณิตศาสตร์เขาจะได้คะแนนเต็มเสมอ ทำให้เขาได้รับสิทธิ์ในการอ่านหนังสือนอกเวลาในคาบคณิตศาสตร์ได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าครูคณิตศาสตร์จะว่าอะไร

ครูคณิตศาสตร์อดทึ่งไม่ได้: “จื่อเฉิน เธอเก่งจริงๆ เลยนะ การแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาแห่งชาติสัปดาห์หน้า ครูฝากความหวังไว้ที่เธอนะ”

หลินจื่อเฉินพูดเรียบๆ: “ไม่ต้องห่วงครับครู ผมจะคว้าที่หนึ่งมาให้ได้”

นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องมองภาพนี้ ต่างก็มีสีหน้าอิจฉาปรากฏขึ้นบนใบหน้า

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของเพื่อนๆ รอบข้าง เสิ่นชิงหานก็ยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อย รู้สึกภูมิใจในความยอดเยี่ยมของเพื่อนสมัยเด็ก และถือเป็นเกียรติ

ส่วนหลินจื่อเฉินนั้น ในใจกลับไม่รู้สึกอะไรเลย เขาเพียงแค่อ่านหนังสือของตัวเองเงียบๆ ดูดซับความรู้ต่างๆ

……

ในวันต่อๆ มา

ทุกครั้งที่สอบหลินจื่อเฉินจะได้ที่หนึ่งของโรงเรียนเสมอ และทุกครั้งที่มีกีฬาสีเขาก็จะทำลายสถิติของโรงเรียน

ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนดีหรือนักเรียนเกเร เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ในใจก็เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง

ขณะที่เขาคิดว่าช่วงเวลาหกปีในโรงเรียนประถมของเขาจะผ่านไปอย่างราบรื่น แล้วปลดล็อกฉายา 【ขาใหญ่ประถม】 ได้สำเร็จ

อยู่มาวันหนึ่ง ห้องเรียนก็ได้ต้อนรับนักเรียนใหม่ที่พิเศษมากคนหนึ่ง

นั่นคือวันหนึ่งในเทอมแรกของชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

หลินจื่อเฉินกำลังเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในห้องเรียน

เรียนไปได้ครึ่งทาง ครูประจำชั้นก็พาเด็กผู้หญิงผมขาวคนหนึ่งเข้ามาในห้อง แล้วบอกทุกคนว่านี่คือนักเรียนใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมาเรียนกับทุกคนในห้องนี้

ในวินาทีที่เห็นเด็กผู้หญิงผมขาว

หลินจื่อเฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่ใช่มนุษย์เล็ดลอดออกมาจากตัวเธอ

……

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 7: นักเรียนใหม่ผู้แสนพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว