เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 : เอียนปะทะโอเวน

บทที่ 30 : เอียนปะทะโอเวน

บทที่ 30 : เอียนปะทะโอเวน


บทที่ 30 : เอียนปะทะโอเวน

 

ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้น เอียนตัดสินใจไปพบกับซีโรเซียเพื่อลองพูดคุยดู เขาอยากรู้ว่าเธอพร้อมสำหรับการแข่งแบบนี้หรือว่าถูกบังคับให้กลายเป็นของรางวัลอย่างที่เขาหวั่นใจ

 

หลังจากกิลเลนย้ายออกจากดิกนิตี ซีโรเซียที่ควรจะต้องพักอยู่ในห้องของเขาก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ในห้องเก่าของกิลเลนต่อ จนกว่าเธอจะมีผู้ถูกเลือกคนใหม่

 

เอียนยืนนิ่งอยู่นานหน้าห้องของเธอเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มต้นคุยยังไง จนสุดท้ายพอตัดสินใจได้และกำลังจะกดปุ่มอินเตอร์คอม ประตูก็เปิดออกซะก่อนพร้อมกับซีโรเซียที่ทำท่าตกใจเมื่อเห็นคนมายืนอยู่หน้าประตูอย่างไม่ตั้งตัว

 

“ซีโรเซีย!”

 

“นาย…” เธอทำท่านึก “เอียนจากทีมเอปไซลอน… ใช่ไหม”

 

เอียน แมคเบรเยอร์” เขาตอบ “ผมอยากจะมาคุยเรื่องเกี่ยวกับ… การแข่ง”

 

ซีโรเซียมีสีหน้าหมองลงเมื่อเธอได้ยินเรื่องของการแข่งขัน “เข้ามาคุยกันก่อนสิ”

 

เอียนไม่รอให้เสียเวลาเมื่อเข้ามาในห้องเขาก็เข้าเรื่องทันที “ผมได้ยินมาว่าคุณไม่ต้องการซิงโครกับใคร เลยอยากรู้ว่าคุณเต็มใจให้มีการแข่งแบบนี้ขึ้นรึเปล่า”

 

“ฉันรู้สึกว่าถ้าไปซิงโครกับคนอื่น มันจะผิดกับเนวิลที่จากไป” เธอตอบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม “แต่ว่า…”

 

“คุณแมดเดอลีนบังคับคุณเหรอ”

 

เธอส่ายหน้าจนผมทวินเทลทั้งสองข้างสะบัดไปมา “ไม่เกี่ยวกับคุณแมดเดอลีนหรอก… แต่เพราะความเอาแต่ใจของฉัน หมอนั่นเลย… หมอนั่นต้องลงจากยานก็เพราะฉัน”

 

“เขาสมัครใจลงไปเองไม่ใช่เหรอ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย” เขาแสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกมา

 

“ถ้าฉัน… ยอมเป็นกำลังให้กิลเลน เขาก็ไม่ต้องออกไปเผชิญโลกคนเดียว” หญิงสาวเริ่มน้ำตาคลอ เธอรู้สึกแปลกใจตัวเอง ปกติเธอไม่ค่อยจะพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา จะรักจะเกลียดก็มักจะพูดตรงกันข้าม แต่เพราะความกดดันที่เจอมาตลอดหลายเดือน มันทำให้เธอพูดหลาย ๆ อย่างออกไปกับคนแปลกหน้าอย่างเอียน

 

“ถ้าเขาทำเพื่อคุณจริง เขาก็คงไม่มีความสุขหรอกที่คุณมัวแต่มาโทษตัวเองอยู่แบบนี้”

 

ซีโรเซียก้มหน้าก้มตา เอียนไม่อยากให้เธออึดอัดจึงทำทีหันไปมองรอบ ๆ ห้องแทน

 

“ถ้าคุณยังไม่พร้อมซิงโครกับใครจริง ๆ ผมจะลองหาทางช่วยดู”

 

“นายจะทำยังไง จะไปคุยกับคุณแมดเดอลีนอีกทีเหรอ ไม่มีประโยชน์หรอก” เธอเงยหน้าขึ้นมา

 

“ผมก็แค่ต้องชนะการแข่งให้ได้” เอียนตอบไปทั้งที่ยังนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเอาปัญญาอะไรไปชนะคนอื่นได้ เขาก็แค่คนที่มีพลังรักษาเท่านั้น

 

“กิลเลน หมอนั่นไม่มีคาตาลิสต์เลยแม้แต่คนเดียว คุณแมดเดอลีนก็เลยบีบให้เขาต้องซิงโครกับคุณ แต่ผมน่ะมีคาตาลิสต์อยู่แล้ว ถ้าได้คุณมาเป็นคู่ผมน่าจะขอผัดผ่อนไปจนกว่าคุณจะพร้อมได้” เอียนพูดจบก็ลุกขึ้นและทำท่าจะเดินจากไป

 

“นายมีเหตุผลอะไรต้องทำแบบนั้นด้วย” ซีโรเซียพูดขึ้น คำถามของเธอรั้งเอียนที่กำลังจะพ้นจากห้องไป

 

เขาชะงักและหันมาตอบเธอ “ผมไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ ที่ทำก็เพราะว่าอยากได้คุณมาเป็นกำลังให้ ผมแค่ไม่อยากฝืนใจให้คุณทำเรื่องที่ไม่อยากทำก็เท่านั้นแหละ”

 

“แม้ว่าถึงรอแค่ไหน ฉันก็อาจจะไม่…”

 

“ผมเคยรู้จักเด็กคนนึง..” แทนที่จะตอบสิ่งที่ซีโรเซียคาใจ เขากลับเล่าเรื่องอื่นแทน มันเป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับความเกลียดชัง

 

“หลังจากเสียพ่อไป หมอนั่นก็เกลียดแม่ของตัวเอง เขาเชื่อมาตลอดว่าเธอเห็นแก่ความสบายจนยอมไปเป็นผู้หญิงของพวกมาเฟีย จนวันหนึ่งมันก็สายไปแล้ว”

 

“ในวันที่เธอจากไป เด็กชายที่ตอนนั้นย่างเข้าสู่วัยรุ่นเพิ่งได้รับรู้ความจริง แม่ของเขาปกป้องเขามาตลอด พ่อของเขาติดหนี้เงินกู้ก้อนโตเอาไว้ เธอทำทุกอย่างเพียงเพื่อปกป้องสมบัติไม่กี่ชิ้นที่เหลืออยู่ และสมบัติที่สำคัญที่สุดของเธอเสมอ ก็คือลูกชายคนเดียวของเธอนั่นเอง…”

 

ซีโรเซียนิ่งเงียบเธอไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะรู้ดีว่าเด็กในเรื่องเล่าของเขามันคงจะเป็นตัวเขาเอง ความรู้สึกผิดต่อแม่ที่เขาเคยเกลียดทำให้เขาเลือกที่จะทำดีกับผู้หญิงทุกคนเพื่อชดเชยอะไรบางอย่าง

 

“ไม่มีเหตุผลอะไรลึกซึ้งหรอก ก็คงแค่อยากจะไถ่บาปอะไรบ้าง” เอียนทิ้งท้ายก่อนที่จะจากไป

 

สนามการต่อสู้ถูกจัดเตรียมภายในวันต่อมาหลังจากข่าวถูกประกาศออกไป เอียนเดินเข้ามาในห้องเตรียมตัวก่อนจะลงไปยังสนามโดยมีโคลเวอร์ยืนอยู่ข้าง ๆ เอียนไม่เห็นใครอื่น ดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นชายที่อยู่อีกฟากของสนามต่อสู้

 

โอเวนยืนบิดข้อมือด้วยท่าทีสบาย ๆ เหนือสนามต่อสู้เฉพาะกิจมีแมดเดอลีนและผู้เข้าชมบางส่วนอยู่ โคลเวอร์หันมากระซิบกับเอียน

 

“สัญญาแล้วนะฮะ”

 

เอียนพยักหน้าและยกนิ้วโป้งให้ โคลเวอร์เดินออกจากสนามไปโดยไม่ลืมที่จะหันมามองเอียนอย่างเป็นห่วง

 

“กติกาการแข่งขันเพื่อแย่งชิงคาตาลิสต์ครั้งนี้มีกฎอยู่ข้อเดียว” เสียงประกาศของแมดเดอลีนดังขึ้น พวกเขาทั้งสองแหงนมองไปที่เธอซึ่งข้างกันนั้นเป็นร่างของซีโรเซียที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ห้ามทำให้อีกฝ่ายตาย”

 

โอเวนตะโกนกลับไป “แล้วจะตัดสินกันยังไง”

 

“ทำให้อีกฝ่ายยอมแพ้ก็พอ” สิ้นเสียงแมดเดอลีน ไฟของห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้นมา

 

ผู้ที่ลงแข่งในคราวนี้มีทั้งหมดแปดราย เกินกว่าครึ่งในนั้นลงแข่งเพียงเพราะนึกสนุกไม่ได้คิดอยากชิงตัวซีโรเซียมาจริง ๆ

 

พวกเขาถูกจับแบ่งคู่ในการแข่ง ในรอบแรกเอียนต้องพบกับทอดด์หัวหน้าทีมของเขาเอง ดูเหมือนทอดด์จะคิดแบบเดียวกันคือเขาต้องการให้เอปไซลอนมีสมาชิกเพิ่ม เขาถามเอียนว่ายอมแพ้เขาได้ไหมเพราะเขาอยากจะเก็บแรงไว้สู้รอบต่อไปให้มากที่สุด แต่เอียนกลับปฏิเสธโดยไม่ได้บอกเหตุผลใด ๆ

 

เมื่อสัญญาณเริ่มการแข่งดังนั้น ทอดด์ก็เป็นฝ่ายขอยอมแพ้ในทันที

 

“ถ้านายคิดจะสู้จนชนะ ก็เก็บแรงไว้เถอะ เอาเธอมาเข้าทีมเราให้ได้” ทอดด์ตบบ่าให้กำลังใจก่อนจะเดินกลับไปที่นั่งคนดู

 

...ผ่านรอบแรกแล้ว ถึงจะชนะเพราะทอดด์ยอมถอยให้ก็เถอะ…

 

ไม่ใช่แค่เอียนที่ชนะผ่านมาได้ โอเวนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มาถึงรอบสองได้โดยแทบไม่เหนื่อยแรง คู่ต่อสู้ของเขาคือบาร์เรต ทั้งคู่แค่ประลองกำลังกันพอหอมปากหอมคอก่อนที่บาร์เรตจะยอมแพ้โดยยังไม่ทันบาดเจ็บใด ๆ เลย

 

...จากแปดเหลือแค่สี่แล้ว อีกนิดเดียว...

 

แต่ความหวังของเอียนก็เกือบจะหมดสิ้น เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้คนต่อไปของเขาคือแพทริค ชายที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับสองของผู้ถูกเลือกทั้งหมด

 

“นายรู้ใช่ไหมว่า ฉันสะกดจิตให้นายยอมแพ้ยังได้” แพทริคพูดเสียงเย็น

 

เอียนรู้ดีว่าเขาพูดจริง พลังขั้นที่สองของแพทริคเรียกได้ว่าไร้เทียมทานเลยทีเดียว ถ้าไม่ติดที่เขาไม่ค่อยจริงจังกับการทำภารกิจ คะแนนของเขาควรจะแซงโอเวนไปแล้ว

 

“มาแลกเปลี่ยนกันไหม ฉันจะปล่อยให้นายชนะก็ได้ แต่ขอโคลเวอร์ไปแทน”

 

“ว่าไงนะ” เอียนถาม แพทริคถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ

 

“ถ้าฉันมีพลังรักษาได้อีกอย่าง เวลาที่ต้องสู้กับบอสไทป์ก็จะง่ายขึ้นอีกมาก”

 

“...” เอียนเข้าใจเหตุผลของเขา แต่ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี

 

“ต่อให้เสียคาตาลิสต์ไป แต่พลังที่เคยได้รับครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่หายไปหรอก นายไม่ได้เสียหายอะไรเลย”

 

“เออร์ซิเนีย คาตาลิสต์ของนายน่ะชอบกินอะไรเหรอ” อยู่ดี ๆ เอียนก็ยิงคำถามแปลก ๆ ออกมา

 

“พูดเรื่องอะไรของนาย” แพทริคพยายามอ่านความคิดของเขาแต่มันไม่จำเป็นเลยเพราะเขากำลังจะพูดออกมาจนหมด

 

“โคลเวอร์น่ะ ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่หมอนั่นชอบกินของจุกจิก ขนมหวาน เกลียดหัวหอม และไม่ชอบผลไม้ทุกชนิดที่มีเมล็ดใหญ่ ๆ” เอียนร่ายชุดใหญ่ก่อนที่จะตบท้าย “นายน่ะไม่ได้ใส่ใจคนอื่นนักหรอก โคลเวอร์ไปอยู่กับนายเขาต้องไม่มีความสุขแน่ ๆ”

 

แพทริคได้ยินแบบนั้นจากที่เคยยั้งมือไว้ก็ตัดสินใจส่งกระแสจิตมาควบคุมเอียนในทันที เอียนเองรู้ทันความสามารถนี้และคิดหาวิธีรับมือเอาไว้แล้ว แต่มันเป็นวิธีที่เขาเองก็ไม่ได้อยากใช้เลย

 

กร๊อบบ

 

ตอนนั้นทุกคนที่ดูอยู่ต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นเอียนหักนิ้วของตัวเอง มันเป็นจังหวะที่เขารู้สึกได้ว่าสติกำลังถูกครอบงำ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้านทานการสะกดจิตไว้ได้ และพริบตาต่อมานิ้วที่หักก็กลับมาอยู่ในสภาพดีดังเดิมด้วยพลังรักษา

 

‘...บ้าเอ้ย รักษาได้ก็จริง แต่เจ็บจนแทบสงบเลยว้อย…’

 

แพทริครู้ดีว่าที่เอียนทำก็แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น เขาไม่มีแผนอะไรที่จะเอาชนะได้เลย มันก็แค่วิธีการทรมานตัวเองเท่านั้นแหละ

 

“จะต่อได้รึยัง” เอียนเสียงสั่น

 

“พอเถอะหมดอารมณ์จะสู้ด้วยแล้ว” แพทริคถอนหายใจ “ถามอะไรหน่อย รอบต่อไปนายจะต้องเจอกับโอเวนไม่ก็เจโรม นายจะเอาชนะยังไง”

 

แม้จะไม่มีคำตอบจากเอียน แต่แพทริคก็ตัดสินใจยอมแพ้และปล่อยให้เอียนต้องไปลุ้นต่อว่าเขาจะทำยังไงกับรอบสุดท้าย

 

ด้านโอเวนการต่อสู้ของเขาจบลงอย่างรวดเร็ว เจโรมผู้นำของแกมมาพ่ายแพ้ให้กับกองทัพสัตว์ป่าของเขาก่อนที่จะได้ลงมือแช่แข็งพวกมันจนหมด นั่นทำให้การต่อสู้รอบสุดท้ายกลายเป็นคู่ของโอเวนและเอียน

 

โอเวนยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นเพียงสายสนับสนุน เขาคิดว่าชัยชนะครั้งนี้คงได้มาอย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

 

เอียนกลืนน้ำลาย เขาเห็นโอเวนตั้งหมัดขึ้นมาเตรียมพร้อม ชายหนุ่มถอยหลังไปหนึ่งก้าวเฝ้ารอดูการโจมตีที่กำลังจะโรมรันเข้ามาภายใน

 

3...2...1

 

“เริ่มการต่อสู้ได้!” แมดเดอลีนตะโกนลั่นเป็นสัญญาณ โอเวนยิ้มเยาะเขาพุ่งเข้ามาสวนหมัดขวาโดยเล็งที่ใบหน้าของเอียนเป็นจุดแรก เอียนผงะไปเล็กน้อยเมื่อได้สัมผัสกับความเร็วของโอเวนเป็นครั้งแรก

 

“หลบได้งั้นหรอ” โอเวนกล่าว เข้าใช้จังหวะนั้นเข่าเข้าที่ท้องของเอียน

 

“อั่ก” เอียนกระอัก ชายหนุ่มงอตัวลงด้วยความเจ็บปวดก่อนจะใช้ขาสวนเตะกลับไป โอเวนหลบได้ ชายหนุ่มกระชากขาของเอียนเอาไว้และยึดมันด้วยแขนที่แข็งแรงกว่า “หึ”

 

เอียนเบิกตากว้าง พยายามบิดตัวให้หลุดจากการจับกุม แต่โอเวนรวดเร็วกว่าเขาใช้ศอกกระแทกเข้าที่ข้อเข่าของเอียน วินาทีต่อมาเสียงลั่นกรอบของกระดูกก็ดังลั่น

 

กร๊อบ!

 

“อ๊ากกก” เอียนร้องลั่น โอเวนหัวเราะอย่างสนุกสนานราวกับเล่นกับกระสอบทราย เขารุดเข้าไปที่ช่วงตัวของเอียนตอนที่ชายหนุ่มเสียการทรงตัวเพราะสูญเสียขาไปข้างหนึ่ง โอเวนต่อยเสยคางจนเอียนลอยละลิ่ว

 

โคลเวอร์แทบจะทนดูภาพตรงหน้าไม่ได้ เขาปิดปากของตนไม่ให้เสียงร้องดังออกไป เด็กหนุ่มก้มมองไปที่ห้องต่อสู้ที่อยู่ต่ำลงไป เขาเห็นโอเวนรัวหมัดเข้าที่หน้าของเอียน ผู้ถูกเลือกของเขานั้นช้ากว่า เจ้าตัวไม่สามารถโต้สวนหมัดที่เร็วและรุนแรงได้แม้แต่ครั้งเดียว

 

“ไง อยากได้ซีโรเซียนักหรือไง” โอเวนพูดขึ้น เขาดีดตัวออกห่างเพียงครู่เพื่อรอฟังคำตอบจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดสด “นายนี่ได้ทั้งสองเลยเรอะ ทั้งผู้หญิง” โอเวนปรายตาไปที่ซีโรเซียอย่างน่ารังเกียจก่อนจะตวัดสายตาไปที่คาตาลิสต์หนุ่มน้อยของเอียน “ทั้งผู้ชาย”

 

แสงสว่างสีเขียวอ่อนห่อล้อมทั้งตัวของเอียนเอาไว้ บาดแผลและกระดูกที่หักถูกรักษาอย่างรวดเร็ว เขาหยัดยืนขึ้นเต็มสองขา “ก็ดีกว่าให้ซีโรเซียไปอยู่กับคนจิตใจสกปรกแบบแก”

 

“เหอะ งั้นแกก็เอาชนะฉันให้ได้สิวะ” ไม่ว่าเปล่า โอเวนบุกเข้าไปหาเอียนอีกครั้ง โคลเวอร์เกาะอยู่ที่กระจกอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นโอเวนใช้เข่ากระแทกหน้าท้องของเอียน

 

เอียนลอยขึ้นอย่างที่โอเวนตั้งใจ เขากระโดดล็อคคอของคู่ต่อสู้และจับทุ่มกับพื้น เอียนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด จากนั้นภาพไม่น่าดูก็ทำให้โคลเวอร์ต้องเบือนหน้าหนี การตั้งรับการโจมตีที่รุนแรงเพียงอย่างเดียวทำให้กระดูกของเอียนรับไม่ไหว ทุกส่วนของร่างกายโอเวนที่ใช้โจมตีเอียนได้ถูกงัดออกมาใช้ทั้งหมด

 

“ยังจะรักษาอีกรึไง” โอเวนพูดอย่างหงุดหงิดใจกับร่างของเขาที่นอนอยู่กับพื้นเพราะถูกอัดซะน่วม ชายหนุ่มลุกขึ้นมาทั้งที่ยากเต็มทน เขารักษาตัวเองอีกครั้งจนกลับมาเป็นปกติ

 

ด้านนอกสนามแมรีเชียร์เอียนออกนอกหน้าเพราะเธอและควินซ์เกลียดโอเวนที่สุด เธอเห็นสภาพของเอียนแล้วก็เริ่มถอดใจ

 

“ยังดีนะที่โอเวนไม่ได้ใช้สัตว์ที่สร้างจากพลังงานของเขาเลย” ควินซ์วิเคราะห์

 

“ไม่ใช่ไม่ใช้ แต่ใช้ไม่ได้” แพทริคที่ฟังอยู่ด้วยอธิบาย “พลังของโอเวนเป็นกึ่งอัตโนมัติ เขาควบคุมพวกสัตว์ที่เรียกออกมาได้ระดับหนึ่ง ถ้าเขาเรียกตัวอันตรายออกมาบางทีมันอาจจะฆ่าเอียนโดยที่เขาห้ามไว้ไม่ทัน”

 

“แบบนี้นี่เอง ถึงจะชนะแต่ก็จะโดนปรับแพ้อยู่ดี” แมรีพยักหน้าหงึกหงัก

 

“แต่ในทางตรงกันข้าม ความสามารถของเอียนก็กลายเป็นจุดอ่อนเช่นกัน” แพทริควิเคราะห์ต่อ “เพราะมั่นใจว่าเอียนจะฟื้นสภาพได้ไม่ยาก โอเวนจึงทรมานเขาได้เต็มที่ ถึงจะหักแขนหักขาเอียนสักกี่สิบรอบเขาก็คงจะไม่ตาย”

 

“ยอมแพ้ไปซะ ไม่เห็นรึยังไงว่าไม่มีทางชนะ” โอเวนตะคอกใส่เอียนที่ล้มกลิ้งลงไปเป็นรอบที่สิบและทำท่าจะลุกขึ้นมาอีก

 

“ไม่ยอมหรอก แต่ถ้านายจะยอมก็ได้นะ” พูดจบก็ถูกโอเวนถีบยอดหน้าไปอีกดอกจนล้มหงายหลัง

 

โอเวนยิ้มอย่างถูกใจที่เห็นเอียนยังคงลุกขึ้นมาและรักษาตนเองเพื่อสู้ต่อ แรงของเขาเรียกได้ว่าแทบจะมีไม่จำกัด ด้วยคู่ต่อสู้ที่มีดีแค่อึด ถึก ทน อย่างเอียนแล้ว โอเวนก็เหมือนกำลังชกกระสอบทรายอยู่ดี ๆ นี่เอง

 

“ถ้าไม่ยอมแพ้ก็เข้ามา” โอเวนกระดิกนิ้วเรียกคู่ต่อสู้ เอียนเช็ดเลือดที่มุมปาก หากอีกฝ่ายไม่ยอมแพ้เขาเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มวิ่งพุ่งเข้าไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี โอเวนหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเอียนยังคงสู้ต่อ

โคลเวอร์ภาวนาอยู่ในใจให้การต่อสู้จบลงเสียที ในขณะที่เสียงเชียร์ของแมร์รีดังทั่วห้องชมร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็ว โอเวนกระโดดขึ้นง้างหมัดเพื่อสยบเอียนที่ดีดตัวเองเข้ามาหาเขา โคลเวอร์ไม่อยากเห็น เขารีบหลับตาลง ได้ยินเพียงเสียงของร่างคนใดคนหนึ่งร่วงลงจากอากาศกระแทกพื้นห้องจนยุบเป็นวงกว้าง

 

สามารถติดตามอ่านตอนต่อไปได้ที่ Fictionlog

 

จบบทที่ บทที่ 30 : เอียนปะทะโอเวน

คัดลอกลิงก์แล้ว