- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง
- บทที่ 108 ความทะเยอทะยานของ ฮ่องเต้ถังไท่จง!
บทที่ 108 ความทะเยอทะยานของ ฮ่องเต้ถังไท่จง!
บทที่ 108 ความทะเยอทะยานของ ฮ่องเต้ถังไท่จง!
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผนที่ดินแดนของโคกูรยอ ภายในพระทัยพลันบังเกิดความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่!
ดินแดนนั้นคือเหตุผลที่จักรพรรดิสุยหยาง ( หยางกว่าง) ทำให้ราชวงศ์สุยถึงกาลอวสาน คือสนามรบที่ลูกหลานแผ่นดินมากมายฝังร่างไว้ใต้ผืนทราย คือบันไดสู่มหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์!
หากสามารถพิชิตแผ่นดินผืนนี้ หลี่ซื่อหมิน ก็จะเป็นจักรพรรดิที่ชอบธรรมและยิ่งใหญ่เหนือจักรพรรดิสุยหยางเสียอีก ข้อครหาทั้งปวงที่รายล้อมเขาอยู่จะเลือนหายไปต่อหน้าความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่โลกต้องจารึก
แผ่นดินที่ไม่เคยอยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์ใดจากแผ่นดินกลาง หากสามารถผนวกเข้ากับต้าถังได้
ชื่อของหลี่ซื่อหมิน (ฮ่องเต้ถังไท่จง)จะเปล่งประกายไปชั่วกาลนาน!
“จักรพรรดิตลอดกาล” มันช่างเย้ายวนเพียงใด และหากสำเร็จมันจะเป็นบารมีอันยิ่งใหญ่เพียงใด?
พอจะทำให้เขา... คิดถึงกลางวัน ฝันถึงกลางคืน
แน่นอน หากฟางจวินมาเห็นแผนที่นี้คงอดหัวเราะเยาะไม่ได้— มาตราส่วนผิดเพี้ยนไม่มีเส้นชั้นความสูง… วาดเบี้ยวไปหมด ผิดรูปผิดส่วน แบบนี้ก็เรียกว่า “แผนที่” ได้ด้วยเรอะ?
เหลวไหลทั้งเพ…
เช้าวันถัดมา
ฟางจวินฝึกยุทธเสร็จก็กินข้าวเช้าเรียบร้อย พอกลับถึงห้องหนังสือ อู่เม่ยเหนียงก็เดินเข้ามารายงานว่า
“ขุนนางอำเภอซินเฟิง ‘เซินเหวินซู’ ขอเข้าพบเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่ฟางจวินวาดแบบคันไถแบบใหม่ให้ช่างไม้แซ่หลิว อู่เม่ยเหนียงก็เริ่มห้ามคนอื่นนอกจากสาวใช้เฉี่ยวเอ๋อร์เข้าใกล้ห้องหนังสือ ชักจะมีเค้าว่าเป็น “ฮูหยินใหญ่” แล้ว…
ฟางจวินสงสัย: “มีธุระอะไรหรือ?”
เมื่อวานเพิ่งพูดกับเขาเรื่องรับผู้ประสบภัย ไม่แน่ว่าวันนี้จะมีคำตอบแล้ว?
ขุนนางต้าถังนี่ไวจริง ๆ?
“ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ” อู่เม่ยเหนียงก้มหน้าตอบนิ่ม ๆ แก้มแดงระเรื่อ เพราะโดนสายตาฟางจวินจ้องไม่วางตา
ฟางจวินเห็นท่าทางน่ารักของนาง ใจถึงกับสั่นนึกถึงเมื่อคืนที่ทั้งสองมีใจตรงกัน ต่างคนต่างไม่พูดถึงว่าเตียงอุ่นในห้องฟางจวินยังแห้งไม่พอ เลยพากันไปนอนที่ห้องอู่เม่ยเหนียงแทน แนบเนื้อแนบใจ หอมแก้มซ้ายจูบแก้มขวา หวานหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้ง…
ฟางจวินถึงกับเกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่...
อีกไม่กี่เดือนนางก็สิบหกแล้ว ถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้วกระมัง?
พูดกันตรง ๆ ใครจะไปอดใจไหวต่อหญิงงามอันดับหนึ่งแบบอู่เม่ยเหนียง ต่อให้นิ่งขนาดไหนก็ใกล้สติหลุดแล้วล่ะ...
ถ้าไม่เพราะความมีสติสุดท้ายที่เตือนว่าร่างกายยังโตไม่เต็มที่ ถ้ารีบร้อนมีสัมพันธ์จะส่งผลเสียร้ายแรง
ไม่เช่นนั้นละก็ ป่านนี้แม่นางน้อยผู้งดงามนี้คงโดน “ลงอาญา” ไปแล้ว...
พอเซินเหวินซูเดินเข้ามาในห้องหนังสือ ฟางจวินถึงกับตกใจ
หนุ่มใหญ่รูปงามดูภูมิฐานที่เคยสุภาพนุ่มนวลหายไป กลายเป็นชายหนุ่มหน้าตาโทรม หนวดเครารุงรัง ตาแดงก่ำเหมือนอดนอน เสื้อคลุมผ้าไหมชั้นดียับเยิน ดวงตาขาวเป็นเส้นเลือดเต็มไปหมดผมเผ้ารุงรัง สีหน้าเหมือนคนหมดแรงอย่างชัดเจน
ฟางจวินเข้าใจทันที จึงถอนใจแล้วกล่าวว่า “ท่านเซิน... อย่าว่ากันเลยนะ อายุปูนนี้แล้วต้องรู้จักดูแลร่างกายบ้าง เรื่องนั้นแม้จะสุขสมเพียงใดแต่ก็ต้องรู้จักพอดีไม่ใช่หรือ?โบราณว่าไว้ตอนยังหนุ่มไม่เห็นค่า... พอแก่ตัวลง...ก็ได้แต่นั่งน้ำตาริน… ระวังตัวไว้ให้ดีนะ...”
เซินเหวินซูยิ้มขื่น พูดแทรกขึ้น “คุณชายรองฟาง... ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเข้าใจหรอก ข้าคุมเรื่องแบบนั้นดีเสมอ...”
ฟางจวินแกล้งพูดต่อ “แต่น้อยเกินไปก็ไม่ดีนะ หญิงงามรอการเอาใจหากละเลยบ่อย ๆ ระวังจะมีชายอื่นมาแทนที่นะ.”
เซินเหวินซูเหงื่อตก คุยกับเด็กหนุ่มแบบนี้ก็ดูไม่เข้าท่า...หมอนี่เขายังมีขนรักแร้รึยังเนี่ย…
เซินเหวินซู รีบเปลี่ยนเรื่อง เสียงจริงจังว่า “เมื่อวานได้ยินท่านเล่าความใฝ่ฝัน ข้าตื้นตันใจมากจนนอนไม่หลับตลอดคืนข้ารวบรวมที่ดินรกร้างทั้งหมดบริเวณเชิงเขาหลีซานด้านตะวันออก ทั้งภูเขา หุบเขา ที่นา ที่ไร่... รวมแล้วกว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหมู่!” พูดจบก็ล้วงเอกสารหนาเตอะจากอกเสื้อ วางบนโต๊ะเบื้องหน้าฟางจวิน
“ข้าตรวจสอบละเอียดแล้ว ที่ดินทุกผืนมีขอบเขตชัดเจนแค่รอท่านลงนาม ทุกแปลงก็จะกลายเป็นทรัพย์สินของท่านโดยสมบูรณ์”
ฟางจวินตะลึง เมื่อวานเพิ่งพูดเรื่องนี้วันนี้เช้าเอกสารครบแล้ว?
ที่ดินเป็นหมื่นกว่าหมู่ ขุนนางต้าถังขยันถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
ฟางจวินหยิบเอกสารขึ้นมา หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะจะกลายเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของที่ดินหมื่นกว่าไร่แบบไม่รู้ตัวแล้วเหรอเนี่ย!?
แน่นอน ที่ดินส่วนใหญ่กว่า 99% เป็นภูเขา ลาดเขา ที่ดินกันดาร...แต่ก็ยังเป็น “ที่ดิน”!
คนอื่นอาจมองว่าไร้ค่าทิ้งให้รกร้าง แต่ในสายตาฟางจวินทุกแปลงคือเงินทั้งนั้น!
พื้นที่บนเขาทำการเกษตรลำบาก ขาดแคลนน้ำ?
แต่ข้ามีวิธี!
ไม่มีแร่โลหะหรือแร่อื่น ๆ?
ข้าขุดสิ่งที่ “แพงกว่าแร่” ได้!
แน่นอนว่า ความตื่นเต้นนี้ต้องเก็บไว้ในใจ เพราะเซินเหวินซูเจ้าเล่ห์เหมือนกันอาจหาเรื่องขึ้นราคาเอาได้
ที่ดินเยอะขนาดนี้ ลดราคาสักหมู่ละไม่กี่เหวินก็เป็นเงินก้อนใหญ่แล้ว…
“ที่แปลงนี้ อยู่บนไหล่เขาใช่หรือไม่? ต่ำกว่าระดับท่อน้ำตั้ง 2-3 จั้ง จะรดน้ำได้อย่างไร หว่านเมล็ดลงไป คงไม่งอกแน่...”
“อันนี้ก็เป็นโขดหินชัด ๆ จะให้ข้าไปขุดหินมาสร้างกำแพงรึไง?”
“โธ่เอ๊ย! ท่านเฉินหลอกข้าแน่! ข้ารู้เลยนะ ที่นี่ช่วงหน้าฝนโดนน้ำป่าซัดทุกปีข้าจะเอาไปทำอะไร ไว้อาบน้ำหรือไง?”
“ลาดเขาแบบนี้ไม่กักน้ำไม่กักปุ๋ย หญ้ายังไม่งอกซักต้น...”
รวม ๆ แล้วก็คือเขา ตั้งใจพูดเพื่อจะกดราคา!
คนจะซื้อของ ถ้าไม่ต่อราคาจะเรียกว่าซื้อได้ยังไง?
ฟางจวินนั่งหัวเราะในใจ ต่อให้เซินเหวินซูเจ้าเล่ห์ขนาดไหน ก็สู้ข้า “จอมกดราคาแห่งยุคออนไลน์” ไม่ได้หรอก! ข้าต่อราคาเก่งสุดในสามโลก!
เซินเหวินซูเริ่มเหงื่อตกจริงจังรีบกล่าว น้ำเสียงอ่อนลงว่า “คุณชายรองฟาง... เช้านี้ข้าไปรายงานการรับผู้ประสบภัยกับคณะขุนนางระดับสูงแล้ว ขุนนางทั้งหลายก็กราบทูลต่อฝ่าบาท ฝ่าบาททรงซาบซึ้งในน้ำใจท่าน จึงมีพระราชกระแสว่า ‘ที่ดินรกร้างเชิงเขาหลีซานด้านตะวันออกมอบให้ฟางจวินทั้งหมด และจะไม่เก็บภาษีตลอดกาล!’ หากท่านยังไม่พอใจอีกเห็นทีข้าจะถูกหาว่า ‘ขัดขวางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย’ มีจิตใจอันตรายแล้วนะ... ท่านจะทนได้หรือ?”
ฟางจวินแทบไม่ได้ยินประโยคอื่น
“มอบให้ทั้งหมด... ไม่เก็บภาษี...?”
มอบให้นี่แปลว่า—ฟรีใช่ไหม!?
แถมไม่เก็บภาษีตลอดไป!?
ฟางจวินแทบจะกระโดดด้วยความดีใจ!
ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งที่ตนจะทำบนที่ดินผืนนี้ จะทำเงินได้มากขนาดไหน! ไม่เกินเลยแม้แต่น้อยหากแผนของตนสำเร็จ คำว่า “มั่งคั่งจนเทียบเท่าประเทศ” ก็ไม่ใช่คำเปรียบเปรย... แต่คือ “ข้อเท็จจริง”!
พอคิดถึง “เซินว่านซาน” พ่อค้าผู้ร่ำรวยในตำนาน ฟางจวินก็ยิ้มหน้าบาน
แต่เพียงครู่เดียวกลับรู้สึกใจหาย เพราะจุดจบของเซินว่านซาน... ก็ไม่ค่อยจะสวยเท่าไหร่...
จะเป็นพ่อค้ากอบโกยทรัพย์จนชั่วชีวิตก็ใช้ไม่หมด หรือจะสร้างเกษตรกรรมล้ำยุคให้โลกจดจำ?
...นี่สิ คือปัญหา...