เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 นี่คือตัวอักษรอะไรหรือ?

บทที่ 90 นี่คือตัวอักษรอะไรหรือ?

บทที่ 90 นี่คือตัวอักษรอะไรหรือ?


บนกระดาษเซวียนขาวสะอาดถูกวาดด้วยเส้นสายตัดไขว้กันไปมา ร่างเป็นภาพสามมิติชิ้นหนึ่ง ดูคล้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทว่าไม่สมบูรณ์ หนึ่งในสามของมันดูเหมือนถูกผ่าออกเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่คดเคี้ยวซับซ้อน

“นี่มันอะไรกัน?” แล้วเขาก็เห็นคำอธิบายข้างภาพ

“พื้นเตียงอุ่น ช่องควัน รูหมาสอด…”

ที่แท้เป็นภาพพิมพ์ของ เตียงอุ่น นี่เอง? แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเตียงอุ่นที่ซับซ้อนขนาดนี้มาก่อน…

หลี่ชุนเฟิงดูอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาพบว่านี่เป็นรูปแบบการนำเสนอที่เขาไม่เคยพบมาก่อน แค่ไม่กี่เส้นกลับสามารถแสดงโครงสร้างทั้งภายในภายนอกของเตียงอุ่นได้อย่างชัดเจน ถ้าแค่นี้ยังวาดออกมาได้ขนาดนี้ แล้วถ้านำวิธีการเขียนแบบนี้ไปใช้กับการก่อสร้างวังหลวงขนาดใหญ่ล่ะ? จะไม่ยิ่งแสดงให้เห็นทุกขั้นตอนและผลลัพธ์อย่างกระจ่างชัดหรือ?

ยิ่งหลี่ชุนเฟิงพิจารณาภาพนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วเขาก็เห็นตัวอักษรประหลาดข้างภาพรูปร่างเหมือนลูกอ๊อด เขาจ้องมองอย่างตั้งใจไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

หลี่ชุนเฟิงถือว่าตนเองรอบรู้ฟ้าดิน ผ่านโลกมามากแต่เขาก็ยืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่ลายมือเล่นๆของฟางจวินแน่ ๆ

“นี่คือตัวอักษรอะไรหรือ?” หลี่ชุนเฟิงชี้ไปที่ตัวอักษรประหลาดถามขึ้น

ฟางจวินมองแล้วตอบออกมาโดยไม่คิด ว่า “อาหรับ…” แล้วก็รู้ตัวรีบเงียบไปทันที

สิ่งที่เขาเขียนคือวิธีคำนวณวัสดุที่ต้องใช้ในการสร้างเตียงอุ่นคร่าว ๆ ซึ่งใช้เลขอารบิก แต่นี่มันราชวงศ์ถัง เลขอารบิกมีหรือยัง?

ไม่มีแน่ ๆ!

ถ้าหลี่ชุนเฟิงถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไร” แล้วจะตอบอย่างไรดี?

แล้วก็เป็นจริงตามคาด หลี่ชุนเฟิงขมวดคิ้ว “อาหรับ? ข้าก็เคยได้ยินว่ามีอีกชื่อว่าต้าซือกั๋ว (ประเทศอาหรับ) แต่ตัวอักษรของต้าซือกั๋วก็ไม่ใช่แบบนี้มิใช่หรือ?”

ฟางจวินอยากจะตบปากตัวเองจริง ๆ สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือถูกจับได้ต่อหน้าหลี่ชุนเฟิง กลับกลายเป็นว่าเผลอพลั้งพูดเองจนโป๊ะแตกเข้าเนื้อเต็ม ๆ อย่างที่กลัวไว้จริง ๆ…

มองดูแววตาเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ของหลี่ชุนเฟิง ฟางจวินรู้ดีว่าปิดไม่มิดแน่ยิ่งปิดบังยิ่งน่าสงสัย เกิดอีกฝ่ายสงสัยถึงที่มาของเขา…

ฟางจวินรีบบอกว่า “ข้าเคยเรียนจากพ่อค้าอาหรับคนหนึ่ง เขาบอกว่านี่เรียกว่าเลขอารบิก แต่จริง ๆแล้วชาวอินเดียเป็นคนคิดขึ้น ใช้คำนวณได้สะดวกดีเท่านั้นเอง”

หลี่ชุนเฟิงไม่สงสัยอะไร แท้จริงเขาไม่ได้สนใจที่มาของตัวอักษรเหล่านั้นเท่าใดนัก สิ่งที่ดึงดูดเขาคือสัญลักษณ์พวก “+ - x ÷” ข้าง ๆ ที่ดูเหมือนสูตรคำนวณ

“เจ้าพอจะอธิบายให้ทราบได้หรือไม่?” หลี่ชุนเฟิงชี้ไปที่สูตรเหล่านั้นถามขึ้น

ฟางจวินจำต้องกัดฟันอธิบายวิธีใช้เลขอารบิกทั้งสิบตัว รวมถึงการบวก ลบ คูณ หารพื้นฐาน

หลี่ชุนเฟิงฟังด้วยความตั้งใจ พอฟังไปสักพักก็ส่ายหน้า “ของแปลกใหม่ก็จริง แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ดีกว่าการคำนวณของพวกเราสักเท่าไหร่… หือ? ไม่ใช่นะ!”

จู่ ๆ เขาก็อุทานอย่างตกใจ เมื่อคิดต่อก็ถึงกับตื่นเต้น “เลขแบบนี้เขียนง่าย ตอนแรกดูไม่รู้สึกอะไรแต่พอเริ่มคำนวณเลขที่ซับซ้อน กลับยิ่งง่ายขึ้นมากนี่มันความคิดของอัจฉริยะจริง ๆ!” เขากล่าวพลางคว้าพู่กันของฟางจวินมาวาดต่อบนกระดาษ

เขาเขียนโจทย์บวกเลขสองจำนวนใหญ่ ๆ พอจัดวางสูตรเสร็จก็หาคำตอบได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ทดลองคูณเลขสองจำนวน ใช้สูตรคูณช่วยไม่นานก็หาคำตอบได้

ทันใดนั้นก็ตื่นเต้น “ไม่ต้องใช้ลูกคิด ก็หาคำตอบได้ง่ายเช่นนี้ ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม!”

ยังใช้ลูกคิดอยู่อีกเหรอ? อย่าให้ข้าเอาเครื่องคิดเลขออกมาทำให้ตกใจล่ะ... ฟางจวินคิดในใจแต่ก็แค่คิด ไม่กล้าทำจริง…

หลี่ชุนเฟิงกล่าวอย่างซาบซึ้ง “เลขเช่นนี้เขียนง่ายใช้งานคล่อง ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย น่าอับอายจริง ๆ… ต่อไปนี้ข้าคงเบาแรงลงมาก”

ฟางจวินก็เห็นด้วย

หลี่ชุนเฟิงดำรงตำแหน่งไท่ซื่อหลิ่ง (ขุนนางผู้ทำหน้าที่จดบันทึกประวัติศาสตร์) รับผิดชอบการจัดทำปฏิทิน หรือก็คือนักดาราศาสตร์คนหนึ่ง ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับการคำนวณข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นไม่ว่าจะยุคไหน นักดาราศาสตร์ก็มักเป็นนักคณิตศาสตร์ด้วยเสมอ

ไม่แปลกเลยที่หลี่ชุนเฟิงจะดีใจราวได้สมบัติล้ำค่าเมื่อเห็น “เลขอารบิก”

เมื่อศึกษาสักพัก เขาก็ถือกระดาษแผ่นนั้นของฟางจวินเดินจากไปด้วยความดีใจ ถึงกับปฏิเสธคำเชิญร่วมอาหารอย่างเสียไม่ได้

หลังหลี่ชุนเฟิงกลับไป ฟางจวินก็พลันนึกขึ้นมาได้

เจ้าเต๋านี่วันนี้มาหา ต้องเป็นเพราะบทกลอนเมื่อคืนแน่ ๆ ตอนนั้นตนกล่าวขึ้นโดยพลัน เขาคงได้ยินไม่ชัดเลยมาขอทั้งบท แต่ตอนนี้มัวตื่นเต้นกับเลขอารบิกจนลืมเรื่องบทกลอนแน่ ๆ ถ้ากลับไปนึกขึ้นมาได้ ก็ต้องย้อนกลับมาอีกแน่…

ฟางจวินถึงกับปวดหัวเมื่อนึกถึงเจ้าครึ่งเซียนคนนี้ รีบวิ่งกลับห้องหนังสือ เขียนบทกลอน 《ชิงผิงเยว่》 ทั้งบทลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งคนรับใช้ให้นำไปให้หลี่ชุนเฟิงเดี๋ยวนั้น

“คราวนี้เจ้าเต๋านั่นคงไม่กลับมาอีกแล้วกระมัง?” ฟางจวินถอนหายใจโล่งอก นั่งลงบนเก้าอี้เล็กหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบหนึ่ง แต่จู่ ๆ ก็สะดุ้งลุกพรวดขึ้นมา!

แย่แล้ว!...เมื่อครู่รีบร้อนเกินไป อยากไล่เจ้าหลี่ชุนเฟิงออกไปให้ไวจึงเผลอใช้ลายมือ “จ้าวถี่” ที่ตนถนัดที่สุดเขียนบทกลอนไป…

ตาเฒ่านั่นจะไม่เห็นแล้วเกิดชอบลายมือ “จ้าวถี่” ขึ้นมาแล้วกลับมา “ขอเรียนรู้” อีกหรอกนะ?

ฟางจวินเหงื่อตก รีบสั่งเสียงดังลั่น “ถ้าหลี่ชุนเฟิงนั่นกลับมาอีก ก็จงบอกว่าข้ากำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียร ไม่พบผู้ใด!”

พูดจบแล้วเขาก็รีบเก็บข้าวของ หนีไปที่โรงตีเหล็กหลังเขาทันที…

จบบทที่ บทที่ 90 นี่คือตัวอักษรอะไรหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว