- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง
- บทที่ 53 อ๋องหาน...รับอนุภรรยาเข้าจวน!!
บทที่ 53 อ๋องหาน...รับอนุภรรยาเข้าจวน!!
บทที่ 53 อ๋องหาน...รับอนุภรรยาเข้าจวน!!
ฟางจวินเหลือบตามองก็พบว่าน้องสาวของตนมีท่าทีผิดปกติ แม่นางน้อยก้มหน้าก้มตาแทบจะจุ่มหัวลงไปในชาม ไม่ยอมเงยหน้า เอาแต่กินอย่างเดียว
มีพิรุธ!
“ซิ่วจู มีอะไรปิดบังพี่หรือไม่?” ฟางจวินถามด้วยความสงสัย
“หะ? มะ...ไม่มีนี่นา...” ฟางซิ่วจูยังคงไม่เงยหน้า ตอบตะกุกตะกัก
แน่นอนว่าต้องมีเรื่องแน่!
ฟางจวินเริ่มหน้าดุ จ้องมองน้องสาวแล้วถามว่า “จะโกหกพี่ชายหรือไง?”
ฟางซิ่วจูไม่มีทางเลือก ต้องเงยหน้าขึ้น พอสบตากับฟางจวินก็สะดุ้งวาบในใจ
สายตาของพี่ชายคมราวกับมีด พุ่งเข้ามาแทงทะลุถึงหัวใจ ราวกับว่าทุกความลับได้ถูกเปิดโปงหมดสิ้น...
นางไม่เคยเห็นฟางจวินที่มีรัศมีน่าเกรงขามขนาดนี้มาก่อน จนต้องหดคอแล้วพูดเกือบจะร้องไห้ว่า
“ไม่มีนะ ท่านพี่... ท่านแม่กับพี่หญิงไม่ให้ข้าพูด…”
“ทำไมล่ะ?” ฟางจวินถามต่อ
ฟางซิ่วจูเม้มปาก ตอบอย่างจนใจว่า “พวกเขาบอกว่า กลัวท่านรู้แล้วจะไปก่อเรื่อง...”
กลัวข้าก่อเรื่อง?
ข้าจะก่ออะไรได้?
เรื่องที่ข้าจะก่อได้ก็คือ...ชกหน้าใครสักคน!
แล้วเรื่องแบบไหนล่ะที่ทำให้ข้าอยากชกหน้าใครสักคน?
ฟางจวินคิดอย่างรวดเร็ว และเริ่มจับต้นชนปลายได้บ้างแล้ว
ในตอนนั้นเอง หลี่อวี่หลง เห็นเพื่อนสนิทโดนฟางจวินซักจนเกือบร้องไห้ แม้นางจะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ยืนขึ้นอย่างกล้าหาญ เชิดคอเล็ก ๆ ขึ้นแล้วพูดว่า “พี่รองฟาง อย่าถามซิ่วจูเลยเจ้าค่ะ ท่านป้ากับพี่หญิงไม่ให้พูด แต่ข้ารู้ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร!”
ฟางจวินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เด็กคนนี้ก็มีน้ำใจไมตรีดีเหมือนกัน นิสัยไม่เลว
“เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้าสิว่า เรื่องมันเป็นยังไง?”
หลี่อวี่หลงพูดเสียงไพเราะ นุ่มนวล พูดจาฉะฉาน เล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด...
เมื่อต้นฤดูหนาวที่ผ่านมา อ๋องหาน หลี่หยวนเจีย รับอนุเข้าจวนคนหนึ่ง เป็นบุตรสาวของพ่อค้าใหญ่แห่งเมืองฉางอันนามว่า เฉาซวิน
ตระกูลเฉานั้นเดิมทีเป็นเศรษฐีใหญ่จากเหอตง เมื่อไม่นานมานี้ได้ย้ายกิจการเข้ามาในฉางอัน ทำกิจการอัญมณีและเครื่องประดับ แย่งตัวช่างฝีมือจากร้านเก่าแก่หลายแห่ง ทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการเครื่องประดับของเมืองฉางอัน
เฉาซวิน มีบุตรชายสองคน แต่มีลูกสาวคนเดียวย่อมตามใจเป็นพิเศษ รักดั่งแก้วตาดวงใจตั้งแต่ยังเล็กก็อยู่ที่เหอตง ไม่ได้พาเข้ามาฉางอัน เป็นเด็กหญิงฉลาดเฉลียว สามขวบก็อ่านออกเขียนได้ อายุแค่สิบสองสิบสามก็ช่วยพ่อจัดการบัญชีแล้ว
สวรรค์ดูจะลำเอียง ให้นางทั้งสติปัญญาและความงามที่หาที่เปรียบได้ยาก ความงามของนางโด่งดังไปไกลตั้งแต่ยังเล็ก พอถึงวัยออกเรือนผู้คนก็มาสู่ขอไม่ขาดสาย แทบจะเหยียบประตูบ้านตระกูลเฉาพัง
ครอบครัวตั้งความหวังไว้สูงกับนาง และตัวนางเองก็ถือตัวมาก ไม่ยอมแต่งงานง่าย ๆเฉาซวิน จึงพาลูกสาวเข้ามาฉางอัน คิดไม่ถึงว่ากลับทำให้บรรดาชนชั้นสูงในเมืองเกิดความโลภใคร่
ในขณะที่เหล่าบุตรขุนนางทั้งหลายกำลังแข่งขันกันเพื่อจะได้ตัวนางไปเป็นภรรยา จู่ ๆ นางกลับแต่งงานกับบุรุษผู้หนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
อ๋องหาน หลี่หยวนเจีย!
หลี่หยวนเจีย เป็นโอรสองค์ที่สิบเอ็ดของจักรพรรดิถังเกาจู่ (หลี่หยวน) เป็นพระอนุชาต่างมารดาของจักรพรรดิถังไท่จง (หลี่ซื่อหมิน) มารดาของเขาคือลูกสาวของแม่ทัพใหญ่แห่งราชวงศ์สุย นามว่า อวี้เหวินซู่
ลุงของเขาเป็นถึงจักรพรรดิแห่งรัฐใหญ่ที่ก่อตั้งหลังสังหารสุยหยางตี้ กล่าวได้ว่าเขาเป็นคนสายเลือดสูงศักดิ์อย่างแท้จริง
แต่หลี่หยวนเจีย กลับชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ถือตัวว่าเป็นราชนิกุลเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน มีความรู้ รักการอ่านหนังสือและสะสมศิลปะ เขียนพู่กันดี วาดรูปเก่ง โดยเฉพาะมังกร ม้า เสือ เสือดาว ว่ากันว่า ฝีมือวาดภาพของเขาเหนือกว่าพี่น้องจิตรกรชื่อดังอย่างเหยียนลี่ป๋อ และ เหยียนลี่เต๋อ
กล่าวโดยรวม หลี่หยวนเจีย คือ “หนุ่มศิลปิน” แห่งราชวงศ์
เขาเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิถังเกาจู่ สนิทกับจักรพรรดิถังไท่จงถือเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีอิทธิพล มีชื่อเสียงดีเยี่ยม
แล้วใครจะไปสู้เขาได้?
ในที่สุด เฉาซื่อ ก็ได้เข้าสู่จวนอ๋องหาน ท่ามกลางความอิจฉาของเหล่าขุนนางหนุ่ม
หลี่หยวนเจีย อายุเพียงยี่สิบกำลังคึกคะนอง แม้เขาจะรักภรรยาเอก ฟางซื่อ มาก แต่ตามธรรมชาติของบุรุษแล้ว ความใคร่ย่อมมีถึงจะไม่ลืมภรรยาเอก แต่ก็หลงอนุภรรยาใหม่จนห้ามใจไม่อยู่
ฟางซื่อ แม้ถูกทอดทิ้งแต่ยังคงใจเย็น ทำหน้าที่ในจวนอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง
แต่เฉาซื่อ กลับไม่พอใจชักจะเหลิงในอำนาจ นางเริ่มแสดงความโอหังต่อฟางซื่อ ไม่เคารพภรรยาเอก ทั้งพูดจาเสียดสี ทำตัวเป็นเจ้าของจวนเสียเอง
ฟางซื่อ อดกลั้นอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็จัดการตามธรรมเนียมลงโทษด้วยการเฆี่ยนตี ภายในจวนจึงกลับมาเรียบร้อยอีกครั้ง ต้องให้ภรรยาเอกเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ อนุภรรยาจะได้รับความโปรดปรานแค่ไหน ก็ไม่อาจล้ำเส้นได้
แต่ครอบครัวเฉา กลับไม่ยอมง่าย ๆ
พวกเขารู้ว่าภรรยาเอกคือบุตรีของอัครมหาเสนาบดีฟางเสวียนหลิง จึงไม่กล้าทำอะไรนางโดยตรง
แต่กลับไปที่สำนักงานของอ๋องหาน แล้วร้องไห้โวยวายหน้าประตู กล่าวว่าท่านอ๋องควรเมตตาลูกสาวตน มิฉะนั้นนางอาจถูกฆ่าตายในสักวันโดยพระชายา
อ๋องหานเป็นคนใจอ่อน รักหน้าตา ได้ยินดังนั้นก็โกรธมาก กลับจวนมาซักถามพบว่า เฉาซื่อ โดนตีจริง จึงตำหนิภรรยาเอกเล็กน้อย
แม้จะไม่ได้ว่าแรง แต่ฟางซื่อ ก็อดกลั้นไม่ไหวในฐานะที่เป็นลูกสาวของอัครมหาเสนาบดี รู้สึกถูกเหยียดหยามอย่างหนักไม่พูดพล่ามทำเพลง เก็บของกลับบ้านแม่ในทันที
บ้านแม่อยู่ใกล้ ขึ้นรถม้าครู่เดียวก็ถึง
อ๋องหานเองก็เริ่มรู้สึกผิดแต่ด้วยทิฐิ ไม่กล้าตามง้อภรรยา เรื่องจึงค้างเติ่งอยู่เช่นนั้น…
ฟางจวินฟังจนจบ ความโกรธก็ระเบิดขึ้นมาในใจทันที!