- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง
- บทที่ 52 อ๋องหานเพิ่งแต่งภรรยาใหม่? แล้วพี่สาวข้าล่ะ...
บทที่ 52 อ๋องหานเพิ่งแต่งภรรยาใหม่? แล้วพี่สาวข้าล่ะ...
บทที่ 52 อ๋องหานเพิ่งแต่งภรรยาใหม่? แล้วพี่สาวข้าล่ะ...
ชายหนุ่มรูปงามที่เปล่งประกายไปทั้งตัวอย่าง "หลี่เค่อ" พอเดินจากไปแล้ว ฟางจวินก็รู้สึกโล่งอกทันที หมอนั่นหล่อเกินไป อยู่ใกล้แล้วกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทำลายความมั่นใจในตัวเองได้ง่ายๆ...
แต่โชคดีนะ ที่ข้าคนนี้ชนะคนอื่นด้วยมันสมอง ไม่ใช่ด้วยหน้าตา! แบบนี้แหละที่เรียกว่า “ในอกมีบทกวีสามพันบท ใจใสบริสุทธิ์ นิสัยอ่อนโยน”…
ถึงแม้จะเป็นอู๋อ๋อง หลี่เค่อ ผู้มีเสน่ห์เหลือล้นแห่งยุค ก็ยังอดไม่ได้ต้องชมว่า “แผนการของข้าช่วยให้โลกสงบสุข”!
จินตนาการหลงตัวเองอยู่พักหนึ่ง ฟางจวินก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่รู้เพราะอะไร ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ “ฟางอวี๋อ้าย” ดูเหมือนนิสัยจะเปลี่ยนไปตามร่างกายด้วย คล้ายกับได้ย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นสิบเจ็ดสิบแปดปีอีกครั้ง ร่าเริง กระตือรือร้น โกรธง่าย ดีใจง่าย ตามใจตัวเอง
ฟางจวินก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นเรื่องดีหรือร้าย แต่ก็เตือนตัวเองไว้เสมอว่า ถึงแม้จะมีความรู้ล้ำหน้าคนในยุคนี้มากกว่าพันปี ก็อย่าหลงตัวเองหรือดูถูกคนโบราณเด็ดขาด ยุคนี้เป็นยุคที่อ่อนแอต้องแพ้แก่ผู้แข็งแกร่ง กฎหมายหรือประชาธิปไตยแทบไม่มีอยู่จริง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เผลอๆ วันไหนไม่ระวังก็อาจตายแบบไม่ทันตั้งตัว ร้องไห้ไปก็เปล่าประโยชน์…
คิดเพลินๆ อยู่…พอฟื้นสติกลับมา ฟางจวินก็เบิกตากว้างตะโกนลั่นว่า “หลี่ซือเหวิน เจ้าเป็นหมูหรือไง!?”
บนโต๊ะอาหารนั้นมีจานชามเกลื่อนกลาด อาหารทุกจานถูกหลี่ซือเหวินเทลงหม้อไฟจนหมด เขาคีบอาหารด้วยตะเกียบอย่างรวดเร็วราวกับพายุ…
หลี่ซือเหวินทำหูทวนลมต่อคำเหน็บแนมนี้ เอ่ยอู้อี้ว่า “อร่อยเกินไป…” แล้วก็ยังคงคีบอาหารกินไม่หยุด
ฟางจวินยังอยากกินอีกสักสองคำ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องประดับกระทบกันจากนอกห้อง พอหันไปดู ก็เห็นน้องสาวของเขา “ฟางซิ่วจู” กับ “หลี่อวี่หลง” เดินเข้ามาพร้อมกัน
พอเข้ามา ทั้งสองสาวก็เริ่มดมกลิ่นเหมือนลูกหมา ฟางซิ่วจูอุทานอย่างตกใจว่า “หอมจังเลย พวกท่านกำลังกินอะไรกันเจ้าคะ?”
หลี่อวี่หลงตาเป็นประกาย จ้องหม้อไฟบนโต๊ะแล้วยังกลืนน้ำลายเลยด้วยซ้ำ
ทั้งสองหลบอยู่ในเรือนในตอนที่อู๋อ๋องมา พูดคุยจุกจิกกันตามประสาเพื่อนหญิง กินแต่ขนมจุบจิบ พอได้กลิ่นอาหารจริงๆ ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ
ฟางจวินเห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าทั้งสองยังไม่ได้กินข้าว เลยเรียกสาวใช้มาเก็บจานเก่า เปลี่ยนน้ำซุปในหม้อไฟเป็นซุปใส แล้วสั่งห้องครัวให้เตรียมผักกับเนื้อแกะชุดใหม่มาอีกชุด
ส่วนหลี่ซือเหวินนั้นถึงจะยังไม่อิ่มแต่โดนเก็บจานก็ไม่ว่าอะไร ลูบท้องแล้วเรอดังลั่นอย่างสบายใจ บ่นว่า “วันนี้เพิ่งรู้ว่าเนื้อแกะอร่อยขนาดนี้ ที่ผ่านมาในชีวิตกินเสียเปล่าจริงๆ ฟางจวิน หม้อไฟนี้ทำให้ข้าด้วยสักอันนะ”
ฟางจวินตอบสบายๆว่า “ได้สิ ร้อยกว้านต่ออัน จ่ายเงินมาค่อยทำ”
หลี่ซือเหวินเบิกตาโต “ไอ้ของบ้าๆ แบบนี้ เจ้ากล้าคิดราคาร้อยกว้าน?”
ฟางจวินแค่นเสียง “ทำไมจะไม่กล้า? เมื่อครู่อู๋อ๋องยังซื้อไปเลยเจ้าก็เห็นอยู่นี่”
“แต่เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เรอะ? เจ้าจะไปโก่งราคาใส่ข้าเหมือนกับขายให้ท่านอ๋องได้ยังไงล่ะ? ข้าไม่มีเงินเยอะแบบเขานะ!”
“ถึงจะเป็นพี่น้องแท้ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเลย แล้วนี่แค่เพื่อนสนิท? มีเงินก็ซื้อไป ไม่มีก็ช่างหัวมัน!” ฟางจวินไม่สนใจ ยังคงเถียงกลับ
หลี่ซือเหวินหน้าแดงด้วยความโกรธ “เจ้าถือเอาเงินทองสำคัญกว่าเพื่อนงั้นหรือ!?”
ฟางจวินหัวเราะเหยียด “เจ้านั่นแหละสมองมีแต่ลม คิดจะอ้างคำโบราณมาหักล้างเหรอ? ใช้คำไม่เข้าท่า ไม่อายบ้างรึไง?”
แล้วหันไปบอกหลี่อวี่หลงว่า “อวี่หลง ถ้าพี่เจ้าเป็นแบบนี้อีก คราวหน้าก็หาเชือกมาผูกไว้ที่บ้าน อย่าปล่อยออกมาให้ขายขี้หน้า…”
หลี่ซือเหวินโกรธจนแทบระเบิด “เจ้าด่าว่าข้าเป็นหมาเรอะ!?”
ฟางจวินกลอกตา “ใครว่าเจ้าเป็นหมา? ข้าพูดแบบนั้นตอนไหน?”
“ถึงจะไม่ได้พูด แต่เจ้าก็หมายความแบบนั้นนั่นแหละ!” หลี่ซือเหวินตอบกลับแล้วหันไปถามน้องสาว “อวี่หลง เจ้าก็ว่าคุณชายรองฟางหมายความแบบนั้นใช่หรือไม่?”
หลี่อวี่หลงฝืนกลั้นยิ้ม หน้าขึ้นสีแดง พึมพำในใจว่า พี่ชายก็เหมือนกันทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใคร…
พอดีสาวใช้ยกผักและเนื้อแกะชุดใหม่เข้ามา หลี่อวี่หลงก็รีบพูดว่า “อาหารมาแล้ว~”
หลี่ซือเหวินที่รักน้องสาวมาก พอเห็นนางดีใจ ก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศ เลยจ้องฟางจวินอย่างเคืองๆ แล้วนั่งลง เติมเหล้าให้ตัวเองหนึ่งถ้วย กระดกทีเดียวหมดแล้วเรอออกมาเสียงดัง
ส่วนฟางจวินไม่สนใจอะไร หยิบตะเกียบกลางคีบผักและเนื้อแกะใส่ลงในหม้อไฟ พร้อมอธิบายอย่างอ่อนโยนว่ากินหม้อไฟต้องระวังอะไรบ้าง ผักอย่าต้มจนเละ เดี๋ยววิตามินหาย เนื้อแกะแค่เปลี่ยนสีก็กินได้ ถ้านานเกินไปรสจะหาย…
พอน้ำซุปเริ่มเดือด ฟางจวินก็คีบผักใส่ชามให้น้องสาว แต่พอถึงคิวหลี่อวี่หลง กลับคีบใส่จานตรงหน้าแทน แล้วค่อยๆ ช่วยทั้งสองสาวลวกเนื้อแกะ
หลี่อวี่หลงหน้าแดง ใบหน้าแวววาวเหมือนน้ำในทะเลสาบ ละเมียดละไมเอ่ยว่า “ขอบคุณพี่รองฟางเจ้าค่ะ…”
หัวใจของสาวน้อยสั่นไหว พี่ชายแท้ๆ ของตัวเองยังไม่เคยดูแลขนาดนี้เลย…
ฟางซิ่วจูมองพี่ชายที่สุภาพ อ่อนโยน และใส่ใจอย่างสุดซึ้ง จนอดเผลอเหม่อลอยเล็กๆ ไม่ได้
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฟางจวินที่เคยหยาบคายและหุนหันพลันแล่น กลับกลายเป็นพี่ชายที่อบอุ่น ใจเย็น รู้จักดูแลคนอื่นอย่างละเอียดอ่อน…
มีพี่ชายแบบนี้ ช่างดีเหลือเกิน…
ส่วนฟางจวินเอง กลับไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ ประสบการณ์จากชีวิตที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่อาจลบเลือนได้ ความสุขุมจากวัยวุฒิแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กสาวสองคนที่อายุพอๆ กับลูกของเขา ความอ่อนโยนแบบผู้ใหญ่จึงเปล่งประกายออกมาอย่างธรรมชาติ
บรรยากาศในห้องสงบลง มีเพียงเสียงฟางจวินที่พูดเบาๆ สองสาวที่ได้รับการฝึกอบรมมาดีจากตระกูลขุนนางต่างก็กินอาหารอย่างสุภาพงดงาม
แต่ถึงแม้จะก้มหน้าเงียบๆ ดวงตาของพวกนางกลับคอยเหลือบมองฟางจวินอยู่เป็นระยะๆ… ใบหน้าก็เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ…
แล้วหลี่ซือเหวินก็ทำลายบรรยากาศอีกตามเคย
เจ้าหมอนี่พูดเสียงดังลั่นว่า “อะไรกัน! คิดจะเลียนแบบอู๋อ๋องผู้สง่างามอย่างนั้นเรอะ? เหอะๆ ฟางจวิน ข้าไม่อยากว่าเจ้านะแต่หน้าแบบเจ้าน่ะ เทียบกับอู๋อ๋องไม่ได้ซักนิด!”
เห็นฟางจวินอ่อนโยนกับน้องสาวตัวเองก็ยิ่งหมั่นไส้ ใครๆ ในฉางอันก็รู้ว่าเจ้าเป็นพวกหัวร้อน จะมาทำตัวผู้ดีอะไรตอนนี้?
หลี่อวี่หลงไม่พอใจ ท้วงว่า “ท่านพี่พูดแบบนี้ไม่ดีเลย!”
ฟางซิ่วจูก็เช่นกัน ด่าแรงไปหรือไม่? แล้วใครบอกว่าพี่ชายข้าขี้เหร่ ข้าแอบเหล่ดูหน้าแล้วคิดในใจก็ดูดีออก หน้าตาชัดเจน คิ้วหนา ตาโต…
ฟางจวินกลับไม่โกรธ ยักคิ้วแล้วยิ้ม “เจ้าว่าข้าสู้ท่านอ๋องไม่ได้ เพราะเจ้าไม่เข้าใจศิลปะ ความงามมีอยู่ทั่วโลก ขาดแค่คนมองเห็นมัน…”
คำพูดนี้ ยอดเยี่ยมสุดๆ!
น่าเสียดายที่คนในห้องไม่มีใครเข้าใจความลึกซึ้งของมัน…
หลี่ซือเหวินทำหน้าเบ้ “ความงามไม่ต้องตีความให้ซับซ้อน! ภรรยาของอ๋องหานงดงามจนใครๆ ก็ชมกันหมด แต่ถ้าให้คนมาวิจารณ์หน้าเจ้าล่ะก็…เหอะๆ…”
เขาแค่อยากหยามฟางจวินเลยยกเรื่องภรรยาของอ๋องหานมาอ้าง ไม่คิดเลยว่าฟางจวินจะถามกลับว่า “อ๋องหานเพิ่งแต่งภรรยาใหม่?”
หลี่ซือเหวินชะงักไปนิด ตามไม่ทัน “อ๊ะ ใช่ เจ้าไม่รู้เหรอ?” เขาพูดถึงว่าภรรยาคนใหม่งดงาม แต่ฟางจวินกลับสนใจเรื่อง “แต่งภรรยาใหม่” ซะงั้น?
ฟางจวินขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกๆอ๋องหาน หลี่หยวนเจีย เพิ่งแต่งอนุภรรยาใหม่ แล้ว “พี่สาว” ของเขา พระชายาหานกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว?
นี่มัน…มีเบื้องหลังอะไรหรือเปล่านะ?