เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ราชวงศ์มักขาดความอบอุ่นในครอบครัว!

บทที่ 17 ราชวงศ์มักขาดความอบอุ่นในครอบครัว!

บทที่ 17 ราชวงศ์มักขาดความอบอุ่นในครอบครัว!


หน้าหล่อเหลาอันสง่างามของ "จักรพรรดิถังไท่จง" ถึงกับชะงักไปทันที เขามองดูลูกสาวแท้ ๆ คนเล็กที่สุดในอ้อมแขนที่ยังคงดึงเคราของตนไม่ปล่อยด้วยความเอ็นดู แล้วอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ว่า

“ซื่อจื่อ ทำไมเจ้าถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”

เด็กหญิงตัวน้อยทำหน้าบูดน่ารัก แก้มกลมอมชมพูป่อง ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายกระพริบปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา แล้วตอบอย่างน่าเอ็นดูว่า “พี่หญิงสิบเจ็ดต้องมีคนที่ชอบอยู่แล้วแน่ ๆ ถึงไม่อยากแต่งให้พี่ชายตระกูลฟาง ถ้าเสด็จพ่อฮ่องเต้ยังบังคับให้แต่งละก็ พี่หญิงต้องเสียใจมากแน่ ๆ แต่ซื่อจื่อยังไม่มีใครที่ชอบ เพราะงั้นจะแต่งให้ใครก็ได้หมดเลยเพคะ...”

องค์หญิงเกาหยางถึงกับเขินอาย “ซื่อจื่อพูดเพ้อเจ้อ! พี่หญิงไม่มี...ไม่มีคนที่ชอบอะไรทั้งนั้นนะ...”

จักรพรรดิถังไท่จงถึงกับตกใจ “ใครสอนเจ้าให้พูดแบบนี้?”

เด็กอายุแค่ห้าขวบ จะไปรู้เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ หรือการเลือกคู่ได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าต้องมีใครพูดอะไรบางอย่างให้ซื่อจื่อฟังเข้าแล้ว แม้อาจไม่ตั้งใจชักจูง แต่การพูดเรื่องแบบนี้ในวังหลวง ถือเป็นความผิดร้ายแรงนัก!

ซื่อจื่อตอบอย่างใสซื่อว่า “ไม่มีใครบอกซื่อจื่อหรอกเพคะ ซื่อจื่อนึกขึ้นได้ตอนดูละครงิ้วพื้นบ้านเรื่อง ‘ต้าเหยาเหนียง’ เมื่อไม่กี่วันก่อนเอง…”

ละครเรื่อง ต้าเหยาเหนียง เป็นละครพื้นบ้านที่นิยมกันมากในตอนนั้น  เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชายแซ่ซูที่ไม่หล่อ ไม่มีทั้งตำแหน่งและทรัพย์สิน ชอบดื่มสุราและเมื่อเมาก็จะกลับมาทุบตีภรรยาผู้เป็นสาวงามที่ร้องเพลงและเต้นรำเก่ง จนนางต้องใช้การแสดงออกถึงความทุกข์ในชีวิตผ่านการร้องรำ

ในการแสดงจะมีนักแสดงชายใส่ชุดหญิง ร้องเพลงไปเดินไปแบบโยกเยก และผู้ชมก็จะร่วมร้องรับท่อนว่า

“ต้าเหยาเหนียง! ต้าเหยาเหนียงช่างทุกข์ยากจริงหนอ!”

และเมื่อถึงตอนหนึ่ง สามีโฉดก็จะปรากฏตัว ออกมาทำทีว่าทะเลาะและตีภรรยา เรียกเสียงหัวเราะและอารมณ์ร่วมจากผู้ชมอย่างมาก

แม้เป็นละครงิ้วพื้นบ้าน แต่ในวังหลวงก็เคยเชิญคณะละครมาแสดงบ้างเป็นบางคราว

จักรพรรดิถังไท่จงได้แต่มองลูกสาวตัวน้อยอย่างจนใจ พลางพูดเสียงขรึมว่า “พวกละครไร้สาระพวกนี้ไม่ดูเสียยังจะดีกว่า แล้วเจ้าไม่รู้หรือว่า ตรงนี้เป็นสถานที่สำคัญที่เสด็จพ่อฮ่องเต้ของเจ้าใช้ว่าราชการ ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องถูกลงโทษ!”

คิดว่าจะขู่ให้เด็กหญิงกลัวและสำนึกผิดได้บ้าง ที่ไหนได้ เจ้าตัวน้อยกลับไม่กลัวแม้แต่น้อย

ซื่อจื่อกระพริบตาปริบ ๆ มององค์หญิงเกาหยางอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันมาพูดกับเสด็จพ่อของเขาว่า

“หญิงสาวเมื่ออายุสิบห้าปีจึงจะปักปิ่นได้ แต่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ บ่อยครั้งจึงคลอดลูกลำบาก หากพ่อแม่เมตตา ควรรอให้ร่างกายหญิงสาวเจริญเต็มที่ก่อน…ก่อนจะ…ก่อนจะ…”

พูดมาถึงตรงนี้ก็ติดขัด เพราะจำคำพูดต่อไปไม่ได้ ดวงตากลม ๆ ก็ตื่นตระหนก หันไปมององค์หญิงเกาหยางอย่างต่อเนื่อง

องค์หญิงเกาหยางเห็นดังนั้นก็ได้แต่ปวดหัว หน้าดำคร่ำเครียดในใจ

“เจ้าซื่อจื่อ เจ้าจะจ้องข้าทำไมเนี่ย… ทีนี้แหละ งานเข้าล่ะ…”

จักรพรรดิถังไท่จงเดาออกทันทีว่าต้องเป็นแผนร่วมกันของสองพี่น้อง ทั้งเกาหยางและซื่อจื่อคงปรึกษากันไว้ล่วงหน้า หวังจะมาช่วยกันโน้มน้าวให้ไม่ต้องแต่งกับฟางอวี๋อ้าย

แต่ซื่อจื่อแม้จะฉลาดนัก ก็ยังเด็กเกินไป ความรู้เรื่อง ‘ร่างกายเจริญไม่เต็มที่’, ‘คลอดลูกลำบาก’ นั้นยังเข้าใจไม่ชัดเจน จึงพูดติด ๆ ขัด ๆ

แม้เกือบถูกหลอกด้วยลูกสาวสองคน จักรพรรดิถังไท่จงก็ไม่ได้โกรธนัก กลับรู้สึกขบขันเสียด้วยซ้ำ

เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากซื่อจื่อด้วยความเอ็นดู แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “พ่อจะไม่รู้ใจของพี่สาวเจ้าหรือ? แต่คำพูดของฮ่องเต้นั้นมิอาจลบล้างได้ เพราะ ‘กษัตริย์ไม่มีคำพูดล้อเล่น’ หากฮ่องเต้พูดออกไปแล้วกลับคำเสียเอง ทั้งชื่อเสียงของฮ่องเต้ก็จะเสียหาย แล้วยังจะให้ท่านลุงฟาง เอาหน้าไว้ไหนได้อีกเล่า?”

ตรงจุดนี้เอง ที่แม้ในใจจักรพรรดิถังไท่จงจะเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อยกับเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ แต่เขาไม่มีทางยอมเสียสัตย์เอง

ซื่อจื่อเป็นเด็กหัวไว ดวงตากลมโตเป็นประกายทันที พูดว่า “ถ้าพี่ชายตระกูลฟางเป็นคนถอนหมั้นเองล่ะ แบบนั้นจะได้หรือไม่?”

จักรพรรดิถังไท่จงหัวเราะอย่างขื่น ๆ “นั่นเท่ากับขัดพระบัญชา เป็นความผิดร้ายแรง แม้ไม่ถึงกับตาย ก็ต้องโดนเนรเทศหรือลงโทษหนักแน่นอน”

ซื่อจื่อถึงกับหน้าเศร้าใกล้จะร้องไห้ “แบบนั้นก็ไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ได้ แล้วพี่หญิงต้องแต่งกับเขาจริง ๆ หรือ…”

องค์หญิงเกาหยางอีกด้านถึงกับขบกัดริมฝีปาก ใบหน้าหม่นหมอง เมื่อคิดว่าต้องใช้ชีวิตทั้งชาติกับคนหยาบกระด้างอย่างฟางอวี๋อ้าย ก็นึกอยากตายเสียยังจะดีเสียกว่า…

จักรพรรดิถังไท่จงจึงหันไปถามเด็กชายที่ยืนตัวแข็งอยู่ในท่าทางสงบเสงี่ยม

“จื้อเอ๋อร์ เจ้าเองก็คิดจะหลอกลวงพ่อกับเขาด้วยหรือ?”

เด็กชายตกใจมาก รีบตอบอ้ำอึ้ง “ไม่ ไม่ใช่นะพะยะค่ะ ลูกไม่กล้าโกหกพะยะค่ะ! เพียงแต่…แต่…พี่หญิงกับน้องหญิงเป็นผู้หญิง ลูกเป็นผู้ชาย ถ้าเสด็จพ่อจะลงโทษ ก็ลงโทษลูกแทนเถอะพะยะค่ะ…”

แม้จะพูดแบบกล้าหาญ แต่แววตาเต็มไปด้วยความตื่นกลัว กลัวว่าเสด็จพ่อของตยจะพูดว่า

“ลากตัวไปโบยสามสิบไม้” แบบที่เกิดขึ้นกับ หลี่โหย่ว เมื่อไม่กี่วันก่อน จนถึงวันนี้ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง ไม่กล้ากระดิกตัว

จักรพรรดิถังไท่จงมองดูซื่อจื่อที่แสนไร้เดียงสา มององค์หญิงเกาหยางที่น้ำตาคลอเบ้า มองหลี่จื้อที่แม้ปากพูดกล้าหาญแต่จริง ๆ กลัวจนตัวสั่นแล้วก็ได้แต่รู้สึกอบอุ่นในใจอย่างเงียบ ๆ

ราชวงศ์มักขาดความอบอุ่นในครอบครัว!

ฉากที่พ่อเมตตา ลูกกตัญญู พี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกัน อย่างในบ้านของชาวบ้านทั่วไปนั้น เป็นสิ่งที่จักรพรรดิถังไท่จงทรงปรารถนาที่สุดในชีวิตนี้

แต่เพื่อความอยู่รอด เพื่อบัลลังก์ จักรพรรดิถังไท่จงกลับต้องลงมือฆ่าความรักระหว่างพ่อกับลูก พี่กับน้องไปด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ความปรารถนานั้นจึงกลายเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ที่ไม่มีทางเป็นจริงได้อีกในชาตินี้

ดังนั้น พระองค์จึงฝากความหวังไว้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน หวังว่าเหล่าลูกๆ จะสามารถรักใคร่กลมเกลียว ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

แต่พวกลูกๆ รุ่นโตกลับทำให้พระองค์ผิดหวังอย่างยิ่ง ต่างแย่งชิงบัลลังก์อย่างเปิดเผยและลับหลัง ไม่หยุดที่จะขัดแข้งขัดขากันและกัน ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันอีกต่อไปแล้ว

หลายครั้งที่จักรพรรดิถังไท่จงสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยความหวาดกลัว เหตุการณ์ประตูเสวียนอู่เมื่อครั้งอดีตจะถูกฉายซ้ำอีกครั้งในบรรดาลูกชายของตน…

พระองค์จะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!

โชคยังดี ที่ลูกๆ รุ่นเล็ก ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ได้หลงใหลในอำนาจ กลับรักใคร่กันจริงอย่างบริสุทธิ์ใจ

โดยเฉพาะลูกชายคนที่เก้า หลี่จื้อ เมื่อเปรียบเทียบกับพี่ๆ ของเขาที่ล้วนเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยว หลี่จื้อกลับดูไม่เข้าตา อ่อนโยนเกินไป ลังเลไม่เด็ดขาด ไม่กล้าตัดสินใจ…

แต่เขามีข้อดีหนึ่งที่หาคนเปรียบยาก คือให้ความสำคัญกับความรักในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพี่หรือน้อง เขาก็ปฏิบัติต่อกันด้วยความรักและจริงใจอย่างไม่มีเงื่อนไข

พระทัยของจักรพรรดิถังไท่จงล่องลอยไปไกล อาจจะเป็นไปได้ว่า…

(ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยนะคะ ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ รบกวนขอคะแนนด้วยน๊าาา)

จบบทที่ บทที่ 17 ราชวงศ์มักขาดความอบอุ่นในครอบครัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว