เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16: ทางตัน!

ตอนที่ 16: ทางตัน!

ตอนที่ 16: ทางตัน!


ตอนที่ 16: ทางตัน!

"เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียอีกหรือไม่? มู่เอิน แคมป์เบลล์"

ในตอนนี้ ก็เป็นไปตามที่แอเรียลคาดการณ์ไว้...เซลีเซียกำลังกดมู่เอินไว้ใต้ร่างอย่างรุนแรง

การ "ขยี้" ได้สิ้นสุดลงแล้ว

หลังจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาเป็นเวลานานเท่าไหร่ไม่ทราบ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันตั้งแต่บนโซฟาไปจนถึงบนพื้น แม้กระทั่งชนโต๊ะน้ำชาล้ม ทำถ้วยชาแตก ทำให้พรมขนสัตว์เละเทะไปหมด

จนกระทั่งทั้งสองคนหมดแรง ฤทธิ์ยาในร่างกายของเซลีเซียสลายไปหมดสิ้น สงครามจึงได้ยุติลง

เพียงแต่ว่าในห้องยังคงมีกลิ่นแปลกๆ ลอยคละคลุ้ง ร่องรอยที่ไม่สามารถลบออกได้ในทันที และร่างที่ยังคงเปลือยเปล่าของทั้งสองคน ยังคงบ่งบอกว่าที่นี่ได้เกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดเพียงใด

เมื่อการต่อสู้จบลง สิ่งที่เหลืออยู่...ก็คือ—"การตัดสิน"

เซลีเซียยังคงอยู่ในท่านั่งบนตัวมู่เอินอันแสนจะล่อแหลม เพียงแต่บนใบหน้างดงามไร้ที่ตินั้นไม่มีความยั่วยวนเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไปแล้ว มีแต่ความเย็นชาดุจน้ำแข็ง จ้องเขม็งมาที่มู่เอิน ในดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร

สิบนิ้วของเธอจับลำคอของมู่เอินไว้ ค่อยๆ บีบลงทีละน้อย แล้วถามคำถามเดิมซ้ำอีกครั้ง "พูดคำสั่งเสียของเจ้ามาซะ เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายก่อนตายของเจ้าแล้ว"

"ถ้างั้น..."

มู่เอินทำหน้าเหมือนหมดแรง ฝืนยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าร้องไห้ออกมาแล้วพูดว่า "ถ้าข้าไม่พูด ก็จะไม่ตายใช่หรือไม่"

"ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์สินะ"

ที่ปลายนิ้วของเซลีเซียพลันบังเกิดไอเย็นอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมา ในชั่วพริบตาเดียวก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายครึ่งหนึ่งของมู่เอิน นำมาซึ่งความเจ็บปวดอย่างรุนแรง และ...เงาแห่งความตาย

ในที่สุดมู่เอินก็ตระหนักได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ จะฆ่าเขาจริงๆ และอย่างไม่ลังเลด้วย

แม้ว่าเมื่อครู่พวกเขาจะเพิ่งมีความสัมพันธ์อันงดงามต่อกันก็ตาม

"ดะ...เดี๋ยวก่อน! ข้าพูด! ได้โปรดให้ข้าพูด!"

มู่เอินอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก

"ที่ข้าทำแบบนี้ มันมีเหตุผล!"

"เหอะ เหตุผล?"

เซลีเซียหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา "ข้าก็อยากจะฟังดูเหมือนกัน ว่าเหตุผลอะไร จะทำให้เจ้าทำเรื่องที่เลวยิ่งกว่าเดรัจฉานเช่นนี้ได้"

"เพราะว่า...เพราะว่า..."

สมองของมู่เอินหมุนติ้ว หาข้ออ้างอย่างสุดชีวิต

เรื่องเกิดใหม่ โชคชะตา ฝันบอกเหตุ คำพูดที่ดูเหมือนหลอกเด็กแบบนี้พูดออกไปไม่ได้แน่ เขาต้องมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือกว่านี้!

อย่างเช่น เขาแค่ก้าวขาซ้ายเหยียบขาขวาแล้วล้มจนเผลอทำยาปลุกกำหนัดตกใส่ชาแดงโดยไม่ได้ตั้งใจ

อย่างเช่น จริงๆ แล้วนั่นไม่ใช่ยาปลุกกำหนัดแต่เป็นยาลดความอ้วนที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

หรืออย่างเช่น เมื่อกี้พวกเราแค่ฝันไป ตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

แต่ว่า...คำพูดเหล่านี้พอมาถึงริมฝีปากของมู่เอิน กลับกลายเป็นคำตอบอีกอย่างหนึ่ง

"นั่นก็เพราะว่าข้าชอบเซลีเซียยังไงล่ะ!"

"เอ๊ะ?"

"อะ"

เซลีเซียแสดงอาการตกใจออกมาอย่างชัดเจน

แต่ไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจ แม้แต่มู่เอินเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก

กูพูดเชี่ยอะไรออกไปวะเนี่ยยยย!

ถึงชาติที่แล้วฉันจะชอบตัวละครเซลีเซียมากๆ แถมยังซื้อโปสเตอร์ขนาดเท่าตัวจริงของเธอมาติดไว้ข้างเตียง เพื่อที่จะได้ตื่นมาเห็นหน้าเธอเป็นคนแรกก็ตาม

แต่ฉันก็ไม่มีทางที่จะตกหลุมรักคนที่เคยมีตัวตนอยู่แค่ในจินตนาการได้เร็วขนาดนี้หรอก!

เขาก็ไม่ใช่โอตาคุประเภทที่เรียกตัวละครสองมิติว่าภรรยาสักหน่อย!

ปากลั่นก็ไม่ใช่แบบนี้โว้ย!

เดี๋ยวนะ หรือว่าจะโดนอิทธิพลของเจ้าของร่างเดิมเข้าให้แล้ว

จำได้ว่าดูเหมือนเจ้าของร่างเดิมจะชอบเซลีเซียจริงๆ นี่นา ก็ถ้าไม่ชอบจริง จะไปทำเรื่องโง่ๆ ขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ

ชิบหาย! แกตายไปแล้วก็อย่ามาลากฉันลงนรกด้วยสิวะ!

มู่เอินตะโกนก้องในใจ

แต่...ในเมื่อพูดออกไปแล้ว...

ตามหลักแล้ว เด็กสาวที่จู่ๆ ก็โดนสารภาพรัก น่าจะเขินอายบ้างสินะ

สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาทำให้มู่เอินแอบมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย

ถ้างั้น...

...

"อย่างนี้นี่เอง นี่สินะเหตุผลที่น่ารังเกียจของเจ้า?" เซลีเซียกลับมาเย็นชาดังเดิมอย่างรวดเร็ว

มือทั้งสองข้างของเธอยังคงไม่ละไปจากลำคอของมู่เอิน และก็ไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นไหวกับการสารภาพรักของเขาเลยแม้แต่น้อย ส่วนที่เรียกว่า "ความเขินอาย" นั้น ตอนนี้มู่เอินที่ถูกเธอกดอยู่ใต้ร่าง ดูจะเข้ากับคำว่า "เขินอาย" มากกว่าเสียอีก

"น่ารังเกียจ?"

มู่เอินยิ้มแหยๆ "เอ่อ ในแง่หนึ่ง นี่ก็ถือเป็นความรู้สึกที่จริงใจมากๆ เลยนะครับ..."

"เจ้าเรียกนี่ว่าความรู้สึกที่จริงใจ?"

เซลีเซียตัดบทมู่เอินทันที แล้วพูดอย่างเย็นชา "การช่วงชิงพรหมจรรย์ของหญิงสาวก็เรียกว่าจริงใจได้งั้นหรือ?

เจ้ากำลังล้อเล่นอะไรอยู่ มู่เอิน แคมป์เบลล์!

หากเจ้าชอบข้าจริงๆ ก็จงมายืนอยู่ตรงหน้าข้าอย่างสง่าผ่าเผย ใช้คุณธรรมของเจ้า ใช้ความสามารถของเจ้า ใช้หัวใจที่แท้จริงของเจ้า มาทำให้ข้าหวั่นไหวอย่างลูกผู้ชาย!

ไม่ใช่มาใช้วิธีวางยาที่น่ารังเกียจเช่นนี้!

หากเจ้าทำเช่นนั้นจริงๆ ต่อให้ข้าจะยังคงไม่ได้ชอบเจ้า ก็อาจจะยอมทำตามสัญญาหมั้นหมาย กลายเป็นภรรยาของเจ้า

แต่ตอนนี้...

เหอะๆ หรือว่าเจ้าคิดไปเองอย่างใสซื่อว่า ความสัมพันธ์ทางกายเช่นนี้ จะทำให้ข้าเกิดความรู้สึกที่แตกต่างต่อเจ้าขึ้นมาได้?

ไม่ มู่เอิน แคมป์เบลล์ ข้าจะไม่มีวันรักคนใจทรามที่เอาแต่ใช้อุบายสกปรก และจะไม่มีวันแต่งงานกับเดรัจฉาน"

เซลีเซียก้มหน้าลงมา เผชิญหน้ากับมู่เอินอย่างใกล้ชิด

ทั้งสองคนสามารถรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เหมือนกับเมื่อครู่นี้

แต่ครั้งนี้ สิ่งที่มู่เอินรู้สึกกลับแตกต่างออกไป

ผ่านดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งที่ราวกับถูกแช่แข็งของเซลีเซีย มู่เอินดูเหมือนจะมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกลงไป

นั่นคือเปลวเพลิงสีขาวอันศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังลุกโชน

ใช่แล้ว นี่แหละคือเซลีเซีย

เซลีเซีย ลีโอโปลด์

นางเอกอันดับหนึ่งของนิยายต้นฉบับ

ก็เหมือนกับประโยคสั้นๆ ที่เขียนไว้บนโปสเตอร์ที่มู่เอินซื้อมานั่นแหละ

เธอคือหงส์ขาวผู้หยิ่งทะนงและศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอ จะไม่มีวันยอมจำนนต่อความชั่วร้ายและมลทินใดๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้นต่อให้ตอนนี้เธอจะไม่นุ่งผ้าสักชิ้น ร่างกายเปรอะเปื้อน ก็ยังคงเป็นราชินีในชุดราตรีที่กำลังมองลงมายังคนบาปผู้ต่ำต้อย

"งดงาม..." เมื่อจ้องมองเด็กสาวที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก มู่เอินก็พึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว

"เอาล่ะ พูดจบแล้ว ก็ได้เวลาส่งนายน้อยมู่เอินขึ้นทางด่วนแล้ว"

เมื่อได้ยินเสียงพึมพำของมู่เอิน แต่สีหน้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เซลีเซียก็ค่อยๆ บีบมือให้แน่นขึ้น

"หวังว่าชาติหน้า เจ้าจะจดจำคำสอนของข้าไว้ แล้วออกตามหาความรักของตัวเองอย่างจริงใจ"

"ลาก่อน..."

จบบทที่ ตอนที่ 16: ทางตัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว