- หน้าแรก
- ตัวร้ายหัวทองในนิยายเฟิ่งอ้าวเทียนก็อยากมีความสุขเหมือนกัน
- ตอนที่ 12: ย่อมมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่เสมอ
ตอนที่ 12: ย่อมมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่เสมอ
ตอนที่ 12: ย่อมมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่เสมอ
ตอนที่ 12: ย่อมมีผีเสื้อกระพือปีกอยู่เสมอ
"เจ้า—"
ถ้วยชาในมือของเซลีเซียพลันกลายเป็นเศษน้ำแข็งระเบิดออกดัง "เปรี้ยง!" เกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าเข้มแผ่ขยายออกจากใต้เท้าของเซลีเซียอย่างรวดเร็ว ไอเย็นอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องในชั่วพริบตา
กลิ่นอายแห่งความตาย สัมผัสเข้าที่หัวใจของมู่เอินอย่างแท้จริง
มู่เอินกัดฟันแน่น ถึงจะสามารถสะกดกลั้นความต้องการที่จะคุกเข่าลงขอชีวิตได้ในทันที
โชคดีที่ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างมู่เอินสักครั้ง
เซลีเซียเซไปเล็กน้อย
เกล็ดน้ำแข็งที่เพียงพอจะแช่แข็งมู่เอินให้กลายเป็นไอติมได้ในพริบตาอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ก้าวเดียว แต่กลับไม่สามารถคืบคลานไปข้างหน้าได้อีกแม้แต่นิ้วเดียว
"เจ้าคนเลว..."
ดวงตาอันเย็นเยียบของเซลีเซียจ้องมองมู่เอินอย่างเคียดแค้น เผยให้เห็นความเจ็บใจ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ทันได้ทำอะไร ภายใต้ฤทธิ์ยา ก็ล้มพับลงกับพื้น
"ฟู่"
เมื่อจิตสังหารสลายไป ในที่สุดมู่เอินก็สามารถถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ได้ แต่ในดวงตาก็ยังคงหลงเหลือความหวาดเสียวอยู่
"สมกับเป็นเซลีเซียจริงๆ"
ถ้าฤทธิ์ยามันออกฤทธิ์ช้ากว่านี้สักสองสามวินาที มีหวังโดนเธอฆ่าทิ้งแบบไม่ลังเลแน่ๆ
"แต่ไม่ว่าจะยังไง สุดท้ายก็เป็นฉันที่ชนะ!"
ความดีใจที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดพุ่งเข้าสู่สมองของมู่เอินในทันที ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าหัวเราะลั่น
"รู้จักความเลวทรามของมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่รึเปล่า!? รู้รึเปล่าว่าไอ้ท่าไม้ตายลอบโจมตีข้ามทะเลที่กูใช้จนช่ำชองบนโต๊ะเหล้านี่มันมีค่าขนาดไหน!"
เมื่อกี้เขาเกือบจะถูกเซลีเซียที่รอบคอบกว่าที่คิดต้อนจนมุมอยู่แล้ว แต่เซลีเซียคาดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่า...ชาแดงทั้งสองถ้วยนั่นน่ะ ถูกวางยาทั้งคู่!
มู่เอินกำลังเดิมพัน! เดิมพันว่าเมื่อเซลีเซียเห็นมู่เอินดื่มชาแดงเข้าไปก่อน จะยอมลดการป้องกันลงชั่วคราว!
โชคดีที่เขาเดิมพันชนะ
"ต้องขอบคุณยาของเจ้าของร้านที่แรงพอจริงๆ แตะปุ๊บล้มปั๊บ!"
ของแพงมันก็มีเหตุผลของมันจริงๆ สมกับราคาแสนสามหมื่นเอเมียร์!
ต่อไปถ้ามีความต้องการอะไรอีก คงต้องไปอุดหนุนร้านเจ๊แกหน่อยแล้ว
"เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป ก็คือไฮไลท์แล้ว"
เมื่อมองเซลีเซียที่หมดสติและไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ มู่เอินก็อดที่จะรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็เหมือนกับง้างธนูแล้วไม่มีทางหันกลับ ไม่มีทางถอยอีกต่อไป
...
เปลวไฟในเตาผิงส่ายไหว ห้องกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
มู่เอินย่อตัวลง อุ้มเซลีเซียไปวางบนโซฟา
ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช่เตียง...การเชิญเซลีเซียมาอยู่ตามลำพังในห้องที่มีเตียง คนโง่ก็ดูออกว่ามันมีปัญหา
โชคดีที่โซฟาของคฤหาสน์ดยุกใหญ่พอ
"เอาล่ะ ต่อไป...ควรจะทำอะไรดีนะ?"
"จำได้ว่า ในนิยายต้นฉบับ มู่เอิน แคมป์เบลล์ โดนพระเอกมาเจอตอนกำลังถอดเสื้อผ้าเซลีเซียสินะ"
มู่เอินเหลือบมองไปที่ประตู
ในนิยายต้นฉบับ ไอ้โง่เจ้าของร่างเดิมนั่น ตอนทำเรื่องแบบนี้กลับไม่คิดที่จะล็อกประตู
ดังนั้นพระเอกที่บังเอิญหลงมาถึงที่นี่ ถึงได้แค่ผลักประตูเบาๆ ก็เห็นภาพมู่เอิน แคมป์เบลล์ กำลังจะทำมิดีมิร้ายเซลีเซีย
"ในเมื่อเนื้อเรื่องต้นฉบับมันเดินไปแบบนั้น..."
"จะเล่นละครก็ต้องเล่นให้สุด! เอาวะ สู้ตาย!"
เมื่อจ้องมองเซลีเซียที่กำลังหลับใหล มู่เอินก็อดที่จะรู้สึกคอแห้งผากไม่ได้
เซลีเซียในตอนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เธออ่อนแอที่สุด ไอเย็นยะเยือกรอบกายสลายไปนานแล้ว กลับกัน มีกลิ่นหอมจางๆ คอยลอยเข้าจมูกของมู่เอิน กวนสติที่กำลังสั่นคลอนของเขาไม่หยุด
ชุดราตรีสีขาวของเซลีเซียเรียบง่ายและสง่างาม แต่กลับยิ่งขับเน้นความงามอันเย็นชาของเธอให้โดดเด่นขึ้นไปอีก
"ห้ามมองในสิ่งที่ไม่ควรมอง ห้ามแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง แต่เพราะความจำเป็น ขออภัยจริงๆ ครับ"
มู่เอินพึมพำขอโทษอยู่สองสามคำ แล้วค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นเทาออกไป ประคองร่างอันบางเบาของเซลีเซียขึ้นเล็กน้อย แล้วคลำหาซิปที่ด้านหลังชุดราตรีของเธอ
มือไม่ค่อยจะทำตามคำสั่ง มู่เอินคลำหาอยู่หลายครั้งกว่าจะเจอตำแหน่งของซิป
ซืด—
พร้อมกับเสียงซิปที่ถูกรูดลงอย่างชัดเจน หัวใจของมู่เอินก็เต้นเร็วขึ้นอีกหลายจังหวะ
เขากลืนน้ำลายที่อาจจะไม่มีอยู่จริงลงคอ มือที่ยังคงสั่นเทาจับสายเดี่ยวบนไหล่ขาวเนียนของเซลีเซีย
จากนั้น ก็ค่อยๆ...ค่อยๆ...ดึงมันลงมาไว้ที่แขนทั้งสองข้าง
ผิวเนียนลื่น จนทำให้นึกถึงริบบิ้นผ้าไหมสีขาวที่ลอยอยู่บนน้ำนม
และหน้าอกอันน่าทึ่งของเซลีเซียก็ได้แสดงประสิทธิภาพในตอนนี้ ต่อให้สายเดี่ยวทั้งสองเส้นจะหลุดลงมาแล้ว ชุดราตรีก็ยังคงตั้งตระหง่านปกป้องส่วนสำคัญเอาไว้
จนปัญญา มู่เอินทำได้เพียงยื่นนิ้วชี้ออกไปอีกครั้ง เกี่ยวที่สาบเสื้อด้านหน้าของชุดราตรีสีขาว แล้วค่อยๆ ดึงลงมา
และแล้ว ร่องลึกอันงดงามก็ค่อยๆ ปรากฏ พระจันทร์กลมมนก็เผยโฉมออกมาครึ่งหนึ่ง
จนกระทั่งเมฆหมอกสีขาวที่บดบังดวงจันทร์เผยออกมาครึ่งหนึ่ง มู่เอินถึงได้ยอมถอนมือกลับมาอย่างเสียดาย
"แบบนี้...น่าจะพอแล้วสินะ"
เสื้อผ้าหลุดลุ่ย หน้าอกเผยอออกมาเล็กน้อย ดูยังไงก็ไม่ใช่ท่าทีของคนคุยกันปกติ
มู่เอินเหลือบมองประตูที่ปิดสนิท
พระเอกยังไม่ปรากฏตัว
หรือว่ายังไม่พอ?
มู่เอินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ถอดชุดพิธีการชายที่หนักยี่สิบกิโลกรัมของตัวเองออก เผยให้เห็นท่อนบนที่ค่อนข้างจะแข็งแรงกำยำ จากนั้นก็ใช้สองมือยันไว้ที่โซฟา ทำให้เซลีเซียมานอนอยู่ใต้ร่างของเขา
แม้ว่าในความเป็นจริงจะไม่มีการสัมผัสทางกายใดๆ เลย แต่ท่านี้ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องคิดว่ามันส่อไปในทางลามกอย่างยิ่ง
ในนิยายเฟิ่งอ้าวเทียน ระดับความล่อแหลมขนาดนี้ ก็สามารถโดนนักอ่านด่าจนคอมเมนต์ทะลุพันชั้นได้แล้ว ถือเป็นระดับหายนะเลยทีเดียว
ยังไม่มาช่วยอีก จะเสียมารยาทเกินไปแล้วนะ!
แต่...
พระเอกก็ยังไม่ปรากฏตัว
"หรือว่าเวลายังไม่ถูก ต้องรออีกหน่อย?"
เมื่อคิดดังนั้น มู่เอินก็คงท่านั้นไว้นิ่งๆ รอคอยเวลาให้ผ่านไปทีละวินาที
สามนาที...สิบนาที...
ครึ่งชั่วโมง!
"เชี่ยไรวะเนี่ย!"
มู่เอินที่แขนเริ่มปวดจนทนไม่ไหวแล้วถึงกับสติแตก "พระเอกโว้ยยย แกทำอะไรอยู่!? นางเอกนอนอยู่ใต้ร่างฉันให้ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้วนะโว้ย! มาช่วยหน่อยสิ!
เวลานานขนาดนี้มันทำอะไรเสร็จไปตั้งหลายอย่างแล้วไม่ใช่เรอะ!?"
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พระเอกแอเรียล ท่านผู้กอบกู้ของเซลีเซีย ก็ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏตัวออกมาเลย
"หรือว่าฉันทำอะไรผิดไป?"
มู่เอินเริ่มย้อนคิดถึงการกระทำของตัวเองในวันนี้
อย่างแรก เชิญเซลีเซียมาที่ห้องตามลำพัง ห้องไม่ผิดแน่นอน เพราะแผนนี้อยู่ในหัวของมู่เอิน แคมป์เบลล์ มานานแล้ว ห้องก็เตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ตรงกับในนิยายต้นฉบับ
จากนั้นก็วางยาเซลีเซีย
ข้อนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะเซลีเซียกำลังนอนอยู่ใต้ร่างของมู่เอินในตอนนี้
สุดท้าย...
ก็เหลือแค่พระเอกที่บังเอิญทำไวน์หกใส่ชุดเพราะเมดซุ่มซ่าม เลยวิ่งมาหาห้องน้ำ แต่เพราะเป็นคนหลงทิศ เลยหลงทางมาถึงห้องนี้ แล้วก็เข้ามาขัดขวางการกระทำชั่วของมู่เอิน แคมป์เบลล์ โดยบังเอิญ
แต่ทำไมเธอยังไม่มาถึงที่นี่อีก หรือว่าหลงทางหนักกว่าเดิม?
เดี๋ยวนะ...
เมดซุ่มซ่าม?
มู่เอินค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง
เมดของคฤหาสน์ดยุกล้วนผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ต่อให้ต้องถือถาดแก้วไวน์เดินบนเส้นลวดก็ยังไม่มีปัญหา ที่ไหนจะมาเกี่ยวข้องกับคำว่า "ซุ่มซ่าม" ได้?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำเรื่องเสียมารยาทอย่างการทำไวน์หกใส่แขก! ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ หัวหน้าเมดต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเลยนะ!
เว้นแต่ว่า...
การที่เมดทำไวน์หกไม่ใช่เพราะความซุ่มซ่ามเลย
แต่เป็นเพราะ...
ป่วย
ใช่แล้ว เมดคนเดิมอาจจะทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ได้ก็เพราะว่าป่วย!
และเมดคนนั้นที่ควรจะทำหน้าที่ผลักดันเนื้อเรื่อง ตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ?
เธอกำลังพักผ่อน
เพราะคำสั่งของมู่เอิน...พักผ่อน
คืนนี้เธอไม่มีทางมาปรากฏตัวในงานเลี้ยงนี้ได้ และก็ไม่มีทางที่จะ "เผลอ" ทำไวน์หกใส่ชุดของพระเอกได้
นั่นก็หมายความว่า...
พระเอกอาจจะไม่ปรากฏตัวแล้ว