- หน้าแรก
- ตัวร้ายหัวทองในนิยายเฟิ่งอ้าวเทียนก็อยากมีความสุขเหมือนกัน
- ตอนที่ 11: ถ้าจะวัดกันที่ความเลวทราม ฉันนี่แหละเหนือกว่าหนึ่งขั้น
ตอนที่ 11: ถ้าจะวัดกันที่ความเลวทราม ฉันนี่แหละเหนือกว่าหนึ่งขั้น
ตอนที่ 11: ถ้าจะวัดกันที่ความเลวทราม ฉันนี่แหละเหนือกว่าหนึ่งขั้น
ตอนที่ 11: ถ้าจะวัดกันที่ความเลวทราม ฉันนี่แหละเหนือกว่าหนึ่งขั้น
"องค์หญิงทรงคิดว่าข้าเป็นคนประเภทที่จะใส่ของแปลกๆ ลงไปในน้ำชางั้นหรือครับ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของเซลีเซีย มู่เอินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ทำท่าเหมือนโดนกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงทันที สีหน้าหดหู่ ขาดแค่กระทืบเท้าร่ำไห้กลางอกฟ้า แล้วหิมะก็จะตกในเดือนหกเพื่อเป็นพยานในความบริสุทธิ์ของเขาแล้ว
"ในเมื่อองค์หญิงไม่ไว้วางใจข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็คงมีแต่ต้องใช้การกระทำเพื่อพิสูจน์แล้ว!"
"ข้าขอดื่มคารวะก่อนเลย!"
มู่เอินคว้าถ้วยชาของตัวเองขึ้นมา เตรียมจะแหงนหน้าดื่มรวดเดียวให้หมด
"ช้าก่อน"
เซลีเซียเอ่ยปากห้ามมู่เอินไว้ทันที
"นายน้อยมู่เอินจะโมโหไปใย ข้าก็แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
ล้อเล่น...
ไอ้หน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเลยตั้งแต่ต้นจนจบของเธอน่ะ มันไม่เหมือนคนล้อเล่นเลยสักนิด!
"ในฐานะคู่หมั้นของนายน้อยมู่เอิน ข้าย่อมเชื่อมั่นในตัวนายน้อยมู่เอินมาโดยตลอดอยู่แล้ว"
มุมปากของเซลีเซียยกขึ้นเล็กน้อย สำหรับเธอแล้ว นี่คงจะนับเป็นรอยยิ้มได้แล้วกระมัง
"เมื่อครู่ข้าแค่หยอกนายน้อยมู่เอินเล่นเท่านั้นเอง โปรดอย่าได้ถือสาเลย"
"อย่างนั้นหรือครับ?"
มู่เอินวางถ้วยชาลง แอบถอนหายใจโล่งอกอย่างแนบเนียน
"ต่อไปก็ขอองค์หญิงโปรดอย่าได้ล้อเล่นอะไรที่จะทำลายความเชื่อใจระหว่างเราสองคนแบบนี้อีกเลยนะครับ"
"แน่นอนอยู่แล้ว ข้าสำนึกผิดแล้ว"
เซลีเซียก็ยังคงไม่ดื่มชา
เธอก้มหน้าลง เล่นกับถ้วยชาของตัวเอง มองผ่านน้ำชาสีแดงเข้มนั้น ราวกับกำลังจ้องมองดวงตาของตนเองอยู่
"อันที่จริง...ที่ข้าล้อเล่นเช่นนี้ ก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน"
"หืม?"
"นายน้อยมู่เอินน่าจะทราบดีอยู่แล้วสินะว่า อันที่จริงแล้ว...ข้าอายุน้อยกว่าท่านอยู่หลายเดือน"
"...เรื่องนี้ข้าย่อมทราบดีอยู่แล้วครับ"
จะไปรู้ได้ไงเล่าโว้ย!
ตกใจฉิบหายเลยเนี่ย!
ประธานนักเรียนแห่งโรงเรียนเซนต์มาริก้า เซลีเซียที่อยู่สูงกว่ามู่เอินถึงสองชั้นปี อายุจริงๆ กลับน้อยกว่าเขางั้นเหรอ?
ในนิยายต้นฉบับไม่เคยพูดถึงเลยนี่หว่า!
เอ๊ะ?
เดี๋ยวนะ งั้นก็หมายความว่า เซลีเซียที่อยู่ตรงหน้านี่ แม้ภายนอกจะดูเป็นรุ่นพี่ของเขา แต่ลึกๆ แล้วก็นับเป็นน้องสาวได้น่ะสิ? ยังไงซะระหว่างราชวงศ์กับขุนนางก็ต้องมีสายเลือดเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง จะเรียกว่าน้องสาวก็ไม่เกินไปนัก
นี่มันคืออีกแขนงหนึ่งของตำนานที่เรียกว่า "ทั้งน่ารักทั้งสง่างาม" งั้นเรอะ?
ไม่ดีแน่...
พอคิดภาพเซลีเซียผู้เป็นรุ่นพี่สุดเย็นชา แต่ลับหลังกลับต้องมาเรียกตัวเองว่า "ท่านพี่" แล้ว มู่เอินก็รู้สึกว่ามันไม่ดีแน่ๆ
ไอ้คุณสมบัติความต่างขั้วแบบนี้มันจี้ใจดำเต็มๆ เลยไม่ใช่เรอะ!
"ยังไงซะข้าก็เป็นอัจฉริยะที่ข้ามชั้นมาถึงสองปีนี่นา การที่จะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"
"แต่ก็เพราะเหตุนี้แหละ ข้าถึงได้รู้สึกเหนื่อยอยู่บ่อยครั้ง เพราะรอบกายข้าไม่มีใครที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกันเลย แต่ข้ากลับต้องทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่เหมือนพวกเขา หรือแม้กระทั่ง...เป็นผู้ใหญ่ยิ่งกว่า"
"ดังนั้น ตัวข้าแบบนี้ พออยู่เป็นการส่วนตัว อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองสบายใจ ก็มักจะมีความเป็นเด็กหลุดออกมาบ้าง"
"ความเป็นเด็ก?" มู่เอินชะงักไป เขาไม่คิดเลยว่าคำว่า "ความเป็นเด็ก" จะหลุดออกมาจากปากของเซลีเซียได้
"ใช่แล้ว เหมือนเมื่อครู่นี้อย่างไรล่ะ"
ขนตาสีเงินขาวของเซลีเซียกระพริบเบาๆ แล้วเอ่ยถามเสียงแผ่ว "นายน้อยมู่เอินคงจะไม่โกรธใช่หรือไม่"
"ไม่โกรธแน่นอนครับ"
มู่เอินอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ตอบกลับไปโดยไม่ทันได้คิด "ถ้าเป็นองค์หญิงล่ะก็ ต่อให้จะมีความเป็นเด็กมากกว่านี้ข้าก็รับได้ครับ ไม่สิ ต้องบอกว่าองค์หญิงแบบนี้ต่างหากที่ทำให้คนอยากเข้าใกล้มากขึ้น"
"จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย"
เซลีเซียเงยหน้าขึ้นมาทันที
"พอดีเลย ข้ามีคำขอที่เป็นเด็กมากๆ อีกข้อหนึ่ง ต้องการให้นายน้อยมู่เอินช่วยทำให้พอใจเสียหน่อย"
"เอ๊ะ?"
"นายน้อยมู่เอิน ชาของท่านดูเหมือนจะอร่อยกว่านิดหน่อยนะ เพราะฉะนั้น...เรามาแลกกันได้หรือไม่?"
"หา?"
รอยยิ้มของมู่เอินแข็งค้างไปในทันที
เขามองเซลีเซีย มือไม้เย็นเฉียบ
ดวงตาของเธอยังคงแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่ผลักไสผู้คนให้ห่างออกไปเป็นพันลี้ แต่ทว่า...ผ่านกำแพงน้ำแข็งที่ฉาบอยู่บนผิวหน้านั้น มู่เอินดูเหมือนจะมองเห็นความเจ้าเล่ห์...และความเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่ลึกลงไป
ชิบหาย! เผลอแป๊บเดียว โดนยัยนี่คุมเกมซะแล้ว!
ไอ้ที่ว่าความเป็นเด็กอะไรนั่นมันโกหกทั้งเพ! เธาสงสัยจริงๆ ว่าชาของเขามีปัญหา!
แต่เธอน่าจะคิดไม่ถึงว่าเขาจะใจกล้าขนาดวางยาจริงๆ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่รอเขาอยู่คงจะเป็นน้ำแข็งอันเย็นเยียบไปแล้ว
"นี่...คงจะไม่ดีกระมังครับ"
"มีอะไรไม่ดีกัน ท่านไม่ใช่หรือที่บอกว่ารับความเป็นเด็กของข้าได้ทุกอย่าง? หรือว่า—"
เซลีเซียเอียงคอ แล้วเอ่ยถามทีละคำ "ท่านกำลัง...กลัว...อะไร...อยู่กันแน่...นายน้อย...มู่...เอิน"
"จะ...จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย จะไปกลัวอะไรกันล่ะครับ?"
มู่เอินหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อที่หน้าผาก
ขณะเดียวกัน สมองก็กำลังหมุนติ้วๆ เพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นี้
"คือว่า...อันที่จริงมีเรื่องหนึ่งที่ข้าอายที่จะพูดออกมา...ข้า...ข้ามีนิสัยชอบแอบจิบครับ ใช่ ข้ามีนิสัยชอบแอบจิบ ถ้วยนี้ข้าดื่มไปแล้ว!"
มู่เอินกำถ้วยชาแน่น พูดเสียงดังฟังชัด "ถ้าองค์หญิงดื่มเข้าไปล่ะก็ นั่นก็เท่ากับ...เท่ากับ จูบ...ทาง...อ้อม เลยนะครับ!"
"โอ้ อย่างนั้นหรือ?"
"ใช่แล้วครับ เป็นอย่างนั้นแหละ"
มู่เอินเบิกตากลมโต จ้องเซลีเซียเขม็ง
เป็นไงล่ะ องค์หญิง! ในฐานะเทพธิดาสุดเย็นชา เจ้าหญิงน้ำแข็งอย่างเธอ จะต้านทานคำว่า "จูบทางอ้อม" ที่ไร้เทียมทานนี้ได้รึเปล่า? เธอคงจะบริสุทธิ์ผุดผ่องจนได้ยินแค่คำนี้ก็หน้าแดงก่ำแล้วสินะ เหมือนในการ์ตูนไงล่ะ!
"ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือ"
แต่เซลีเซียกลับไม่มีท่าทีเขินอายเลยแม้แต่น้อย
"ยังไงซะข้าก็เป็นคู่หมั้นของท่าน แค่ระดับนี้ข้ายังพอรับได้"
ดูเหมือนจะยอมรับสถานะคู่หมั้นของตัวเองได้แล้วจริงๆ เซลีเซียถึงกับยื่นมืออันอ่อนนุ่มของตัวเองมาลูบไล้บนมือใหญ่ของมู่เอิน
แต่มู่เอินกลับไม่รู้สึกถึงความวิเศษใดๆ เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความหนาวเหน็บราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง
เพราะเซลีเซียกำลังค่อยๆ ง้างนิ้วของเขาออกทีละนิ้ว เพื่อแย่งชิงถ้วยชาในมือของเขาไป
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ทำได้เพียงยืนนิ่งๆ เงียบๆ มองดูอย่างสิ้นหวัง
เหมือนกับกำลังมองดูการนับถอยหลังสู่ความตาย
"ว่าไปแล้ว ข้าก็ค่อนข้างจะตั้งตารอชาที่นายน้อยมู่เอินชงอยู่เหมือนกันนะ"
เซลีเซียไม่ได้แสดงสีหน้าที่เรียกว่าตั้งตารอออกมาเลยสักนิด แต่เธอก็ยกถ้วยชาที่เดิมทีเป็นของมู่เอินขึ้นมาจรดริมฝีปากจริงๆ
จากนั้นก็มองมาที่มู่เอิน แล้วถามอย่างสงสัย "ท่านไม่ดื่มหรือ นายน้อยมู่เอิน?"
"ดื่มสิครับ ข้าดื่ม"
มู่เอินฝืนยิ้มออกมาอย่างแข็งทื่อราวกับคนตาย
เขายกถ้วยชาของตัวเองขึ้นมา แล้วค่อยๆ นำถ้วยชาที่เดิมทีเป็นของเซลีเซียมาจรดริมฝีปาก
กระบวนการนี้เขาทำอย่างเชื่องช้าที่สุด ราวกับอยากจะให้มันยืดยาวไปชั่วนิรันดร์ แต่ภายใต้สายตาของเซลีเซีย ต่อให้จะช้าแค่ไหน มันก็ย่อมมีจุดสิ้นสุด
มู่เอินหลับตาลงอย่างจนใจ แหงนหน้าขึ้น แล้วเทน้ำชาเข้าปาก
เมื่อเห็นภาพนั้น เซลีเซียก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ในที่สุดก็ยอมจิบชาแดงในถ้วยเข้าไปอึกเล็กๆ
หืม?
ทำไมรสชาติของน้ำชา มันยังแปลกๆ อยู่นะ?
เซลีเซียขมวดคิ้ว ก้มหน้าลงมองถ้วยชา
น้ำชาในถ้วยกระเพื่อมไหว แดงสดราวกับโลหิต
หรือว่า...
เซลีเซียเงยหน้าขึ้นมาทันที
ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว มู่เอินไม่ได้พูดอะไรเลย
และตอนนี้...เขากำลังยิ้ม
เป็นรอยยิ้มที่มุมปากแทบจะฉีกไปถึงใบหู แต่ปากยังคงปิดสนิท ดูประหลาดอย่างยิ่ง
"เจ้า!"
ในดวงตาของเซลีเซียปรากฏแววตื่นตระหนกขึ้นมาเป็นครั้งแรก
แต่ก็สายไปเสียแล้ว เธอรู้สึกว่าร่างกายเริ่มอ่อนแรงลง
และมู่เอิน ก็อ้าปากออกในที่สุด
แหวะ!
เขาคายน้ำชาทั้งหมดออกมา