เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.2 : ราวกับถูกสิง

EP.2 : ราวกับถูกสิง

EP.2 : ราวกับถูกสิง


ผู้คนที่มายังโถงประลองยุทธ์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนชนชั้นล่าง คำพูดคำจาที่หลุดออกมาจากปากจึงมักเป็นคำหยาบโลนที่ไม่น่าฟัง

หลินซวนจือเปิดเปลือกตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดขึ้น เขานอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นและร่างกายก็ราวกับจะแหลกสลาย กระดูกสะโพกของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปไปจากเดิม ดูเหมือนว่าจะหักไปแล้ว

แต่ถึงกระนั้น หลินซวนจือก็ยังพยายามดิ้นรนหันศีรษะไปมองเด็กหนุ่ม

“ข้ามีเงิน ข้ามีเงิน หนึ่งพันเหรียญทอง เพื่อไถ่ตัวพี่ใหญ่ของข้า!” เด็กหนุ่มตะโกนพร้อมกับรีบยัดตั๋วเงินทองคำใส่มือของผู้คุมโถงประลองยุทธ์

ผู้คุมขมวดคิ้ว แล้วหรี่ตามองตั๋วเงินในมือ

เยี่ยนเทียนเหินกลัวว่าชายผู้นี้จะไม่ยอมรับ จึงกล่าวเสริมอย่างร้อนรน : “ก่อนหน้านี้ท่านบอกเองว่าจะยอมปล่อยพี่ใหญ่ของข้าไปหากมีเงินหนึ่งพันเหรียญทอง ท่านจะคืนคำไม่ได้นะ!”

“เจ้าหนู จะรีบร้อนไปไย? ข้าพูดหรือว่าจะไม่รับ? ไปๆๆ ไปยืนอยู่ข้างๆ อย่ามายืนเกะกะข้าตรงนี้”

ผู้คุมรีบโบกมือไล่เยี่ยนเทียนเหินที่นำเงินมาส่งให้ราวกับกำลังไล่แมลงวัน จากนั้นจึงก้มลงมองตราประทับบนตั๋วเงิน มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะม้วนตั๋วเงินแล้วยัดเข้าไปในถุงมิติของตน

เจ้าเด็กนี่หาเงินเก่งจริงๆ แต่ก็น่าจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่หลินซวนจือมีเก็บไว้แล้วกระมัง

จากนั้นผู้คุมก็กวักมือเรียกและพูดสองสามคำกับผู้ดูแลที่อยู่ข้างๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนขึ้นไปบนเวทีเพื่อประกาศ : “ข้าขอประกาศให้ผู้ชนะในการประลองครั้งนี้คือ… อู๋ชิงจง!”

หลังสิ้นเสียงประกาศ เด็กหนุ่มร่างผอมบางก็รีบวิ่งขึ้นไปบนเวทีทันที

แต่การเคลื่อนไหวของเขาเห็นได้ชัดว่าเชื่องช้าเล็กน้อย ขาซ้ายของเขาออกแรงได้ไม่เต็มที่

เยี่ยนเทียนเหินคุกเข่าลงข้างๆ หลินซวนจือด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล เขามองพี่ชายที่อาภรณ์สีขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือดแล้วทำอะไรไม่ถูก

เยี่ยนเทียนเหินเคยเห็นหลินซวนจือได้รับบาดเจ็บมาก่อน แต่เขาไม่เคยเห็นหลินซวนจือที่บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้

อย่าบอกนะว่าหลินซวนจือกำลังจะตาย?

เยี่ยนเทียนเหินขมวดคิ้วมุ่น และใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยรอยริ้วสีดำอมน้ำเงินก็ยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีก

เยี่ยนเทียนเหินในตอนนี้ไม่ได้คิดถึงหนี้ห้าร้อยเหรียญทองที่เขายังคงแบกรับอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาไม่รู้ว่าจะหาเงินจำนวนนั้นมาคืนได้อย่างไร!

ดวงตาของเยี่ยนเทียนเหินเริ่มแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขากังวลเกินไป หรือเพราะพี่ชายของเขาถูกรังแกจนถึงขั้นนี้กันแน่

แขนทั้งสองข้างที่เล็กราวกับกิ่งไม้ของเขาโอบกอดหลินซวนจือ พยายามจะดึงร่างนั้นขึ้นมาบนหลังของตน

สติของหลินซวนจือเริ่มกลับมาแจ่มชัดขึ้น เขามองเด็กหนุ่มร่างผอมบางที่ใบหน้าแปลกประหลาดอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่นิ้ว ปลายจมูกของเขาก็เริ่มรู้สึกแสบร้อน ความรู้สึกนานัปการประเดประดังเข้ามาในใจของเขา ทั้งเปรี้ยวหวานขมเผ็ดปะปนกันไปหมด หัวใจของเขาก็พลันรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกค้อนหนักทุบจนแหลกละเอียด

“เจ้าใกล้จะอายุสิบสามแล้ว เหตุใดยังขี้แงเช่นนี้อีก?” หลินซวนจือยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ปาดหยดน้ำตาบนใบหน้าของเยี่ยนเทียนเหินและเผยรอยยิ้มจริงใจออกมาพร้อมกับกล่าวว่า

“กลับบ้านกันเถอะ”

เยี่ยนเทียนเหินพยักหน้าอย่างจริงจังในตอนแรก จากนั้นก็มองหลินซวนจือด้วยสีหน้าตะลึงงันในทันที

พี่ใหญ่ของเขา สัมผัสใบหน้าของเขาเมื่อครู่ แถมยังบอกว่าจะกลับบ้านพร้อมกันอีกงั้นหรือ?

เขาคงไม่ได้ถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงหรอกนะ?

หรือว่าเขาถูกใครบางคนสิงร่างกันแน่?!

หลินซวนจือพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะพยุงร่างกายที่เจ็บปวดไปทั่ว เขาใช้มือข้างหนึ่งวางบนไหล่ที่บอบบางของเยี่ยนเทียนเหินเพื่อเป็นหลักยึด โดยถ่ายน้ำหนักตัวส่วนใหญ่ไปที่เยี่ยนเทียนเหิน ท่ามกลางสายตาคลุมเครือของฝูงชน เขาเดินกะเผลกลงจากเวทีด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง

ในขณะเดียวกัน เยี่ยนเทียนเหินกลับตกอยู่ในอาการไม่อยากจะเชื่อ เห็นได้ชัดว่าเขายังคงตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกใจจากน้ำเสียงอ่อนโยนที่หลินซวนจือพูดกับเขาและยังไม่สามารถดึงสติกลับมาได้

จบบทที่ EP.2 : ราวกับถูกสิง

คัดลอกลิงก์แล้ว