เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12


ตอนที่ 12

หลังจากที่คาร์ลได้เปิดใช้วิดีโอบนเทอร์มินอล มันก็ได้ปรากฏภาพใบหน้าอันสวยงามของไซริลขึ้นมาแต่ในเวลานี้ใบหน้าของเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

“ฉันจะต้องต่อสู้กับการกดขี่นี่ให้ได้! ในตอนแรกคุณเรนน์และคุณนายดอริสไม่ชอบชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของฉันพวกเขาจึงได้ทิ้งฉันเอาไว้ที่บลูเมอร์คิวรี่ และในตอนนี้เรย์มอนด์ก็ไม่อยู่แล้วพวกเขาก็ยังจะมาเอาลูกฉันไปโดยไม่สนใจใยดีฉันเลย ให้ตายเถอะ! นี่พวกเขาทำเหมือนกับว่ากฎหมายบ้านเมืองภายในจักรวาลของเราไม่มีความหมายกับพวกเขาเลย”

ในระหว่างการบรรยายไซริลได้ร้องไห้ออกมาตลอดเวลา หลังจากนั้นเธอก็สาธยายต่อไปว่าตั้งแต่ที่เธอตั้งท้องเธอก็ต้องอาศัยอยู่ภายในห้องเช่าเก่า ๆ ที่มีหุ่นยนต์คอยรับใช้บริการเพียงแค่หุ่นยนต์ระดับต่ำสุด แต่ในตอนนี้เรนน์กับดอริสก็ยังจะมานำลูกของเธอไปแล้วยังขู่ที่จะฆ่าเธออีก

ด้วยวิดีโอนี้เองมันจึงทำให้เหล่าบรรดาผู้คนภายในสตาร์เน็ตเวิร์ครู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมากและพวกเขาก็ด่าว่าเรนน์และดอริสในรูปแบบต่าง ๆ อย่างมากมาย

“พ่อกับแม่ของท่านจอมพลจะโหดร้ายมากจนเกินไปแล้ว! จอมพลเรย์มอนด์เพิ่งจะเสียสละชีวิตของตัวเองไปแต่พวกเขากลับปฏิบัติตัวต่อคนรักของท่านจอมพลแบบนี้เนี่ยนะ”

“ภาพที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าครอบครัวของท่านจอมพลเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นการสร้างภาพขึ้นมาสินะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะยึดติดกับการเลือกคู่ครองให้กับลูกชายมากขนาดนี้”

“จอมพลเรย์มอนด์น่าสงสารจริง ๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ทำแบบนี้ได้ยังไงและเรื่องนี้คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคุณไซริล”

“ตอนนี้เรนน์กลายเป็นเพียงแค่คนพิการไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีลูกชายอย่างจอมพลเรย์มอนด์พวกเขาก็คงจะไม่มีอำนาจมากพอที่จะกดขี่คนอื่นแบบนี้ได้หรอก”

ในระหว่างที่คาร์ลกดเล่นวิดีโอเขาก็จงใจเลื่อนหน้าจอลงมาที่ความคิดเห็นเป็นจำนวนมากเพื่อให้เรนน์และดอริสได้เห็นคำด่าทอต่าง ๆ นานาที่ชาวเน็ตกำลังประณามการกระทำของพวกเขาอยู่

เหตุการณ์นี้ทำให้ดอริสตัวสั่นขึ้นมาด้วยความโกรธ จากนั้นเธอก็กล่าวออกไปว่า

“เรนนี่กับฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้นมาก่อนและเรย์มอนด์ก็ไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนนี้กับพวกเราเลยสักครั้ง แล้วพวกเราจะเคยไปทำตัวแบบนั้นต่อหน้าของเธอได้ยังไง!”

ในสายตาของเธอผู้หญิงที่ชื่อว่าไซริลนั้นไม่มีอะไรดีเลย แล้วเธอก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกชายของเธอไปตกหลุมรักผู้หญิงที่เสแสร้งแบบนี้ได้ยังไง

“ฉันคิดว่าเรย์มอนด์คงจะรู้อยู่แล้วว่าพวกคุณได้เลือกคู่ครองไว้ให้กับเขา มันจึงทำให้เขาจงใจซ่อนผู้หญิงคนนี้เอาไว้ที่บลูเมอร์คิวรี่” ลุงของเรย์มอนด์กล่าวพร้อมกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

ดอริสเคยอยากได้ลูกสาวของดยุกโนแลนที่ชื่อว่า ‘เฮลเลอร์’ มาเป็นลูกสะใภ้ แต่เมื่อเธอพยายามพูดถึงเรื่องนี้เรย์มอนด์ก็พยายามบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นตลอดเวลา และหลังจากที่ดอริสพยายามไปเพียงแค่ไม่นานเธอก็ไม่ได้นำเรื่องนี้กลับมาพูดถึงอีกเลย

การที่ลุงของเรย์มอนด์ได้พูดออกมาอย่างนี้มันนอกจากจะเป็นการสาดโคลนเข้าใส่เรย์มอนด์แล้ว แต่มันยังเป็นเหมือนกับการที่เขาต้องการจะให้พวกดอริสขัดแย้งกับตระกูลของดยุกโนแลนอีกด้วย

“เรย์มอนด์กับเฮลเลอร์ไม่ได้เป็นอะไรกัน พวกเราแค่คุยเรื่องพวกเขาขึ้นมาเล่น ๆ เท่านั้น แต่มันไม่มีอะไรที่เกินเลยไปมากกว่าคำพูดเลย”

“พอแล้ว!” จู่ ๆ ผู้อาวุโสก็ส่งเสียงคำรามพร้อมกับทุบโต๊ะลงไปเสียงดัง

“ดอริส! เจ้ายังกล้าพูดถึงเฮลเลอร์อีกอย่างนั้นหรอ? เจ้าอยากให้ตระกูลของดยุกโนแลนมีความบาดหมางกับพวกเรามากนักหรือยังไง”

“พวกเราไม่เคยรับรู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่ชื่อไซริลคนนี้มีตัวตนมาก่อน แต่เธอกลับพูดจาใส่ร้ายทั้งฉันและเรนนี่ออกมาต่าง ๆ นานา!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้อาวุโสก็กล่าวตอบกลับไปอย่างเย็นชาว่า

“พวกเราไม่สนใจหรอกว่าข้อเท็จจริงคืออะไร แต่ในตอนนี้พวกคนในสตาร์เน็ตเวิร์คต่างก็คิดว่าสิ่งที่ไซริลพูดออกมาคือความจริงและเหตุการณ์ดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตระกูลไพธอนของพวกเราเป็นอย่างมาก”

“แล้วผู้อาวุโสต้องการที่จะให้พวกเราจัดการกับเรื่องนี้ยังไง” เรนน์กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น

เขามีลางสังหรณ์ตั้งแต่แรกแล้วว่าสาเหตุที่ผู้มาเยือนทั้งสามได้เดินทางมายังคฤหาสน์ในวันนี้ก็ไม่ได้เป็นเพราะพวกเขาต้องการที่จะมาช่วยแก้ปัญหาแต่อย่างใด

-----

ในอีกด้านหนึ่งจินก็กำลังพยายามจะใช้กลอุบายทุกอย่างเพื่อทำลายเครื่องตรวจเพื่อบ่ายเบี่ยงเรื่องลูกที่หายไปจากท้องของเขา

ขณะเดียวกันในปัจจุบันมันก็ได้มีเครื่องบินกำลังบินอยู่ด้านบนเหนือท้องฟ้า และเมื่อเครื่องบินลำนี้ได้ลงจอดแล้วออร์คตัวเตี้ยคนหนึ่งก็เดินลงมาจากประตูของเครื่องบินพร้อมกับใบหน้าอันเบิกบาน ก่อนที่เขาจะได้กล่าวออกมาว่า

“ผู้พันคอรีย์เมื่อวานนี้ผู้ช่วยของฉันไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรมากไปสักหน่อย แต่ตอนนี้ฉันได้เตรียมยานอวกาศส่วนตัวสุดหรูมาให้กับคุณอย่างเร่งด่วนแล้ว”

แน่นอนว่าออร์คตัวนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากอาร์คอนที่ปฏิเสธคอรีย์ไปในตอนที่เขาได้ร้องขอยานอวกาศพลเรือนในก่อนหน้านี้นั่นเอง

อาร์คอนรู้เรื่องที่คอรีย์ได้ติดต่อมาขอยานอวกาศพลเรือนในก่อนหน้านี้แล้ว แต่เนื่องมาจากจอมพลเรย์มอนด์ได้เสียชีวิตไปแล้วเขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องแสร้งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าคอรีย์อีกต่อไป ดังนั้นทันทีที่คอรีย์ได้ติดต่อมาเขาจึงได้ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาปฏิเสธคำขอของคอรีย์ไป

แต่เมื่อเช้านี้น้องชายของเขาที่เป็นกัปตันอยู่ในกองทัพได้ติดต่อเขามาพร้อมกับบอกว่าให้เขารีบทำการส่งยานอวกาศส่วนตัวสุดหรูไปให้พันเอกคอรีย์ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะฟื้นคืนสติและกำลังจะถามน้องชายว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่น้องชายของเขากลับวางสายไปด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกับจะเป็นกังวล

ปกติน้องชายของเขาเป็นคนที่สุขุมเป็นอย่างมากและเขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่แท้จริงคืออะไร แต่สิ่งที่เขาจะต้องทำเป็นอันดับแรกคือการส่งยานอวกาศส่วนตัวสุดหรูไปให้กับพันเอกคอรีย์ให้ทันเวลา

ด้วยประสบการณ์การเป็นทูตที่สั่งสมมานานมันจึงทำให้เขาสามารถก้มหัวลงไปได้อย่างเป็นธรรมชาติและรอยยิ้มที่เขาได้เผยออกมามันก็แสร้งทำเป็นเหมือนกับว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย

แต่เมื่อเขาได้เงยหน้าขึ้นมาและสังเกตสีหน้าของทุกคนดี ๆ เขาก็ได้สังเกตเห็นสีหน้าของคอรีย์เปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียดและในตอนนี้เขาก็ได้กลิ่นไหม้ที่ลอยอยู่ในอากาศ ดังนั้นเขาจึงกล่าวถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่า

“ผู้พันคอรีย์มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?”

“ฉันก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น คู่ครองของจอมพลเรย์มอนด์ไปตรวจร่างกายที่สำนักการศึกษากฎหมายระหว่างดวงดาวตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่อุปกรณ์ที่สำนักการการศึกษากฎหมายระหว่างดวงดาวที่คุณได้จัดหามาให้กลับถูกติดตั้งไมโครบอมบ์เอาไว้!”

หลังจากนั้นอาร์คอนก็ได้เห็นเครื่องมือที่มีรอยไหม้ตกอยู่บนพื้นแล้วมันก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปมากนัก เขาจึงกล่าวถามออกไปอย่างกระอักกระอ่วนว่า

“เครื่องมือชิ้นนั้นน่ะหรอ”

“ท่านจอมพลได้สร้างความดีความชอบให้กับจักรวรรดิของพวกเราอย่างมากมายแต่พวกคุณกลับกล้าที่จะทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมา! หลังจากนี้ฉันจะคิดบัญชีกับพวกคุณในข้อหากบฏ”

ในช่วงเวลานั้นอาร์คอนไม่รู้ว่าเขาควรจะต้องตอบกลับไปอย่างไรดี ดังนั้นเขาจึงรีบตอบกลับไปด้วยท่าทางอันลุกลี้ลุกลนว่า

“ไม่ๆๆๆ ผู้พันคอรีย์ฉันคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด”

“ฉันจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านจอมพล!!” คอรีย์ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยเสียงต่ำ

“ท่านจอมพล?”

“จอมพลคนไหน?”

“พันเอกคอรีย์เป็นมือขวาของจอมพลเรย์มอนด์ไม่ใช่อย่างนั้นหรอหรือว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นลูกน้องของจอมพลคนอื่นไปแล้ว?”

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับยศพันเอกตั้งแต่อายุยังน้อยที่แท้เขาก็เป็นคนที่เจ้าเล่ห์ขนาดนี้นี่เอง!

อาร์คอนคิดกับตัวเองภายในใจอย่างดูถูกเพราะก่อนหน้านี้เขาคิดว่าพันเอกคอรีย์เป็นคนที่ตรงไปตรงมาและจงรักภักดีต่ออดีตหัวหน้าของเขามาก แต่ในตอนนี้เขากลับไปเป็นลูกน้องของจอมพลคนอื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็ได้มีเสียงคำรามของเครื่องบินดังขึ้นมาจากเหนือศีรษะของทุกคนและเมื่อพวกเขาได้เงยหน้าขึ้นไปพวกเขาก็ได้พบกับเครื่องบินทหารที่กำลังจะลงจอดบนพื้น

เมื่อประตูของเครื่องบินทหารได้เปิดออกมันก็ได้มีทหารติดอาวุธหนัก 2 ทีมวิ่งลงมา โดยทหารทุกคนภายในทีมนี้ต่างก็มีแววตาอันเย็นเฉียบติดอยู่บนใบหน้าของพวกเขา

เมื่ออาร์คอนพยายามจ้องมองอย่างตั้งใจเขาก็ได้พบว่าน้องชายของเขาได้อยู่ในทีมทหารที่กำลังวิ่งลงมาจากเครื่องบินด้วย ดังนั้นเขาจึงรีบส่งสายตาอันสงสัยไปยังน้องชายของเขา

แน่นอนว่าเมื่อน้องชายของอาร์คอนได้เห็นพี่ชายที่ส่งสายตาเข้ามาเขาก็ไม่กล้าที่จะตอบอะไรออกมา แต่ในตอนนี้เขาพยายามทำตัวไร้ความรู้สึกและปฏิบัติการด้วยความเย็นชาถึงที่สุด

หลังจากที่ทหารทั้งสองทีมได้วิ่งออกมาจากเครื่องบินพวกเขาก็ได้ตั้งแถวเป็น 2 แถวอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดทหารสีดำก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากประตูของเครื่องบินอย่างช้า ๆ โดยนายทหารคนนี้ได้สวมเครื่องแบบที่เรียงรายไปด้วยเหรียญกล้าหาญที่ติดอยู่บนชุดของเขา

เมื่อทหารคนนั้นได้เดินออกมามันก็ค่อย ๆ เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา และเพียงแค่เขาได้กวาดสายตามองมันก็ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลจนทำให้อาร์คอนรู้สึกเหมือนถูกน้ำหนักอันมหาศาลกดทับลงมาอย่างรุนแรงจนบังคับให้ร่างของเขาต้องคุกเข่าลงไปกองกับพื้น

“จะ...จะ...จอมพลเรย์มอนด์!”

++++++++++++

เฮ้ยยย!! จอมพลเรย์มอนด์เปิดตัวแล้ว?? จินจะทำยังไงต่อไป? ไหนจะต้องตั้งครรภ์? ไหนจะต้าไห่? วุ่นวายอีกแล้ว!

٩(//̀Д/́/)۶

จบบทที่ ตอนที่ 12

คัดลอกลิงก์แล้ว