- หน้าแรก
- จอมเวทย์ดวงตาแห่งโชคชะตา
- บทที่ 28 ว่าจ้างนักฆ่า
บทที่ 28 ว่าจ้างนักฆ่า
บทที่ 28 ว่าจ้างนักฆ่า
ทุกครั้งที่ซูหรงหยุดเดิน เธอก็จะเหลียวมองออกไปนอกคุกใต้ดิน หวังว่าจะเห็นใครสักคนที่คุ้นเคยมารับเธอกลับบ้าน
แต่กลับไม่มีใครเลย!
ทำไมท่านพ่อถึงไม่มา?
ฉู่หยุนเหิงก็ไม่มา! แม้แต่คนที่ควรจะมาปล่อยเธอออกไปก็ไม่มี!
คุกใต้ดินแห่งนี้ชื้นแฉะและมืดทึบ หนูและแมลงน่ารังเกียจวิ่งพล่านไปมา สกปรกจนแทบทนไม่ได้ ซูหรงไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่ชั่วขณะเดียว
ความไม่พอใจและความแค้นฉายแววในดวงตา
คนที่ควรจะตกอยู่ในสภาพนี้ควรเป็นหยุนเจิงนังสารเลวนั่น ไม่ใช่เธอ!
ในห้วงเวลาที่แต่ละวินาทีเหมือนยาวนานเป็นปี ซูหรงรู้สึกถึงความเกลียดชังและโกรธแค้นต่อหยุนเจิงอย่างรุนแรงที่สุด
วันนั้นเธอควรจะใช้กระบี่แทงหยุนเจิงให้ตายเสียตั้งแต่แรก ไม่ปล่อยให้มีโอกาสรอดชีวิตอีก!
……
ประมาณสองชั่วยามต่อมา ชายหนุ่มรูปงามในชุดครามเดินเข้ามาในคุกใต้ดิน ด้านหลังเขามีองครักษ์สองแถวติดตาม
เมื่อซูหรงเห็นฉู่หยุนเหิง หัวใจเธอพลันเต็มไปด้วยความดีใจและคาดหวัง แต่ลึก ๆ กลับรู้สึกน้อยใจ
“องค์ชาย...” ซูหรงเอ่ยเสียงแผ่วหวานปนเศร้า
“ยังจะช้าอยู่ทำไม รีบเปิดประตู!” ฉู่หยุนเหิงกล่าวเสียงขรึม
“ขอรับ องค์ชายสาม”
องครักษ์นำกุญแจมาไขประตูให้ซูหรง
ซูหรงเดินออกมาด้วยดวงหน้าชุ่มน้ำตา กำลังจะโผเข้ากอดเขาเพื่อระบายความในใจ ทว่าเขากลับเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แววตาแวบหนึ่งเผยความรังเกียจอย่างรวดเร็ว
ซูหรงจับจ้องสายตานั้นได้ถนัด เธอรู้สึกอับอายและไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงรังเกียจตน
เธอข่มอารมณ์ พยายามสงบใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมาวางท่าทางอ่อนหวานน่ารักดังเดิม
ซูหรงย่อกายคำนับอย่างสุภาพ “ซูหรงขอคารวะองค์ชายสามเพคะ”
ฉู่หยุนเหิงได้ยินน้ำเสียงห่างเหินของเธอ ถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือไล่องครักษ์ออกไป แล้วเดินเข้ามาใกล้ซูหรง เอ่ยเสียงเบา
“หรงเอ๋อร์ เรื่องเมื่อคืนข้าได้ยินมาบ้างแล้ว ตอนนี้ข่าวลือระหว่างเจ้ากับข้าแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ข้าเองก็ไม่อาจกอดเจ้าออกหน้าออกตาได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อข้า แต่เพื่อชื่อเสียงของเจ้าด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความขุ่นเคืองในใจซูหรงก็ลดลงไปบ้าง
ฉู่หยุนเหิงถามเสียงเข้ม “แต่เจ้ากับองค์ชายห้ามันเรื่องอะไรกันแน่?”
ซูหรงรีบแก้ตัว “องค์ชาย หม่อมฉันไม่ได้มีอะไรกับองค์ชายห้าเลย คนที่มีสัมพันธ์กับองค์ชายห้าคือหยุนเจิงต่างหาก! ครั้งนี้ก็เป็นหยุนเจิงที่ใส่ร้ายหม่อมฉัน ทำให้ไทเฮาทรงผิดหวังในตัวหม่อมฉัน!”
“หม่อมฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่กลับมาจากป่าเปลวเพลิง หยุนเจิงก็จ้องเล่นงานหม่อมฉันตลอด ไม่เพียงแต่ให้องครักษ์ลับของจวนอ๋องหยุนทำร้ายหม่อมฉัน ยังสั่งให้โยนหม่อมฉันออกไปหน้าประตูจวน ทำให้ต้องอับอายต่อหน้าผู้คน...”
พูดถึงตรงนี้ ซูหรงก็สะอื้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ครั้งนั้นหม่อมฉันก็ให้อภัยนางแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ในงานเลี้ยงร้อยบุปผาคราวนี้ นางก็ยังจ้องจะเล่นงานหม่อมฉันอีก...”
เมื่อฉู่หยุนเหิงได้ยินชื่อ ‘หยุนเจิง’ เขาก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งได้ฟังเรื่องราวความชั่วร้ายของหยุนเจิง เขาก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยงและเกลียดชัง
ตั้งแต่เด็ก เขาต้องถูกเยาะเย้ยเพราะคู่หมั้นไร้ค่าคนนี้ แม้เขาจะเป็นอัจฉริยะของแคว้นต้าฉู่ แต่เพราะหยุนเจิง เขาก็กลายเป็นตราบาป กลายเป็นขี้ปากของคนทั้งแผ่นดิน!
ฉู่หยุนเหิงเอ่ยอย่างรังเกียจ “คนไร้ค่าแบบนั้นควรจะอยู่เงียบ ๆ ในซอกมุม ไม่ควรโผล่มาขวางทางเราอีก!”
ซูหรงแสร้งทำเป็นตกใจ “องค์ชาย...”
“ในต้าฉู่มีองค์กรนักฆ่า ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าชีวิตของหยุนเจิงไร้ค่าคนนั้นจะมีค่าแค่ไหน?” ในดวงตาของฉู่หยุนเหิงฉายแววอำมหิตและความมุ่งร้ายอย่างรุนแรง
ซูหรงพยายามกลั้นความยินดีในใจ สีหน้าแสดงความลังเล “องค์ชาย...หยุนเจิงนาง...”
เขาตัดบทเสียงเข้ม “หรงเอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าจิตใจดี แต่หยุนเจิงเล่นงานเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความแค้นนี้จะปล่อยไว้ไม่ได้! ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเจ้า แต่ยังเพราะความอัดอั้นในใจข้ามาตลอดหลายปี เจ้าอย่าห้ามข้าเลย ได้ไหม?”
ซูหรงก้มหน้า มุมปากยกยิ้มเย็นเฉียบ
เธอไม่มีทางห้ามเขาแน่!
เธอหวังให้หยุนเจิงตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นหมื่นครั้งก็ยังไม่สาสม!
_
หยุนเจิงนอนพักจนถึงเที่ยงวัน ตื่นขึ้นมาก็กินอาหาร แล้วตรงไปยังฉือเมี่ยวเก๋อทางทิศตะวันตกของขวนอ๋องเพื่อเยี่ยมท่านอา
ในห้อง ท่านอาหยุนเหมียวนอนนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวดูน่าสงสาร
คราวนี้ ดวงตาโลหิตของหยุนเจิงกลับตื่นขึ้นเร็วกว่าที่เธอคาดไว้ เธอจึงตั้งใจจะใช้ดวงตาโลหิตตรวจสอบสภาพร่างกายภายในของท่านอาอย่างละเอียด
หยุนเจิงใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแนบชิดกัน รวบรวมพลังวิญญาณแล้ววาดผ่านเบา ๆ หน้าดวงตาที่ปิดอยู่
เมื่อเธอลืมตาขึ้น ดวงตาโลหิตสีแดงฉานอันน่าพรั่นพรึงก็ปรากฏ!
หยุนเจิงตรวจดูร่างกายของท่านอาหยุนเหมียวอย่างถี่ถ้วนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วพบว่าสภาพแย่ยิ่งกว่าที่คาดไว้
ตลอด 7 ปีที่เป็นอัมพาต พิษสะสมในขาทั้งสองจนกล้ามเนื้อน่องเกือบเน่าเสีย และตันเถียนก็เริ่มถูกพิษกัดกร่อน
โดยปกติแล้ว ตันเถียนมักไม่ถูกพิษประเภทนี้ทำลายได้ง่าย ๆ
แต่เพราะคุณหนูรองฟางแห่งตระกูลฟางฝังลูกแก้วอัปมงคลไว้ในท้องท่านอา ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กับตันเถียนมากที่สุด
พลังอัปมงคลจากลูกแก้วแห่งเคราะห์ร้ายจึงแผ่ซ่านเข้าสู่ตันเถียนของท่านอา
แววตาของหยุนเจิงเย็นเยียบ เธอคิดว่าตัวเองใจอ่อนเกินไปกับพวกตระกูลฟาง!
หยุนเจิงเก็บดวงตาโลหิตกลับ นั่งลงข้างเตียงท่านอาหยุนเหมียว กุมมืออุ่นเย็นของท่านอาไว้แล้วกล่าวว่า “ท่านอา อดทนอีกหน่อยนะ รอให้ข้าหาสมุนไพรตัวสุดท้ายได้ ข้าจะรักษาท่านอาให้หายเอง”
สมุนไพรตัวสุดท้ายนั้นคือ ‘ผลฮวากั๋วม่วง’
ผลฮวากั๋วม่วงเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับตี้ผิ่นขั้นต้น มีเงินทองเท่าไรก็หาซื้อไม่ได้!
ยิ่งในแคว้นเล็ก ๆ อย่างต้าฉู่ ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
ตอนนี้ เธอคงต้องไปดูที่ไป๋เฉ่าถังหรือไม่ก็งานประมูลหลิงเทียน
ตลาดมืดเธอไปมาแล้วเมื่อสองวันก่อน เพิ่งแลกเปลี่ยนยันต์ 50 แผ่นกับผู้ดูแลหลินหลางถัง ทำให้ตอนนี้เธอถือว่ามีเงินพอตัว
ถ้าในไป๋เฉ่าถังกับงานประมูลหลิงเทียนยังหาไม่ได้ เธอก็จะบุกป่าเปลวเพลิงด้วยตัวเอง
หลังจากกลับไปยังหออวิ๋นเฟย หยุนเจิงก็พาเยว่จี๋กับองครักษ์อีก 6 คนออกไปด้วย
ในสายตาคนทั่วไป เธอคือคุณหนูไร้ค่า หากออกไปข้างนอกโดยไม่มีองครักษ์ติดตาม ก็เหมือนหาเรื่องให้โดนรังแก!
ตอนนี้เธอยังไม่คิดจะเปิดเผยพลังที่แท้จริง การมีองครักษ์ไว้ข่มขวัญคนก็ยังมีประโยชน์
เป้าหมายแรกของเธอวันนี้คือไป๋เฉ่าถัง เพื่อสอบถามเรื่องผลฮวากั๋วม่วง
เยว่จี๋ถามอย่างงุนงง “คุณหนู วันนี้ออกมาข้างนอกกะทันหันแบบนี้ มีอะไรหรือเจ้าคะ?”
“จะไปไป๋เฉ่าถังน่ะสิ” หยุนเจิงดีดหน้าผากเยว่จี๋เบา ๆ
เยว่จี๋ร้องอุทานเบา ๆ พลางลูบหน้าผากตัวเองอย่างตกใจ “ไป๋เฉ่าถัง? คุณหนู ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหมเจ้าคะ?”
สีหน้าของเยว่จี๋ดูสิ้นหวังทันที
แม้แต่ 6 องครักษ์ที่ตามหลังหยุนเจิงก็ยังแสดงสีหน้าตกใจและอึดอัด
หยุนเจิงมองเธอแล้วถาม “ข้าดูเหมือนพูดเล่นหรือ?”
เยว่จี๋รีบเตือนด้วยความหวังดี “...ไม่นะเจ้าคะ แต่คุณหนูต้องคิดให้ดีนะ ที่นั่นเขาซื้อขายกันด้วยหินวิญญาณนะเจ้าคะ”
หยุนเจิง “......” ข้ารู้อยู่แล้วล่ะ
เยว่จี๋คงคิดว่าเธอไม่มีเงิน กลัวว่าจะถูกคนของไป๋เฉ่าถังดูถูก
หยุนเจิงตบไหล่เยว่จี๋เบา ๆ “วางใจเถอะ คุณหนูของเจ้า มีหินวิญญาณเหลือเฟือ!”