- หน้าแรก
- จอมเวทย์ดวงตาแห่งโชคชะตา
- บทที่ 15 ตลาดมืด เดิมพัน
บทที่ 15 ตลาดมืด เดิมพัน
บทที่ 15 ตลาดมืด เดิมพัน
หลังจากหยุนเจิงก้าวลงจากบันได เด็กหนุ่มร่างผอมบางอายุราวสิบกว่าปีก็เดินเข้ามาหาเธอ
เด็กหนุ่มคนนั้นทำความเคารพหยุนเจิงอย่างสุภาพ ก่อนจะถามด้วยท่าทีไม่ต่ำต้อยแต่ก็ไม่หยิ่งผยองว่า “ข้าน้อยเห็นท่านดูไม่คุ้นหน้า จึงมาสอบถามว่าท่านต้องการให้ข้าน้อยนำทางในตลาดมืดหรือไม่?”
“โอ๊ะ?” หยุนเจิงเหลือบตามองเขาเล็กน้อย พัดลายดอกไม้ในมือหมุนวนอยู่ระหว่างปลายนิ้วขาวนวลของเธอ ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ได้สิ”
รอยยิ้มเจิดจ้าของเธอทำเอาเด็กหนุ่มผอมบางถึงกับตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ในใจยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่แคว้นต้าฉู่ถึงมีหนุ่มน้อยเปี่ยมชีวิตชีวาเช่นนี้?
“หากท่านต้องการให้ข้าน้อยนำทาง ก็ต้องจ่ายค่าจ้างห้าตำลึงเงินนะขอรับ”
หยุนเจิงไม่คิดเสียดายเงิน หยิบเงินห้าตำลึงจากถุงเก็บของส่งให้เขาอย่างง่ายดาย
แววตาของเด็กหนุ่มผอมบางสว่างวาบขึ้นมา เขารับเงินเก็บเข้ากระเป๋า แล้วมองหยุนเจิงด้วยสายตาจริงใจมากขึ้น
“ไปกันเถอะ” หยุนเจิงเอ่ย
เด็กหนุ่มเดินตามเธอครึ่งก้าว แล้วแนะนำตัว “ข้าน้อยชื่ออาซวี เป็นผู้ต้อนรับของตลาดมืด ไม่ทราบว่าการมาตลาดมืดครั้งนี้ ท่านมีจุดประสงค์อันใดหรือ?”
หยุนเจิงหยุดฝีเท้ากะทันหัน กวาดตามองไปรอบ ๆ พบว่าตรงหน้าล้วนเป็นแผงขายของเล็ก ๆ ส่วนอาคารจริง ๆ อยู่ลึกเข้าไปด้านใน
“อาซวี เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าตลาดมืดแห่งนี้จัดสรรพื้นที่อย่างไร”
อาซวีพยักหน้ารับ ก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็น “แผงขายของด้านนอกตลาดมืดเป็นแผงวางกับพื้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีสมบัติล้ำค่าแต่ต้องการขายด่วน ส่วนด้านในสุดคือหลินหลางถัง สาขาของตลาดมืดในแคว้นต้าฉู่ ที่นั่นมีของวิเศษหายากมากมาย สามารถแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายได้ตามต้องการ”
“กฎของตลาดมืดคือห้ามต่อสู้แย่งชิงกัน หากใครฝ่าฝืนจะถูกเวรยามของตลาดมืดโยนออกไป หรืออาจถูกขึ้นบัญชีดำ ท่านควรระวังไว้”
หยุนเจิงได้ยินแล้วถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูท่าว่ามาถูกที่จริง ๆ
“อาซวี พาข้าไปหลินหลางถังที” หยุนเจิงเอ่ย
อาซวีดูแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บสีหน้าอย่างรวดเร็ว
เขานำหยุนเจิงเดินผ่านแผงขายของหายาก ระหว่างทางหยุนเจิงก็อดสนใจของบางอย่างไม่ได้ แต่เพราะตอนนี้ยังไม่มีเงิน จึงได้แค่เก็บไว้ในใจ
ในที่สุด ทั้งสองก็มาถึงประตูใหญ่ของหลินหลางถัง ที่นี่ผู้คนเดินเข้าออกไม่ขาดสาย
ผู้มาเยือนตลาดมืดส่วนใหญ่ต่างสวมหน้ากาก หรือคลุมผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด
แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่แยแสต่อสายตาผู้อื่น
“คุณชายใหญ่ตระกูลฟางก็มาด้วย หรือว่าจะมาเพื่อเฟยอินเฉ่า!”
ชายหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายสีเขียว หน้าตาคมเข้มคิ้วหนา ยิ้มพลางพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “เฟยอินเฉ่าเป็นของที่ภรรยาข้าต้องการ ข้าเองก็แค่อยากเอาใจนางเท่านั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านฟางทำถูกแล้ว!”
หยุนเจิงได้ยินชื่อ ‘คุณชายใหญ่ตระกูลฟาง’ ก็อดหันไปมองไม่ได้ และก็เป็นไปตามคาด คนผู้นั้นก็คือชายสารเลวที่อยู่ในความทรงจำของเธอ
ฟางซือเหยียน!
ชายชั่วที่ถอนหมั้นกับท่านอา!
ท่านอาของเธอยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อเขา สุดท้ายต้องนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขณะที่ฟางซือเหยียนกลับแต่งงานมีลูก กลายเป็นสามีตัวอย่างในสายตาคนภายนอก
หยุนเจิงยิ้มเยาะ รอยยิ้มเต็มไปด้วยความดูแคลน
เฟยอินเฉ่า? นั่นคือสมุนไพรระดับเสวียนผิ่นขั้นต้น! สำหรับแคว้นต้าฉู่ซึ่งเป็นแคว้นเล็ก ๆ นี่นับว่าเป็นสมุนไพรหายากมากแล้ว
สมุนไพรและโอสถวิเศษในโลกนี้แบ่งเป็นสี่ระดับ: ระดับหวงผิ่น ระดับเสวียนผิ่น ระดับตี้ผิ่น และระดับเทียนผิ่น
“ท่าน?” อาซวีเห็นหยุนเจิงนิ่งไป จึงเอ่ยเรียก
หยุนเจิงได้สติกลับมา ยิ้มพลางตบไหล่ผอมบางของเขาเบา ๆ “ข้าอยู่นี่แล้ว”
ท่าทีเป็นกันเองของหยุนเจิงทำให้อาซวีเผลอยิ้มออกมา
ที่ผ่านมาแขกส่วนใหญ่ล้วนดูถูกคนต้อนรับอย่างพวกเขา ไม่ด่าทอหรือซ้ำเติมก็ถือว่าดีแล้ว ไม่มีใครกล้าแตะเนื้อต้องตัวด้วยซ้ำ
“ช่วยแนะนำข้าให้รู้จักกับผู้ดูแลหลินหลางถังที บอกว่าข้ามีของดีอยากเจรจาการค้า” หยุนเจิงมองอาซวี พลางยื่นกระดาษพับแผ่นหนึ่งให้ “เอานี่ไปส่งให้เขา รับรองว่าเขาต้องออกมาแน่”
อาซวีลูบกระดาษในมือ มองสบตาใสกระจ่างของหยุนเจิงอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ขอรับ”
อาซวีรีบถือกระดาษเข้าไปข้างในหลินหลางถังทันที
“ขำจริง ๆ เจ้าเด็กนี่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คิดจะใช้กระดาษแผ่นเดียวล่อให้ผู้ดูแลหลินหลางถังออกมาเนี่ยนะ?” ชายใบหน้าคล้ายลิงที่ยืนข้างฟางซือเหยียนหัวเราะเยาะ
ฟางซือเหยียนเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง!”
หยุนเจิงตั้งใจจะเข้าหลินหลางถังอยู่แล้ว แต่กลับถูกคำพูดดูแคลนของสองคนนั้นดึงความสนใจ เธอแย้มริมฝีปากสีแดงสด หันกลับไปมองฟางซือเหยียนกับชายหน้าลิง
“ท่านทั้งสองไม่เชื่อหรือ?”
ชายหน้าลิงแค่นเสียง “ฮึ เจ้าไม่รู้หรือว่าผู้ดูแลหลินหลางถังน่ะเชิญยากแค่ไหน ยังกล้าพูดเต็มปากว่าเขาจะออกมา เจ้าสมองกระทบกระเทือนหรือเปล่า?”
ฟางซือเหยียนทำหน้าคุณชายผู้สูงศักดิ์ พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน
“ถ้าอย่างนั้น มาพนันกันไหม?” หยุนเจิงไม่สนใจคำเย้ยหยัน กลับยิ้มออกมาอย่างคุณชายเจ้าสำราญ
แววตาของฟางซือเหยียนวูบไหว เขาสังเกตเห็นว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าทั้งพูดจาฉะฉาน หน้าตาก็หล่อเหลา เสื้อผ้าก็ดูดี น่าจะเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่หนีออกมาเที่ยว
เขาคาดว่าคนผู้นี้ต้องมีของดีติดตัวอยู่ไม่น้อย ความคิดโลภผุดขึ้นในใจ
ฟางซือเหยียนถาม “พนันอะไร?”
“ว่ามา อยากพนันอะไร?” ชายหน้าลิงกับฟางซือเหยียนคิดเหมือนกัน หวังจะหลอกเอาของดีจากหยุนเจิง
ผู้คนที่เดินเข้าออกหลินหลางถังต่างหยุดดูด้วยความสนใจเมื่อเห็นมีการพนันเกิดขึ้น
หยุนเจิงยิ้มมุมปาก ดวงตาเปล่งประกายเจ้าเล่ห์
ติดกับแล้ว
เธอไอเบา ๆ มือไพล่หลัง แสดงบทคุณชายเจ้าสำราญออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เอาแบบนี้ ถ้าภายในหนึ่งเค่อ (15 นาที) ผู้ดูแลหลินหลางถังออกมาหาข้าก่อน ข้าชนะ แต่ถ้าครบหนึ่งเค่อแล้วยังไม่ออกมา พวกท่านชนะ”
ฟางซือเหยียนกับชายหน้าลิงสบตากัน ก่อนจะตอบพร้อมกัน “ตกลง!”
หยุนเจิงยกนิ้วสองนิ้วขึ้น “ถ้าข้าชนะ พวกท่านต้องจ่ายข้าคนละสองพันหินวิญญาณระดับต่ำ แต่ถ้าพวกท่านชนะ ข้าจะยกเฟยอินเฉ่าให้คนละสามต้น ตกลงไหม?”
สิ้นเสียง ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
ฟางซือเหยียนกับชายหน้าลิงตาเป็นประกาย
เฟยอินเฉ่าหนึ่งต้นก็ปาเข้าไปพันหินวิญญาณระดับต่ำแล้ว ถ้าชนะก็จะได้ถึงสามพันหินวิญญาณระดับต่ำต่อคน
โชคดีอะไรเช่นนี้ ตกมาถึงพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
“ตกลง ตามนี้!” ฟางซือเหยียนรีบตอบราวกับกลัวหยุนเจิงจะเปลี่ยนใจ
คนรอบข้างที่ได้ยินเนื้อหาการพนันต่างมองว่าหยุนเจิงช่างโง่เง่าเสียจริง
ผู้ดูแลหลินหลางถังทั้งปีแทบไม่เคยออกมาเกิน 3 ครั้ง แล้วจะออกมาภายในหนึ่งเค่อได้อย่างไร?
“ลูกหลานบ้านไหนกันนี่ ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง! สามพันหินวิญญาณระดับต่ำเชียวนะ! เขาไม่เสียดาย แต่ข้านี่เสียดายแทนเลย…”
เสียงทุ้มใหญ่ของชายร่างกำยำคนหนึ่งดังขึ้น “น้องชาย หน้าตาก็หล่อเหลา เจ้าอย่าให้ใครหลอกเลย ผู้ดูแลหลินหลางถังไม่มีทางออกมาหรอก!”