- หน้าแรก
- จิ้งจอกขี้เกียจกับแม่มดแห่งชนบท
- ตอนที่ 2 ชีวิตจิ้งจอกที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย
ตอนที่ 2 ชีวิตจิ้งจอกที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย
ตอนที่ 2 ชีวิตจิ้งจอกที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย
อันเซิงยังคงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ไม่แม้แต่จะสนใจข้อความประหลาดที่โผล่ขึ้นมาในหัว จริง ๆ แล้ว การที่จู่ ๆ จะมีข้อความปรากฏในหวัแบบนี้ สำหรับอันเซิงก็ชินเสียแล้ว
ตั้งแต่วันที่เขาทะลุมิติมายังถ้ำจิ้งจอก ก็รู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองแตกต่างจากจิ้งจอกธรรมดาทั่วไปอยู่บ้าง ในหัวของเขา มักจะมีข้อความบางอย่างผุดขึ้นมา ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อของผู้ขอพรหรือผู้มีความปรารถนา พร้อมกับสถานะว่า “พรนั้นสำเร็จ” หรือไม่
ถ้าอันเซิงช่วยให้ใครสักคนสมหวังได้ เขาก็จะได้รับ ‘พลังอธิษฐาน’ อันแปลกประหลาดกลับมา พลังอธิษฐานนี้จะเอาไปทำอะไรได้บ้าง อันเซิงเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด แค่รู้ว่ามันสามารถเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หรือจะใช้กับสมองก็ได้
ถ้าเพิ่มพลังอธิษฐานให้ร่างกาย ร่างกายก็จะรู้สึกแข็งแรงขึ้น—แต่ก้นจะคันนิดหน่อย
ถ้าเพิ่มให้สมอง สมองก็จะปลอดโปร่งแจ่มใสอย่างน่าประหลาด
อันเซิงถึงกับสามารถนึกย้อนไปได้ถึงชาติก่อน ตอนที่แม่ของเขามองเขาด้วยสายตาเอือมระอาตอนคลอด
เขาเองก็เคยอ่านนิยายมาก่อน พอเจอคำว่า “ขอพร” หรือ “พลังอธิษฐาน” ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจกลายเป็นเทพภูเขาในป่าแบบในนิยาย
ไอ้เจ้าพลังอธิษฐานนี่ มันก็เหมือนกับพลังบุญจากการกราบไหว้บูชาในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นแหละ
ตอนที่คิดได้แบบนี้ใหม่ ๆ อันเซิงก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ ทะลุมิติมาเขาพอรับได้อยู่หรอก แต่ถ้าต้องไปอยู่ในโลกที่ปีศาจและเทพเจ้าเดินเพ่นพ่าน เขาก็ไม่เอาด้วยเด็ดขาด
แค่เกิดใหม่เป็นจิ้งจอกก็ซวยพอแล้ว ถ้าต้องอยู่ในยุคที่เหล่าปีศาจอาละวาดอีก ชีวิตที่เดินบนเส้นด้ายของเขาคงยิ่งลำบากหนักขึ้นไปอีก
โชคดีที่หลังจากใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในป่าร่วมสามเดือน วันหนึ่งเขาก็เห็นเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินผ่านไป มีสัญลักษณ์กาชาดแปะอยู่
อันเซิงเลยตัดใจ เลิกคิดจะฝึกวิชาอย่างมุ่งมั่น รีบออกจากป่า มุ่งหน้าสู่ “สวรรค์บนโลกมนุษย์” ตั้งใจจะสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมา
“แอ่ก——”
หลังจากกินอิ่มจนพุงกาง อันเซิงก็กระโดดขึ้นไปบนโซฟาอย่างสบายใจ ไม่รีรอที่จะหยิบแท็บเล็ตที่ใช้เรียนออนไลน์ขึ้นมา
เขาตั้งใจจะล็อกอินบัญชี QQ ใหม่ของตัวเอง กะว่าจะต้องได้เหรียญอาทิตย์ (แต้มกิจกรรม) สัก 1-2 ดวงก่อนถึงจะพอใจ
ตอนที่เพิ่งได้แท็บเล็ตมาใหม่ ๆ อันเซิงก็พยายามล็อกอินบัญชีโซเชียลเก่าทั้งหมดจากชาติก่อน
แต่เสียดาย ไม่มีบัญชีไหนที่ล็อกอินได้เลย
แม้จะเปิดบัญชี QQ ใหม่แล้ว เขาก็ยังลองแอดบัญชีเก่าของตัวเองดู
แต่หน้าโปรไฟล์ของบัญชีเก่านั้น กลายเป็นบัญชีขยะไปแล้ว QQ Space ก็เต็มไปด้วยภาพที่พูดได้คำเดียวว่า โดนแบนถาวรแน่ ๆ
Cloud Drive ก็ลองเปิดดูแล้ว แม้จะยังมีบัญชีอยู่ แต่เนื้อหาข้างในก็ไม่ตรงกับที่เขาเคยเก็บไว้ คิดมาถึงตรงนี้ อันเซิงก็อดเศร้าใจไม่ได้ ถ้าเขาสามารถล็อกอินบัญชีชาติก่อนได้ ชีวิตจิ้งจอกของเขาก็คงจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ก็เพราะในชาติก่อน อันเซิงมีบัตร ATM อยู่ 3 ใบ
ใบหนึ่งเป็นบัญชีเงินเดือน ใบหนึ่งไว้ใช้จ่ายประจำวัน อีกใบเป็นบัญชีเงินฝากประจำที่มีเน็ตแบงก์กิ้ง เก็บซ่อนไว้ในลิ้นชักลับใต้โต๊ะ เงินฝากตั้งหลายแสน ไม่รู้ว่าหลังจากเขาตายไปแล้วจะตกไปอยู่ในมือใคร
“รู้งี้แต่แรกว่าจะได้กลายเป็นจิ้งจอก ตอนนั้นไม่น่าซื้อรถซื้อบ้านซื้อประกันหรอก น่าจะเอาเงินไปฝากประจำหมดเลย”
“หรือไม่ก็เอาเงินทั้งหมดไปลงโปรฯ เติมหมื่นแถมหมื่นที่เมืองนวดเท้า เผลอ ๆ อาจจะกลายเป็นเศรษฐีในพริบตา!”
เลื่อนดูคลิปไปเรื่อย ๆ เจอ ‘ไซเบอร์โพธิสัตว์แห่งเรือนร่าง’ กำลังเต้นโชว์อย่างเร่าร้อน อันเซิงก็อดคิดถึงเงินฝากที่ยังใช้ไม่หมดในชาติก่อนไม่ได้ เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“งื๊งงง~”
อันเซิงฟุบหน้าลงบนเก้าอี้ ร้องเสียงเบา ๆ ก่อนจะฝืนใจปัดผ่านไลฟ์สดของไซเบอร์โพธิสัตว์ แล้วหันไปดูคลิปจิ้งจอกขี้อ้อนที่เคยดูไว้
อันเซิงตั้งใจจะศึกษาท่าทางเหล่านั้นให้ถี่ถ้วน เผื่อจะใช้ตบตาอวี่เสวี่ยชิง แล้วจะได้บัตรทดลองชามข้าวทองคำแบบถาวร
สำหรับการที่จิ้งจอกต้องอ้อนขอข้าวกิน อันเซิงไม่ได้รู้สึกอายเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่ามันสนุกดีด้วยซ้ำ นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เขาไม่เคยได้สัมผัสในชีวิตมนุษย์มาก่อน
แน่นอน ถ้าให้เขากินอาหารสุนัขจริง ๆ ล่ะก็ เขาขอยกมือปฏิเสธอย่างสุภาพ
เหมือนกับที่เมโมะ (ซัคคิวบัส) ไม่กินอาหารที่ทำให้ไม่มีลูก เขาก็เป็นจิ้งจอกผู้ชายทั้งแท่ง จะไปกินอาหารสุนัขในถุงซิปล็อคได้ยังไงกัน
“เอาล่ะ วันนี้ดูคลิปแค่นี้พอ มาดูซิวันนี้จะมีใครมาเอ็นดูเราบ้าง!”
อันเซิงลบประวัติการดูคลิป แล้วกวาดตาไปที่ QQ อีกครั้ง เห็นว่าในกลุ่มไม่มีรูป 18+ เลย ก็ลบการล็อกอิน QQ ออกด้วยความผิดหวัง
เดี๋ยวนี้เพื่อนในกลุ่มก็แย่ลงเรื่อย ๆ วัน ๆ เอาแต่คุยเรื่องหาเงิน ไม่มีอนาคตเอาซะเลย
อยากหาเงินก็เรียนรู้จากฉันบ้างสิ!
อันเซิงชูหางฟูฟ่องขึ้น แล้วเดินอ้อมขา “พี่สาวถุงน่องดำ” หนึ่งรอบ ทำตัวเป็นพระอรหันต์ร่างเนื้อไปพลาง ๆ
จากนั้นก็เสียบสายชาร์จให้แท็บเล็ต แล้วกระโดดออกไปทางหน้าต่าง เล็ดลอดผ่านเหล็กดัดกันขโมย มายังลานหน้าบ้านที่โล่งเตียน
ชีวิตในชาติก่อนที่ต้องขยันหมั่นเพียรจนเหนื่อย อันเซิงเบื่อเต็มที ชาตินี้เกิดใหม่เป็นจิ้งจอก ขอพักผ่อนชิล ๆ สักระยะก่อนแล้วกัน
ขยันไปก็เท่านั้น สุดท้ายสมบัติที่หามาได้ก็ไม่รู้จะตกไปอยู่กับใคร
แต่ “พลังอธิษฐาน” นี่สิ อันเซิงกลับสนใจมากเป็นพิเศษ
ใครจะรู้ ถ้าเพิ่มค่าพลังนี้ไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งอาจจะได้บรรลุเป็นเซียน กลับไปใช้ชีวิตสุดชิคในเมืองคอนกรีตเสริมเหล็กอีกครั้งก็ได้
แม้จะเป็นจิ้งจอกอันดับสองก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่มีบัตรประชาชน พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง ก็ลำบากอยู่ดี
“วันนี้อาชิงขอพรให้เราช่วยเฝ้าบ้าน อุดรูสุนัข แล้วก็ซ่อมกลอนประตูสินะ”
อันเซิงตั้งสมาธิแน่วแน่ ดำดิ่งจิตสำนึกลงไปในหัว ก็ปรากฏรายการข้อความพรขึ้นมา
ในลิสต์นั้น เต็มไปด้วย “คำขอพร” หลากหลาย
แต่ส่วนใหญ่ก็เพี้ยนสุด ๆ
อย่างเช่น มีเด็กประถมคนหนึ่งขอให้ระเบิดระเบิดศูนย์เยาวชน เหตุผลคือ…จะได้ไม่ต้องไปเรียนวิชาพละทุกวัน
อีกคนเป็นหนุ่มที่ชอบโบกมือในตลาด เขาบอกว่าวันนี้ไปขอพรเจ้าแม่หม่าโจ้วมาแล้ว ขอให้นั่ง “เครื่องบินยักษ์ทะยานสู่ทะเล” แล้วก็ขอพรกับอันเซิงว่า อยากไปปลูกผักแย่งที่ดินที่สหรัฐฯ
ปลูกผักบ้าอะไรของนาย! ฉันยังขี้เกียจจะพูด
พวกพรเพี้ยน ๆ แบบนี้ อันเซิงไม่สนใจหรอก ตอนนี้เขากินอิ่มนอนหลับดีที่ตำบลฉางซี จะไปเสี่ยงชีวิตเพื่อพรเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไม
ไม่อยากต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยคนอื่นกลางดึก แถมต้องหิ้วปืนกลชิคาโกไปยิงกับอัล คาโปน (อาชญากรชื่อดังชาวอเมริกัน ในช่วงยุค 1920–1930s) ที่ถนนอีก
ฉันเป็นจิ้งจอกอันดับสองของประเทศเซี่ยนะ จะให้ไปยิงกับมาเฟียอเมริกัน มันเกินไปแล้ว!
ต่อให้เป็นพี่หมีแพนด้าแห่งประเทศเรา ถ้าไปที่นั่นก็ยังสู้กระสุน 7.62 มม. ไม่ไหวเหมือนกัน
องค์กรคุ้มครองสัตว์ของประเทศเซี่ย ที่อเมริกาเขาไม่สนหรอก!
นอกจากพรแปลก ๆ แล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะขอพรเรื่องความรักจาก “ท่านฟูลี่” (เทพจิ้งจอกนำโชค)
แต่พออันเซิงเห็นแล้วก็แทบจะหมดอารมณ์
ขอพรเรื่องความรักเหรอ? ชาติก่อนฉันมีรถมีบ้านยังเป็นโสด ชาตินี้ไม่มีแม้แต่บัตรประชาชน จะให้ช่วยเรื่องความรักได้ยังไง!
มาขอพรเรื่องความรักจากจิ้งจอกโสดสองชาติ อย่างมากก็ได้แต่ขอให้พวกนายฝันดีละกัน
“กลอนประตูเสีย เดี๋ยวขอดูหน่อยว่าเป็นอะไร”
อันเซิงเดินมาหน้าประตูบ้าน ลุกขึ้นยืนสองขา ใช้เท้าแหวกประตูเหล็กบานใหญ่ที่ปิดไม่สนิทออก แล้วลากเก้าอี้หวายจากในบ้านออกมา กระโดดขึ้นไปนั่งเพื่อสำรวจกลอนประตู
“อืม...เหมือนสปริงในตัวล็อกจะไม่เด้งกลับแล้ว? คงเพราะไม่ได้ใช้มานานสินะ”
“อวี่เสวี่ยชิงเหมือนจะกลับมาอยู่บ้านช่วงปิดเทอมเพื่อทดลองปลูกต้นชา ปกติครอบครัวเธอก็อยู่ในเขตเมืองกันหมด”
อันเซิงง่วนอยู่กับกลอนประตูอยู่พักหนึ่ง ก็พอจะเดาได้ว่าปัญหาคงเกิดจากกลไกที่ฝืดหรือเป็นสนิม ของพวกนี้ส่วนใหญ่แค่หยอดน้ำมันหรือกำจัดสนิมก็ใช้ได้แล้ว แต่ถ้าพังจริง ๆ ก็คงหมดทางเยียวยา
“แต่เราจะไปหาน้ำมันหล่อลื่นจากที่ไหนมาฉีดให้มันล่ะ?”
อันเซิงบ่นในใจขณะจ้องกลอนประตู
บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ นอกจากเสื้อผ้าเปลี่ยนของอวี่เสวี่ยชิงกับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ก็ไม่มีอะไรเหลือเลย ตู้เย็นยังไม่มีด้วยซ้ำ ถ้าอวี่เสวี่ยชิงไม่ต้องเตรียมอาหารให้เขา บ้านนี้คงไม่มีแม้แต่ถังแก๊ส เพราะสำหรับอวี่เสวี่ยชิงแล้ว กินแค่ 2 มื้อต่อวันก็ไปกินที่ร้านข้าวข้างบ้านได้ตลอด 10 หยวน ได้กับข้าวสองอย่าง— ถูก อร่อย คุ้ม
ขณะที่อันเซิงกำลังคิดจะไปขอยืมเครื่องมือซ่อมจากบ้านข้าง ๆ
ชายวัยกลางคนสวมหมวกฟางคนหนึ่งที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนลาดยางหน้าบ้าน ก็มองอันเซิงด้วยสีหน้าประหลาดใจ
อันเซิงเห็นเข้า ก็ยิ้มออกมา เงยคางขึ้นทักทายอีกฝ่าย
“งื๊งงง~——”
ชายคนนั้นคือ ผู้ใหญ่บ้านฉางซี ชื่อ เฉินเฟิงสุ่ย: “...”