- หน้าแรก
- โลกจําลองพิศวง ฉายาของฉันรวมกันได้
- บทที่ 2 ชายในเสื้อฮู้ดบนรถไฟใต้ดิน
บทที่ 2 ชายในเสื้อฮู้ดบนรถไฟใต้ดิน
บทที่ 2 ชายในเสื้อฮู้ดบนรถไฟใต้ดิน
“แรงของหมอนั่นกับสภาพจิตใจขนาดนั้น ถ้าอยู่ในเมืองก็อธแฮม คงได้เป็นวายร้ายหรือซูเปอร์ฮีโร่ไปแล้วอะน่ะ… แล้วจะให้ฉันไปจัดการมันเนี่ยนะ?”
เกาอี้ยืนนิ่งมองข้อความภารกิจใหม่ในหน้าจอของระบบ สายตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะเงยหน้ามองชายในเสื้อฮู้ดสีดำอีกครั้ง
ภารกิจที่ระบบส่งมา “ไม่ได้บังคับ” ให้ต้องทำเสมอไป ในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาเองก็เคยพลาดหลายภารกิจโดยไม่ถูกลงโทษอะไร ดังนั้นถ้าไม่อยากเสี่ยง เขาก็สามารถปล่อยผ่านได้อยู่ดี
เขาได้ “ระบบฉายา” นี้มาประมาณอาทิตย์กว่าๆ แล้ว ตอนแรกเกาอี้ตื่นเต้นราวกับถูกหวย พอเห็นช่อง “ติดตั้งฉายา” ก็รีบกดใส่ [คนเป็นหนี้] เพราะคิดว่าเงินคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนั้น
แต่พอภารกิจแรกปรากฏขึ้น คำสั่งของระบบกลับเขียนว่า
“เพิ่มยอดหนี้ของตัวเองให้ถึง 1,000,000 หยวนภายในวันเดียว”
เกาอี้ตอนนั้นยังคิดขำๆว่า “หาเงินไม่เป็น แต่เป็นหนี้เก่ง” เขาจึงลงมือทันที
จากหนี้เก่าที่มีอยู่สี่แสน เขาใช้ทั้งวันวิ่งหาคนยืมจนตอนค่ำๆ ยอดหนี้แตะเกือบแปดแสนในคืนเดียว เหมือนภารกิจจะสำเร็จอยู่รอมร่อ
แต่ทันทีที่นาฬิกาตีตอนเที่ยงคืน ภารกิจกลับหายไปเอง แล้วระบบก็ออกภารกิจใหม่แทนว่า
“ชำระหนี้ทั้งหมดให้หมดสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง”
หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจทันทีว่าระบบนี่มันมี “นิสัยชั่วร้าย” ขนาดไหน
เมื่อไม่มีทางหาเงินได้จริงๆ เขาจึงเปลี่ยนกลับมาใช้ฉายา [นักข่าว] ซึ่งอย่างน้อยยังเข้ากับอาชีพจริงของเขาและก็เป็นฉายานั้นเองที่ช่วยให้เขาทำภารกิจสำเร็จจนถึงระดับ 3 ในตอนนี้
ข้อดีของระบบนี้คือสามารถสลับฉายาได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอคูลดาวน์ เพียงแต่ภารกิจประจำวันที่ต้องทำจะถูกล็อกตามฉายาที่สวมอยู่ตอนเที่ยงคืน
เกาอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนใจแล้วเปลี่ยนฉายาจาก [นักข่าว] เป็น [คนอกหัก]
【ฉายา: คนอกหัก Lv.1 (ทั่วไป)】
【ค่าประสบการณ์: 0 / 100】
【ความสามารถของฉายา: ① แฟนเก่า มีความเข้าอกเข้าใจสูง สามารถปลอบโยนคนที่อยู่ในภาวะอารมณ์รุนแรงได้】
เขาก้าวไปคุกเข่าข้างร่างหญิงวัยกลางคนที่ถูกเหวี่ยงกระเด็น ตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างระมัดระวัง
ข่าวดีคือเธอยังมีลมหายใจ แต่ข่าวร้ายคือกระดูกซี่โครงและแขนอาจหักหลายจุด เกาอี้ไม่ได้มีพื้นฐานทางการแพทย์มากนัก เขาจึงทำได้เพียงพูดปลอบให้เธอสงบ แล้วรีบลุกขึ้นเดินช้าๆไปยังชายในเสื้อฮู้ด
ฝั่งผู้โดยสารที่หนีไปตู้ข้างหน้า ตอนนี้เริ่มกลับเข้าสู่นิสัยของคนยุคปัจจุบัน เมื่อรู้ว่าตัวเอง “ปลอดภัยชั่วคราว” ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปโพสต์ลงโซเชียลทันที
เมื่อเห็นเกาอี้เดินเข้าไปหาชายคนนั้น เสียงเชียร์จากปลายตู้ก็ดังขึ้นราวกับกำลังดูมวย
“จัดการมันเลยพี่ชาย!”
“สู้นะพี่ พี่กล้าขนาดนั้น พี่จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันแน่ๆ!”
“โอ้โห๊ ได้เจอของจริงในรถไฟใต้ดินก็วันนี้แหละ!”
เกาอี้ได้แต่กัดฟันยิ้มฝืด นี่มันผู้ชมแบบไหนกันเนี่ย…
เขายกมือขึ้นทำสัญญาณ “เงียบ” ให้พวกนั้น แล้วชี้ไปทางหญิงที่นอนหมดสติ พร้อมพูดเสียงเบา “โทรแจ้งตำรวจด้วย”
อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังพอควบคุมสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง
แม้ระบบจะเต็มไปด้วยความไม่เมตตาแต่ภารกิจที่มันให้มาจนถึงตอนนี้ อย่างน้อยก็ “พอจะทำได้” ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้หนึ่งล้านหรือการแฝงตัวในองค์กรอาชญากรรม ล้วนอยู่ในขอบเขตที่เป็นไปได้
ดังนั้นภารกิจพิเศษในตอนนี้ก็คงเหมือนกัน หมายความว่าระบบเชื่อว่าเขามี “โอกาส” จะรับมือกับผู้ชายคนนั้นได้
แน่นอน การที่เกาอี้จะเสี่ยงเอาตัวเข้าไปยุ่ง ไม่ใช่เพราะความยุติธรรมหรือความกล้าหาญอะไรหรอก
สำหรับนักข่าวสายสืบอย่างเขา “ความยุติธรรม” ก็เหมือนกางเกงใน มีไว้ข้างใน ไม่จำเป็นต้องเอาไปโบกโชว์ให้ใครดู
สิ่งที่ดึงดูดเขาจริงๆก็คือ “รางวัลของภารกิจ”
【เพิ่มจำนวนฉายาที่สามารถพกได้ +1】
【ได้คุณสมบัติระดับหายาก 1 รายการ】
【ได้สิทธิ์สุ่มของรางวัลทั่วไป 3 ครั้ง】
ถ้าไม่นับ “คุณสมบัติระดับหายาก” ที่ยังไม่รู้ว่าทำอะไรได้ สิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดก็คือ “เพิ่มจำนวนฉายาได้อีกหนึ่งช่อง”
นั่นคือการอัปเกรดระดับเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว
หากพกได้สองฉายาพร้อมกัน เขาก็จะสามารถใช้ความสามารถจากสองสายผสมกันได้ แถมยังได้รับภารกิจรายวันสองภารกิจพร้อมกันด้วย หมายความว่าเขาจะไม่ต้องถูกบังคับทำสิ่งที่ไม่อยากทำอีกต่อไป สามารถเลือกทางที่ดีกว่าได้เอง
นั่นเท่ากับว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ถูกควบคุมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นผู้ควบคุมเกมแทน
คิดมาถึงตรงนี้ เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้
ระบบนี้โผล่มาในช่วงที่ชีวิตของเขา “พังที่สุด” พอดี
เพื่อนที่ร่วมลงทุนหนีหายทิ้งหนี้ไว้ให้ แฟนที่คบกันสี่ปีบอกเลิก ข่าวที่เขาอุตส่าห์ทำคนเดียวหลายเดือนโดนหัวหน้าขโมยผลงานไปทั้งชิ้น
แม้จะเป็นคนจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน เขาก็ยังรู้สึกสิ้นหวังอยู่ลึกๆ
แต่พอระบบนี้ปรากฏขึ้น มันก็เหมือนแสงสว่างที่ชี้ทางในความมืด มันอาจจะบ้า แต่มันก็ให้โอกาสเริ่มต้นใหม่กับเขาอีกครั้ง
ดังนั้นถ้าเขายังกลัว ยังคิดจะหนี เขาก็คงไม่ต่างอะไรจากคนที่ยอมใช้ชีวิตอย่างล้มเหลวไปวันๆ
เกาอี้หัวเราะในลำคอ “เฮ้อ... อย่างมากก็แค่โดนต่อยสินะ จะหนักกว่าตอนแฝงตัวเข้าไปในโรงพยาบาลบ้าครั้งนั้นได้ยังไงกัน”
พูดจบ เขาก็สูดหายใจลึก แล้วก้าวเข้าไปใกล้ชายในเสื้อฮู้ดอีกครั้ง จนระยะห่างเหลือเพียงสองเมตร
คราวนี้เขามองเห็นชัดเจน
ชายคนนั้นมีร่างกายผอมแห้งผิดปกติ แขนที่โผล่จากแขนเสื้อดูเหมือนแทบไม่มีเนื้อ เหมือนโครงกระดูกเดินได้ ใบหน้าโทรมซีดจนริมฝีปากขาวซีด ดวงตาลึกโบ๋ ร่างกายสั่นเทาอย่างน่ากลัว
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือสภาพจิตใจของเขา
ชายคนนั้นกอดศีรษะไว้แน่น พึมพำเสียงสั่นด้วยสำเนียงท้องถิ่นหนักมาก
“ไม่เอา... ถ้วยศักดิ์สิทธิ์นั้นมันน่ากลัวเกินไป...”
“เกมจะจบหรือยัง... เหลืออีกกี่นาที...”
“ช่วยด้วย... ใครก็ได้...”
เกาอี้ฟังแล้วเข้าใจทันที หมอนี่ไม่ได้ “บ้า” แต่กำลัง “กลัวสุดขีด” มากกว่าและนั่นอาจเป็นช่องทางให้เขาเข้าถึงได้
เขาก้มลงเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “พี่ชาย... เป็นอะไรหรือเปล่า?”
เรียนรู้จากความผิดพลาดของหญิงคนนั้น เขาไม่แตะตัว แต่ยืนห่างหนึ่งเมตร พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ และค่อยๆย่อตัวลงให้ระดับสายตาอยู่ต่ำกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย เพื่อแสดงว่า “ไม่เป็นภัย”
เทคนิคพื้นฐานของการเจรจา ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกปลอดภัย
ชายในฮู้ดเงยหน้าช้าๆดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธและความหวาดระแวง มองจ้องเขม็งตรงมาที่เกาอี้
“ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใดนะ แค่อยากช่วย ถ้าไม่อยากให้ช่วย ฉันจะไปตอนนี้เลยก็ได้” เกาอี้พูดต่ออย่างใจเย็น “แต่ช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหม ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยฉันจะได้อธิบายให้คนอื่นฟัง ตอนนี้ตำรวจกับเจ้าหน้าที่กำลังจะมาแล้ว ถ้าไม่พูด เขาอาจเข้าใจผิด...”
“เข้าใจบ้าอะไรของแก! จะตำรวจจะยาม ฉันไม่สนทั้งนั้นโว้ย!”
เสียงตะโกนแหบพร่าดังขึ้นพร้อมแรงอาฆาตในดวงตาแต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเป็น “การสื่อสาร” ครั้งแรกที่อีกฝ่ายยอมตอบ
และทันใดนั้น ระบบก็ส่งข้อความขึ้นมาในหัว
【ฉายา “คนอกหัก” ได้รับค่าประสบการณ์ +5】
เกาอี้ยิ้มบางๆ เขานั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย ตบต้นขาตัวเองเบาๆแล้วพูดเสียงเรียบ
“ไม่เป็นไรเลยพี่ชาย ฉันก็ไม่ได้ดีกว่าแกเท่าไหร่หรอกนะ ช่วงนี้ชีวิตฉันก็พังเหมือนกัน...”
คำพูดนั้นเหมือนปลดล็อกบางอย่างในใจชายคนนั้น เสียงหายใจของเขาช้าลง สีหน้าเริ่มสงบขึ้นเล็กน้อย
【ฉายา “คนอกหัก” ได้รับค่าประสบการณ์ +10】
ดีมาก... สถานการณ์เริ่มอยู่ในมือแล้ว
เขากำลังจะค่อยๆชวนคุยต่อ เพื่อสืบหาว่า “เกม” ที่อีกฝ่ายพูดถึงคืออะไรกันแน่
แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงโกลาหลก็ดังมาจากตู้ข้างหลัง
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างแตกกระจายออกเป็นแนวยาว ชายสองคนในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรถไฟใต้ดินรีบวิ่งฝ่าผู้คนออกมา
“ตำรวจกับหน่วยสืบสวนกำลังมาทางนี้! ทั้งสองคนวางอาวุธแล้วหมอบลงเดี๋ยวนี้!”
เสียงตะโกนก้องไปทั่วตู้รถไฟใต้ดินและสายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เกาอี้กับชายในเสื้อฮู้ดพร้อมกัน