เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 206 โทษข้าอย่างนั้นรึ?

บทที่ 206 โทษข้าอย่างนั้นรึ?

บทที่ 206 โทษข้าอย่างนั้นรึ?


บทที่ 206 โทษข้าอย่างนั้นรึ?

แม้ว่าหลายคนจะรู้ดีว่าเสี่ยวไป๋ หนานกงอวิ๋นม่อและพวกเขานั้นเป็นพรรคพวกกัน แต่คนที่รู้ส่วนมากล้วนเป็นเพียงศิษย์ ในขณะที่เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เหล่าผู้อาวุโสของแต่ละสำนักยังมัวแต่โอ้อวดอยู่ในห้องโถงด้านใน ดังนั้นเหล่าผู้อาวุโสจากประตูดวงดาวสิงห์จันทราจึงไม่ล่วงรู้ความเกี่ยวพันของพวกเขาเลย

เดิมทีเหล่าผู้อาวุโสประตูดวงดาวสิงห์จันทรากำลังโอ้อวดกันอย่างครื้นเครงอยู่ในห้องโถง ทว่าจู่ ๆ ก็มีศิษย์ของตนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า “ศิษย์เอกถูกคนซ้อมจนปางตายแล้ว”

ข่าวนี้ทำเอาพวกผู้อาวุโสแทบหัวใจวายเพราะคนที่ถูกเล่นงานคือศิษย์เอกผู้ซึ่งเป็นความหวังของสำนักและมีแนวโน้มจะเป็นผู้นำรุ่นถัดไป หากเกิดเรื่องขึ้นคงเป็นเรื่องใหญ่โตแน่

พวกเขารีบบินตรงไปยังจุดเกิดเหตุอย่างไม่รั้งรอ ผู้อาวุโสจากสำนักอื่นที่เห็นพวกเขารีบร้อนออกไปก็ไม่อาจทานความอยากรู้ได้อีกต่อไป จึงรีบตามไปติด ๆ โดยอ้างว่ามาช่วยเหลือ แท้จริงแล้วก็แค่จะมาดูความวุ่นวาย

“ท่านเป็นใคร?” เหล่าผู้อาวุโสจากประตูดวงดาวสิงห์จันทราขมวดคิ้วมองเสี่ยวไป๋ที่เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ร่างกายของเขาดูราวกับคนธรรมดา ไม่มีพลังวิญญาณแผ่ออกมาแม้แต่น้อย ทว่าแววตาของเขากลับกลับชวนให้รู้สึกเหมือนถูกดูแคลนแต่กำเนิดราวกับมีสกิลยั่วโมโต้แฝงอยู่

“ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าสองคนนี้” เสี่ยวไป๋พูดพร้อมปรากฏตัวขึ้นข้างหนานกงอวิ๋นม่อและจางชื่อเกอพร้อมกับเอ๋อร์โก่วในพริบตา

“เร็วขนาดนี้?” ผู้คนโดยรอบถึงกับเบิกตากว้าง ตะลึงงันกันทั้งสนาม ไม่มีผู้ใดมองทันว่าเสี่ยวไป๋เคลื่อนไหวอย่างไร อยู่ดี ๆ เขาก็ไปยืนอยู่ข้างศิษย์ของตนแล้ว

“แข็งแกร่งมาก” เหล่าสตรีศักดิ์สิทธิ์และศิษย์เอกที่มีผู้อาวุโสยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างก็ประหลาดใจเพราะแม้แต่ผู้อาวุโสบางคนยังมองไม่ทัน แล้วศิษย์เช่นพวกเขาจะเหลืออะไร?

“เขาน่าจะเป็นผู้ฝึกตนทางสายกายภาพเป็นหลัก” ผู้อาวุโสคนหนึ่งคาดเดา การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของเสี่ยวไป๋ดูเหมือนจะใช้พลังมิติก็จริง แต่ในสถานที่เช่นนี้ ไม่น่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบครองพลังมิติขั้นสูงมาให้เห็นหรอกจึงตัดข้อสันนิษฐานนั้นทิ้ง

ผู้อาวุโสคนอื่นก็พยักหน้าเห็นพ้องเพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้แข็งแกร่งระดับนั้นปรากฏตัวเพื่อรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้

ด้านเจียงเซิ่งหลิงกับอาจารย์ของเขากลับไม่ได้เห็นฉากนี้เพราะตอนนี้อาจารย์ของเขากำลังใช้วิธีแสดงความรักกับศิษย์อย่างดุเดือด

“สหายท่านนี้ หากตอนนี้ท่านคืนศิษย์เอกของเรามา ข้าจะถือว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ความแค้นระหว่างเราก็ให้ยุติ ณ ที่นี้ เป็นอย่างไร?” ผู้อาวุโสประตูดวงดาวสิงห์จันทราหลับตาลึกแล้วถอนหายใจ ดุจตัดสินใจเรื่องใหญ่หลวง

การประนีประนอมครั้งนี้นับว่าเป็นความอัปยศครั้งใหญ่สำหรับสำนักใหญ่เช่นพวกเขา ที่ปล่อยให้ผู้อื่นมาเหยียบถึงศีรษะแล้วยังต้องยอมลดราวาศอกอีก ทว่าหากไม่ยอมก็ไม่รู้จะจบลงเช่นไรเพราะพวกเขาไม่รู้ระดับพลังที่แท้จริงของเสี่ยวไป๋ แต่จากพลังของศิษย์ก็พอเดาได้ว่าอาจารย์ย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่ ดังนั้นวันนี้คงต้องกล้ำกลืนความพ่ายแพ้ไว้ก่อน

“อืม ได้” เสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วส่งสัญญาณทางสายตาให้หนานกงอวิ๋นม่อ ฝ่ายหลังแสยะยิ้มทันทีแสดงว่าเข้าใจ

หนานกงอวิ๋นม่อผลักศิษย์เอกประตูดวงดาวสิงห์จันทราไปข้างหน้าอย่างแรงและในชั่วพริบตานั้น มือของเขาก็ลูบผ่านหลังมืออีกฝ่าย

ศิษย์เอกผู้นั้นไม่มีอารมณ์สังเกตอะไรอีกแล้ว ตอนนี้เขาเพียงต้องการหนีไปยังจุดที่ปลอดภัยที่สุดนั่นคือข้างกายอาจารย์ของตนจึงพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วทันทีที่หนานกงอวิ๋นม่อปล่อยมือ

“ได้ของหรือไม่?” เสี่ยวไป๋กระซิบถามใกล้หู

“ได้แล้ว” หนานกงอวิ๋นม่อแอบส่งของรางวัลที่ได้จากศิษย์เอกให้เสี่ยวไป๋อย่างลับ ๆ

“ดีมาก ดีมาก เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ” เสี่ยวไป๋รับของอย่างอารมณ์ดี เรื่องต่อสู้น่ะเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญคือได้กำไร

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอลา ไว้มีวาสนาคงได้พบกันอีก” เสี่ยวไป๋ผู้ได้รับผลประโยชน์กลายเป็นสุภาพบุรุษขึ้นมาทันตา ตอนลาจากยังโบกมือลาให้พวกเขาด้วย

“ลาขอให้ผีรับไปเถอะ” เหล่าผู้อาวุโสจากประตูดวงดาวสิงห์จันทราพากันสบถในใจ

เสี่ยวไป๋ที่ดูมีมารยาทมากขนาดนี้ ทำเอาผู้ชมรอบด้านต่างงุนงงเพราะเมื่อครู่เขายังข่มขู่ศิษย์หญิงของสำนักปี้ลั่วฮวานอย่างเย็นชาราวกับคนละคนกันเลย

“ฮึ เราไป” เหล่าผู้อาวุโสของประตูดวงดาวสิงห์จันทรานำศิษย์เอกของตนเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หนึ่งเพราะศิษย์เอกของตนถูกกระทำถึงเพียงนี้กลับไม่อาจแก้แค้นได้ ต้องยอมเสียหน้าให้คนทั้งสนามนับเป็นความอัปยศสูงสุด

สองเพราะศิษย์เอกได้รับบาดเจ็บหนักเกินไป หนานกงอวิ๋นม่อตีแต่ที่หน้า ตอนนี้ใบหน้าเขาฟกช้ำไปทั้งแถบ มุมปากมีเลือดไหลออกมาพร้อมกับฟันที่ถูกซัดจนหลุดหลายซี่ ดูแล้วน่าเวทนาเหลือเกิน

เสี่ยวไป๋มองส่งพวกเขาจนลับสายตา แล้วจึงใช้สองมือล็อกหูของหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอไว้คนละข้าง

“โตแล้วสินะ กล้าแอบหนีไปไกลถึงเพียงนี้ ไม่คิดจะบอกกันสักคำเลยหรือ?”

“โอ๊ย เจ็บ เจ็บ” หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอร้องโอดโอยพร้อมกัน

“อาจารย์ พวกเราผิดไปแล้ว ครั้งหน้าไม่กล้าอีกแล้ว”

“พี่ชาย อย่าไปจริงจังนักเลย ไม่ใช่ว่าทุกคนยังอยู่ครบหรอกหรือ? โกรธไปก็เท่านั้น” ซือเฟยฮั่นรีบเข้าไกล่เกลี่ย ทว่าเพียงคำพูดของเขาก็ดึงดูดสายตาของเสี่ยวไป๋มาทันที

“เจ้ารู้จักพูดบ้างหรือไม่? อะไรคือยังไม่ตาย? คิดว่านี่เป็นเรื่องเล่น ๆ หรือไง?” เสี่ยวไป๋หน้ามืดจนแทบกุมขมับ แม้จะเป็นความจริง แต่เจ้าก็พูดออกมาตรงเกินไปไหม?

“ข้าก็พูดความจริงนี่นา” ซือเฟยฮั่นทำหน้ามึน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงมองเขาเช่นนั้น ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันก็ถูกต้องมิใช่หรือ?

“ช่างเถอะ ๆ ครั้งหน้าต้องบอกกันก่อนล่วงหน้า เข้าใจไหม?” เสี่ยวไป๋พูดพลางปล่อยหูของหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอ

“ขอรับ อาจารย์” ทั้งสองลูบหูที่แดงช้ำของตนเองพลางตอบรับ

เรื่องราวอันวุ่นวายนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ ผู้ชมมากมายแม้จะดูเต็มตา แต่ก็รู้สึกไม่เต็มใจเท่าใดนัก

“เฮ้อ...สุดท้ายก็ไม่ตีกันจนได้ น่าเบื่อชะมัด” ศิษย์เอกผู้หนึ่งถอนหายใจ พวกเขาอดทนดูมาตั้งนานก็เพื่อรอดูการต่อสู้กลับกลายเป็นว่าประตูดวงดาวสิงห์จันทราใจเสาะเสียอย่างนั้น

“เหมือนอ่านนิยายที่ตอนต้นเขียนดีเหลือเกิน แต่ตอนจบดันห่วยแบบไม่น่าให้อภัย” ศิษย์เอกอีกคนพูดเศร้า ๆ พวกเขาเสียเวลาตั้งมากมาย แต่กลับไม่ได้ชมการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือที่รอคอยเลย

ส่วนเจียงเซิ่งหลิงก็ไม่ได้เห็นภาพนั้นเช่นกันเพราะตอนนี้ยังคงจมอยู่กับความรักที่อาจารย์ของเขามอบให้ ไม่มีแม้แต่โอกาสจะหันไปมองทางนี้

จนเมื่ออาจารย์เขายุติการอบรมและปล่อยตัวเขากลับมาในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น บรรยากาศงานก็ได้จบสิ้นไปแล้ว สนามว่างเปล่ามีเพียงจานอาหารเปล่า ๆ ที่ยังหลงเหลือไว้เป็นหลักฐานของความครึกครื้น

“อาจารย์ เรื่องทั้งหมดนี้ข้าขอโยนความผิดให้ท่าน” เจียงเซิ่งหลิงกล่าวอย่างปวดร้าว ฉากเด็ดที่รอคอยมาตลอดต้องพลาดเพราะโดนอาจารย์ฟาด

“โทษข้างั้นรึ? เจ้ากระต่ายน้อย วันนี้ข้าจะตีเจ้าจนหลังลาย” ผู้อาวุโสที่เพิ่งอารมณ์ดีขึ้นแทบระเบิดอีกครั้ง เขาชูพู่ขาวขึ้นแล้วไล่ตีศิษย์ของตนอีกรอบ

จบบทที่ บทที่ 206 โทษข้าอย่างนั้นรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว