เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 192 ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ

บทที่ 192 ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ

บทที่ 192 ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ


บทที่ 192 ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ

เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

“ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย เจ้าเรียกข้าตื่นมาทำไม?”

จากนั้นก็หาววอดหนึ่งคำรบ ไม่นานมานี้เพิ่งจะหลับไปแท้ ๆ นี่มันตั้งปลุกไว้เช้าเกินไปหรือไม่?

“นี่ไม่ใช่นาฬิกาปลุกธรรมดา แต่เป็นการแจ้งเตือนอัตโนมัติจากเจ้าหนูอู๋ลั่วเมื่อครู่ที่อยู่ในภาวะใกล้ตาย ข้าตั้งเสียงปลุกเป็นเสียงเข้าเรียนไว้เพื่อให้เจ้าสะดุ้งง่ายหน่อย อย่างน้อยก็เป็นเสียงที่เจ้ารู้ฤทธิ์มันดี” ระบบตอบกลับ

“เวร เจ้าบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยสิ รีบรายงานพิกัดมาเลย ไม่รีบไปตอนนี้อีกเดี๋ยวต้องใช้สกิลคืนชีพแน่” เสี่ยวไป๋ตื่นตระหนกทันที

“ตอนนี้เขาไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าตรวจสอบแล้ว เขายังมีชีวิตดีอยู่” ระบบตอบเสียงเรียบ

“ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ ไสหัวไป ข้าจะกลับไปนอนต่อ” เสี่ยวไป๋กระโจนกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างเชี่ยวชาญก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมหัวแน่นหนา เจ้าบอกแต่แรกว่าไม่มีอะไรก็สิ้นเรื่องแล้ว ทำเอาข้าตกใจเปล่า

ภายในป่าเดิมเคยเขียวขจี แต่บัดนี้กลับขาวโพลนราวกับฤดูหนาวมาเยือนกะทันหัน

“เป็นไงล่ะ? ข้าบอกแล้ว เจ้ามันไม่คู่ควรให้ข้าสู้ตายด้วยเลย ไอ้เลือดผสม” ต้วนอู๋ลั่วด่าด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ยังไงเสียข้าก็มีโอสถมากพอ วันนี้ถลุงหมดข้าก็ยอม ขอแค่ได้เล่นงานเจ้าก็พอ

“เจ้าหาเรื่องตาย คิดว่าข้าฆ่าเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร?” อสรพิษหิมะกลืนวิญญาณเหวี่ยงหางฟาดเข้าใส่ต้วนอู๋ลั่ว ทว่าในขณะที่ต้วนอู๋ลั่วเตรียมจะกลืนโอสถอีกครั้งกลับมีคลื่นกระบี่ฟันฉับลงมาจนหางของอสรพิษหิมะกลืนวิญญาณขาดสะบั้น

หางงูร่วงลงตรงหน้าต้วนอู๋ลั่ว สิ่งแรกที่เขารู้สึกไม่ใช่ความตกใจจากแรงกดดันสายเลือดมังกร แต่คือความคิดว่าเนื้อเจ้านี่คงอร่อยนัก อีกเดี๋ยวขอหั่นเก็บไว้สักชิ้นจะได้นำไปเซ่นไหว้อาจารย์

“เจ้า เจ้าทะลวงระดับแล้วหรือ?” อสรพิษหิมะกลืนวิญญาณตกตะลึงสุดขีด

“ไม่ใช่ เจ้าทำลายเคล็ดลับของข้าได้ยังไง?”

“ก็ทะลวงอย่างที่เห็นนี่แหละ ทั้งหมดล้วนเป็นของขวัญจากเจ้านั่นล่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเย็น

อสรพิษหิมะกลืนวิญญาณถึงกับอยากฆ่าตัวตาย เล่นเกินไปแล้ว ตนไม่น่าใจดีเปิดโอกาสให้พวกเขาเลย

พอคลื่นกระบี่ที่สองของหญิงสาวฟาดลงมา ศีรษะของอสรพิษหิมะกลืนวิญญาณก็ถูกตัดขาด ดับสิ้นลมหายใจ

หลังจัดการอสรพิษหิมะกลืนวิญญาณได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวเห็นต้วนอู๋ลั่วกำลังยุ่งอยู่กับการแล่เนื้ออยู่ก็คลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วโบยบินมาหาเขา

“ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตข้าไว้” นางยืนข้างต้วนอู๋ลั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง

“ต้องเป็นข้าขอบคุณเจ้ามากกว่า หากไม่มีเจ้า ข้าคงตายไปแล้ว” ต้วนอู๋ลั่วออกแรงอีกครั้ง ในที่สุดก็แล่เนื้อชิ้นใหญ่ออกมาได้หนึ่งก้อน ก่อนเก็บเข้าห้วงมิติ

“ว่าแต่”

“หือ?” ระหว่างที่ต้วนอู๋ลั่วกำลังจัดเก็บเนื้อ เขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วพบกับใบหน้าของหญิงสาวอยู่ใกล้เพียงลมหายใจ พวกเขาแทบจะจูบกันอยู่แล้ว

“อ๊า” หญิงสาวร้องเบา ๆ แล้วถอยกรูดไปสองสามก้าว แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อสองวงโดยไม่รู้ตัว

ต้วนอู๋ลั่วเองก็ถอยไปสองก้าวเช่นกัน บรรยากาศกระอักกระอ่วนยิ่งนัก

“แค่ก ๆ เอ่อ คุณหนูยังมีธุระใดอีกหรือไม่?” ทางแก้สถานการณ์กระอักกระอ่วนที่ดีที่สุดก็คือพูดเปลี่ยนเรื่อง

“ขะ ขอบคุณสำหรับโอสถเม็ดนั้น ช่วยให้ข้าทะลวงพลังได้สำเร็จ” หญิงสาวตอบเสียงเบาราวยุงบิน แก้มแดงซ่านไม่เหมือนกับท่าทางเย็นชาก่อนหน้าเลยสักนิด

คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย ตอนที่นางฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด นางก็รับรู้ได้ถึงพลังน่ากลัวของโอสถเม็ดนั้นทันที

ความเร็วในการดูดกลืนพลังวิญญาณต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับดิน แม้แต่ความจุพลังในร่างก็มีมากกว่าคนระดับเดียวกันถึงเท่าตัว

ด้วยพลังอันมหาศาลเช่นนี้ นางจึงสามารถทะลวงระดับได้สำเร็จ

ที่สำคัญที่สุดคือพลังฟื้นคืนสู่จุดสูงสุดไม่เพียงแต่ล้างผลของเคล็ดลับลงได้ ยังรักษาบาดแผลเรื้อรังที่โอสถเทพใด ๆ รักษาไม่หายได้หมดเกลี้ยง ช่างน่ากลัวเสียจริง

นางเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจารย์ของเขาคือใครกันแน่ถึงสามารถปรุงโอสถร้ายกาจเช่นนี้ได้

“ไม่เป็นไร” ต้วนอู๋ลั่วโบกมือเบา ๆ ในฐานะคนขี้อาย เขาไม่รู้จะเริ่มต้นขอสิ่งที่ต้องการอย่างไรดี

“เจ้าต้องการสิ่งใดหรือไม่? ข้าจะช่วยเหลือเต็มที่อย่างสุดความสามารถ” หญิงสาวยังคงรู้สึกติดค้างอยู่เพราะโอสถนั้นล้ำค่าหาใดเปรียบ

“จริงหรือ?” ดวงตาต้วนอู๋ลั่วเปล่งประกายทันทีที่ได้ยิน เขากำลังหาเหตุผลเพื่อขออยู่พอดี

“จริง” หญิงสาวพยักหน้ารับ

“ข้าต้องการเอาเลือดของเจ้างูนี่ไปหน่อย แล้วก็อยากให้เจ้าช่วยคุ้มกันข้าด้วย” ต้วนอู๋ลั่วกล่าว การหลอมรวมสายเลือดที่น่ากลัวที่สุดคือการถูกรบกวน เขาจึงอยากได้ผู้คุ้มกันฟรีสักคน

“เจ้าคิดจะหลอมรวมสายเลือด?” หญิงสาวขมวดคิ้ว

“ไม่ได้ อันตรายเกินไป เจ้าไม่รู้หรือว่าการหลอมรวมสายเลือดมันเสี่ยงแค่ไหน?”

“ข้ามีเคล็ดวิชาที่อาจารย์สืบทอดให้ เป็นเคล็ดวิชาที่ใช้เพื่อการหลอมรวมสายเลือดโดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ต้องห่วง” ต้วนอู๋ลั่วโบกมือไม่ใส่ใจ คนอื่นอาจกลัว แต่เขามีอาจารย์ คิดจะกลัวก็ไม่ได้

หญิงสาวจ้องมองเขาครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้โกหกก็พยักหน้ารับอย่างลังเล ยอมเชื่อเขาเป็นกรณีพิเศษเพราะเห็นแก่อาจารย์ลึกลับของเขา

“เจ้าต้องการเพียงเท่านี้จริงหรือ?” คำขอของต้วนอู๋ลั่วทำให้นางรู้สึกแปลกใจ ทำไมมันน้อยขนาดนี้?

“อืม แค่นี้ล่ะ ขอเพียงคุณหนูช่วยคุ้มกันให้ข้าเต็มที่ก็พอ” ต้วนอู๋ลั่วพยักหน้าแรง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเด็ดขาด หากโดนรบกวนตอนหลอมรวมมีแต่ตายสถานเดียว

“ได้ ข้าตกลง” หญิงสาวตอบรับ

เมื่อได้รับคำตอบ ต้วนอู๋ลั่วก็รีบไปนั่งสมาธิข้างศพของอสรพิษหิมะกลืนวิญญาณเตรียมดึงเลือดเข้าสู่ร่าง

หญิงสาวเองก็นั่งสมาธิใกล้ ๆ กันในตำแหน่งที่สามารถคุ้มกันได้สะดวก

ต้วนอู๋ลั่วเริ่มขับเคลื่อนเคล็ดกลืนหลอมหกฝัง พลังวิญญาณรอบกายพลันแปรเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างสีแดงกับดำ

ทุกครั้งที่เป็นสีแดง บรรยากาศจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร แม้หญิงสาวกลับไม่รู้สึกใด ๆ

แต่เมื่อเป็นสีดำ พื้นใต้เท้าทั้งสองกลับขยายวงกว้างขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องสัมผัสก็เห็นด้วยตาเปล่า

หญิงสาวนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ใกล้จนได้กลิ่นลมหายใจ ทุกครั้งที่เห็นพลังสีดำดั่งเงามัจจุราชก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

“เขาบำเพ็ญเคล็ดวิชาอะไรกันแน่? กลิ่นอายแห่งความมืดช่างเข้มข้นยิ่งนัก กระทั่งกฎแห่งสวรรค์รอบด้านก็ไม่อาจยับยั้งมันได้”

ทันใดนั้นพลังวิญญาณรอบกายหยุดเปลี่ยนแปลง เลือดของอสรพิษหิมะกลืนวิญญาณเริ่มไหลซึมจากซากศพเข้าสู่ร่างของต้วนอู๋ลั่ว

เคล็ดกลืนหลอมหกฝังกำลังช่วยให้เขาหลอมรวมสายเลือดโดยอัตโนมัติ ต้วนอู๋ลั่วไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเพลิงปริศนาที่ลุกโชนในอก แต่เพราะอยู่ในระหว่างหลอมรวมจึงไม่อาจเคลื่อนไหว หากขยับแม้แต่น้อยก็อาจเข้าสู่ภาวะคลุ้มคลั่งได้ทันที

จบบทที่ บทที่ 192 ตอนนี้ข้าอยากตบหน้าเจ้าจริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว