- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 166 การฝึกฝนเริ่มต้น
บทที่ 166 การฝึกฝนเริ่มต้น
บทที่ 166 การฝึกฝนเริ่มต้น
บทที่ 166 การฝึกฝนเริ่มต้น
“ผู้อาวุโสเสี่ยว ข้ามีข้อมูลบางอย่างอาจเป็นประโยชน์” คำพูดต่อไปของอู๋ม่อหย่งทำให้แววตาของพวกเสี่ยวไป๋เปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง
อู๋ม่อหย่งหยิบหยกแผ่นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ รูปร่างคล้ายยันต์หยกป้องกันตัว แต่ขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าแถมยังเรืองแสงสลัว แม้ไม่ชัดเจนแต่ก็ยังพอมองเห็น
“นี่คือยันต์หยกบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้อาวุโสระดับสูงของวิหารอสูรที่อาจารย์ของข้าเคยให้ไว้ หากผู้อาวุโสออกจากวิหารอสูร ยันต์หยกนี้จะบันทึกจำนวนเอาไว้ แต่หากต้องการรู้ตำแหน่งต้องบี้มันให้แตกถึงจะได้ข้อมูล แต่ก็เป็นเพียงตำแหน่งคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ตำแหน่งแน่นอน” อู๋ม่อหย่งอธิบายพลางส่งหยกไปให้เสี่ยวไป๋ เขาเคยคิดว่าสิ่งนี้ไร้ค่า ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้ใช้งาน ยังดีที่เขาเก็บไว้ชิ้นหนึ่ง
“ตำแหน่งคร่าว ๆ ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย” เสี่ยวไป๋เท้าคางพลางกล่าว แม้จะไม่ใช่พิกัดตรงเป๊ะ แต่ก็ยังดีกว่าหาแบบสุ่ม
“เช่นนั้น ข้าจะบี้มันเลย” อู๋ม่อหย่งใช้นิ้วสองนิ้วหนีบหยกเอาไว้
“ตกลง” เสี่ยวไป๋จ้องมองอย่างตั้งใจ เตรียมบันทึกข้อมูลทันทีที่หยกแตก
พอได้ยินคำตอบ อู๋ม่อหย่งก็บี้หยกให้แตกในพริบตา
ทันใดนั้น หยกก็สลายกลายเป็นแผนที่ที่สร้างจากพลังวิญญาณ แผนที่แสดงเพียงป่าดงดิบแห่งหนึ่งโดยไม่มีข้อมูลอื่นใดเลย
เสี่ยวไป๋: “???” แบบนี้จะให้ข้าทำอย่างไรเล่า?
“ผู้อาวุโสเสี่ยว ท่านเพียงแตะมือไปที่แผนที่ มันจะรายงานข้อมูลให้ท่านอัตโนมัติ” อู๋ม่อหย่งพูด เขาเองก็งงอยู่ในใจ ‘หรือว่าผู้อาวุโสเสี่ยวไม่รู้วิธีใช้?’
“ที่แท้ก็เทคโนโลยีล้ำยุค” เสี่ยวไป๋ทำตามคำแนะนำทันที มือแตะแผนที่ แล้วทันใดนั้นแผนที่ก็หมุนวนกลายเป็นวังวน แล้วหายวับไปพร้อมกับที่ข้อมูลปรากฏในหัวของเสี่ยวไป๋:
บริเวณรอบในของป่าไท่ซั่ง มณฑลจงโจว
“เรียบร้อย ข้าได้รับข้อมูลแล้ว” เสี่ยวไป๋ชักมือกลับ
“พวกเจ้าจะทำอะไรต่อ?” เขาหันไปถามอู๋ม่อหย่งและชายชุดดำ
“ข้าสองคนจะปิดด่านฝึกฝน ไม่บรรลุระดับจักรพรรดิเทพ จะไม่ออกจากด่านเด็ดขาด” แววตาของอู๋ม่อหย่งแน่วแน่
ชายชุดดำพยักหน้าหนักแน่น เห็นได้ชัดว่าโรคโลกสวยในใจเขาหลับไปแล้ว
“ข้าก็เช่นกัน ข้าเชื่อว่าพระองค์จะคุ้มครองข้า” ชายชุดดำว่า
เสี่ยวไป๋เอามือปิดหน้า เดิมทีว่าจะชมแล้วเชียว แบบนี้ชมไม่ออกเลย
“เอ้า ของพวกนี้ให้พวกเจ้า” เสี่ยวไป๋เรียกของจากระบบส่งโอสถหลอมวิญญาณไร้กำเนิด (โอสถเร่งการฝึกฝนที่หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอกิน) ให้ทั้งคู่พร้อมกับยันต์หยกป้องกันตัวคนละแผ่น
ถือว่าเป็นของขวัญตอบแทนที่ช่วยเหลือเขามาโดยตลอด
หลังจากอธิบายสรรพคุณโอสถเรียบร้อย เสี่ยวไป๋ก็พาเอ๋อร์โก่วกับพรรคพวกหายตัวไปในพริบตา
อู๋ม่อหย่งเมื่อเสี่ยวไป๋จากไปก็ปิดสำนักทันที เข้าสู่โหมดปิดด่านใหญ่ เรื่องต่าง ๆ ในสำนักมอบให้ผู้อาวุโสทั้งสามจัดการ
ป่าไท่ซั่ง บริเวณรอบใน
สัตว์อสูรสองตัวกำลังแย่งชิงอาณาเขตกันอย่างดุเดือด
ขณะที่กำลังจะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงก็มีเสียงฟุ่บดังขึ้น แล้วเสี่ยวไป๋และพรรคพวกก็ปรากฏตัวขึ้นตรงจุดกึ่งกลางระหว่างพวกมันสองตัว
การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้สองอสูรหยุดชะงักค้างกลางอากาศ
“ขออภัยพวกเรามาขัดจังหวะ ไม่ทราบว่าออกจากที่นี่ได้ทางไหน?” เสี่ยวไป๋เกาศีรษะเล็กน้อย ดูท่าจะขัดจังหวะพวกเขาจริง ๆ
“เดินไปทางใต้เรื่อย ๆ ก็จะออกได้” หนึ่งในสัตว์อสูรชี้ไปทางทิศใต้
“ขอบคุณมาก พวกเราไม่รบกวนแล้ว เชิญตามสบาย” เสี่ยวไป๋กล่าวพร้อมพาเอ๋อร์โก่วกับคนอื่นเดินจากไป
สองอสูรก็กลับไปทะเลาะกันต่อเช่นเดิม
“ป่าแห่งนี้กว้างใหญ่เหลือเกิน เจ้าจะเดินออกไปจริงหรือ?” เอ๋อร์โก่วใช้จิตวิญญาณตรวจสอบบริเวณแล้วถาม ป่านี้ไม่ธรรมดาหากไม่มีสักสองสามเดือนก็ไม่มีทางออก
“หรือจะเคลื่อนย้ายมิติออกไปเลยดี?” เสี่ยวไป๋ถาม จุดอ่อนของโลกแนวแฟนตาซีคือแผนที่ใหญ่เกิน แต่ยังดีที่มีวาร์ป ไม่งั้นลำบากแน่
“ออกไปทำไม? ป่าขนาดนี้คือแดนฝึกฝนอันล้ำค่า เจ้าน่าจะให้หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอฝึกที่นี่ได้เพิ่มประสบการณ์จริง” เอ๋อร์โก่วว่า เขารู้สึกว่าเสี่ยวไป๋ไม่เข้าใจการสอนศิษย์เอาเสียเลย โอกาสฝึกแบบนี้ยังจะพลาดอีก
“พวกเจ้าอยากฝึกฝนหรือไม่?” เสี่ยวไป๋หันไปถามสองศิษย์
ในนิยายแฟนตาซีส่วนใหญ่นั้นตัวเอกมักคลั่งการฝึกฝนยอมลำบากปานตายก็จะฝึกให้ได้จนเสี่ยวไป๋มั่นใจว่าถ้าไม่มีออร่านำโชค พวกนี้ตายไปนานแล้ว
“อยาก” หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอมองหน้ากัน ตอบพร้อมกันอย่างตื่นเต้น ดูท่าตั้งใจเต็มที่
ที่ผ่านมา พวกเขาอยู่แต่กับเสี่ยวไป๋แทบไม่เคยได้ออกแรง พอได้โอกาสปลดปล่อยสัญชาตญาณต่อสู้ก็พลันตื่นเต้น
“ดี งั้นเริ่มฝึกได้” เสี่ยวไป๋กับเอ๋อร์โก่วหายตัวไปในพริบตาเหลือเพียงสองศิษย์ยืนอยู่กลางป่า
แท้จริงแล้ว เสี่ยวไป๋กับเอ๋อร์โก่วใช้เวทล่องหนเฝ้าดูอยู่บนฟ้า
และแล้ว ชีวิตอันแสนโหดร้ายของหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอก็เริ่มขึ้น ไม่เพียงต้องต่อสู้ตลอดวัน แต่ยังพักแทบไม่ได้เพราะจำนวนสัตว์อสูรมากมายเกินคาด ทำให้ต้องปรับตัวด้วยการต่อสู้พร้อมกับฟื้นฟูพลังไปด้วย
ช่วงเวลาที่เกือบตายเกิดขึ้นแทบจะวันละหลายสิบรอบเพราะอสูรระดับสูงในป่าแห่งนี้มีอยู่ทั่ว แม้จะสู้ไม่ได้ แต่เสี่ยวไป๋จะช่วยพวกเขาก็ต่อเมื่อโดนโจมตีถึงขั้นตายเท่านั้น
พวกเขาใช้เวลาถึงหกเดือนจึงฝ่าป่าไท่ซั่งออกมาได้ แม้จะเหนื่อยหนัก แต่ผลลัพธ์ก็ยอดเยี่ยม
หนานกงอวิ๋นม่อจากเดิมระดับ 34 พุ่งทะยานสู่ระดับ 89 จุดสูงสุด ขาดเพียงก้าวเดียวจะทะลวงสู่เขตราชาศักดิ์สิทธิ์
จางชื่อเกอจากตอนที่เสี่ยวไป๋รับเป็นศิษย์ยังอยู่ระดับ 0 บัดนี้ทะยานถึงระดับ 80 เพราะเขาไม่มีด่านจิตมารให้ฝ่าฟันจึงประหยัดเวลาไปหลายเดือน
เสี่ยวไป๋เองก็แปลกใจทำไมทั้งคู่ฝึกได้เร็วเช่นนี้ ความเร็วที่แล้วมาช่างเหมือนเต่าคลาน
ระบบจึงอธิบายว่า
“พวกเขาใช้เคล็ดวิชาเฉพาะของศิษย์สืบทอดโดยตรง ซึ่งเข้าสู่ขั้นบรรลุเบื้องต้นไปแล้ว ผลลัพธ์จึงเหนือกว่าผู้ฝึกทั่วไปเป็นธรรมดา จะไม่แรงได้อย่างไร?”