เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 กระชับชัดเจน

บทที่ 157 กระชับชัดเจน

บทที่ 157 กระชับชัดเจน


บทที่ 157 กระชับชัดเจน

ผู้อาวุโสใหญ่แห่งลัทธิเหลิงอู้สะบัดแขนเสื้อพร้อมแค่นเสียงเย็นชา “ท่านเจ้าตระกูลเฟิง ข้าหวังว่ายามที่บรรพชนของเรามาถึง ท่านยังจะกล้ากล่าวคำแข็งกร้าวเช่นนี้อีก”

“พวกเราไป” กล่าวจบ ผู้อาวุโสใหญ่ก็พาผู้อาวุโสที่เหลือและศิษย์สามัญโบยบินจากไปทันที

เสี่ยวไป๋เพียงจ้องมองการจากไปของพวกเขาด้วยสายตาเฉยเมย มิได้กล่าวอันใด มิได้กระทำสิ่งใด

“เจ้าหนุ่ม นี่เจ้าดันไม่ฆ่าหมอนั่นรึ?” เอ๋อร์โก่วกระโจนมาหาเสี่ยวไป๋พลางเอ่ยถาม นี่มันผิดวิสัยนัก ตามความเข้าใจของมันต่อเสี่ยวไป๋แล้ว หมอนี่น่ะ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แค้นนิดแค้นหน่อยก็ไม่ยอมปล่อยไป หากใครทำให้เขาไม่พอใจล่ะก็ตายสถานเดียว ไม่มีทางรอด

“ฆ่าเขาทำไม? เขาเองไม่ใช่หรือที่ขู่ว่าจะพาสำนักมาล้างแค้น ข้าก็แค่รอให้มันพากันมาหมด แล้วค่อยฆ่าทีเดียวก็สิ้นเรื่อง ถ้าตายไปตอนนี้ ใครจะกลับไปส่งข่าวเล่า?” เสี่ยวไป๋ตอบเสียงเรียบหากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้ ผู้อาวุโสใหญ่แห่งลัทธิเหลิงอู้คงตายไปนานแล้ว

“นั่นแหละ ใช่เจ้าเลย” เอ๋อร์โก่วกระโดดขึ้นใช้ตีนหน้าตบไหล่เสี่ยวไป๋สองสามที นี่แหละถึงจะเป็นเสี่ยวไป๋ที่มันรู้จัก

“น้องชาย เจ้าได้ก่อเภทภัยครั้งใหญ่แล้วรู้หรือไม่?” เมื่อร่างของผู้อาวุโสใหญ่หายลับไป เจ้าตระกูลเฟิงและพรรคพวกก็รีบเข้ามารายล้อมเสี่ยวไป๋

“ไม่รู้สิ” เสี่ยวไป๋ส่ายหน้าพลางทำหน้ามึน

“เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อครู่เจ้าทำอะไรลงไป เจ้าฆ่าศิษย์สืบทอดทั้งหมดของลัทธิเหลิงอู้ นั่นมันเรื่องใหญ่” เจ้าตระกูลกู่กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เสี่ยวไป๋: “……” พวกเจ้านี่มองไม่ออกเลยหรือว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหน?

“ลัทธิเหลิงอู้เป็นฝ่ายยโสโอหังมานานแล้ว เดิมทีก็ไม่ลงรอยกับพวกเราสามตระกูลจึงมีศึกประทะกันบ่อย เดิมทีเรายังพอสู้ไหวด้วยซ้ำ แต่ระยะนี้มีข่าวว่าเจ้าสำนักรุ่นก่อนของลัทธิเหลิงอู้ทะลวงผ่านระดับหนึ่งร้อยสามสิบได้สำเร็จ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปทันที” เจ้าตระกูลหนิงกล่าวพลางทอดสายตาไปยังอดีตด้วยแววตาขมขื่น

หากเปรียบเทียบเฉพาะจำนวนยอดฝีมือระดับหนึ่งร้อยยี่สิบเก้าขึ้นไป พวกเขาย่อมเสียเปรียบเพราะสำนักสามารถรับยอดคนจากทั่วทั้งแดนมาฝึกฝนได้ ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอแค่มีพรสวรรค์ก็พอ แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงก็ไม่จำกัดว่าเป็นคนนอกหรือไม่

แต่สำหรับตระกูลแล้วทั้งหมดล้วนเป็นคนในตระกูล ใช้นามสกุลเดียวกัน พึ่งพาคนในทั้งหมด ยอดฝีมือจึงเกิดได้ยากมาก

แม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยังกล้าสู้เพราะลูกหลานที่ฝึกฝนขึ้นมาแต่ละคนล้วนทุ่มเทจนสุดชีวิต หากต้องสู้ก็มักไม่หวั่นแม้จะสู้สองต่อหนึ่ง

แต่แล้วขณะที่พวกเขากำลังเป็นต่อ เจ้าสำนักรุ่นก่อนของลัทธิเหลิงอู้ก็ออกจากการปิดด่านสำเร็จและทะลวงถึงระดับหนึ่งร้อยสามสิบจริง ๆ ทำให้พวกเขาไร้หนทางสู้ในทันใด ต่อให้ทุ่มชีวิตก็เปล่าประโยชน์

“น้องชาย ตอนนี้คงต้องฝากให้ท่านเจินรีบพาเจ้าออกไปก่อนส่วนที่เหลือปล่อยให้พวกเราจัดการเอง” เจ้าตระกูลเฟิงเอ่ยขึ้น โดยมีอีกสองตระกูลพยักหน้าเห็นพ้อง

จากนั้นเจ้าตระกูลเฟิงก็หันไปกล่าวกับหงเวยซวี่ “ท่านเจิน เรื่องที่เหลือต้องฝากท่านแล้ว รีบพาน้องชายผู้นี้ออกไปให้เร็วที่สุด”

เสี่ยวไป๋: “พูดกันขนาดนี้ ข้ายังจะกล้าไปอีกหรือ? ทั้งที่แต่เดิมข้าก็ไม่คิดจะหนี”

“หนีอะไรกัน? ข้าไม่ใช่คนที่หนีหัวซุกหัวซุนหรอกนะ” หงเวยซวี่ตะโกนเสียงทุ้ม

“ท่านเจิน เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตคนมากมาย อย่าเล่นเป็นเรื่องล้อเล่นนักเลย” เจ้าตระกูลเฟิงเห็นท่าทีไม่ยี่หระของอีกฝ่ายก็เริ่มร้อนใจ

“ใช่แล้วท่านเจิน อย่าบุ่มบ่ามไป” อีกสองตระกูลก็เร่งกล่าวเสริม

“พอได้แล้ว ๆ คิดว่าฝั่งมันมีคนเดียวหรือไง? ข้าก็มีเหมือนกันนั่นแหละ” หงเวยซวี่พูดด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ แล้วหยิบคันธนูและลูกศรลูกหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ หัวศรนั้นมีสีสันแปรเปลี่ยนหลากสี

“บัดซบ นี่มันวิธีเรียกพวกแบบมาเฟียในหนังไม่ใช่เรอะ?” เสี่ยวไป๋มองดูธนูในมือของหงเวยซวี่แล้วอุทานในใจ ถึงแม้เครื่องมือจะแตกต่างกัน แต่จุดประสงค์ก็เหมือนกันเป๊ะ

“ต้องเท่แน่นอน” เสี่ยวไป๋เริ่มจินตนาการถึงภาพลูกศรของหงเวยซวี่ว่าจะออกมาอลังการแค่ไหน แค่หนังธรรมดายังว้าวได้ โลกแฟนตาซีนี่ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน

“จะเป็นรูปมังกร? หรือคุน? หรือเป็นลวดลายสุดเท่อื่น ๆ?” เสี่ยวไป๋คิดในใจ

เวลานี้ หงเวยซวี่ตกเป็นจุดสนใจของทุกคน ทุกสายตาต่างจับจ้องเขาเพราะอยากรู้ว่าลูกศรของเขาจะอลังการเพียงใด

หงเวยซวี่ขึ้นสายจนสุด แล้วปล่อยลูกศรออกไปในพริบตา

“ฟิ้ว” ลูกศรพุ่งทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว แล้วเกิดระเบิดกลางอากาศ เกล็ดสีสันสวยงามกระจายทั่วฟ้า ดูราวกับภาพวาด

ครู่ต่อมา ลวดลายขอความช่วยเหลือก็ปรากฏชัดเจน บนฟากฟ้าเต็มไปด้วยคำว่า “ช่วยข้าด้วย”

ทุกคนเงียบกริบ มองดูตัวอักษรบนฟ้า

เสี่ยวไป๋ถึงกับอ้าปากค้าง

“บัดซบ แบบนี้มันลายช่วยเหลือตรงไหนฟะ คืนความฝันงดงามของข้ามา” เสี่ยวไป๋ก่นด่าในใจ ความฝันอันงดงามทั้งหมดพังทลายหลังเห็นลายของหงเวยซวี่ ต่อไปข้าไม่กล้าจินตนาการเรื่องนี้อีกแล้ว

“เป็นไงบ้าง?” หงเวยซวี่เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจเพราะมัวแต่มองฟ้า เลยไม่เห็นสีหน้าทุกคน เขาคิดว่าลายนี้สุดยอดแล้วจึงรู้สึกภูมิใจไม่น้อย

“ท่านเจิน ลายขอความช่วยเหลือของท่านนี่มันกระชับชัดเจนดีจริง ๆ แค่สองคำก็สื่อความหมายทั้งหมดได้แล้ว” เจ้าตระกูลเฟิงฝืนกลั้นหัวเราะ กล่าวคำชมอย่างสุดกำลัง

นี่มันไม่ใช่กระชับชัดเจนแล้ว มันเรียกว่าตรงไปตรงมาสุด ๆ ไม่อ้อมค้อมใด ๆ ทั้งสิ้น

อีกด้านหนึ่ง บรรดาหัวหน้ากลุ่มโจรทะเลทรายที่กำลังนั่งดื่มกินกันอย่างสำราญก็เหลือบเห็นลายขอความช่วยเหลือกลางฟ้าเข้า

นั่นคือสัญญาณขอความช่วยเหลือที่สงวนไว้ใช้เฉพาะหัวหน้าพ่อครัวประจำกลุ่มโจรทะเลทรายอันดับหนึ่งเท่านั้น พวกเขาจึงจดจำได้ในพริบตา

“แย่แล้ว เจ้าเฒ่าหงมีภัย รีบรวมพี่น้องทันที เราไปเดี๋ยวนี้” หัวหน้ากลุ่มตะโกนลั่น เมื่อเห็นคำว่า “ช่วยข้าด้วย” ก็ผงะลุกขึ้นทันทีจนชามในมือร่วงหล่นแตกกระจาย

“รับทราบ” พวกพ้องไม่มีใครพูดมาก รีบแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในทันทีเพราะเวลามีจำกัด

ผู้ที่เห็นลายนั้นไม่ใช่แค่หัวหน้ากลุ่ม พวกน้องเล็กทั้งหลายก็เห็นเช่นกัน

“เกิดเรื่องแล้ว รีบไปบอกหัวหน้าเร็ว” พวกน้องเล็กพากันวิ่งหน้าตั้ง ทั้งคลาน ทั้งกลิ้ง ไปแจ้งข่าวโดยเร็วที่สุด

จบบทที่ บทที่ 157 กระชับชัดเจน

คัดลอกลิงก์แล้ว