เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 ข้าไม่เคยประจบสอพลอ

บทที่ 121 ข้าไม่เคยประจบสอพลอ

บทที่ 121 ข้าไม่เคยประจบสอพลอ


บทที่ 121 ข้าไม่เคยประจบสอพลอ

ร่างของผู้อาวุโสใหญ่ลอยกระเด็นไปกระแทกผนังอย่างแรงจนทะลุเป็นรูโหว่

หากผนังพูดได้คงร่ำร้องว่า “ข้าไปทำอะไรให้เจ้า? แล้วไยข้าจึงต้องมารับกรรมแทนด้วยเล่า?”

ผู้อาวุโสใหญ่กระเสือกกระสนคลานออกมาจากกองหิน เผยอาการบาดเจ็บสาหัส ไอโลหิตออกมาอีกหลายคำ หน้าตาบอบช้ำยับเยิน “ท่าน ข้าพูด ข้ายอมพูดแล้ว”

“ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าพูดหรอก อย่างไรเสียก็ไม่ใช่เจ้าคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมด ข้าสุ่มถามใครสักคนก็ได้” พูดจบ ชายหนุ่มก็ชี้นิ้วออกไปเบา ๆ ก่อนที่พลังงานสีเหลืองจะพุ่งออกจากปลายนิ้วเป็นเส้นแสง

แสงนั้นพุ่งตรงทะลุหัวใจของผู้อาวุโสใหญ่ ร่างเขาล้มลงสิ้นใจทันที ไม่ทิ้งคำพูดใดไว้เบื้องหลัง พลังเพียงเสี้ยวจากปลายนิ้วยังสามารถสังหารผู้บำเพ็ญในระดับราชาเทพขั้นสูงสุดได้ในพริบตา แสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงของผู้แข็งแกร่งในระดับจักรพรรดิเทพ

เหล่าผู้อาวุโสมองร่างไร้วิญญาณของเพื่อนร่วมงานด้วยความอาลัยเพียงครู่เดียวก่อนหน้านี้ยังยืนพูดคุยกันอยู่ดี ๆ บัดนี้กลับกลายเป็นศพ

แม้จะดูหมิ่นเขาไว้มาก แต่ยังไงก็เคยร่วมงานกันมานานย่อมมีเยื่อใยอยู่บ้าง เมื่อเห็นเขาจากไปต่อหน้าต่อตา ใจย่อมรู้สึกหดหู่บ้างไม่มากก็น้อย

ชายหนุ่มปัดฝุ่นที่กางเกงขาซ้ายซึ่งเพิ่งถูกกอด แล้วก็ยืนตัวตรง หันมาสำรวจบรรดาผู้อาวุโสโดยรอบ

ทันใดนั้น พวกเขาทุกคนก็ตื่นตระหนกสุดขีด ต่างภาวนาในใจ ขอเพียงอย่าให้ถูกเลือกก็พอเพราะเวลานี้หากโดนเลือกขึ้นมาไม่ดีแน่

ถ้าตอบคำถามได้ดีบางทีอาจได้ขึ้นเป็นผู้อาวุโสใหญ่คนใหม่ แต่ถ้าตอบผิดใจขึ้นมาชีวิตอาจจะจบลงทันที

ตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่มีเกียรติและอำนาจสูง มีทรัพยากรด้านวรยุทธ์มากมาย สำคัญที่สุดคือมีสิทธิ์กลั่นแกล้งผู้อื่นตามอำเภอใจ เห็นใครขัดหูขัดตาก็เล่นงานได้ทันที อำนาจเย้ายวนใจนัก แต่พวกเขาเลือกที่จะอยู่รอด

เพราะหากขึ้นเป็นผู้อาวุโสใหญ่แล้วตายทันทีก็เหมือนไม่ได้เป็น แล้วจะไปแย่งชิงให้เหนื่อยทำไม?

การเป็นผู้อาวุโสชั้นสูงก็สบายอยู่แล้ว แม้จะโดนกลั่นแกล้งบ้างแต่ถ้านิสัยดี ๆ หน่อยยังไงเขาก็ไม่ถึงกับฆ่า ขนาดมีอำนาจยังไม่กล้าฆ่าคนระดับเดียวกันง่าย ๆ หรอก

สายตาของชายหนุ่มหยุดลงในที่สุด เขาชี้ไปยังหนึ่งในผู้อาวุโสอย่างสุ่ม “เจ้าดูเป็นคนซื่อ ๆ ดี เจ้าล่ะ ตอบคำถามของข้าหน่อย”

เพียงพริบตา ร่างของชายหนุ่มก็เคลื่อนย้ายไปยืนข้างผู้อาวุโสที่ถูกเลือกพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

เหล่าผู้อาวุโสพากันหันมามองด้วยความสนใจ อยากรู้ว่าใครกันที่โชคดีโดนเลือก

ผู้อาวุโสซ่าหันไปมองทางขวามือของตน พบว่าเหล่าผู้อาวุโสข้างขวาต่างพากันมองเขาด้วยสายตาหลากหลาย บ้างก็โล่งอก บ้างก็เวทนา บ้างก็สะใจ บ้างก็เย็นชา

เขารู้สึกแปลกใจ อยากหันไปดูว่าข้างหลังเกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเขามองเขาแบบนั้น?

“อย่าหันไปเลย ข้ายืนอยู่ข้างซ้ายของเจ้านี่เอง ข้าหมายถึงเจ้าต่างหาก เจ้าโง่เอ๋ย” ชายหนุ่มตบไหล่ของเขาเบา ๆ สองที โดยไม่ใช้พลังใด

“ฮะฮะฮะ ข้าก็ว่าทำไมทุกคนมองข้า พอมองหน้าข้าแล้วไม่อ้วกก็บุญแล้ว ใครจะอยากจ้องนาน ที่แท้เป็นเพราะท่านผู้นั้นอยู่ข้าง ๆ นี่เอง ท่านทั้งฉลาด ใจดี หล่อเหลา คนมองก็ไม่แปลก” ผู้อาวุโสซ่าหัวเราะกลบเกลื่อน แม้ใจจะเกือบหลุดจากอกแต่ก็ยังรักษาหน้าตาไว้ได้ดี ถ้าไม่ใจแข็งจริงคงหัวใจวายตายไปแล้ว

“ไม่อยากจะเชื่อเลย ดูภายนอกเหมือนเป็นคนซื่อ แต่ประจบเก่งไม่ใช่เล่น” ชายหนุ่มมุมปากกระตุกเล็กน้อย เดิมเลือกเขาเพราะคิดว่าไม่น่าจะโกหก แต่ความจริงช่างต่างกันนัก

เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นพากันยกนิ้วให้ นับถือในความสามารถประจบของเขา ที่ผ่านมาร่วมงานกันมาตั้งนาน ยังไม่เคยเห็นเขาประจบใครเลย พอท่านผู้นั้นมาปุ๊บก็โชว์ของทันทีสมกับเป็นผู้ปิดบังฝีมือมานาน

นี่แหละยากที่สุด

“เจ้าคิดว่าข้าอยากเรอะ? ข้าถูกบีบบังคับนะ ข้าเองก็ไม่อยากประจบหรอก แต่ถ้าไม่ทำอาจถึงตาย ข้าจึงเรียนรู้เองฉับพลัน ใช้สติปัญญาเอาตัวรอด นี่แหละพลังของปัญญา ศึกษาเองแบบไร้อาจารย์ยังไงล่ะ”

“ท่าน ข้ามิใช่ผู้ประจบ ข้าเพียงพูดความจริง ฟ้าดินเป็นพยาน ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ก็เป็นพยาน ข้านับถือท่านประหนึ่งสายน้ำเหลืองแห่งแม่น้ำฮวงโหไหลหลั่งไม่หยุด” ผู้อาวุโสซ่าพูดอย่างหน้าตาเฉย สีหน้าเรียบเฉย แต่เต็มไปด้วยอารมณ์

“พอแล้ว พอได้แล้ว แค่บอกว่าพวกเจ้าทำอะไรกันก็พอ ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระพวกนั้นอีก” ชายหนุ่มเริ่มทนไม่ไหว ผู้อาวุโสซ่าประจบเก่งจนไม่เหลือความละอาย

“เมื่อครู่พวกเรากำลังจะออกไปฆ่าคน” เขาตอบตามตรงเพราะไม่อยากตาย ความจริงคือทางรอดเดียว

“ฆ่าใคร?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วในทันใด แอบหวั่นใจเล็กน้อย คงไม่ใช่หมายหัวข้าหรอกนะ?

“ก่อนหน้านี้ เราส่งคนไปรับพี่ชายของว่าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับถูกขัดขวาง คนของเราถูกฆ่า เราจึงจะออกไปล้างแค้น” ผู้อาวุโสซ่าอธิบาย

“โอ้? กล้าดีนี่” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ใครจะตายไม่เกี่ยว ขอแค่ไม่คิดฆ่าเขาก็พอ

“พวกเจ้าคุยกันเรื่องออกไปล้างแค้น?”

“ขอรับ พวกเราคุยแค่นี้เท่านั้น มิได้มีเรื่องอื่นเจือปน” ผู้อาวุโสซ่ารายงานจบเตรียมใจรับชะตา

“อืม” ชายหนุ่มเหยียดแขนบิดขี้เกียจ

“พวกเจ้าคงอยากแก้แค้นมากสินะ?”

“ไม่ ๆ ๆ พวกเราไม่กล้าขอรับ” ผู้อาวุโสซ่ารีบโบกมือทันที ล้อกันเล่นหรือไร? มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้วจะไปแก้แค้นทำไม? แค่ตอนนี้ยังอธิบายให้พ้นผิดไม่ได้เลยจะไปล้างแค้นอะไรกัน? คนที่ตายก็ไม่ใช่เขาสักหน่อย

แต่กลับได้สายตามองทะลุชีวิตจากชายหนุ่มตอบกลับ “แล้วทำไมไม่คิดล้างแค้นล่ะ? ทำไมไม่อยากออกไป?”

เหล่าผู้อาวุโส: “???”

เจ้านั่นแหละที่กักพวกเราไว้แท้ ๆ แล้วกลับมาถามแบบนี้อีกจะให้ออกก็ไม่ได้ ไม่ให้ออกก็ผิด แล้วพวกเราจะให้ทำยังไงดี? จะให้หัวอยู่ที่นี่ ตัวอยู่นอกสำนักหรือยังไง?

จบบทที่ บทที่ 121 ข้าไม่เคยประจบสอพลอ

คัดลอกลิงก์แล้ว