- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 104 เจ้ากำลังว่าอ้อม ๆ ว่าข้าโง่ใช่หรือไม่?
บทที่ 104 เจ้ากำลังว่าอ้อม ๆ ว่าข้าโง่ใช่หรือไม่?
บทที่ 104 เจ้ากำลังว่าอ้อม ๆ ว่าข้าโง่ใช่หรือไม่?
บทที่ 104 เจ้ากำลังว่าอ้อม ๆ ว่าข้าโง่ใช่หรือไม่?
“เชอะ ๆ ๆ สองมหาศักดิ์สิทธิ์หรือ ดูเหมือนเจ้าพวกเบื้องหลังจะลงทุนใหญ่ไม่น้อย” เสี่ยวไป๋แค่นหัวเราะอาจเป็นเพราะคราวก่อนพวกเขาสูญเสียราชาเทพไปมากเกินไปครั้งนี้จึงไม่กล้าประมาทส่งระดับมหาศักดิ์สิทธิ์มาแทนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักเพราะสำหรับทุกอาณาจักรแล้วราชาเทพหาใช่ผักกาดจีนที่จะมีได้ทั่วไป คราวก่อนข้าเล่นฆ่าเสียยกชุดหากไม่สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปแล้วก็ถือว่าเคราะห์ดีมากแล้ว
เสี่ยวไป๋หาได้คิดจะหลบหรือแม้แต่รับมือกับการโจมตีครั้งนี้ไม่เพราะเขารู้ว่าเนตรเทวะจะเปิดใช้อัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ภาวะต่อสู้ ดังนั้นจึงทำเพียงกระพริบตาเบา ๆ ฝ่ามือวิญญาณของชายชุดดำก็พลันสลายหายไปในอากาศ
“ท่านอาจารย์ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” จางชื่อเกอถึงกับตะลึงงัน พลังระดับมหาศักดิ์สิทธิ์นั้นสำหรับเขาแล้วเป็นเพียงตำนานที่ไกลเกินเอื้อม แต่ตรงหน้ากลับถูกอาจารย์ของเขาลบล้างได้อย่างง่ายดาย
“เจ้าเป็นใครกันแน่? อย่าได้สอดมือกับเรื่องของวิหารอสูร” ชายชุดดำเอ่ยด้วยความระมัดระวัง หลังการโจมตีถูกสลายอย่างง่ายดาย เขาก็เริ่มระแวงขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับเปิดเผยสถานะของตน
เสี่ยวไป๋ไม่ว่าอะไร แต่ชาวบ้านที่กำลังมุงดูนั่นต่างพากันแตกตื่น
“อะไรนะ พวกมันคือคนของวิหารอสูร หนีเร็ว” เพียงได้ยินชื่อก็มีคนเผ่นแนบ ละทิ้งความอยากรู้อยากเห็นในบัดดล
ดูเอาเถิด แค่ชื่อก็ทำให้คนขวัญหนีดีฝ่อได้เพียงนี้วิหารอสูรจะเคยสร้างบาดแผลฝังใจไว้เพียงใดกันนะ?
“ข้าเคยเห็นบางคนแค่ได้ยินชื่อวิหารอสูรขาก็อ่อนยวบไปแล้ว ยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ”
“แค่ผู้นำวิหารตนนั้นตายไป วิหารอสูรยังเหลือพวกมารหนีรอดออกมา พวกมันรอเวลาเพื่อล้างแค้นต่อยอดฝีมือทั้งหลายในโลกนี้อยู่”
“พวกมันยังคงน่าขยะแขยงน่าหวาดกลัวไม่เปลี่ยน...เป็นเชื้อร้ายของโลกใบนี้โดยแท้”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นจากทุกสารทิศ แต่คนของวิหารอสูรหาได้ใส่ใจ พวกเขามองคนพวกนี้เป็นศพไปหมดแล้ว อย่างมากก็แค่รอเวลาว่าจะให้ตายอย่างไรถึงจะเจ็บปวดที่สุด
“ที่แท้ก็เป็นวิหารอสูร ข้าล่ะสงสัยมาตลอดว่าการหายตัวไปของน้องสาวต้องเกี่ยวข้องกับพวกมันแน่” จางชื่อเกอกลับไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว เด็กหัวแข็งเช่นเขาไม่รู้จักคำว่ากลัวตายเสียด้วยซ้ำ
“เมื่อครู่ข้าถามเจ้าแล้วว่า ‘เจ้ามีธุระอันใด’ แต่เจ้าไม่ตอบ ยังย้อนกลับมาถามข้าอีก อย่างกับบ้านเจ้ามีแต่คนไร้มารยาทหรืออย่างไร? ข้าให้เวลาอีกสามลมหายใจ หากยังไม่ตอบ ข้าจะใช้มาตรการพิเศษ” เสี่ยวไป๋แค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์
[เจ้าคิดว่าโลกนี้มันมีมารยาทรึ? ที่นี่น่ะ ถ้าเจ้าแข็งแกร่ง เจ้านั่นแหละคือมารยาท แล้วใครจะไปสั่งสอนลูกให้เคารพผู้ใหญ่ มีระเบียบวินัย รักษาสุขภาพ กวาดบ้านถูพื้นกันทุกวันเหมือนโลกเดิมของเจ้าเล่า?] ระบบแอบบ่น
“เจ้าผู้นั้น ข้าคือคนของวิหารอสูร แม้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็เป็นได้เพียงเศษฝุ่นดวงดาราในห้วงจักรวาล ถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ” ชายชุดดำหวังจะใช้นามของวิหารอสูรกดข่มเสี่ยวไป๋เพราะในโลกนี้แทบไม่มีใครกล้าแตะต้องวิหารอสูร
“พูด” เสี่ยวไป๋ไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป ใช้เคล็ดวิชาวจนะศักดิ์สิทธิ์ปลุกคำพูดจากหัวใจของอีกฝ่ายออกมาโดยตรง
จะวิหารอสูรหรืออะไรก็ตาม ข้าล่ะเบื่อพวกชอบอ้อมค้อม พูดมาให้จบแล้วไปตายเสียยังจะดีกว่า จะทำให้ข้าต้องเสียพลังใช้วิชาทำไม
ทันทีที่เปล่งวาจาออกไป ลมปราณแห่งวจนะศักดิ์สิทธิ์พุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของชายชุดดำผู้หนึ่ง เขาชะงักนิ่งทันทีราวกับหุ่นไร้ชีวิต
“เฮ้ย เจ้าเป็นอะไร?” ชายอีกคนที่เห็นเพื่อนนิ่งงันก็ยกมือขึ้นฟาดใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง
เสียงเพี๊ยะใสดังลั่น ความเงียบกลืนกินทั่วทั้งโรงเตี๊ยม
“ข้า...ข้าช็อกไปแล้ว” เสี่ยวไป๋ตะลึงงัน ‘เจ้าจะเรียกเขา ทำไมไม่พูดดี ๆ ทำไมต้องฟาดหน้าเขาด้วย นี่มันเรียกหรือแก้แค้นกันแน่?’
“โกรธอะไรกันนักหนา?” เอ๋อร์โก่วตาโต ‘เมื่อครู่เห็นชัดว่ามือของเจ้าชายชุดดำถึงกับสั่นแถมฝ่ามือยังแดงเถือกอีกด้วย’
“ว่ามา พวกเจ้ามาที่นี่ทำไม?” เสี่ยวไป๋ดึงเรื่องกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
“พวกเรามารับตัวจางชื่อเกอพี่ชายของว่าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์กลับไปยังซีโจวตามคำสั่งจากเบื้องบน” ชายชุดดำตอบเสียงเรียบ เขาถูกเสี่ยวไป๋ควบคุมอยู่เต็มตัวแล้ว ถามอย่างไรก็ตอบเช่นนั้น
“เจ้าทำอะไรของเจ้าอีก?” ชายชุดดำอีกคนง้างมือฟาดหน้าเพื่อนอีกรอบ คราวนี้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ไม่มีผลใด ๆ
“เป็นพวกมันจริง ๆ ที่พาน้องสาวข้าไป เจ้าพวกสวะ” จางชื่อเกอกำหมัดแน่น ถึงจะโกรธแต่เขาก็โล่งใจอยู่ลึก ๆ อย่างน้อยคำพูดของพวกมันก็ยืนยันได้ว่าน้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่และหากยังมีชีวิตก็ยังมีความหวัง
“ว่าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์? หมายความว่าอย่างไร?” เสี่ยวไป๋ถามต่อทั้งที่ใจลึก ๆ ก็พอเดาออกแล้ว แต่จะให้เงียบก็ไม่ใช่นิสัยของเขา
“ก็หมายความตามนั้น” ชายชุดดำตอบสั้น ๆ
“หา?” เสี่ยวไป๋ถึงกับงง ‘เจ้านี่...กำลังด่าข้าอ้อม ๆ ว่าโง่หรือเปล่า?’
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เอ๋อร์โก่วระเบิดเสียงหัวเราะทันที ไม่ว่าจะเป็นคำด่าตรงหรืออ้อม ขอแค่เสี่ยวไป๋โดน เขาก็สะใจแล้วและความสะใจนี้สามารถอยู่ได้ยาวเป็นสัปดาห์
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าคนทึ่ม กล้าถามคำถามที่แม้แต่คนโง่ยังรู้คำตอบ” ระบบถึงกับหัวเราะจนจะขาดใจ ไม่คาดคิดว่าชายชุดดำจะกล้าตอบแรงขนาดนี้
หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอแม้จะไม่กล้าหัวเราะ แต่สีหน้าของทั้งสองก็แสดงชัดเจนว่ากำลังกลั้นอย่างสุดชีวิต