เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 ข้ามิได้ต้องการอะไร

บทที่ 97 ข้ามิได้ต้องการอะไร

บทที่ 97 ข้ามิได้ต้องการอะไร


บทที่ 97 ข้ามิได้ต้องการอะไรด้านนั้น

“จะให้เป็นวัวเป็นม้าก็ไม่ต้องหรอก ข้ามิได้ต้องการอะไร...ด้านนั้น” เอ๋อร์โก่วพูดหน้าตาย เขากลัวชายชุดดำอยู่ไม่น้อย อย่าว่าแต่เป็นวัวเป็นม้าเลย แค่ให้ยืนใกล้ ๆ ก็รู้สึกสยองขวัญแล้ว

“อย่าขยับ ข้าจะวางค่ายกล” เอ๋อร์โก่วกล่าวพลางเริ่มร่ายคาถาแปลกประหลาดที่ไม่มีผู้ใดฟังออก

อู๋ม่อหย่งกับชายชุดดำเมื่อได้ยินว่าห้ามขยับก็รีบยืนนิ่งแข็งทื่อ กระทั่งกลั้นหายใจไม่กล้ากระดิกแม้แต่น้อย

หลังจากเอ๋อร์โก่วร่ายคาถาจบ บริเวณที่ทั้งสองยืนอยู่ก็ปรากฏวงแสงสีทองแดงแผ่สลับกัน

เมื่อยืนอยู่บนวงแสง ทั้งสองรู้สึกเพียงว่าร่างเบาขึ้น แล้วจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย วงแสงก็ค่อย ๆ จางหายไป

“ท่านหมา...เสร็จแล้วหรือ?” อู๋ม่อหย่งยกมือขึ้นตรวจดูตัวเอง แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใดนอกจากเมื่อครู่รู้สึกเบาสบายวูบเดียว

“แน่นอนว่าสำเร็จแล้ว ค่ายกลชนิดนี้ พวกเจ้าในตอนนี้ย่อมไม่รู้สึกอะไร ต้องรอให้ฝึกฝนต่อไปจึงจะเข้าใจถึงความน่าสะพรึงของมัน” เอ๋อร์โก่วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ขอบคุณท่านหมา ขอคารวะจากพวกเราสองพี่น้องอีกครั้ง” อู๋ม่อหย่งและชายชุดดำจะคุกเข่าลงอีก

“ไม่ต้องคุกเข่าให้ข้า จำไว้ให้ดี ชีวิตนี้...ยกเว้นอาจารย์ของพวกเจ้าแล้ว อย่าได้คุกเข่าให้ผู้ใดอีก” เอ๋อร์โก่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“ขอรับ พวกเราจะจดจำไว้” ทั้งสองตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจดคำพูดของเอ๋อร์โก่วใส่ใจไว้ลึกซึ้ง

“เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ความสามารถรอบด้านของพวกเจ้าก็ถูกเสริมแล้วเหลือเพียงฝึกฝนให้ดี ข้ารับประกันว่าหากสิบปีแล้วพวกเจ้ายังไม่ได้ถึงระดับจักรพรรดิเทพ ข้าจะหักคอตนเองเสีย” เอ๋อร์โก่วพูดปลุกใจ

“ขอรับ ขอบคุณท่านหมา” อู๋ม่อหย่งกับชายชุดดำโค้งคำนับด้วยความซาบซึ้งจากนั้นก็เตรียมตัวล่าถอย

“ศิษย์พี่ ต่อจากนี้เราจะไปที่ใดกันดี?” ชายชุดดำถาม

“ข้ามีกลุ่มเล็ก ๆ แห่งหนึ่งอยู่ในซีโจว แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็เป็นที่พำนักได้ กลับไปครานี้เราจะฝึกฝนกันให้เต็มที่” อู๋ม่อหย่งกล่าวพร้อมพินิจ “ว่าแต่ เจ้ามีกองกำลังเป็นของตัวเองหรือไม่? ถ้ามีก็พาไปรวมกันเลยเพราะเราคงไม่กลับไปยังแดนเหวลึกอีกแล้ว”

“ไม่มี” ชายชุดดำตอบอย่างมึนงง

“หา? แล้วคำที่เจ้าพูดครั้งแรกว่าจะยึดครองแดนรกร้างมันคืออะไร?” เสี่ยวไป๋งุนงงเพราะยังจำได้แม่นว่าเมื่อชายชุดดำโผล่ออกมาจากป่ามหาหุบเหว คำแรกที่พูดคือหาเรื่องสนุกกันสักหน่อย

“มะ...ไม่ใช่ นั่นเป็นเจตจำนงขององค์เหนือหัวต่างหาก พระองค์ทรงชี้ทางแก่ข้า บอกว่าที่แห่งนี้จะพบผู้มีพระคุณของข้า...” ชายชุดดำเริ่มตะกุกตะกักขึ้นมาทันที น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้ทุกคนเข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าตัวกำลังหน้าแดงแน่นอน

ในเมื่อเขายอมสารภาพแล้ว คนอื่นก็ไม่ซักไซ้ต่อ

ชายชุดดำลอบถอนใจอย่างโล่งอก เขาย่อมไม่มีวันเปิดเผยว่าทุกสิ่งที่เขาทำมาตั้งแต่แรกเขาเป็นคนวางแผนทั้งหมดเอง ไม่เคยมีองค์เหนือหัวอะไรทั้งสิ้น บ้านที่อยู่ก็ตัวเขาเองสร้าง เสียงแหบที่ใช้ตอนประชุมก็เป็นเสียงที่เขาแกล้งทำขึ้น ตัวละครอื่น ๆ ก็แค่รูปปั้นหินทั้งนั้นทุกอย่างทำขึ้นเพื่อสร้างความลึกลับล้วน ๆ

หากเสี่ยวไป๋กับระบบรู้เบื้องหลังทั้งหมด มีหวังต้องถอนหายใจพร้อมว่า

“โรคจิตแบบจูนิเบียวนี่น่ากลัวจริง ๆ”

“จื่อซี ข้าอยากรู้เรื่องตระกูลหลิวในแคว้นหิมะอวิ๋น เจ้าจะจัดการอย่างไร?” หนานกงหลิวอวิ๋นเอ่ยถาม แม้จะรู้สึกว่าไม่เหมาะ แต่เรื่องนี้ก็ต้องมีคนพูดเพราะตอนแรกที่หมั้นหมายกันนั้นคือตระกูลหลิวในแคว้นหิมะอวิ๋น ไม่ใช่ตระกูลหลิวแห่งตระกูลซ่อนเร้น

ประเด็นนี้หากไม่เคลียร์ไว้ตั้งแต่ตอนนี้ วันหน้าก็ต้องมีคนขุดขึ้นมาอยู่ดี

“ท่านพ่อกับท่านปู่ ข้าพากลับไปยังตระกูลแล้ว แม้ท่านทั้งสองจะมิใช่พ่อแท้หรือปู่แท้ของข้า แต่ในใจข้าไม่มีผู้ใดแทนที่พวกท่านได้เลย พวกท่านมอบครอบครัวที่อบอุ่นให้แก่ข้า ให้ชีวิตวัยเยาว์ที่ไร้กังวลแก่ข้า ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีผู้ใดรังแกข้าได้ ข้ารักพวกท่านอย่างสุดหัวใจ...สำหรับข้าท่านทั้งสองคือพ่อกับปู่ของข้าตลอดกาล” หลิวจื่อซีตอบด้วยเสียงนุ่มลึก ใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง นางมีวัยเด็กที่งดงามเกินใคร นางรู้ดีว่านางคือเด็กที่โชคดีที่สุดในโลก

“ดี ดีมาก เจ้าคือเด็กดี” หนานกงหลิวอวิ๋นโล่งใจเสียที เดิมเขาหวั่นใจว่านางจากไปแล้ว ตระกูลหลิวจะต้องล่มสลายแน่ เขาเป็นห่วงพี่หลิวมาตลอด กลัวว่าจะเสียใจหนักกับการหายไปของลูกสาวและปู่แห่งตระกูลหลิวก็อาจจะไม่มีวันทะลวงสู่ราชาศักดิ์สิทธิ์ได้เลย

“ยังมีผู้ใดมีคำถามอีกหรือไม่? ถ้ามีก็พูดมาให้หมด ข้าว่าคุยกันจบหมดแล้วนะ...” เสี่ยวไป๋กวาดตามองทุกคน รู้สึกว่าเรื่องราวทั้งหลายก็คงเคลียร์ครบแล้วมั้ง

ทุกคนไม่พูดอะไร ต่างก็ขบคิดเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้า

“ดี ถ้าเช่นนั้น ในเมื่อธุระของแต่ละคนก็จัดการเสร็จแล้วก็ถึงเวลาต่างคนต่างกลับบ้าน ใครมีแม่ก็กลับไปหานะแม่เจ้าเถอะ” เสี่ยวไป๋ตบมือ เปรยอย่างเหนื่อยล้า วุ่นวายมาทั้งวัน วันนี้ทั้งวันเต็มไปด้วยเรื่องโกลาหลและพล็อตปั่นประสาทระดับนิยายดราม่าชั้นยอด น่ากลัวเสียจริง

“ถ้าเช่นนั้น พวกเราขอลา ท่านเสี่ยว ท่านหมา ท่านอาหลิวอวิ๋น แล้วก็พี่อวิ๋นม่อพบกันใหม่เจ้าค่ะ” หลิวจื่อซีทำความเคารพอย่างสง่างาม แล้วหันไปให้เฒ่าเว่ยและผู้อาวุโสทั้งหลายพากลับ

“อืม เดินทางปลอดภัย หากผู้ใดมาถามว่าเหล่าผู้อาวุโสหายไปไหนบอกไปเลยว่าข้าฆ่าเอง ใครไม่พอใจ...ก็มาหาข้าสิ” เสี่ยวไป๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ท่านเสี่ยววางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” หลิวจื่อซียิ้ม นางไม่ว่าอยู่ฝ่ายไหนก็ต้องเข้าข้างเสี่ยวไป๋อยู่ดีเพราะความสัมพันธ์มันผูกกันไว้แน่นหนาอยู่แล้ว ในโลกนี้เรื่องช่วยพวกพ้องไม่ช่วยความถูกต้องก็เป็นเรื่องธรรมชาติ

เฒ่าเว่ยพวกนั้นกระตุกมุมปาก ใครเล่าจะกล้าสู้กับเสี่ยวไป๋? ต่อให้อาฆาตแค่ไหน พอไปถึงตัวเขาก็คงต้องรีบจุดธูปขอขมารอแล้วจะมีแต่พวกที่อยากตายเท่านั้นแหละที่กล้าท้าสู้กับเสี่ยวไป๋

“จื่อซี...ลาก่อน” หนานกงอวิ๋นม่อแม้ปากกล่าวคำลาน้อยนิด แต่ในแววตาเต็มไปด้วยความอาลัย ทว่าเขาก็เก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าตัวเองยังอ่อนแอเกินไปหากมิใช่เพราะได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของเสี่ยวไป๋เกรงว่าแทบไม่มีผู้ใดเห็นเขาอยู่ในสายตา ดังนั้นสิ่งที่เขาควรทำคือฝึกฝนจนแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อวันหนึ่งจะไปรับนางกลับมาด้วยมือของตนเอง

หลิวจื่อซีเหลียวมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน แล้วก็ถูกเฒ่าเว่ยกับพวกใช้พลังมิติหอบหายตัวจากไปในพริบตา

“ฝึกให้ดีเสียล่ะ หนทางยังอีกยาวไกล” เสี่ยวไป๋ตบไหล่อวิ๋นม่อกล่าวปลุกใจเพราะในโลกเช่นนี้ผู้ใดแข็งแกร่งผู้นั้นเป็นเจ้าสวรรค์

“ขอรับอาจารย์ ข้าจะฝึกฝนอย่างสุดกำลังและตามรอยเท้าท่านให้จงได้” หนานกงอวิ๋นม่อเปี่ยมล้นด้วยแรงผลักดัน เป้าหมายต่อจากนี้ของเขาคือไล่ให้ทันหรือแซงหน้าอาจารย์ของตน

หนุ่มน้อยเอ๋ยความคิดของเจ้าช่างอันตรายเสียเหลือเกินนะ

“……” เสี่ยวไป๋จู่ ๆ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรจะให้เขาไปพูดว่า ‘ฝึกให้ดีนะ วันหน้าคงแซงข้าได้แน่’ เขาพูดไม่ออกจริง ๆ

แม้แต่เจ้าหมาโง่เอ๋อร์โก่วนั่นยังไม่มีวันเชื่อคำพูดแบบนั้น

เอ๋อร์โก่ว: “???” ข้านอนอยู่เฉย ๆ ยังจะโดนลูกหลงอีกเรอะ?

จบบทที่ บทที่ 97 ข้ามิได้ต้องการอะไร

คัดลอกลิงก์แล้ว