- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 69 ขอร้องล่ะ ช่วยลบคำว่า ‘เหมือนจะ’ ออกด้วยเถอะ
บทที่ 69 ขอร้องล่ะ ช่วยลบคำว่า ‘เหมือนจะ’ ออกด้วยเถอะ
บทที่ 69 ขอร้องล่ะ ช่วยลบคำว่า ‘เหมือนจะ’ ออกด้วยเถอะ
บทที่ 69 ขอร้องล่ะ ช่วยลบคำว่า ‘เหมือนจะ’ ออกด้วยเถอะ
“โฮสต์ อย่าดูถูกกระปุกออมสินหน้าตาประหลาดนี่นัก ถึงหน้าตามันจะห่วย แต่สรรพคุณมันไม่ธรรมดาเลยนะ” ระบบรู้สึกว่าความรุ่งเรืองของตนถูกโปรแกรมภารกิจเสริมบั่นทอนจนป่นปี้ บัดซบ บนโลกนี้มีของรางวัลอะไรวิปลาสกว่ากระปุกออมสินแบบนี้อีกหรือ?
“มันมีประโยชน์อะไร?” เสี่ยวไป๋เริ่มสนใจขึ้นมาทันทีเผื่อจะเป็นของประเภทอ่อนนอกแข็งในประหนึ่งศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ปลอมตัวเป็นขยะ
“มันนับเร็วมาก ไม่ว่าจะโยนหินวิญญาณเข้าไปกี่ก้อนมันสามารถนับได้ในพริบตาแถมไม่เคยผิดพลาด” ระบบกล่าวอย่างภาคภูมิใจ นี่นับว่าเป็นฟังก์ชันที่เทพพอใช้ได้แล้วกระมัง?
“ข้าใช้ลมหายใจวิญญาณก็ได้นะ ลมหายใจวิญญาณสแกนทีเดียวก็รู้จำนวนเป๊ะ ๆ แล้ว ไม่มีพลาดเหมือนกัน” เสี่ยวไป๋มองว่าสกิลนี้ออกจะไร้สาระไปหน่อย
“มันมีพื้นที่ไร้ขอบเขต ใส่หินวิญญาณได้ไม่จำกัดจำนวน” ระบบรีบบอกจุดเด่นอีกข้อ พื้นที่ไร้ขอบเขตนี่ถือว่าเท่ใช้ได้อยู่
“แหวนมิติก็ทำได้แถมยังปลูกดอกไม้ได้อีก” เสี่ยวไป๋ในตอนแรกเห็นว่าฟังก์ชันนี้พอใช้ได้ แต่พอเทียบกับแหวนมิติก็รู้สึกว่าไร้ค่าเช่นกัน
“……” ระบบเงียบไป
“……” เสี่ยวไป๋ก็เงียบด้วย
“เมื่อเจ้าเปรียบเทียบแบบนี้ ข้าก็รู้สึกว่ากระปุกนี้มันเหมือนไม่มีประโยชน์เลยจริง ๆ” ระบบเอ่ยเสียงเรียบ หน้าตาจริงจัง
“ช่วยลบคำว่า ‘เหมือนจะ’ ออกไปด้วย” เสี่ยวไป๋ตอบด้วยสีหน้าเย็นชา
“ติง ขอแสดงความยินดี เจ้าสำนักทำภารกิจเกินเป้าได้รับรางวัลพิเศษหนึ่งรายการ” เสียงแจ้งเตือนของภารกิจเสริมดังขึ้นอีกครั้ง
“เกินเป้า? แค่ภารกิจเสร็จข้ายังรู้สึกเหมือนฝันไปเลย” เสี่ยวไป๋กระตุกมุมปาก ซอฟต์แวร์ของระบบนี้มันน่าเชื่อถืออยู่ไหมเนี่ย?
“ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ระบบรู้สึกว่าตนควรกลับไปตรวจสอบซอฟต์แวร์ภารกิจพวกนี้ใหม่ให้ละเอียด
“ติง เนื่องจากโฮสต์ได้ทำลายพระราชวังของแคว้นหิมะอวิ๋นอย่างสิ้นซากทำให้จักรพรรดิและองค์รัชทายาทเสียชีวิตโดยอ้อมส่งผลให้เมืองหลวงสิ้นสภาพ เนื่องจากเมืองหลวงสิ้นสภาพจึงส่งผลให้ประลองหลวงต้องล้มเลิกฉะนั้นภารกิจนี้ถือว่าทำเกินเป้าหมาย”
“เนื่องจากโฮสต์มิได้ลงมือสังหารโดยตรงจึงไม่ถือว่าเป็นการลงมือในภารกิจ”
“มีระบบแบบนี้ด้วยรึ?” เสี่ยวไป๋กับระบบถึงกับอึ้งไปพร้อมกัน แต่มันก็มีเหตุมีผลอยู่นะ สุดท้ายเขาแค่เหยียบพื้นไม่ได้โจมตีใครโดยตรง ตายกันเองทั้งนั้น
“ติง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับโอกาสหมุนกงล้อหยกสู่สวรรค์หนึ่งครั้ง” เสียงแจ้งเตือนภารกิจเสริมดังขึ้นอีกครา แต่คราวนี้เพื่อแจกรางวัล
เดิมทีเสี่ยวไป๋กำลังยิ้มกว้าง แต่พอได้ยินรางวัลนี้รอยยิ้มก็แข็งค้างไปทันที บัดซบ ทำไมต้องเป็นเจ้ากงล้อสวรรค์นี่อีกเล่า? เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างไร้คำบรรยายเพราะกงล้อนี่เองที่ทำให้เขาได้รับความทรงจำอันโหดร้ายในอดีต
“เจ้าจะหมุนเลยไหม? ถ้าไม่หมุน ข้าจะเก็บโอกาสนี้ไว้ให้” ระบบกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างสะใจเพราะมันรู้ดีว่าเสี่ยวไป๋เป็นคนที่ดวงซวยสุดขั้ว
“หมุน ข้าไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว” เสี่ยวไป๋กัดฟันแน่น บ้าเอ๊ย ข้าคือเสี่ยวไป๋ไม่เคยยอมแพ้
“เฮ้อ...เด็กหัวรั้นจริง ๆ” ระบบแกล้งทำเสียงราวกับผู้อาวุโสกำลังอบรมรุ่นหลาน
“ครานี้ข้าขอท้าทายชะตา ข้าต้องหมุนให้ได้เคล็ดวิชาชั้นสูงสักบทแน่นอน” เสี่ยวไป๋กำหมัดแน่น เอ่ยอย่างแน่วแน่
“ข้าบอกเลยนะ หากเจ้าหมุนได้เคล็ดวิชา ข้าจะ ‘ถ่ายทอดสด’ กินกงล้อให้ดู” ระบบเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมในโชคร้ายของเสี่ยวไป๋จึงกล้าท้าทายเช่นนี้
เสี่ยวไป๋ไม่สนใจมันอีกต่อไป แล้วเริ่มหมุนวงล้อ
กงล้อหยกสู่สวรรค์เริ่มหมุนด้วยความเร็วสูง เสี่ยวไป๋ลุ้นตามอย่างใจเต้นระทึก
จนกระทั่งเข็มหมุนช้าลงและหยุด
“ขอแสดงความยินดี ท่านคือผู้โชคดีในครั้งนี้ รางวัลของท่านคือเคล็ดวิชาชั้นสูงยิ่งกว่าระดับเทพ เคล็ดกลืนหลอมหกฝัง”
“แปะ แปะ แปะ” นั่นคือเสียงโดนตบหน้ากลางอากาศของระบบ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เสี่ยวไป๋หัวเราะลั่นราวกับวิญญาณปีศาจเข้าสิง
“ข้าหัวเราะจนจะตาย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ขอบใจเจ้าสหาย ขอบใจที่สาปให้ข้าเฮง เจ้าคือพี่น้องแท้ ๆ ของข้าจริง ๆ ไหนล่ะลิงก์ถ่ายทอดสด? จะเปิดเมื่อใด? อย่าลืมแจ้งข้าด้วยล่ะ ข้าจะส่งของขวัญไปให้เป็นลัง” เสี่ยวไป๋ยังตกใจไม่หาย ไม่คิดเลยว่าตนจะหมุนได้เคล็ดวิชาระดับนี้ เลยต้องขอบคุณระบบที่สาปแรงจนพลังดวงพุ่งทะลุฟ้า
ระบบไม่พูดอะไรอีก รู้สึกแสบร้อนอยู่บนหน้า สาบานเลยคราวหน้าจะไม่ปากดีอีกแล้ว
เสี่ยวไป๋เปิดดูข้อมูลของเคล็ดวิชาทันที
ชื่อ: 《เคล็ดกลืนหลอมหกฝัง》
ประเภท: เคล็ดวิชา
จุดเด่น:
สามารถกลืนพลังวิญญาณทุกธาตุและแปรเปลี่ยนเป็นของตน
เมื่อกลืนพลังธาตุหนึ่งจนถึงขีดสุดจะสามารถฝึกฝนธาตุนั้นได้โดยสมบูรณ์
พื้นฐานพลังวิญญาณไร้ขีดจำกัดหมายถึงตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ พลังวิญญาณจะไม่มีวันหมด
สามารถฝึกเคล็ดวิชาของทุกเผ่าพันธุ์ แต่ต้องกลืนร่างกายของเผ่าพันธุ์นั้นเสียก่อน
ข้อเสีย:
ต้องมีคุณสมบัติร่างกายไม่มีธาตุใดเลย
ต้องมีพรสวรรค์สูงที่สุดในมิตินี้
ผู้ฝึกจะต้องเผชิญกับด่านปีศาจในใจและเคราะห์สวรรค์ทุกครั้งที่ทะลวงขั้น
เมื่อกลืนพลังธาตุแต่ละครั้งจะสุ่มเกิดผลเสียหนึ่งประการ ต้องระวังให้มาก
ข้อจำกัด:
เคล็ดวิชานี้ใช้ได้เฉพาะโฮสต์หรือศิษย์สายตรงเท่านั้น
หากผู้ใดฝึกโดยไม่ได้รับอนุญาตจะระเบิดตายทันที
ผู้ฝึกต้องมีจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนักมิฉะนั้นจะถูกพลังกลืนร่างจนตาย
“เวรเอ๊ย เคล็ดวิชานี่มันโหดเกินไปแล้วมั้ง?” เสี่ยวไป๋แทบจะโอดครวญ เงื่อนไขเยอะบัดซบ พรสวรรค์สูงสุดของมิตินี้ก็คือระดับเทพชั้นสูง แล้วแบบไม่มีธาตุอีก? แบบนี้จะมีอยู่จริงได้ยังไง?
“คิดว่าจะได้ของจากระบบง่าย ๆ หรือ?” ระบบตอบเสียงเย็น ของจากข้าน่ะหรือ? คิดว่าเป็นผักตลาดรึไง?
“แล้วทำไมตอนให้เคล็ดวิชากับอวิ๋นม่อมันถึงไม่โหดขนาดนี้? ของเขาก็ระดับเทพชั้นสูงไม่ใช่หรือ?” เสี่ยวไป๋ถามขึ้น ตอนให้ศิษย์ตัวเอง มันไม่เห็นโหดขนาดนี้เลย
“หนึ่งเพราะร่างกายของเขาสอดคล้องกับเคล็ดวิชา
สองเพราะระดับของเขาต่ำ ยังไม่ได้ฝึกลึกถึงจุดที่ต้องเผชิญปัญหา
ยิ่งฝึกลึกเคราะห์สวรรค์ยิ่งรุนแรงแล้วเจ้าคิดหรือว่าเคราะห์สวรรค์ของอวิ๋นม่อนั้นแค่ไฟจุดฟืน? เปล่าเลย มันคือสายฟ้าผ่าทะลุมิติของจริง” ระบบอธิบายอย่างเต็มปากเต็มคำ
“แต่เคล็ดวิชานี้ฝึกได้เฉพาะข้ากับศิษย์สายตรงสินะ...ข้าไม่จำเป็นต้องฝึกก็ได้ แต่จะหาศิษย์สายตรงจากที่ไหนล่ะ?” เสี่ยวไป๋รู้สึกปวดหัว
เงื่อนไขโหดขนาดนี้จะหาใครมาฝึกไหวกันแถมมันยังผูกกับภารกิจหลักอีกต่างหาก ถ้าไม่มีใครฝึกก็เสียดายเคล็ดวิชาเปล่า ๆ