- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 53 กระโดดเสียสูงลิบ
บทที่ 53 กระโดดเสียสูงลิบ
บทที่ 53 กระโดดเสียสูงลิบ
บทที่ 53 กระโดดเสียสูงลิบ
คราวนี้เหล่าองครักษ์ดูจะฉลาดขึ้น เมื่อเห็นสภาพของเซี่ยโยวไฉก็ไม่รอให้ใครเอ่ยปากรีบวิ่งเข้ามาอุ้มเขาออกไปทันที ก่อนจะหันไปมองหนานกงอวิ๋นม่อด้วยแววตาลึกซึ้ง ความหมายก็ไม่ต่างจากครั้งก่อน
“ไอ้หมอนี่เป็นใครอีกล่ะ?” เสี่ยวไป๋มองดูเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างปลงตก “เป็นสหายกับคุณชายจาง แบบนี้ก็คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ วันนี้ทั้งงานแข่งมีแต่พวกเส้นใหญ่หรือไง?”
“หนานกงอวิ๋นม่อนี่ช่างใจกล้านักถึงกับกล้าลงมือกับบุตรชายคนเดียวของท่านเซี่ย” มีคนหนึ่งอุทานออกมา สีหน้าฉายแววตะลึง “สองคุณชายที่อารมณ์ร้ายที่สุดในเมืองหลวง เขากล้าหาเรื่องพร้อมกันในวันเดียว...”
“นั่นสิ กล้าขนาดนี้ ถ้าท่านขุนนางทั้งสองโผล่มา ข้าขอดูให้เต็มตาว่าจะลงเอยยังไง”
คนที่ดูอยู่คนหนึ่งหัวเราะเยาะอย่างเหี้ยมเกรียม “ข้าเคยเห็นคนหนึ่งแค่เผลอเตะรองเท้าคุณชายจางเข้าไปทีเดียว ครอบครัวถูกล้างโคตรในชั่วพริบตา แถมท่านขุนนางยังลงมือเองอีกด้วย คิดแล้วข้าก็ยังขนลุกไม่หาย”
เสี่ยวไป๋ไม่ใส่ใจเรื่องขุนนางอะไรทั้งนั้น จะมาหาเรื่องก็สู้ จะคบค้าก็นั่งดื่มชา ถ้อยทีถ้อยอาศัย
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ทว่าไม่นานกลับมีการหยุดพักกลางคัน ผู้ตัดสินกล่าวว่า ‘แผ่นพลังวิญญาณบันทึกคะแนน’ เกิดปัญหาจึงต้องขอหยุดการแข่งขันเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม
“หลอกผีหรือไง?” เอ๋อร์โก่วนั่งอยู่ที่อัฒจันทร์ ด้านหน้าคือถุงขนมจากแหวนมิติของเสี่ยวไป๋ มันกำลังใช้หัวมุดเข้าไปกิน ขณะที่พูดปากก็ยังเต็มไปด้วยของกิน เสียงจึงฟังดูอู้อี้
ซ้ายขวาของมันคือเสี่ยวไป๋กับหนานกงอวิ๋นม่อต่างคนต่างก็มีขนมคนละถุงกินไม่หยุด
“เจ้าดูเป็นกับเขาด้วยหรือ?” เสี่ยวไป๋แปลกใจ เอ๋อร์โก่วเป็นหมาแท้ ๆ หรือจริง ๆ แล้วมีอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่อง?
“ข้าน่ะเป็นเทพ เรื่องแค่นี้จะปิดบังเทพได้หรือ?” เอ๋อร์โก่วชักหัวออกจากถุงขนม แล้วเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจทั้งที่มันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าแผ่นพลังวิญญาณนั่นเสียจริง ๆ แถมยังอยากกัดมันเป็นพิเศษอีกต่างหาก
“เจ้าขึ้นไป ขึ้นไป ขึ้นไปเสียที ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าละ” เสี่ยวไป๋มองมันอย่างสมเพช หมาหัวสูงที่วัน ๆ เอาแต่เรียกตัวเองว่าเทพ
เอ๋อร์โก่วรู้สึกว่าเสี่ยวไป๋ช่างเป็นชายชั่ว ได้ประโยชน์จากมันเสร็จก็ไล่ทันที “ใช้เสร็จก็ถีบหัวส่ง นี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นอะไร ขนมถุงหนึ่งหรือ”
“แผ่นพลังนั่นไม่ได้เสียจริงหรอก” มันใช้เท้าหน้าตบ ๆ แขนเสื้อเสี่ยวไป๋ “ใช้ลมหายใจวิญญาณของเจ้าไปตรวจสอบอีกทีสิ ข้าว่าพวกมันต้องมีแผนอะไรแน่”
เสี่ยวไป๋ฟังแล้วก็ยังขี้เกียจใช้ลมหายใจวิญญาณ เขาจึงหันไปหาระบบ
“เฮ้ย ระบบ เจ้ามีอุปกรณ์ดักฟังอะไรทำนองนั้นไหม?”
ระบบถอนหายใจในใจ จากนิยายแฟนตาซีจะกลายเป็นนิยายสายลับแล้วหรือ?
“เจ้าคงจะอยากเป็นสายลับเข้าแล้วสิ?” ระบบประชดประชัน แต่ก็ยังส่งอุปกรณ์บางอย่างเข้าไปในแหวนมิติของเสี่ยวไป๋เป็นจอภาพขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งร้อยจั้ง
“นี่มันจอภาพไม่ใช่หรือ ข้าขอเครื่องดักฟังนะโว้ย” เสี่ยวไป๋รู้สึกมุมปากกระตุก ไม่ใช่เวลามานั่งดูหนัง
“เจ้ารู้บ้างหรือเปล่าว่าอันนี้มันเหนือกว่าพวกนั้นเยอะ?” ระบบสวนกลับ “ลองอ่านคู่มือก่อนสิ”
เสี่ยวไป๋จึงเปิดคู่มืออ่านแบบขมวดคิ้ว
ชื่อ: จอมเฝ้าระวังแห่งหมื่นภพ
ประเภท: สมบัติวิเศษสายสอดแนม
ผู้สร้าง: ระบบไร้เทียมทานผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
คำแนะนำการใช้:
เพียงใช้ลมหายใจวิญญาณวาดภาพใบหน้าของเป้าหมายใส่จอหลัก
เริ่มเฝ้าระวังตลอดยี่สิบสี่ชั่วยาม ไม่มีจุดอับ
รับประกันไม่ถูกตรวจพบ
หมายเหตุ: กรุณาอย่านำข้าไปเปรียบกับของก๊องแก๊งไร้ค่า เตือนไว้แล้วนะ โง่แล้วยังดื้ออีก
เสี่ยวไป๋อ่านจบอยากจะเขวี้ยงทิ้ง นี่มันคู่มืออะไรกัน ด่าใส่หน้าคนอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก
“ไอ้เด็กเสี่ยวไป๋ ได้ยินข้าพูดไหม? ถ้าเจ้าชักช้า เดี๋ยวดอกเก๊กฮวยจะเย็นหมด” เอ๋อร์โก่วโดดขึ้นมาตบหัวเสี่ยวไป๋ด้วยอุ้งเท้า
“เจ้าทำตัวเป็นหมายังไงให้หยิ่งยโสได้ขนาดนี้?” เสี่ยวไป๋สบถกลับ แล้วทั้งสองก็เปิดศึกกัดฟัดกันตรงนั้น
“ท่านอาจารย์...เรายังจะสอดแนมต่อไหม?” หนานกงอวิ๋นม่อถามเสียงเบา ทั้งอาจารย์ทั้งหมานี่เล่นกันถึงขั้นเตะ ต่อย กัด ข่วน
“สอดแนมสิ” เสี่ยวไป๋ผลักเอ๋อร์โก่วออก ปัดเสื้อผ้าเรียบร้อย
“แต่ไม่ต้องใช้ลมหายใจวิญญาณแล้ว ข้ามีวิธีลับอีกอย่าง”
เขาเพิ่งจะหยิบจอมเฝ้าระวังแห่งหมื่นภพออกมา แต่ก็นึกได้ว่าจอหนึ่งร้อยจั้งหากเอาออกมาทั้งอย่างนี้คนทั้งสนามคงแตกตื่นหมดแน่
ระบบจึงกระซิบขึ้นมาว่า “ใช้คัมภีร์ไร้ตนสิ เจ้าน่าจะลืมไปแล้วว่ามันมีฟังก์ชันล่องหนแถมยังล่องหนให้กับวัตถุหรือบุคคลอื่นได้ด้วยแถมยังตั้งสิทธิ์ให้เฉพาะบางคนมองเห็นได้อีกด้วยนะ”
“แล้วทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่แรก?” เสี่ยวไป๋ถามกลับอย่างจับผิด
“ข้า...ไม่เคยบอกหรือ?” ระบบแกล้งย้อนถาม
“เคยงั้นหรือ?” เสี่ยวไป๋ยังไม่ยอมแพ้ “จะเฉไฉไปถึงไหน”
“ช่างเรื่องเล็กเถอะ ตอนนี้มีของดีใช้ก็ใช้ไปเถอะ” ระบบรีบเบี่ยงประเด็น
“แล้วจะทำยังไงให้ของล่องหน?” เสี่ยวไป๋ถามอีก
“แค่คิดชื่อของคนที่เจ้าต้องการให้เห็นในหัวก็พอ” ระบบตอบ
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครมองเห็นได้แล้ว เสี่ยวไป๋ก็ดึงจอมเฝ้าระวังแห่งหมื่นภพออกมาจากแหวนมิติ
“ตึง” เสียงดังลั่นขึ้นทันที
เอ๋อร์โก่วสะดุ้งสุดตัว กระโดดขึ้นฟ้าเสียสูงจนขาหลังแทบหัก
พอมันตั้งสติได้ก็เห็นเพียงแผ่นสีดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าราวกับฝาโลงศพ
เสี่ยวไป๋ได้ตั้งสิทธิ์ไว้เรียบร้อย จอมเฝ้าระวังแห่งหมื่นภพนี้มีเพียงเขา ระบบ หนานกงอวิ๋นม่อและเอ๋อร์โก่วเท่านั้นที่มองเห็นส่วนคนอื่นเห็นแค่หมาดำตัวหนึ่งกระโดดสุดแรงอย่างไร้สาเหตุ