เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เหตุการณ์นี่มันจะเกิดเร็วเกินไปแล้วกระมัง?

บทที่ 27 เหตุการณ์นี่มันจะเกิดเร็วเกินไปแล้วกระมัง?

บทที่ 27 เหตุการณ์นี่มันจะเกิดเร็วเกินไปแล้วกระมัง?


บทที่ 27 เหตุการณ์นี่มันจะเกิดเร็วเกินไปแล้วกระมัง?

“เรื่องนั้นยังไม่ต้องไปคิดถึงหรอก ตอนนี้ทั้งสำนักมีแค่เรากับอวิ๋นม่อสามคนแถมเงินก็ขาดแคลนอย่างหนัก ชื่อสำนักยังไม่ได้คิดเลย อย่าว่าแต่สถานที่หรืออะไรพวกนั้น” ทุกครั้งที่เสี่ยวไป๋คิดถึงเรื่องเงินก็แทบนอนไม่หลับ ขาดแคลนเกินไปแล้ว แม้แต่แผ่นพลังวิญญาณบันทึกคะแนนยังซื้อไม่ไหว

“ก็จริงของเจ้า ถึงยังไงเจ้าก็เป็นไอ้จนคนหนึ่ง” ระบบเย้ยหยัน มันลืมไปว่าเจ้าสำนักของมันตอนนี้จนแค่ไหน หยกวิญญาณที่มีติดตัวรวม ๆ แค่ล้านกว่าหน่วย กินข้าวยังไม่พอด้วยซ้ำ

“เฮ้ย พูดแบบนี้มันบาดใจเกินไปแล้วนะ” เสี่ยวไป๋ทุบโต๊ะอย่างแรง ระบบนี่มันช่างปากเสียเกินไปจริง ๆ ทั้งพูดแทงใจดำไม่มีชิ้นดี คนอื่นเขามีระบบที่คอยให้กำลังใจ แต่นี่มีระบบที่คอยหาเรื่อง ถ้ามันมีร่างเป็นคนขึ้นมาได้ แล้วไม่มีพลังอะไรเลยละก็ ข้าสาบานว่าจะฆ่ามันให้ได้วันละหลายสิบรอบ

“หนานกงเซินเป็นฝ่ายชนะ หนานกงห่าวและหนานกงซ่านขึ้นเวทีได้แล้ว คู่สุดท้าย หนานกงอวิ๋นม่อกับหนานกงฮั่วเตรียมตัวให้พร้อม” เสียงของผู้อาวุโสใหญ่ตัดบทการทะเลาะระหว่างเสี่ยวไป๋กับระบบในทันที

“ในที่สุดก็ถึงพี่ใหญ่หนานกงห่าวเสียที” ศิษย์ผู้หนึ่งอุทานด้วยความตื่นเต้น

“ศึกนี้พี่ใหญ่หนานกงห่าวชนะแน่นอนอยู่แล้ว” ศิษย์อีกคนที่หน้าตาเหมือนลิงกล่าวออกมา ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกคลั่งไคล้หนานกงห่าว

“เหอะ โลกไหนก็มีคนประเภทประจบประแจงสินะ” เสี่ยวไป๋มองเจ้าศิษย์ที่หน้าลิงนั่นพลางถอนหายใจ

“แน่นอนสิเพราะในตระกูลหนานกงนอกจากอวิ๋นม่อกับหนานกงห่าวก็ไม่มีใครมีพรสวรรค์สูงเท่าอีกแล้ว ในอนาคตตำแหน่งใหญ่โตในตระกูลคงเป็นของเขาแน่นอน จะเลียทีหลังก็สู้เลียไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ได้หรอก” ระบบตอบเสียงเรียบ

“ก็จริง โลกนี้มีพลังคือทุกสิ่ง” เสี่ยวไป๋พยักหน้า เหยียดยาวลงบนเก้าอี้นอนพลางกล่าว

“แน่นอนอยู่แล้ว พี่ใหญ่หนานกงห่าวของเรายึดที่หนึ่งไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว” ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าวด้วยแววตาหลงใหลจนตาพราวทองเมื่อมองร่างของหนานกงห่าว

“ฮึ” หนานกงห่าวแค่นเสียงอย่างเย่อหยิ่ง แล้วเดินตรงขึ้นเวทีประลอง มือทั้งสองกอดอกยืนอยู่กลางเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม

“หนานกงอวี่ บุตรเจ้าช่างไม่เลวเลยนะ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งยิ้มแย้มทักทายหนานกงอวี่

“ไม่กล้าหรอก บุตรข้าแค่โชคดีเท่านั้น” หนานกงอวี่กล่าวอย่างถ่อมตน แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความยินดี

“ฮ่า ๆ ท่านรองประมุข โชคก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถนะ ทำไมต้องถ่อมตัว รับคำชมไปเถอะ” อีกผู้อาวุโสกล่าวพลางหัวเราะ เขาเป็นคนที่หนานกงอวี่ยกขึ้นมาเองจึงไม่แปลกที่จะกลายเป็นคนประจบสอพลอ

จากนั้นเหล่าผู้อาวุโสอีกหลายคนก็ทยอยมาร่วมยินดี พูดจาสรรเสริญกันไม่หยุด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประจบเอาใจ

“เวรเอ๊ย คนประจบแบบนี้ยังไงพวกแก่ก็เหนือกว่าพวกเด็ก เจ้าแก่พวกนี้ถ้าไปอยู่โลกเก่าข้ารับรองติดอันดับหนึ่งของคนประจบแน่นอน” เสี่ยวไป๋อึ้งจนพูดไม่ออก สิ่งที่เห็นมันสุดโต่งเกินไปจริง ๆ ศิษย์อายุแค่สิบแปดเพิ่งถึงระดับศิษย์ยุทธ์ก็ยังมีคนมาเลียได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าหนานกงอวิ๋นม่อขึ้นเวทีต่อจากนี้ ไม่รู้คนพวกนี้จะตกใจตายหรือไม่

“คนกลุ่มนี้ควรไปสมัครเรียนการแสดง ดูท่าทาง ดูสีหน้าช่างเสมือนจริงเหลือเกิน” ระบบเองก็กล่าวด้วยความระอา ขนาดผู้อาวุโสอายุปูนนี้ยังกล้าเสียหน้าเลียได้ขนาดนี้ มันช่างทำลายภาพลักษณ์เก่าที่มีต่อโลกนี้โดยสิ้นเชิง

บนเวที หนานกงซ่านมองหนานกงห่าวด้วยสายตาตึงเครียด ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน แต่ก็ยังยืนหยัดขึ้นเวทีด้วยความเด็ดเดี่ยว

เมื่อทั้งสองพร้อมแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็ประกาศออกมาเสียงดัง “เริ่มได้”

ทว่าทันทีที่หนานกงซ่านกำลังจะออกมือ หนานกงห่าวกลับเอ่ยปากขึ้นว่า “เจ้าลงจากเวทีไปเสียเถอะ ด้วยพลังแค่นี้ไม่มีทางชนะข้าได้ เจ้าก็ไม่คู่ควรจะประมือกับข้า” เขาพูดอย่างเหยียดหยาม เห็นพวกชำระกายหลอมปราณเป็นเพียงฝุ่นธุลี คิดว่าเปื้อนมือเปล่า ๆ

“พี่ใหญ่หนานกงห่าว ข้ารู้ว่าเจ้าร้ายกาจ แต่ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด ข้าจะสู้สุดกำลัง” หนานกงซ่านคำรามเสียงดัง ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น

“หึ สุดกำลังอย่างเจ้าน่ะหรือ? ก็แค่ขยะ” หนานกงห่าวแค่นเสียงเยาะ ก่อนจะพุ่งหมัดใส่ทันที หมัดนั้นอัดเข้าที่อกของหนานกงซ่านเต็มแรงจนกระเด็นออกนอกเวที กระแทกพื้นอย่างจังจนสลบไป ต้องให้เหล่าผู้อารักขารีบหามตัวไปยังห้องรักษา

“ศิษย์ยุทธ์ระดับสองรึ? หนานกงห่าวเจ้าหนูนี่ทะลวงขึ้นระดับสองภายในสามเดือนเชียวรึ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งร้องอย่างตกตะลึง

“ช่างเป็นผู้มีพรสวรรค์ยิ่งนัก รองประมุข ท่านมีบุตรดีนัก” อีกคนหนึ่งรีบกล่าวชมไม่รอช้า

เหล่าผู้อาวุโสจึงทยอยกันเข้ามาประจบหนานกงอวี่ไม่หยุด

“ฮ่า ๆ แค่บังเอิญเท่านั้นเอง” หนานกงอวี่หัวเราะกลบเกลื่อน แต่ภายในใจกลับเปี่ยมล้นด้วยความภาคภูมิใจ เม็ดยาราคาแพงที่เขาทุ่มเทซื้อมานั้นคุ้มค่ายิ่งแล้วในยามนี้

“หนานกงอวี่ ลูกเจ้าทำเกินไปแล้ว ประลองภายในตระกูลไม่ควรลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้” หนานกงเสวียนตะโกนด้วยความโกรธ

“ประลองในตระกูลแล้วอย่างไร? ก็ต้องใช้พลังเต็มที่นั่นแหละ เจ้าดูสิ ยังไม่ตายเสียหน่อย ลูกข้าลดแรงลงแล้วด้วยซ้ำ” หนานกงอวี่ตอบด้วยท่าทีไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย

“เจ้า” หนานกงเสวียนโกรธจนหน้าแดงเถือก หากไม่ติดที่มีเสี่ยวไป๋อยู่ตรงนี้คงพุ่งเข้าไปตบคนตรงหน้าแล้ว

“ใช่ ๆ ท่านประมุข รองประมุขพูดมีเหตุผลดีแล้ว ท้ายที่สุดนี่ก็เป็นเวทีประลอง หนานกงห่าวก็ยังเด็ก ควบคุมแรงไม่ดีเป็นเรื่องปกติ” เหล่าลิ่วล้อของหนานกงอวี่ก็รีบพูดสนับสนุน

“พวกเจ้านี่มัน” หนานกงเสวียนชี้ไปที่พวกนั้นด้วยโทสะพุ่งสูง หากไม่ติดที่มีเสี่ยวไป๋และตู๋หยาลินอยู่ที่นี่คงระเบิดโทสะไปแล้ว

“พวกมารดาเจ้านั่นแหละ ถ้ามั่นใจก็มาสู้กับข้าเลยมา มาเล่นเดิมพันเป็นตายกันดู วันนี้ข้าจะฆ่าให้ตาย” หนานกงหลิวอวิ๋นทนไม่ไหว ตะโกนลั่นด้วยความคั่งแค้น คนพวกนี้ไร้คุณธรรมสิ้นดี หากไม่สั่งสอนกันสักหน่อยก็ไม่รู้ความ

“รองประมุขสาม เจ้ามีมารยาทหน่อยไม่ได้รึ? จะมาพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าท่านผู้อาวุโสได้อย่างไร?” รองประมุขสองโพล่งขึ้น เสียงขุ่นเคือง

“เจ้าสมองเสียหรือไร? ข้ารู้จักกับท่านผู้อาวุโสก่อนเจ้าด้วยซ้ำ แล้วเจ้าล่ะรู้จักเขาแค่ไหน? แถมแก่นักสมองก็ไม่ดีอีกต่างหาก” หนานกงหลิวอวิ๋นด่ากลับอย่างไม่ไว้หน้า

ขณะนั้น ศิษย์ด้านล่างเริ่มสังเกตเห็นความวุ่นวายบนเวที ต่างเงยหน้ามองขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้น?” ศิษย์ผู้หนึ่งถามเบา ๆ

“ไม่รู้สิ” อีกคนตอบ

“ไม่รู้แล้วเจ้าจะพูดเพื่อ เสียเวลาดูของข้าเปล่า ๆ” คนแรกด่าเสียงกร้าว

ศิษย์ที่ถูกด่ากลอกตาใส่ ไม่คิดจะเถียงด้วย

“เหมือนจะเป็นเพราะพี่ใหญ่หนานกงห่าวลงมือแรงเกินไป ทำให้ผู้อาวุโสบางคนทะเลาะกัน” ศิษย์อีกคนกล่าว

“หา? พี่ใหญ่ห่าวจะโดนลงโทษหรือเปล่า?” ศิษย์หญิงคนหนึ่งเอ่ยด้วยเสียงสั่น

“ไม่มีทาง พี่ใหญ่ห่าวเป็นอัจฉริยะของตระกูล จะมีใครกล้าลงโทษเขา? ถึงมีก็คงเล็กน้อย” อีกคนตอบ พรสวรรค์ระดับสูงก็มีอภิสิทธิ์เสมอในโลกนี้

บนเวทีเหล่าผู้อาวุโสก็เริ่มตะโกนเถียงกันไม่หยุด พวกที่สนับสนุนหนานกงเสวียนและหนานกงหลิวอวิ๋นก็ออกโรงส่วนพวกที่สวามิภักดิ์รองประมุขสองก็เริ่มเถียงกลับอย่างดุเดือด

“เวรเอ๊ย ด่ากันจริง ๆ ด้วยแฮะ” เสี่ยวไป๋อุทาน เหตุการณ์มันบานปลายเร็วเกินไป เดี๋ยวนี้ถึงขั้นผู้อาวุโสทั้งตระกูลเปิดศึกปากกันหมดแล้ว เหลือแต่ผู้อาวุโสใหญ่คนเดียวที่ยังนิ่ง

“โฮสต์ ข้าขอพูดตามตรง เด็กที่ชื่อหนานกงห่าวนั่นใช้ไม่ได้จริง ๆ” ระบบว่า

“อันนั้นเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ดูแววตาอวดดีของมันเถอะ ขนาดคนโง่ยังดูออกว่าไม่มีอนาคต” เสี่ยวไป๋ตอบกลับอย่างเอื่อยเฉื่อย

“แล้วเจ้าจะไม่เข้าไปห้ามหน่อยหรือ?” ระบบถามอีก

“จะให้ข้าไปยุ่งเรื่องตระกูลเขาทำไมกัน? ก็ไม่ได้มีใครรังแกอวิ๋นม่อ บิดาหรือลุงเขานี่” เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างงุนงง

“แค่ช่วยพูดกล่อมหน่อยก็ยังดี เห็นหรือไม่ว่าข้างล่างไม่มีใครประลองต่อแล้ว ศิษย์ทั้งหมดมัวแต่มองดูคนแก่เถียงกัน แบบนี้จะจบตอนไหน เสียเวลามื้ออาหารหมด” ระบบตอบเสียงเรียบ

จบบทที่ บทที่ 27 เหตุการณ์นี่มันจะเกิดเร็วเกินไปแล้วกระมัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว