เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกเสียแล้ว

บทที่ 26 ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกเสียแล้ว

บทที่ 26 ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกเสียแล้ว


บทที่ 26 ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกเสียแล้ว

“พวกเราควรตั้งใจบำเพ็ญเพียรให้ดี อย่าให้ความคาดหวังของท่านผู้นำตระกูลและเหล่าผู้อาวุโสต้องสูญเปล่า ผลแห่งการบำเพ็ญของเราจะต้องสมดุลกับสิ่งที่ผู้อาวุโสทั้งหลายเสียสละมาให้” ศิษย์ผู้หนึ่งกล่าวอย่างฮึกเหิม

“แน่นอนอยู่แล้ว พวกเราย่อมต้องบำเพ็ญให้ดี” เหล่าศิษย์ต่างก็ประสานเสียงเห็นพ้อง

เหล่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลหนานกงเมื่อเห็นศิษย์ทั้งหลายน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเช่นนั้น ต่างก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ เงินที่จ่ายไปนั้นถือว่าคุ้มค่าจริง ๆ เดิมทีตอนซื้อของสิ่งนั้นมาก็ยังรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเห็นสภาพของเหล่าศิษย์เช่นนี้กลับรู้สึกว่าเงินที่เสียไปนั้นช่างคุ้มค่าอย่างยิ่ง

“ไม่ว่าจะอย่างไร คนตระกูลหนานกงก็ถือว่ารักใคร่ศิษย์ของตนจากใจจริง” เสี่ยวไป๋มองสีหน้าปลื้มปิติของอีกฝ่าย กล่าวพลางทอดถอนใจ

“นั่นสิ แค่รางวัลเป็นเคล็ดวิชาก็เห็นได้ชัดแล้ว ถึงกับนำเคล็ดวิชาระดับรากฐานของตระกูลออกมาแจกย่อมแสดงให้เห็นถึงความผูกพันต่อศิษย์ของพวกเขาแล้ว” ระบบเองก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงชื่นชม

“ว่าแต่ระบบ เจ้าแผ่นพลังวิญญาณบันทึกคะแนนนี่มันคืออะไรกันแน่?” เสี่ยวไป๋เอ่ยถามขึ้น รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกใหม่มากมายในโลกนี้ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“แผ่นพลังวิญญาณบันทึกคะแนน นั่นคือของที่ใช้ในการจัดประลองระหว่างศิษย์ในสำนัก เมื่อเปิดใช้มันจะสุ่มจับคู่ผู้เข้าแข่งขันโดยอัตโนมัติ พอจบรอบหนึ่งแล้ว นอกจากผู้ที่ตกรอบก็จะจัดคู่ใหม่อีกครั้ง มันยังสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่าใครมีพลังปลอมแปลง ใครกินเม็ดยาเร่งเร้าอะไรไปบ้าง หลังจบการประลอง แผ่นบันทึกจะจัดอันดับผลคะแนนให้โดยอัตโนมัติ” ระบบอธิบายอย่างใจเย็น

“ของแบบนี้ช่างร้ายกาจ หากวันหนึ่งข้ามีสำนักของตนเองจะต้องหาซื้อของที่ดีที่สุดสักแผ่นมาใช้แน่นอน” เสี่ยวไป๋เริ่มวางแผนในใจ

“แผ่นที่เห็นอยู่ตรงนี้ยังเป็นเพียงระดับต่ำที่สุดก็ปาเข้าไปเจ็ดสิบล้านหยกวิญญาณชั้นต่ำแล้ว ถ้าระดับสูงสุดจะต้องเท่าใดกัน เจ้ามีเงินพอหรือไม่ล่ะ?” ระบบถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“เจ็ดสิบล้านหยกวิญญาณ ยังเป็นของที่ถูกที่สุดอีก? ไยไม่ออกปล้นเสียเลยล่ะ?” เสี่ยวไป๋คำรามออกมาด้วยความตกใจ ราคานี้ช่างเหลือเชื่อเกินไป

“อย่ากลัวไปเลย เจ้าตั้งเป้าไว้จะไปให้ถึงดวงดาวและมหาสมุทรไม่ใช่หรือ? แค่แผ่นบันทึกหนึ่งแผ่นก็ทำให้หายใจไม่ออกเสียแล้วรึ?” ระบบปลอบใจอย่างสบายใจเพราะถึงอย่างไรคนหาเงินก็ไม่ใช่มัน

“เวรเอ๊ย ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกจริง ๆ แล้วสิ” เสี่ยวไป๋ทำหน้าเจ็บปวด ตัวสั่นเล็กน้อยคล้ายจะชัก

“พูดถึงภารกิจของสำนัก ข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าไม่มีภารกิจรองบ้างเลยหรือ?” เสี่ยวไป๋ถามขึ้นด้วยสีหน้าฉงนใจนักเพราะระบบนี้แทบไม่เคยออกภารกิจอะไรมาให้เลย แม้แต่ภารกิจหลักยังต้องคะยั้นคะยอให้มันออกมา

“เจ้าต้องการภารกิจอะไรอีก? ภารกิจสำนักของเจ้าตอนนี้ยังมีศิษย์แค่คนเดียว ไม่ต้องพูดถึงแผ่นพลังวิญญาณบันทึกคะแนนระดับต่ำสุดเลย ยังไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ” ระบบย้อนถามกลับ

“ข้าหมายถึงภารกิจรองที่สุ่มเกิดขึ้นแบบในนิยายไง ข้าอยากรู้ว่าไม่มีแบบนั้นบ้างหรือ? ตอนนี้ข้ามีแต่ความจน ศิษย์จะรับมาก็ยังพอว่า แต่เงินนี่สิ หาได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะโลกไหนก็มีแต่เรื่องเงินให้ทุกข์ใจทั้งนั้น” เสี่ยวไป๋รำพันอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“ภารกิจสุ่ม?” ระบบทวนคำ แล้วเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบ “ภารกิจสุ่มไม่มีรางวัลหรือบทลงโทษนะ เจ้าจะเอาจริงหรือ?”

“แน่นอน ข้าว่างจะตายอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรเลยสักอย่าง” เสี่ยวไป๋กล่าวอย่างตื่นเต้น เห็นแววมีหวังก็รีบรับทันที

“ก็ได้ ข้าจะตั้งระบบแจ้งเตือน ถ้ามีภารกิจรองจะมีการแจ้งโดยอัตโนมัติ” ระบบจำนนด้วยความระอาใจ เจ้าสำนักผู้นี้ช่างอยู่ไม่สุข ต่างจากผู้อื่นที่อยากอยู่เฉย ๆ มีชีวิตสบาย ๆ เจ้าหมอนี่กลับกระหายงานไม่มีหยุด

“แค่มีภารกิจก็พอ ขอแค่แจกมาข้าทำได้หมด” เสี่ยวไป๋พูดพลางถลกแขนเสื้อเต็มเปี่ยมด้วยความฮึกเหิม

“อย่าพูดให้มากเกินไป เดี๋ยวตอนทำไม่ได้จะเสียหน้าภายหลัง” ระบบเย้ยหยัน

“วางใจเถิด ความตั้งใจของข้าแน่วแน่ยิ่งนัก ไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำไม่ได้” เสี่ยวไป๋ยืนกราน ดวงตาเปล่งประกาย

“เหล่าศิษย์ทั้งหลาย จงยืนประจำตำแหน่งรอบเวทีประลอง แผ่นพลังวิญญาณจะประกาศรายชื่อผู้ขึ้นประลองโดยอัตโนมัติ ข้าจะประกาศชื่อซ้ำอีกครั้งให้พวกเจ้าฟังด้วย” ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนเสียงดังลั่น

เหล่าศิษย์เมื่อได้ยินต่างก็รีบแยกย้ายไปยืนล้อมเวทีประลองไว้

เสียง “หึ่ง” ดังขึ้น แผ่นพลังวิญญาณเริ่มปรับปรุงข้อมูลใหม่ เหล่าศิษย์พร้อมทั้งผู้อาวุโสและเสี่ยวไป๋ต่างก็เงยหน้ามองขึ้นพร้อมกัน

“รอบแรกคู่แรก หนานกงเกิงยวี่ปะทะหนานกงไฉ่เยี่ย ทั้งสองจงขึ้นเวทีเดี๋ยวนี้ คู่ที่สองหนานกงเซินปะทะหนานกงฉี เตรียมพร้อมให้ดี” ผู้อาวุโสใหญ่ประกาศเสียงดังฟังชัด

“หนานกงอวิ๋นม่ออีกแล้ว? ไฉ่ถึงได้ออกเป็นคนสุดท้ายทุกทีนะ?” เสี่ยวไป๋พึมพำอย่างสงสัย คราวก่อนทดสอบพลังวิญญาณเขาก็ออกเป็นคนสุดท้าย คราวนี้ขึ้นประลองก็เหมือนกัน นี่มันชัด ๆ ว่าบทบาทตัวเอกชัด ๆ

เมื่อเสียงของผู้อาวุโสใหญ่สิ้นสุดลง ทั้งสองผู้ถูกเรียนชื่อก็เดินขึ้นสู่เวที

“มาเถอะ วันนี้เราจะตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดง” หนึ่งในนั้นกล่าวพลางตั้งท่าพร้อมต่อสู้

“ประสงค์เช่นนั้นอยู่แล้ว มาเถิด” อีกฝ่ายตอบรับพร้อมยืนประจันหน้า

ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ สภาพเช่นนี้แหละคือสิ่งที่เขาอยากเห็นจากการประลองของตระกูล

“เริ่มได้” เมื่อทั้งสองพร้อมแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ก็สั่งเริ่มการประลองในทันที

ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กันทันที เสียง “ปัง ตึง” ดังกระหึ่ม พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือด ยาวนานโดยไม่มีใครเป็นฝ่ายเหนือกว่า ศิษย์รอบเวทีต่างก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น มีคำกล่าวว่า คนดูย่อมตื่นเต้นกว่าคนแสดงเสียอีก ซึ่งใช้ได้ดีนักกับสถานการณ์เช่นนี้

ทว่าเสี่ยวไป๋กลับหาววอดแทบหลับ เขาเคยคาดหวังว่าการประลองของผู้บำเพ็ญเพียรจะเป็นแบบทำลายฟ้าทลายดิน แต่ที่เห็นนี่เหมือนเด็กทะเลาะกันเสียมากกว่า ผิดหวังยิ่งนัก

“หากทุกคนมีพลังเช่นเจ้าล่ะก็ แค่ฟาดทีเดียวก็ป่นทั้งแดนแล้ว คนอื่นจะดูอะไรได้อีก?” ระบบเหน็บแนม

“เจ้าพูดถูก” เสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขาเองก็กำลังรู้สึกเช่นนั้น ร่างกายตอนนี้ทรงพลังเสียจนเขาแทบไม่รู้สึกถึงการสูญเสียพลังเลย ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวหรือใช้พลังล้วนไร้ความเหน็ดเหนื่อย

บนเวทีก็ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดไม่ยอมแพ้ แต่ก็เริ่มเห็นได้ว่าพลังของทั้งสองฝ่ายเริ่มถดถอยเพราะการใช้พลังต่อเนื่องทำให้พลังภายในแทบหมดสิ้น

“ไฉ่เยี่ย ข้าเพิ่งฝึกเพลงหมัดวิชาหมัดอัคคีสิงโตคำรามได้สำเร็จ วันนี้จะใช้มันตัดสินชะตาระหว่างเรานี่แหละ” หนานกงเกิงยวี่กล่าวพลางถอยห่างออกเล็กน้อย รวบรวมพลังทั้งหมดลงสู่หมัดขวาแล้วกระแทกออกไป

“หมัดอัคคีสิงโตคำรามงั้นหรือ? นั่นคือหนึ่งในวิชาไฟที่ยากที่สุดของตระกูลหนานกงเลยนี่นา” ศิษย์ผู้หนึ่งอุทานด้วยความตกใจ

“ไม่นึกเลยว่าเขาจะฝึกสำเร็จแล้วจริง ๆ” อีกคนครุ่นคิดอยู่ในใจ

“เด็กคนนี้ไม่เลวเลย ขนาดข้ายังเคยฝึกวิชานี้จนแทบเอาชีวิตไม่รอด” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวชมเชย

“รุ่นหลังย่อมกล้าแกร่งกว่ารุ่นก่อน เป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย” อีกคนหนึ่งกล่าวยกย่อง

“ดี มาเลย” หนานกงไฉ่เยี่ยตะโกนตอบกลับ รวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดตั้งรับอย่างสุดกำลัง

ท้ายที่สุด หนานกงไฉ่เยี่ยถูกพลังโจมตีสะท้านจนหลุดออกจากเวที

“ยอดเยี่ยม เป็นเพลงหมัดที่ทรงพลังอย่างแท้จริง” หนานกงไฉ่เยี่ยแม้จะพ่ายแพ้ก็ยังเอ่ยชม

“ฮ่า ๆ เจ้าเองก็ไม่เลว ข้าก็เกือบหมดแรงเหมือนกัน หากพลังข้าน้อยลงอีกนิด ข้าคงพ่ายแพ้แล้วล่ะ” หนานกงเกิงยวี่หัวเราะอย่างจริงใจ

ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกนประกาศผลทันที “การประลองคู่แรก หนานกงเกิงยวี่เป็นฝ่ายชนะ คู่ที่สองหนานกงเซินปะทะหนานกงฉี คู่ที่สามหนานกงเหวยปะทะหนานกงหยวน เตรียมตัวให้พร้อม”

เสี่ยวไป๋นั่งดูไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าดูจนเบื่อแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงคิวของหนานกงอวิ๋นม่อ

“ให้ตายเถอะ การแข่งขันนี่มันจะนานเกินไปแล้วนะ?” เสี่ยวไป๋บ่นพึมพำ สีหน้ารำคาญใจ

“นี่เพิ่งแค่ไม่กี่คู่เองนะ รอให้เจ้ามีสำนักของตนเองก่อนเถอะ คนจะเยอะกว่านี้อีก” ระบบย้อนกลับอย่างเยือกเย็น

จบบทที่ บทที่ 26 ข้ารู้สึกหายใจไม่ออกเสียแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว