- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 23 เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นักนะ
บทที่ 23 เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นักนะ
บทที่ 23 เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นักนะ
บทที่ 23 เจ้าช่างเจ้าเล่ห์นักนะ
บนเนินเขาเตี้ย เสี่ยวไป๋ยืนประจันหน้ากับหนานกงอวิ๋นม่อ
“มาเถิด อาจารย์จะถ่ายทอดวิชายุทธ์สองเล่มนี้ให้เจ้า” เสี่ยวไป๋ใช้นิ้วชี้สองข้างแตะที่หน้าผากหนานกงอวิ๋นม่อ เริ่มถ่ายทอดวิชา
หลังจากถ่ายทอดเสร็จ เสี่ยวไป๋ก็กล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เจ้าฝึกยุทธทั้งสองเล่มนี้ตามอัธยาศัยก็แล้วกัน ภายหน้าข้าจะหาวิชาที่ดียิ่งกว่านี้ให้เจ้า”
“ขอรับ อาจารย์” หนานกงอวิ๋นม่อรับคำด้วยความเคารพ
เสี่ยวไป๋เอ่ยถามระบบ “ระบบ เรื่องโอสถเป็นอย่างไรบ้าง?” ถึงแม้ระบบนี้จะไม่ค่อยน่าไว้วางใจนัก แต่ในยามคับขันกลับสามารถพึ่งพาได้เสมอโดยเฉพาะความรวดเร็วในการจัดการและความเร็วในการกิน
“หาเจอเรียบร้อยแล้ว”
ระบบตอบว่า “ชนิดหนึ่งคือโอสถสร้างสรรค์ชำระไขกระดูก ระดับ: สูงกว่าชั้นสิบสี่ สรรพคุณ: ล้างไขกระดูก สร้างร่างเนื้ออันล้ำเลิศ สามารถบดขยี้ผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถสร้างเส้นลมปราณขึ้นใหม่ มอบโอกาสให้แก่ผู้ที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ให้กลับมาบำเพ็ญเพียรได้อีกครั้ง หนานกงอวิ๋นม่อเพียงกินเม็ดเดียวก็พอ กินมากไปไม่ช่วยอะไร
อีกชนิดคือโอสถไร้ชีวาผสานวิญญาณ ระดับ: สูงกว่าชั้นสิบสี่ สรรพคุณ: เพิ่มปราณวิญญาณเป็นสองเท่า ทำให้มีปราณมากขึ้นแต่ไม่ชะลอการฝึกบำเพ็ญ เพิ่มความเร็วในการดูดซับปราณวิญญาณอย่างมาก เสริมความเข้ากันระหว่างร่างกายกับปราณวิญญาณและในยามใกล้ตายสามารถฟื้นคืนร่างสู่สภาพสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อเม็ด หนานกงอวิ๋นม่อปีหนึ่งกินแค่เม็ดเดียวก็เพียงพอ ยกเว้นผลสุดท้าย ทุกสรรพคุณมีผลครอบคลุมตลอดปี
และสุดท้ายคือโอสถเสริมพรสวรรค์ เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ยกระดับพรสวรรค์ของผู้ฝึกยุทธให้เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น หนานกงอวิ๋นม่อกินเพียงสองเม็ดก็สามารถมีพรสวรรค์สูงสุดในโลกนี้ได้แล้ว”
“โอ้โห โอสถทั้งสามนี่มันสุดยอดจริง ๆ” เสี่ยวไป๋ใช้ลมหายใจวิญญาณสำรวจโอสถในแหวนมิติ แล้วอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม ทั้งโอสถเสริมร่างกายและเส้นลมปราณ ทั้งโอสถที่เพิ่มปราณวิญญาณแถมยังฟื้นคืนในยามใกล้ตายและที่สุดยอดยิ่งกว่าก็คือโอสถที่เพิ่มพรสวรรค์โดยตรง เป็นความใฝ่ฝันของผู้ฝึกยุทธทุกผู้คน
“นั่นแน่นอน สินค้าของระบบย่อมเป็นของชั้นเลิศเสมอ” ระบบกล่าวด้วยความภูมิใจ หากมีแขนขาคงกระโดดโลดเต้นขอให้กอดให้หอมแล้ว
เสี่ยวไป๋รีบยื่นโอสถทั้งสี่เม็ดให้หนานกงอวิ๋นม่อพร้อมอธิบายสรรพคุณให้ฟังและสั่งไม่ให้รีบฝึก แต่ให้กินโอสถเสริมพรสวรรค์ก่อน
เมื่อหนานกงอวิ๋นม่อรับโอสถพร้อมฟังคำอธิบายก็ถึงกับตกตะลึงจากนั้นก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย กลืนโอสถเสริมพรสวรรค์สองเม็ดลงไปทันที
เสี่ยวไป๋กระตุกมุมปากแล้วบ่นว่า “ศิษย์ข้านี่นอกจากจะซื่อตรงแล้วยังออกจะบ้าบิ่นเล็กน้อย” ได้โอสถมาก็กลืนทันที ไม่กลัวร่างระเบิดตายหรืออย่างไร?
“ข้าก็เห็นด้วย ศิษย์เจ้าดูจะบ้าบิ่นไม่น้อย” ระบบก็ร่วมออกความเห็น
ไม่นานนัก หนานกงอวิ๋นม่อก็ลุกขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ พรสวรรค์ของข้าเพิ่มขึ้นจริง ๆ ด้วย”
“อย่าตื่นเต้นไป แค่เรื่องเล็กน้อย” เสี่ยวไป๋โบกมืออย่างเกียจคร้านสำหรับของที่ออกจากระบบจะไร้ผลได้อย่างไร
ทว่าในใจของหนานกงอวิ๋นม่อกลับรู้สึกตื้นตันจนไม่อาจเอ่ย คิดว่าอาจารย์ของตนนั้นล้ำลึกเกินหยั่ง สรรพสิ่งที่ทั่วทั้งแผ่นดินไม่มีกลับมีอยู่ในมือของอาจารย์ผู้เงียบสงบผู้นี้ นับถือจนสุดหัวใจ
“จริงสิ อีกเดี๋ยวบิดากับลุงหลิวอวิ๋นของเจ้าจะมาถึง เจ้าก็นั่งขัดสมาธิฝึกวิชาที่ข้าให้เจ้าไปก่อน” เสี่ยวไป๋เอ่ยขึ้นช้า ๆ
แม้หนานกงอวิ๋นม่อจะสงสัยว่าเหตุใดบิดากับลุงถึงมา แต่ก็ไม่ถาม เพียงนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มฝึกฝนตามคำสั่ง
ระบบถามขึ้นตรง ๆ “เจ้าจะเรียกหนานกงเสวียนกับหนานกงหลิวอวิ๋นมาทำไม?”
เสี่ยวไป๋ว่า “ข้าว่าหลังจากการประลองของตระกูลเสร็จก็จะพาอวิ๋นม่อไปฝึกฝนภายนอก เส้นทางบำเพ็ญเพียรหากไร้ประสบการณ์จริง ย่อมไร้ประโยชน์ ต้องให้ได้สัมผัสโลหิตสังเวยและข้ายังอยากให้หนานกงเสวียนกับหนานกงหลิวอวิ๋นเพิ่มพูนพลังบ้าง อย่างน้อยต้องแข็งแกร่งที่สุดในเมืองพั่วหลินให้ได้” ว่าแล้วก็พูดต่อ “เอาโอสถที่ให้หนานกงอวิ๋นม่อเมื่อครู่มาชนิดละสองเม็ดมาให้พวกเขาด้วย ยกเว้นโอสถเพิ่มพรสวรรค์เพราะเรื่องพรสวรรค์มันโกหกยาก”
“เจ้าพูดถูกแล้ว” ระบบตอบพร้อมนำโอสถออกมาใส่ในแหวนมิติ
เมื่อเสี่ยวไป๋ตรวจสอบแหวนมิติดูก็ถึงกับตะโกนลั่น “ระบบ ข้าวซื้อซาละเปาไว้ไหนล่ะ?”
“กะ...กินแล้ว” ระบบเสียงแผ่ว
“เจ้ากินเร็วขนาดนี้เลยเรอะ? บ้าเอ๊ย ไม่เหลือให้ข้าสักลูกเลยเรอะ” เสี่ยวไป๋โมโหสุดขีด
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ได้กินอีกแล้วล่ะ ฮ่า ๆ” ระบบหัวเราะแหบ ๆ เสียงช่างกวนโทสะนัก
เสี่ยวไป๋เจ็บใจนัก วันนี้ยอมตกเป็นเป้าสายตาผู้คนเพื่อซื้อซาละเปามาลองกิน แต่ยังไม่ทันได้ชิมกลับหายเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่กลิ่น
ขณะที่กำลังจะด่าระบบต่อ หนานกงเสวียนกับหนานกงหลิวอวิ๋นก็มาถึงพอดี
หนานกงเสวียนและหนานกงหลิวอวิ๋นยกมือคารวะแล้วยิ้มกล่าวว่า “คารวะท่านผู้อาวุโส”
เสี่ยวไป๋รีบเก็บความหงุดหงิดใส่ระบบลง ยิ้มทักทายตอบกลับอย่างอ่อนโยน ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้สูงส่งและสง่างามต่อหน้าผู้อื่น
เมื่อหนานกงอวิ๋นม่อได้ยินเสียงบิดาและลุงหลิวอวิ๋นก็หยุดฝึกแล้วลุกขึ้นมาทักทายด้วยรอยยิ้ม
หนานกงเสวียนกับหลิวอวิ๋นต่างประหลาดใจจึงเอ่ยถามว่า “ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสเรียกพวกเรามา มีเรื่องอันใดหรือ?”
เสี่ยวไป๋ยกมือโบกเล็กน้อยพลางใช้พลังวิญญาณส่งโอสถสี่เม็ดจากแหวนมิติไปยังสองคนพร้อมกล่าว “นี่คือโอสถที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายและเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียร”
สองคนรีบโบกมือปฏิเสธ “ท่านผู้อาวุโส โอสถนี้ล้ำค่ายิ่งนัก พวกเรารับไว้ไม่ได้ ขอท่านมอบให้แก่อวิ๋นม่อเถิด พวกเราพรสวรรค์ต่ำ ใช้ของดีเช่นนี้ก็เป็นการสิ้นเปลืองเปล่า ๆ”
เสี่ยวไป๋ยิ้มกล่าว “ไม่เป็นไรหรอก ข้ามีอีกเยอะ เจ้าทั้งสองบำเพ็ญเพียรให้ดีเถิด”
ท่าทีอวดมั่งมีอย่างไร้ยางอายของเขาทำให้ทั้งสองไม่อาจกล่าวคำใดได้อีก ท้ายที่สุดจึงจำต้องรับโอสถมา
เสี่ยวไป๋กล่าวต่อว่า “การประลองของตระกูลจะเริ่มอีกสามเดือนนับจากนี้ ภายในเวลานี้เจ้าจงตั้งใจฝึกให้เต็มที่ สามเดือนนี้ข้าจะไม่มาดูเจ้าอีก หากมีข้อสงสัยในเรื่องวิชาและคัมภีร์ก็รอให้ไม่เข้าใจจริง ๆ ค่อยมาถามข้า”
แท้จริงแล้วเขาพูดเช่นนี้ก็เพื่อกันตัวเองออกจากเรื่องยุ่งยากเพราะเสี่ยวไป๋เองก็ใช่ว่าจะเข้าใจอะไรในเรื่องคัมภีร์หรือวิชานัก
ระบบจึงอดไม่ได้ที่จะประชดว่า “เฮอะ เจ้านี่มันเจ้าตัวเจ้าเล่ห์โดยแท้”
“ขอรับ อาจารย์ ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง” หนานกงอวิ๋นม่อรับคำด้วยความหนักแน่น
“ผู้นำหนานกง ผู้อาวุโสหลิว ข้าตัวขอลา” เสี่ยวไป๋ยิ้มกล่าวลา จากนั้นก็เหินกายลอยกลับไปยังห้องพักของตน
สองผู้อาวุโสพยักหน้าและยิ้มตอบ ใจคิด “ที่แท้มีผู้สูงศักดิ์เช่นนี้อยู่ในแผ่นดินด้วย โอสถล้ำค่าเช่นนี้ถึงกับมอบให้คนอื่นอย่างไม่เสียดาย ท่านผู้นี้ช่างเป็นผู้ที่ลึกซึ้งหาใครเทียบ”
พวกเขาหันไปมองหนานกงอวิ๋นม่อพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อวิ๋นม่อ เจ้าต้องติดตามท่านผู้นั้นฝึกฝนให้ดี เห็นได้ชัดว่าท่านผู้นั้นวางความหวังไว้กับเจ้าอย่างยิ่งยวด จงอย่าทำให้ท่านผิดหวังเป็นอันขาด”
“วางใจเถิด ท่านพ่อ ท่านลุง ข้าจะคว้าชัยในการประลองของตระกูลให้จงได้และอีกหกเดือนข้างหน้า ข้าจะโค่นเฉินกวงอวี่ด้วยมือตัวเอง”
“ดีมาก เช่นนั้นเจ้าจงฝึกต่อเถิด เราสองคนจะกลับไปฝึกเช่นกัน ไม่อาจทำให้ความหวังของท่านผู้นั้นต้องสูญเปล่า” หนานกงเสวียนเอ่ยอย่างภูมิใจ
“ขอรับ ท่านพ่อ” หนานกงอวิ๋นม่อตอบรับ แล้วส่งทั้งสองกลับจากนั้นก็เข้าไปในห้องเริ่มฝึกฝนอีกครั้ง
ด้านหนานกงเสวียนและหลิวอวิ๋นก็กลับถึงที่พักแล้วเริ่มต้นฝึกบำเพ็ญทันทีเช่นกัน
ที่ห้องของเสี่ยวไป๋
“ระบบ ข้านึกขึ้นได้ เจ้าจำดาบเล่มแรกที่เจ้ามอบให้ข้าในตอนเจอกันครั้งแรกได้หรือไม่?” เสี่ยวไป๋เอ่ยถาม
“เจ้ายังมีหน้ามาถามถึงดาบนั่นอีก? หลังจากเจ้าฆ่าตัวตาย ดาบนั่นก็ถูกเจ้าทิ้งไว้โดยไม่เหลียวแล ข้าจึงดึงมันกลับมาเอง”
เสี่ยวไป๋หัวเราะแห้ง ๆ “ฮ่า ๆ อย่าใส่ใจเรื่องเล็กน้อยเลย เจ้าช่วยส่งดาบเล่มนั้นเข้ามาในแหวนมิติข้าที ภายหน้าอาจจำเป็นต้องใช้”