บทที่ 3 อย่าถามเลย ถามไปก็ไร้เทียมทาน
“เจ้าหัวขนเอ๋ย ข้าจะไม่มีลักษณะสูงส่งสมเป็นเซียนลึกลับเชียวหรือ?” เสี่ยวไป๋เอ่ยถาม
“เลิกเพ้อเถอะเจ้า ขืนหลอกพวกเขาก็ว่าไปอย่าง แต่ข้านี่คือระบบ หากข้าไม่รู้ว่าเจ้าหน้าหนาเพียงใด ข้าคงไม่อยู่มาจนทุกวันนี้ ยังไม่สู้ไปฝึกร้อง เต้น ร่ายรำหรือเล่นบาสเสียจะดีกว่า เจ้ายังกล้าพูดเรื่องลักษณะเซียนอีก ข้าว่าเจ้าเหมือนเจ้าปัญญานิ่มจากที่ไหนสักแห่งกระโดดออกมามากกว่า” ระบบตอบกลับ
“พอ ๆ ข้าฟังเจ้าพูดระบบ ๆ อยู่นั่นแหละ แล้วเจ้าชื่ออะไรกันแน่ ตอนเริ่มต้นยังไม่เห็นจะประกาศชื่อเลย คนอื่นเขาก็ ‘ติง ระบบไร้เทียมทานประจำหมื่นโลกเปิดใช้งาน’ แล้วก็ส่งภารกิจหลัก แจกของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้นแถมยังมีเส้นทางพัฒนาชีวิตไว้ให้เสร็จสรรพ วางแผนให้ยันบั้นปลายชีวิตส่วนเจ้าก็แค่บอกว่า ‘ระบบเริ่มต้นตรวจสอบร่างโฮสต์’ แล้วก็มานั่งเพ้อเจ้อกับข้าอยู่นี่แหละ ชื่อเจ้าล่ะ? ไม่มีชื่อซะอย่าง งั้นจะให้มีตัวตนได้อย่างไร?” เสี่ยวไป๋เอ่ยถาม
“อย่าถามเลย ถามไปก็ไร้เทียมทาน” ระบบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความภาคภูมิ
“???” เสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยคำถาม
“ข้าก็ชื่อระบบไร้เทียมทานยังไงเล่า” ระบบตอบ
“โอ้แม่เจ้า ชื่อนี่มันตรงไปตรงมาซะไม่มี” เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้ว
“จะไปแต่งชื่อวิจิตรพิสดารให้เสียเวลาไปทำไม มันไร้ประโยชน์” ระบบว่า
“แถมระบบพวกนั้นเขายังมีเป้าหมาย มีภารกิจชัดเจน ข้าเจอเจ้าเข้าไปก็ไม่สามารถตั้งเป้าหมายอะไรได้เลย ภารกิจก็ไม่มีจะให้ มันวางแผนอะไรไม่ได้เลย” ระบบถอนใจยาว
“พูดถึงตรงนี้ เจ้าก็ไม่มีภารกิจอะไรเลยหรือ? ระบบของคนอื่นเขามีภารกิจมากมาย แค่จะเพิ่มความแข็งแกร่งยังต้องฝ่าฟันแทบตาย ทำกันจนแทบเป็นบ้า แต่เจ้ากลับไม่มีแม้แต่ภารกิจเดียว” เสี่ยวไป๋พูดขึ้น
“เจ้าจะทำภารกิจไปทำไม? ทำไปก็ไม่ได้รางวัลอะไร” ระบบถามกลับ
“ก็ข้ามันว่างไง” เสี่ยวไป๋ตอบตรง ๆ
ระบบตกอยู่ในห้วงครุ่นคิดเพราะเจ้าบ้านี่คิดไม่เหมือนคนปกติ
ทันใดนั้น ระบบก็เปล่งเสียงขึ้น
“มาแล้ว ๆ มีภารกิจแล้ว”
“ภารกิจอะไรหรือ?” เสี่ยวไป๋รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด อย่างไรเสียไม่มีเป้าหมายอะไรมันก็ชวนให้น่าเบื่อเกินไป
“ติง เจ้าโฮสต์ได้รับภารกิจบังคับ
เป้าหมายภารกิจ: สร้างสำนักขึ้นหนึ่งแห่ง
เงื่อนไขภารกิจ: ไม่มี
รางวัลเมื่อสำเร็จ: ไม่มี
บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ไม่มี
จำนวนครั้งในการทำซ้ำ: ทำกี่ครั้งก็ได้ตามใจเจ้า
โปรดเลือกว่าจะรับภารกิจหรือไม่”
“ข้ารับ โอ้โห นี่มันแข็งกร้าวเกินไปแล้ว” เสี่ยวไป๋กระตุกมุมปาก ภารกิจนี่ช่างไม่มีทั้งรางวัล ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีเงื่อนไข มีเพียงแค่เป้าหมาย
“ข้าก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอก เจ้าจะเอาอะไรก็บอกมา ข้าจะให้ เจ้าอยากได้อะไรก็มีหมด จะให้รางวัลอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่เจ้ามันไร้เทียมทาน จะให้ข้าลงโทษอะไรเจ้าได้?” ระบบเองก็ปวดหัวไม่ต่างกัน
“ช่างมันเถอะ งั้นก็สร้างสำนักนั่นแหละ อย่างน้อยก็มีอะไรให้ทำบ้าง ไม่ต้องว่างจนเซ็งอีกแล้ว” เสี่ยวไป๋กล่าวพร้อมถอนใจ การไร้เทียมทานมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เขาเองก็ไม่รู้จะทำอะไรดี พอมีเป้าหมายแล้ว อย่างน้อยก็สามารถวางแผนชีวิตได้เสียที
“แต่ช้าก่อน เงื่อนไขการสร้างสำนักล่ะ? มันน่าจะต้องมีองค์กรรองรับ มีผู้อาวุโส มีผู้พิทักษ์ มีศิษย์อะไรทำนองนั้นไม่ใช่หรือ? ถ้าไม่มี เผ่าพันธุ์นี้ก็คงมีสำนักกันเต็มไปหมดแล้ว” เสี่ยวไป๋ถามขึ้น
“เจ้าพูดถูก เงื่อนไขการสร้างสำนักต้องมีแน่นอน” ระบบตอบอย่างมั่นใจ
แล้วเงียบไปนานเกือบสิบกว่าลมหายใจ
“งั้นเจ้าก็พูดมาสิว่าเงื่อนไขคืออะไร ไม่อย่างนั้นข้าจะสร้างสำนักได้อย่างไร เอาด้วยแป้นพิมพ์หรือไง” เสี่ยวไป๋เดือดดาล
“ข้า...ข้าไม่รู้...” ระบบพูดอย่างเนิบช้า น้ำเสียงแฝงความขลาด
“เจ้ามันเก่งนักไม่ใช่หรือ? ยังกล้าบอกว่าตนเองคือระบบไร้เทียมทาน ถุย เงื่อนไขการสร้างสำนักยังไม่รู้เลยสักนิด” เสี่ยวไป๋ถากถาง
“โอ๊ย ข้าก็ไม่อยากลืมแต่มันก็ลืมไปแล้วจริง ๆ นี่หว่า ลืมตรวจสอบไว้ด้วยสิ แต่จะให้ข้าหามันตอนนี้ก็คงลำบากสุด ๆ ข้าว่าเจ้าหาวิธีเองเถอะ” ระบบว่า
“แล้วไหนว่าเจ้าเบื่อว่าง? งั้นภารกิจนี้ก็เพิ่มเป้าหมายให้อีกข้อคือหาวิธีสร้างสำนักด้วยตัวเองละกัน”
“เจ้าพูดมีเหตุผล” เสี่ยวไป๋พึมพำพลางครุ่นคิด
ระบบรู้สึกว่าเสี่ยวไป๋สมองมีปัญหาเพราะดันไม่ค้านกลับมาเสียอย่างนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าเสี่ยวไป๋มีปัญหาทางสมอง แต่เป็นเพราะเขาว่างจริง ๆ จนไม่รู้จะทำอะไรแล้วต่างหาก
ระบบเลยตัดสินใจใช้จังหวะนี้
“ติง อัปเดตภารกิจใหม่
เป้าหมายภารกิจ: สำรวจและสร้างสำนักด้วยตนเอง
เงื่อนไขภารกิจ: ไม่มี
รางวัลเมื่อสำเร็จ: ไม่มี
บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ไม่มี
จำนวนครั้งในการทำซ้ำ: ทำกี่ครั้งก็ได้ตามใจเจ้า
โปรดเลือกว่าจะรับภารกิจหรือไม่”
“แน่นอนว่ารับ หาเรื่องให้ข้าลงมือสักทีเถอะ” เสี่ยวไป๋ตอบกลับอย่างกระตือรือร้น
“ขอให้โฮสต์ประสบความสำเร็จในภารกิจ โชคดีมีชัย อายุยืนยาวหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์ เป็นชายชาตรีรูปงามและมีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมือง” เสียงระบบดังขึ้นพร้อมอวยพร
“ไสหัวไป ข้างต้นยังพอฟังได้ แต่ตอนท้ายมันอะไรกันฟะ” เสี่ยวไป๋กระตุกมุมปากด้วยความจนใจ
เมื่อสิ้นสุดบทสนทนาอันแสนชวนปวดหัวกับระบบ เสี่ยวไป๋ก็หันเหความสนใจไปยังฝั่งของหนานกงเสวียน
“ผู้นำตระกูลหนานกง? ข้ามีบางเรื่องอยากถาม” เสี่ยวไป๋จ้องมองหนานกงเสวียนด้วยสายตาแน่วแน่แต่สายตานั่นกลับทำให้หนานกงเสวียนรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“ท่านผู้อาวุโสมีอะไรก็โปรดกล่าวเถิด อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะถึงในตระกูลแล้ว ถึงเวลานั้นจะจัดเลี้ยงให้ท่านทันที ขอท่านอดใจรอสักครู่” หนานกงเสวียนแสดงท่าทีหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ เพราะยืนยันได้จากแววตาว่าอีกฝ่ายคือจอมตะกละแน่นอน แววตานั่นช่างแน่วแน่เกินไปแล้ว