เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 : วงเวทย์อามาเทราสึ

ตอนที่ 4 : วงเวทย์อามาเทราสึ

ตอนที่ 4 : วงเวทย์อามาเทราสึ


เมื่อคนๆหนึ่งอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง มันก็จะได้รับผลลัพธ์อยู่สองประการ

อย่างแรกคือดวงวิญญาณทนรับแรงกดดันไม่ไหวและพังทลายลงในที่สุด

อย่างที่สองคือ เข้าสู่สภาวะบ้าคลั่ง แม้จะหมดหวังแล้วแต่มันจะต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มีเพื่อลากศัตรูให้ตกตายตามไปด้วย

แจ็คนั้นบ้าคลั่งกว่าปีเตอร์เพื่อนของเขามาก เมื่อถูกล้อมด้วยเหล่าสมาชิกจากกิลด์แฟรี่เทลทั้งหมด ความคิดเดียวในหัวของเขาคือลากใครสักคนให้ตายไปพร้อมกับเขา

“ไปตายซะ!! ไอ้สารเลว!!” เขารวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดและขว้างกระสุนเวทย์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาไปที่เควิน

แต่กระสุนเวทย์นั่นกลับถูกกลืนหายไปอย่างง่ายดาย

หมาป่าสีเงินที่ถูกเรียกออกมาโดยเควิน ได้เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเควินพร้อมอ้าปากกว้างและกลืนกระสุนเวทย์นั่นเข้าไปโดยตรง

“ต่อให้ฉันจะแพ้นายก็จริง แต่อสูรร้ายใต้แสงจันทร์ของฉันไม่มีทางที่จะแพ้ตัวประกอบแบบแกได้หรอก”

“อ๊ากกกก!”

หลังจากกลืนกระสุนเวทย์เข้าไปในท้องแล้ว หมาป่าสีเงินก็เข้าไปขย้ำแจ็คในด้วยกรงเล็บของมันทันที เมื่อมองดูแจ็คที่สลบเหมือดไปแล้วเควินก็เริ่มผ่อนคลาย

“ใช้การ์ดเพื่ออัญเชิญสัตว์เวทย์ออกมางั้นเหรอ นี่มันเวทย์อะไรกันเนี่ย!” มาคารอฟหันไปมองเควินด้วยความประหลาดใจ เขาค่อนข้างประทับใจในความสามารถของอีกฝ่าย

หลังจากนั้นเควินก็เริ่มรู้สึกมึนหัวและล้มลงเนื่องจากพลังเวทย์ของตัวเขานั้นเหือดแห้งลงจนหมด

“เควิน!” คาน่ารีบวิ่งเข้ามาเควินด้วยความรวดเร็ว

“ไม่ต้องกังวลไปคาน่า เควินแค่หมดสติไปก็เท่านั้น” มาคารอฟสำรวจอาการบาดเจ็บของเควินและพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีอันตรายถึงชีวิตแต่อย่างใด และไม่ได้มีความเสียหายที่ส่งผลต่อศักยภาพในอนาคตของอีกฝ่ายอีกด้วย ดังนั้นเขาเลยรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

สามวันต่อมา

“ขอบคุณมากครับ คุณมาคารอฟที่ช่วยดูแล” เควินที่ฟื้นตัวเต็มที่แล้วก้มหัวขอบคุณมาคารอฟ

“ไม่ต้องสุภาพกับฉันนักหรอก นายเองก็นับว่าเป็นพรรคพวกคนหนึ่งของเขา” มาคารอฟตอบกลับพร้อมลูบหัวเควิน

“เกี่ยวกับเรื่องนี้คุณมาคารอฟ” ทันใดนั้นสีหน้าของเควินก็เริ่มจริงจัง “ผมลองทบทวนดูแล้ว ผมว่าผมจะอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ต่อและจะขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกิลด์แฟรี่เทล”

“หืม?”

“ในตอนแรกผมยังลังเลอยู่ก็จริง แต่หลังที่ผมเกือบตายในครั้งนี้ ผมก็ได้รู้แล้วว่าผมชอบที่นี่มากจริงๆ” เควินยิ้มออกมาบางๆ

“เธอพูดอะไรกันหนะ ตั้งแต่แรกเธอเองก็เป็นสมาชิกของกิลด์พวกเราอยู่แล้วไม่ใช่รึไง เธอแค่ต้องการจะออกจากกิลด์เพื่อไปเดินทางก็เท่านั้น” มาคารอฟยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ในเมื่อตอนนี้เธอตัดสินใจยังไม่ออกเดินทางก็รับตราสมาชิกไปแล้วเธอจะกลายเป็นสมาชิกของกิลด์เราอย่างแท้จริง”

“ครับ”

และด้วยเหตุนี้เควินจึงเข้าร่วมกับกิลด์แฟรี่เทลอย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาชีวิตของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย จากที่มักจะออกเดินทางไปทั่ว ในตอนนี้เขามักขลุกตัวอยู่ภายในกิลด์และพูดคุยกับคนอื่นอย่างเป็นสุข

เควินได้พบเจอคนที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งวาคาเบะที่มีใช้เวทย์ควันในการต่อสู้ ทั้งมาคาโอผู้ใช้เปลวเพลิงสีม่วง และผู้ใช้เวทย์สายฟ้าลัคซัสหลานชายของมาคารอฟ

“เควิน เวทย์ของนายเป็นเวทย์แบบไหนกันงั้นเหรอ ทำไมฉันไม่เคยพบเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” วันนี้ระหว่างคุยเล่นกับสมาชิกภายในกิลด์มาคาโอก็ได้ถามเควินออกมา

“มันคือเวทย์อัญเชิญเป็นเวทย์ที่สร้างขึ้นโดยปู่ของผมเอง มันเป็นเวทมนตร์ที่ทรงพลังมาก!” เควินภาคภูมิใจในเวทมนตร์ของตัวเองอยู่เสมอ เพราะก่อนตายเพียร์ซได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเวทย์นี้มันสามารถสังหารได้กระทั่งมังกร

“หมาป่าที่นายอัญเชิญออกมาในวันนั้นก็ถือว่าแข็งแกร่งมาก แต่ความเร็วในการอัญเชิญมันออกจะช้าไปหน่อย” วาคาเบะพูดแทรก พร้อมสำลักออกมาด้วย

“นั่นเป็นเพราะผมมีพลังเวทย์น้อยเกินไปต่างหาก ไม่อย่างนั้นมันคงทำงานไปนานแล้ว” เควินมองหน้าไปยังกระดานภารกิจด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

“ถ้านายมีปัญหาเรื่องเวทมนตร์ทำไมไม่ลองไปปรึกษาลุงมาคารอฟดูล่ะ” มาคารอฟจิบไวน์และพูดเสนอ

“จริงสิปู่มาคารอฟเป็นหนึ่งในสิบจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่นี่! ผมขอตัวก่อนนะ!” ตั้งแต่เข้าร่วมกิลด์มาเควินมักจะออกทำงานเพื่อหาเงินอยู่เสมอจนไม่ได้ฝึกฝนพลังเวทย์มากนัก แต่ด้วยความเร็วในการร่ายเวทมนตร์ที่ช้า ในอนาคตเขาอาจจะพบเจอศัตรูแบบแจ็คอีกก็เป็นได้”

“ความเร็วในการอัญเชิญช้าไปงั้นเหรอ? อันที่จริงเธอกำลังอยู่ในช่วงเติบโต ในอนาคตพลังเวทย์ของเธอจะเพิ่มขึ้นเองตามธรรมชาติ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้จะถูกแก้ไขได้เองในอนาคต” มาคารอฟที่นั่งอยู่ที่หน้าบาร์เอ่ยแนะนำเควิน

“แต่ผมอยากแข็งแกร่งให้เร็วมากที่สุดนี่” เควินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้างั้นเอาเป็นลองเรียนเวทย์ที่ใช้ในการป้องกันตัวเป็นยังไง เธอก็แค่ต้องพยายามปกป้องตัวเองไว้จนกว่าจะอัญเชิญสำเร็จก็พอ” มาคารอฟพยายามนึกวิธีการต่างๆเพื่อช่วยกลบจุดอ่อนของเควินอย่างจริงจัง

“เวทย์ป้องกันงั้นเหรอครับ?”

“มันมีเวทย์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘เวทย์อามาเทราสึ’ มันเป็นเวทย์ที่เรียนรู้ได้ยากลำบากมาก แต่หากเธอสามารถสร้างการ์ดเวทย์อสูรร้ายใต้แสงจันทร์ได้ด้วยตัวเอง บางทีเธอน่าจะสามารถเรียนรู้มันได้” มาคารอฟพูดอย่างจริงจัง นอกเหนือจากเวทย์ขยายร่างแล้วที่เป็นเวทมนตร์หลักของเขาแล้ว เขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชำนาญในเวทมนตร์เกือบทุกประเภท

“ช่วยสอนผมเลยได้ไหมครับ?” แม้ว่าเควินจะเกรงใจอีกฝ่ายไม่น้อย แต่ในตอนนี้เขาต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการอัญเชิญของเขาให้ได้เร็วมากที่สุด

“ฉันจะสอนเธอเองเกี่ยวกับเวทย์อามาเทราสึ มันเป็นเวทย์ที่ใช้ปกป้องตัวเองได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ฉันเชื่อว่าเธอคงฝึกสำเร็จได้ในไม่ช้า” มาคารอฟหัวเราะออกมา เควินเป็นเด็กที่ฉลาดและมีพลังเวทย์จำนวนมหาศาลอยู่ภายในร่าง เขาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี ดังนั้นเขาจึงตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะสอนเควินเพื่อสร้างรากฐานให้แก่แฟรี่เทลในรุ่นถัดไป

วันต่อมาขณะที่เควินอยู่ภายในกิลด์เควินก็พยายามศึกษาการ์ดเวทย์อัญเชิญที่ปู่ของเขาทิ้งเอาไว้ให้ และพยายามเรียนรู้เวทย์อามาเทราสึที่มาคารอฟเป็นคนสอน

เขาใช้เวลาในตอนกลางวันเพื่อทำภารกิจของกิลด์ และกลับไปพักที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าในยามค่ำคืน หลังจากทำงานอย่างหนักมาได้กว่า 5 ปี ในที่สุดเขาก็สามารถซื้อบ้านของตัวเองในเมืองแมกโนเลียได้ตั้งแต่อายุ 12 ปี

ด้วยความฝันในชาติก่อนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ทำให้เขาพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเงินซื้อบ้าน และหลังจากเขาได้รับบ้านหลังแรกแล้วเขาก็ลดปริมาณการทำงานของตัวเองลงในทันที

เมื่อเขามีอายุได้ 14 ปี เขาเข้าร่วมการสอบเพื่อเลื่อนระดับเป็นจอมเวทย์ระดับ S ของกิลด์ และเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้กลายเป็นจอมเวทย์ระดับ S ที่มีอายุน้อยที่สุดของแฟรี่เทล

เมื่อเขามีอายุได้ประมาณ 17-18 ปี เขาก็ได้กลายเป็นจอมเวทย์ที่มีชื่อเสียงของแฟรี่เทล ในตอนนี้แฟรี่เทลได้รับจอมเวทย์รุ่นใหม่ที่แข็งแกร่งเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ อำนาจของแฟรี่เทลได้แผ่ขยายไปทั่วอาณาจักร จนในที่สุดแฟรี่เทลก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสองกิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรฟิโอเร่ร่วมกับแฟนธ่อมลอร์ด

***

เวทย์อามาเทราสึ เป็นเวทย์ที่พิลฮิโตะ (หัวหน้ากิลด์กริมมัวฮาร์ต/ อดีตหัวหน้ากิลด์รุ่นที่สองของแฟรี่เทล) ใช้

จบบทที่ ตอนที่ 4 : วงเวทย์อามาเทราสึ

คัดลอกลิงก์แล้ว