เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : อสูรร้ายใต้แสงจันทร์

ตอนที่ 3 : อสูรร้ายใต้แสงจันทร์

ตอนที่ 3 : อสูรร้ายใต้แสงจันทร์


“คือผม...ไม่ได้ตั้งใจจะสมัครเข้าแฟรี่เทล” หลังจากที่ทุกคนดื่มเลี้ยงกันจดเสร็จ เควินก็เดินเข้าไปหามาคารอฟและอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างจริงจัง

“พวกเราเข้าใจผิดไปเองสินะ ต้องขอโทษจริงๆเควิน” มาคารอฟลูบหลังอีกฝ่าย แต่ดวงตาของเขายังคงสลึมสะลือจากฤทธิ์เหล้า “เควิน นายจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนงั้นเหรอ?”

“ผมน่าจะอยู่ต่ออีกสองสามวัน อย่างน้อยก็จนกว่าจะรวบรวมเงินสำหรับเดินทางต่อได้เพียงพอ แถมที่สำคัญผมอยากจะเดินเที่ยวรอบเมืองแมคโนเลียด้วย” เควินครุ่นคิดก่อนพูดออกมา

“นายจะอยู่ต่ออีกสองสามวันสินะ...อืม…” มาคารอฟพยักหน้า ก่อนจะหันกลับเดินเข้าไปภายในกิลด์ “ไม่มีใครสามารถอยู่อย่างเดียวดายได้ตลอดเวลาหรอกนะเควิน ด้วยเหตุนี้พวกเราถึงได้สร้างกิลด์ขึ้นมา นายเองก็ลองคิดดูอีกทีล่ะ”

เมื่อได้ยินคำพูดของมาคารอฟ เควินก็มีสีหน้าหมองลงเล็กน้อย...ก็จริง

“พี่เควิน พี่จะไปแล้วเหรอ?” คาน่าที่มาจากไหนไม่รู้ดึงแขนเสื้อเควินเอาไว้ แม้จะออกเดินทางร่วมกันเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่เควินก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เธอไม่อยากให้เควินจากไปไหน

“พี่ไม่ได้จะไปเร็วขนาดนั้น แล้วคาน่าละ? เธอไม่มีเงินนี่ เธอจะไปอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ?” เควินลูบหัวและพูดกับคาน่าด้วยรอยยิ้ม คาน่าไม่มีแม้แต่เงินขึ้นรถไฟเวทย์ด้วยซ้ำ แล้วเธอจะเอาเงินจากไหนเพื่อหาที่พัก? แม้ว่าที่นี่จะเป็นกิลด์นักเวทย์ก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่ที่พักสำหรับนักเวทย์แต่อย่างใด ทุกคนภายในกิลด์จำเป็นต้องรับผิดชอบการดำรงชีพของตัวเอง

“หนูไม่รู้…” คาน่าเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความสับสน เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ยุ่งแล้วไง กิลดาสก็เหมือนจะไม่ได้กลับมาเร็วๆนี้ เอาไงดีละคาน่า ลองขอความช่วยเหลือจากคุณมาคารอฟดีไหม?” ขณะที่เควินกำลังกังวลอยู่นั่นเอง มาคารอฟที่มาจากไหนไม่รู้ก็พูดขึ้นมาว่า

“เควิน ถ้านายยังไม่มีที่อยู่ก็ไปพักที่โบสถ์ก่อนสิ ที่นั่นมีสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ มันอยู่ในทิศตะวันออกของเมือง ถ้านายไปอยู่ที่นั่น นายไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักแดงเดียว เดี๋ยวฉันจะเป็นคนแก้ไขความเข้าใจผิดให้คนในกิลด์ฟังเอง ถ้าจะออกเดินทางไปยังเมืองถัดไปก็มาบอกลากันด้วยละ” เมื่อพูดจบ มาคารอฟก็เดินหันหลังเข้าไปภายในกิลด์

“ขอบคุณมากคุณมาคารอฟ” เควินขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ คราวนี้ทั้งเขาและคาน่าก็จะได้มีที่พักเสียที

“ก่อนที่กิลดาสจะกลับมา เธอมาอยู่กับพี่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนก็แล้วกัน ไปกันเถอะ” เควินจับมือของคาน่าและเดินทางไปยังทิศตะวันออกของเมือง

บาทหลวงของโบสถ์เป็นพวกที่ดูแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นคนที่มีจิตใจดีมาก เขาตอบรับคำขอของเควินแทบจะในทันที

เวลาผ่านไปแล้วสองถึงสามวัน ในทุกเช้าตั้งแต่รุ่งสางคาน่าจะเดินทางไปยังกิลด์เพื่อรอพ่อของเธอ และเมื่อถึงตอนเย็นเธอจะกลับมาที่โบสถ์ ส่วนทางด้านเควินนั้นเขาออกแสดงละครเวทย์เพื่อหาเงิน และกลับมาโบสถ์ในช่วงเย็นเช่นเดียวกัน

ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองแมกโนเลีย พ่อมดในชุดคลุมดำกำลังพูดคุยบางอย่างที่น่าสงสัยกันอยู่

“แจ็ค พวกเราจะบุกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากันจริงๆเหรอ?” ชายร่างอ้วนถามขึ้น

“เจ้าโง่! นี่มันโอากาสทองเชียวนะ แค่ลักพาตัวเด็กไปขายให้องค์กรนั่นพวกเราก็ได้เงินแล้ว แกอยากจะอยู่แบบนี้ไปตลอดรึไง!” ชายที่ชื่อแจ็คก่นด่าอีกฝ่าย

“แต่ที่นี่มันถิ่นแฟรี่เทลเชียวนะ มันจะไม่เป็นปัญหาเอารึไง?”

“พวกเราไม่ได้จะบุกแฟรี่เทลสักหน่อย แค่ไปลักพาตัวพวกเด็กๆจากโบสถ์ก็แค่นั้น ฉันสืบมาแล้วที่โบสถ์นั่นมีบาทหลวงอยู่เพียงแค่คนเดียว แถมยังใช้เวทมนตร์ไม่เป็นอีกต่างหาก แค่ลงมือให้เร็วมันก็ไม่มีปัญหาแล้ว” แจ็คพูดต่อ “พวกเราจะบุกกันตอนเย็น ตอนนั้นเป็นเวลาที่พวกเด็กๆรวมตัวกันเพื่อกินข้าวเย็น ฉันจะจัดการเจ้านักบวชนั่นเอง ส่วนปีเตอร์นายรีบจับตัวเด็กๆด้วยเวทย์ของนายซะ จากนั้นพวกเราจะรีบหนีกันทันที”

ตอนเย็นเควินมารับคาน่าที่แฟรี่เทล แม้ว่าคนอื่นจะรู้แล้วว่าเควินจะไม่ได้เข้าร่วมกิลด์กับพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงแสดงท่าทีเป็นมิตรกับเควินเหมือนอย่างเดิม

“คาน่า พรุ่งนี้พี่จะออกเดินทางแล้วนะ” เควินพูดขึ้นกับคาน่า

“พี่จะไปแล้วงั้นเหรอ…” คาน่าพูดเสียงเบา แม้ว่าจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่เธอก็ยังคงเสียใจอยู่ดี

“เดี๋ยวพี่จะไปบอกลาบาทหลวงและคนอื่นๆในแฟรี่เทลก่อน อย่าลืมเสียล่ะคาน่า ถ้ากิลดาสกลับมาแล้วเธอต้องบอกเขา! เขาดูไม่เหมือนคนที่เลวร้ายสักเท่าไหร่ บางทีเขาคงไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีลูกสาว” เควินพยายามพูดให้กำลังใจคาน่า แต่อีกฝ่ายก็ยังคงกังวลเป็นอย่างมากอยู่ดี

ด้านหลังพวกเขาคือมาคารอฟที่กำลังมองดูทั้งสองเดินออกไปเงียบๆ เขาพึมพัมกับตัวเอง “เควินจะออกเดินทางต่อแล้วงั้นเหรอ...ฉันต้องไปเตรียมงานเลี้ยงอำลาซะแล้วสิ”

ในช่วงระหว่างทานอาหารเย็น คาน่านั้นนิ่งเงียบไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา เควินไม่รู้ว่าตัวเองจะปลอบอีกฝ่ายยังไงดี จึงนั่งกินอาหารอย่างเงียบๆ

“เควิน พรุ่งนี้นายจะออกเดินทางแล้วงั้นเหรอ” บาทหลวงเดินเข้ามาถาม แม้ว่าเควินจะยังไม่ได้บอกอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายก็พอเดาได้จากบรรยากาศระหว่างคาน่าและเควิน

“ครับ ขอบคุณสำหรับการดูแลที่ผ่านมานะครับ” เควินก้มหัวขอบคุณอีกฝ่าย ความรักและความเอาใจใส่ที่อีกฝ่ายมีให้นั้นทำให้เขาหวนคิดถึงเพียร์ซ

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกที่นี่คือสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่แล้ว การเลี้ยงเด็กก็ถือเป็- อ๊า!” พูดยังไม่ทันจบบาทหลวงก็กรีดร้องออกมาพร้อมเลือดที่สาดกระเด็นไปทั่ว

“ท่านบาทหลวง!!!” “อ๊ากก!!!”

ขณะเดียวกันที่บาทหลวงได้รับบาดเจ็บ ชายร่างท้วมก็ปล่อยแสงสีฟ้าออกจากมือและมัดเด็กทุกคนเอาไว้

เหลือเพียงเควินเท่านั้นที่หลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด เขาแหงนหน้าขึ้นและเห็นชายร่างผอมบางกำลังเดินเข้าใกล้บาทหลวงพร้อมมีบางสิ่งที่แสนอันตรายอยู่ภายในมือของอีกฝ่าย

“จอมเวทย์!” เควินรับรู้ดีถึงความอันตรายของเหตุการณ์ในครั้งนี้

“ปีเตอร์! แกปล่อยให้มีหนูหลุดรอกไปได้ยังไงห๊ะ!” ชายร่างผอมบางไม่สนใจเควินเลยแม้แต่น้อย เขาหันหน้าไปตะโกนใส่ชายร่างอ้วนแทน

“โทษที แต่ฉันหลังจาก ‘ผูก’ ไปแล้วฉันจะใช้เวทย์ไม่ได้สักพัก ฝากนายจัดการด้วยแจ็ค”

“หนุ่มน้อย ฉันแนะนำว่าอย่าขัดขืนเสียจะดีกว่า นายจะได้ไม่ตัว!” แจ็คเลียริมฝีปากตัวเองด้วยความขุ่นเคืองพร้อมจ้องมองเควินด้วยความเดือดดาล

“ฉันจะเอาชนะ จอมเวทย์พวกนี้ได้ไหม?” เขาสลัดหัวเพื่อไล่ความไม่มั่นใจของตัวเองออกไป ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาสนใจแล้วว่าจะทำได้หรือไม่ แต่เขาจำเป็นต้องทำได้เท่านั้น

เควินคว้าการ์ดเวทย์ของเขาออกมาและส่งพลังเวทย์จนการ์ดเวทย์ของเขาเปล่งประกลาย เขาเตรียมพร้อมที่เรียกมันออกมาแล้ว

ปัง!

ทันใดนั้นกระสุนเวทย์ก้พุ่งเข้าใส่เควินและขัดจังหวะร่ายเวทย์ของเขาเอาไว้

“เด็กคนนี้ใช้เวทย์ได้ แม้จะไม่รู้ว่าเวทย์นั่นคืออะไรก็ตามที แต่ฉันคงไม่ปล่อยให้แกร่ายมันได้แน่!” แจ็คแสยะยิ้มก่อนใช้กระสุนเวทย์ขนาดเท่ากำปั้นโจมตีเควินอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่ากระสุนเวทย์พวกนี้จะไม่ได้ทรงพลังนัก แต่มันก็รวดเร็วจนทำให้เควินไม่สามารถร่ายเวทย์ออกมาได้ หลังจากถูกโจมตีด้วยกระสุนเวทย์ไปหลายนัด ร่างกายของเขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

“อั๊ก...ก...ก” ไม่นานนักเควินก็ล้มลง เลือดของเขานองเต็มพื้นไปหมด เขากระอักเลือดออกมา ในตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะสามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการร่ายเวทย์เพื่อโต้กลับ

“ไม่มีทางชนะเลยงั้นเหรอ? อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป...อย่างน้อยถ้าฉันสามารถอัญเชิญมันออกมาได้ละก็…” อาการบาดเจ็บของเควินนั้นรุนแรงมาก จนเกือบจะทำให้เขาหมดสติไป

“เจ้าเด็กนี่ทำให้เสียเวลาชะมัด” แจ็คหอบเล็กน้อย ทั้งแจ็คและปีเตอร์ต่างเป็นจอมเวทย์ระดับล่างด้วยกันทั้งคู่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่เลือกที่จะลักพาตัวเด็กๆหรอก

ขณะที่เขากำลังจะจับตัวเควิน จิตสังหารอันหนาวเหน็บก็พุ่งมาทางเขา เขาหันไปมองปีเตอร์และพบว่าอีกฝ่ายหมดสติไปแล้ว ขณะที่เหล่าจอมเวทย์กลุ่มใหญ่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาดุร้าย คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดของคนกลุ่มนี้ก็คือมาคารอฟ

เขากำลังเผชิญหน้ากับแฟรี่เทลทุกคน

“แกกำลังทำอะไรกับเหล่าเด็กๆกัน!” ร่างเล็กของชายชราแผ่พลังเวทย์อันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง

“มาคารอฟ!!!”

“แกกล้าทำร้ายครอบครัวของเรา แกคงพร้อมที่จะรับโทษแล้วสินะ” มาคารอฟเดินเข้าไปหาแจ็ค ทางด้านแจ็คก็ก้าวถอยหลังด้วยใบหน้าอันแสนตื่นตระหนก

“เดี๋ยวก่อน คุณมาคารอฟ” เควินที่พยายามฝืนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากหันไปพูดกับมาคารอฟ “ผมจะเป็นคนจัดการไอ้สารเลวคนนี้เอง”

“เควินฉันเข้าใจนายนะ แต่สภาพร่างกายของนายในตอนนี้คงไม่ไหวหรอก” เมื่อเห็นเควินลุกขึ้นยืน มาคารอฟก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ไม่ต้องห่วง ผมยังสามารถใช้เวทมนตร์ได้อยู่” หลังจากยืนขึ้น เควินก็ถือการ์ดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเวทมนตร์ของเขา

“จงฉีกกระชาก อสูรร้ายใต้แสงจันทร์!”

การ์ดเวทย์ส่องประกาย จากนั้นหมาป่าขนาดยักษ์ที่มีขนสีเงินเปล่งประกายก็ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าเขา

“แจ็ค ฉันจะจัดการแกเอง!”

จบบทที่ ตอนที่ 3 : อสูรร้ายใต้แสงจันทร์

คัดลอกลิงก์แล้ว