เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Kill the Dragons ตอนที่ 7 : เด็กพลังจิต (7)

Kill the Dragons ตอนที่ 7 : เด็กพลังจิต (7)

Kill the Dragons ตอนที่ 7 : เด็กพลังจิต (7)


เด็กแต่ละคนยืนเรียงแถวตามคลาสของตัวเอง พวกเขาใช้เวลาตลอดสามสัปดาห์มาด้วยกัน เมื่อถึงเวลาต้องแยกจากกันจึงปิดบังความเศร้าหมองบนใบหน้าได้ไม่มิด

คลาส A มีไซมอนเพียงคนเดียว ส่วนคลาส B มีทั้งหมด 4 คน ที่เหลือกระจายอยู่คลาส C และ D

มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ได้อยู่คลาส D ร่วมกับอีฮัน

“ไม่เห็นเข้าท่าเลย คุโระได้อยู่คลาส B แต่อีฮันดันอยู่คลาส D เนี่ยนะ”

ครูฝึกมองตามเสียงไปยังกลุ่มเด็กที่คุยกันจอแจ เขามองเห็นความคิดเบื้องหลังของนักเรียนเหล่านั้นได้จากคำพูดแต่ละคำ จริงอยู่ที่คุโระผ่านช่วงสามสัปดาห์มาได้ตลอดรอดฝั่งก็เพราะได้ความช่วยเหลือจากอีฮัน ว่ากันตามตรงก็เหมือนอีฮันฝึกหนักกว่าคนอื่น 1.5 เท่า

“ยังไงซะ ถ้าเขามีความสามารถจริงเดี๋ยวก็คงได้เลื่อนคลาสเองนั่นแหละ ก็พลังจิตเขามีอยู่แค่นั้นไม่แปลกที่จะได้อยู่คลาส D”

“อย่างน้อยถ้าพลังจิตของเขาระดับพอ ๆ กับคนอื่นคงได้อยู่คลาส B ไปแล้ว ไม่สิ อาจจะคลาส A เลยด้วยซ้ำ”

“ประเด็นอยู่ที่พลังจิตนั่นแหละ พวกเราไม่ได้ต้องการคนเก่ง เราต้องการไซเกอร์ต่างหาก”

อีฮันรับรู้ได้ถึงสายตาของครูฝึกที่ล็อคเป้ามาทางเขา เขาเดินผ่านครูฝึกมุ่งหน้าไปยังหอพักของนักเรียนคลาส D ตรงนั้นมีเด็กจำนวนไม่น้อยยืนมองหน้ากันอย่างกระวนกระวาย

“ยินดีต้อนรับสู่คลาส D ฉันโจเซ่ เป็นประธานคลาส D จะเรียกฉันว่าประธาน หรือเรียกโจเซ่เฉย ๆ ก็ได้”

เด็กหนุ่มผิวแทนร่างกายกำยำเหมือนนักกีฬาประกาศเสียงดัง

ประธานคลาสจะได้รับคะแนนพิเศษซึ่งช่วยให้เลื่อนคลาสได้ง่ายขึ้น แต่ต้องแลกกับหน้าที่ในการจัดการเรื่องหยุมหยิมตามกฏของแต่ละคลาสเพิ่มขึ้นมา

“ห้องนอนของพวกนายถูกกำหนดไว้แล้ว ลองเช็คดูที่กำไลข้อมือโฮโลแกรมได้เลย ส่วนการทำความสะอาดหอพักจะเป็นหน้าที่ของเด็กใหม่ เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” เขาพูดแกมออกคำสั่ง “หน้าที่ของเด็กใหม่มีเท่านี้ นอกเหนือจากนั้นทั้งเด็กใหม่เด็กเก่าก็ต้องทำเหมือนกัน ตราบใดที่พวกนายตั้งใจเต็มที่ คลาสต่อไปก็รออยู่ไม่ไกล มีใครมีคำถามไหม”

โจเซ่พูดจาฉะฉาน เขาดูอายุพอ ๆ กับพวกเด็กใหม่แต่พูดจาเหมือนรุ่นพี่

“ไม่มีครับ”

เสียงเด็กใหม่ตอบรับเสียงฉะฉานไม่แพ้กัน

หลังจบประกาศ โจเซ่พุ่งตัวเข้าหาอีฮันทันที

“นายเป็นหัวหน้าชั่วคราวนะอีฮัน”

โจเซ่ประเมินสถานการณ์ของเด็กใหม่ได้อย่างรวดเร็ว คะแนนของอีฮันโดดเด่นที่สุดแถมท่าทางยังฉายแววผู้นำออกมาอย่างล้นเหลือ ทำให้เขาถูกรับเลือกให้เป็นตัวแทนสำหรับเด็กใหม่คลาส D ไปโดยปริยาย

“หัวหน้า?”

“ไม่ใช่ตำแหน่งทางการหรอก มันแค่ช่วยให้จัดการอะไร ๆ ได้ง่ายขึ้นน่ะ” โจเซ่อธิบาย “นายก็แค่นำทางคนอื่น ๆ จนกว่าเด็กใหม่ปีหนึ่งจะปรับตัวกันได้ พอทุกอย่างเข้าที่ก็สบายแล้ว”

อีฮันเลิกคิ้ว

“ครูฝึกก็รู้ว่ามีระบบนี้อยู่ นายเองก็จะได้คะแนนพิเศษไปด้วย”

อีฮันทำท่าคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้าตอบรับ “โอเค” ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธโอกาสเพิ่มคะแนนเสียหน่อย

โจเซ่ตบหลังอีฮันหนึ่งทีก่อนเดินจากไปตามทางของเขา

อีฮันเปิดดูห้องของตัวเองจากกำไลข้อมือก่อนจะตรงไปตามทางของตัวเองเช่นกัน ระหว่างทางมีสายตามากมายจับจ้องตามไปด้วย

ปีหนึ่งคลาส D มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 90 คน ต่างคนต่างรู้ว่าเป็นคู่แข่งกันแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยปาก พวกเขาต้องได้รับการยอมรับให้อยู่ระดับ A ถึงจะขึ้นปีสองได้

‘ของจริงเริ่มแล้วสินะ’ อีฮันพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

***

เช้าวันแรกของปีหนึ่งเริ่มด้วยการวิ่ง สถานที่ฝึกคือสนามฝึกทหารกว้างสุดลูกหูลูกตา จากจุดที่วิ่งอยู่สามารถมองเห็นเด็กฝึกระดับสูงได้ไกล ๆ

“พวกเขาอายุเท่าเราหรอ” ใครบางคนทักถามระหว่างวิ่ง

อีฮันมองตาม ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

รุ่นพี่ของพวกเขาตัวสูงใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ ชุดยูนิฟอร์มปิดบังกล้ามเนื้อแน่นปึ้กได้ไม่มิด ถึงใบหน้าจะยังดูอ่อนเยาว์ แต่ร่างกายไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลย บางคนตัวสูงใหญ่กว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ ถ้าไม่รู้มาก่อนคงไม่มีใครเดาออกแน่ว่าพวกเขายังเป็นแค่เด็กอายุ 10 ต้น ๆ

“น่าสนใจใช่ไหมล่ะ”

โจเซ่ที่วิ่งถัดจากอีฮันพูด เขาเป็นประธานนักเรียน แต่พูดเหมือนตัวเองเป็นครูฝึก “พอขึ้นปีสอง พวกเราจะได้รับยาเร่งการเติบโต ร่างกายถึงได้โตเร็วขึ้นเป็นทวีคูณแบบรุ่นพี่พวกนั้นไง อย่าลืมว่าเราจะมีสงครามกับมังกรในอีกสามปีข้างหน้านี่แล้ว พวกผู้ใหญ่ไม่รอให้เราโตตามธรรมชาติหรอก”

อีฮันรู้สึกต่อต้านในใจ พวกเขาถูกบังคับให้กลายเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่นอายุแค่สิบกว่าปีต้องเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่ด้วยการให้ยา...

มันเป็นเรื่องที่เกินขอบเขตศีลธรรมเกินไปหน่อย แต่เขาก็เข้าใจดีว่ามนุษย์ไม่มีทางเลือกมากนัก ถึงไซเกอร์จะมีพลังวิเศษแต่ร่างกายก็ต้องแข็งแกร่งพอที่จะใช้มันด้วย ถ้าปล่อยให้ร่างกายของเด็กลงสนามสงครามคงจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นี่มัน…”

เด็ก ๆ เริ่มติติงกันเอง

“ไม่มีใครบังคับพวกนายนะ ถ้าอยากจะลาออกก็เชิญ” โจเซ่พูดเตือนสติ ตามด้วยเสียงหัวเราะเย็นวาบเสียวสันหลัง

อีฮันยังไม่ละสายตาไปจากรุ่นพี่ พวกเขาวิ่งเร็วด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ตรงไปยังห้องอาบน้ำ ไม่นานก็ออกมาพร้อมกับท่อนบนที่เปลือยเปล่า โชว์เรือนร่างกำยำสีแทน

“ไม่เลวนี่”

อีฮันมุบมิบปากพูดกับตัวเอง แต่โจเซ่ไม่วายได้ยินแล้วหันไปถาม

“หมายถึงอะไรหรอที่ว่าไม่เลว?”

“ฉันหวังมาตลอดว่าจะได้กลายเป็นผู้ใหญ่เร็ว ๆ ยังไงซะก็ไม่มีใครใจดีด้วยแค่เพราะฉันเป็นเด็กอยู่แล้ว” อีฮันตอบ “ที่บ้านเกิดน่ะ”

ได้ยินดังนั้นโจเซ่ก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น

“ฉันรู้ นายมาจากเกาหลีใช่ไหม”

เกาหลีเป็นประเทศแรก ๆ ที่โดนโจมตีในสงครามครั้งแรก และเป็นประเทศที่ต้องแบกรับผู้บาดเจ็บมหาศาล

ครั้งนั้นมีประตูมิติเปิดขึ้นหกที่ หนึ่งในนั้นคือที่ชินอึยจู เมืองหนึ่งในเกาหลีเหนือ มังกรที่เข้ามาผ่านประตูชินอึยจูแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งแยกไปบุกรุกจีน อีกกลุ่มหนึ่งโจมตีเกาหลี

เกาหลีเหนือกระหน่ำระเบิดนิวเคลียร์ใส่มังกรไม่ยั้งแต่ไม่เป็นผล ตรงกันข้ามมันทำให้เกาหลีเหนือกลายเป็นเมืองแห่งความตาย ประชาชนเกาหลีเหนือแห่ข้ามเขตแดนเหนือใต้หนีตายกันยกใหญ่ รัฐบาลเกาหลีเหนือล่มสลาย ส่วนเกาหลีใต้ก็รับผู้อพยพจากเกาหลีเหนือเข้ามาทุกคน พร้อมทั้งป้องกันการบุกรุกของมังกรไปด้วยพร้อม ๆ กัน

“ฉันไม่ต้องการชีวิตวัยเด็กไร้สาระนั่นหรอก สิ่งสำคัญกว่าคือการเอาชีวิตรอด”

แววตาอาฆาตสะท้อนไหวในดวงตาอีฮัน

บ้านเด็กกำพร้าที่เคยเรียกว่าเป็นบ้านของอีฮันถูกยึดไปเพราะล้มละลาย ผู้อำนวยการที่ก่อหนี้ไว้กองเป็นภูเขาก็หนีไปกลางดึก ทิ้งให้พวกเด็ก ๆ ที่นั่นกลายเป็นคนไร้บ้าน

เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสักก้อนก็ไม่มีเหลือให้พวกเขา

‘ฉันต้องต่อสู้กับผู้ใหญ่มาทั้งชีวิต’

อีฮันใช้ประโยชน์จากร่างกายเล็ก ๆ ของเขาขโมยอาหารมาประทังชีวิตตัวเองและน้อง ๆ แต่พวกผู้ใหญ่ไร้บ้านก็มาทำร้ายเพื่อแย่งอาหารไปอีกที

ชีวิตปกติของอีฮันมักจะเป็นแบบนั้น เขาไม่เคยได้รับการปกป้องจากกฏหมายหรือสิทธิมนุษยชน

โจเซ่ก็หุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นสายตาของอีฮัน

“สู้เขานะเด็กใหม่”

เขาพูดพลางมองอีฮันด้วยสายตาที่อธิบายไม่ถูก



จบบทที่ Kill the Dragons ตอนที่ 7 : เด็กพลังจิต (7)

คัดลอกลิงก์แล้ว