เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Kill the Dragons ตอนที่ 6 : เด็กพลังจิต (6)

Kill the Dragons ตอนที่ 6 : เด็กพลังจิต (6)

Kill the Dragons ตอนที่ 6 : เด็กพลังจิต (6)


‘นึกภาพว่ากำลังดึงพลังออกมาจากทางผ่านบนอก’

หน้าอกของอีฮันเต้นตุ้บ ๆ ด้วยความเจ็บแปลบ

การสร้างภาพในใจเคยเป็นสิ่งที่กำกวมมากสำหรับอีฮัน ก่อนหน้านี้เขานึกไม่ออกเลยว่ามันเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เริ่มที่จะเพ่งสมาธิไปที่แผลบนอกได้แล้ว พลังจิตที่เคยดูคลุมเครือเริ่มรับรู้ได้ง่ายขึ้นเมื่อเป็นระดับกายภาพที่จับต้องได้

‘ขอร้องล่ะ… ฉันยังถูกเตะจากที่นี่ไม่ได้นะ’

อีฮันที่มักจะคงความสงบไว้เสมอกลับระส่ำระส่ายเพราะเส้นตายที่ใกล้เข้ามา เขายังไม่ทันได้เริ่มการฝึกจริงแต่รู้สึกเหมือนติดอยู่ที่ทางตันเสียแล้ว

เลือดจากบาดแผลบนหน้าอกไหลเป็นสายให้สัมผัสเย็นยะเยือกชวนขนลุก

“หมดเวลาฝึกแล้ว!”

ครูฝึกเรดเป่านกหวีดเรียกรวมตัว เด็กคนอื่นทยอยขยับตัวตามคำสั่ง แต่อีฮันยังไม่ลืมตา

‘ขออีกแค่แป๊บเดียว’

อีฮันไม่ขานรับคำสั่งของครูฝึก เขารู้สึกเหมือนกำลังจะคว้าอะไรบางอย่างที่สำคัญได้ ถ้าหยุดตอนนี้คงจะยากที่จะกลับไปรู้สึกแบบเดิมได้อีกครั้ง

“ไอ้เด็กเวรนี่” ครูฝึกเรดสบถ ขมึงตามองอีฮันแล้วเดินฉับ ๆ เข้าหา

เด็กรอบข้างเดาะลิ้นดูเหตุการณ์ อีฮันโดนฟาดแน่

‘อีกหนึ่งนาที ขออีกแค่นาทีเดียว’

เหงื่อเย็นชื้นผุดขึ้นบนหน้าผากของอีฮันเป็นเม็ด

ครูฝึกเรดมองอีฮันด้วยสายตาเย็นเฉียบ เขากอดอกเตรียมจะเล่นงานแต่ก็หยุดการเคลื่อนไหวลงชั่วขณะ ครูฝึกเองก็เป็นไซเกอร์เช่นกัน มองแค่ปราดเดียวก็รับรู้ถึงสถานการณ์ที่อีฮันเผชิญอยู่

‘เด็กนี่ชอบสร้างปัญหาให้ตัวเองจริง อยู่ไม่เป็นเอาเสียเลย’

พลังจิตของแต่ละคนแตกต่างกันไป หลายคนมีพลังจิตในร่างกายแต่ปลุกมันขึ้นมาไม่ได้ ในขณะที่บางคนก็ใช้มันได้เป็นธรรมชาติเหมือนกับการหายใจ ไม่จำเป็นต้องฝึกด้วยซ้ำ

เฮือก–

ในที่สุดอีฮันก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่วูบวาบอยู่ภายในอก มันเป็นความรู้สึกร้อนและเย็นสลับกันในร่างกาย

ม่านตาของเขาพลันสะท้อนแสงสีฟ้า ประกายในดวงตาสว่างจ้า

“สะ… สำเร็จแล้ว” อีฮันพึมพำกับตัวเอง เข่าทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้น

รอบข้างเริ่มมีเสียงตื่นเต้นดังจอแจ อีฮันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนสุดท้ายที่ปลุกพลังสำเร็จ คนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขายอมแพ้กันไปเกือบหมดแล้ว

“เงียบ” ครูฝึกตวาดใส่เด็กที่ส่งเสียงฮือฮา เขาเดินเข้ามาใกล้อีฮัน “ก่อนอื่นให้ฉันแสดงความยินดีก่อนก็แล้วกัน ยินดีด้วยอีฮัน”

“ขอบคุณครับ” อีฮันตอบรับ

ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มแห่งความพอใจ แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจอกับรอยยิ้มน่ากลัวของคนตรงหน้า

“แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนขนาดไหน” ครูฝึกเรดคว้ากระบองออกมา “ถ้าถูกเรียก ก็เป็นหน้าที่ของพลทหารที่จะต้องขานรับ ไม่มีข้อยกเว้น”

ปั้ก! ปั้ก!

เขาลงโทษอีฮันด้วยการฟาดกระบองลงไปไม่ยั้ง

“อึ่ก”

กระบองทำจากวัตถุพิเศษที่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายไปมากกว่ารอยช้ำจาง ๆ แต่เสียงของมันดังกังวาลจนน่าตกใจและทำให้สมองคิดไปว่ามันรุนแรงกว่าความเป็นจริง

‘ฉันทำได้แล้ว! สำเร็จแล้ว!’

อีฮันยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แม้ว่าจะถูกตีอยู่ก็ตาม เขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว ความยินดีในใจมันท่วมท้นเสียจนไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

‘ให้ตายสิ ไม่สนุกเลย’ ครูฝึกเรดลดกระบองลงข้างตัว

“วันนี้ฉันใจดีก็เลยจะปล่อยแกไว้แค่นี้ การฝึกยังไม่จบ แต่ช่วงปรับตัวสามอาทิตย์ใกล้จะจบลงแล้ว อีกไม่นานพวกแกจะต้องย้ายเข้าปีหนึ่ง เตรียมตัวไว้ให้ดี ตอนนี้พวกแกอาจจะคิดว่าฉันน่ารำคาญแต่พวกแกคิดผิด ฉันไม่ใช่แค่น่ารำคาญแต่ฉันจะเป็นมารผจญพวกแกไปตลอดชีวิต”

อีฮันเช็ดเลือดที่ไหลซิบตรงมุมปากแล้วลุกขึ้น มองครูฝึกด้วยสายตาขอบคุณ

‘เขารอฉัน อย่างน้อยฉันก็ควรจะขอบคุณเขาสักครั้ง’

ถ้าครูฝึกขัดจังหวะในตอนนั้น อีฮันคงปลุกพลังจิตของตัวเองไม่ทันในสามสัปดาห์แน่

ทั้งที่ทำแบบนั้นได้แต่เขาก็ไม่ทำ

***

“ตั้งแถว ปฏิบัติ!”

สิ้นคำสั่ง เด็ก ๆ ตั้งแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ก่อนหน้านี้มีเด็กทั้งหมด 73 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียง 25 คนเท่านั้น เวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมาเปลี่ยนเด็กเหล่านี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ ท่าทางของพวกเขาคล่องแคล่วขึ้น สายตาก็เฉียบคมมากขึ้น แถมยังตื่นตัวเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งถัดไปอยู่เสมอ

“ยินดีด้วยกับทุกคนที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ปีหนึ่ง”

เสียงประกาศดังกึกก้อง

ที่อาร์คไม่มีการสอบเข้า มีเพียงการส่งตัวไประดับที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้ามีพลังและความสามารถถึงเกณฑ์ก็จะได้เลื่อนชั้น การแบ่งชั้นปีมีไว้แค่ให้พอเป็นพิธีเพราะนักเรียนที่นี่ยังเป็นแค่เด็กน้อยเท่านั้น

ระดับที่สูงขึ้นก็จะต้องถูกส่งเข้าระบบที่อันตรายมากขึ้นไปตามกัน เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็จะถูกรวมพลให้ทำภารกิจภายนอกอาร์ค เด็กชั้นปีสุดท้ายของอาร์คต้องทำงานไม่ต่างจากทหารจริง

“ฉันได้อยู่คลาส D”

“ของฉัน C”

“มีใครอยู่คลาส A ไหม”

คลาสเรียนเรียงจาก A ไปจนถึง D ซึ่งเป็นการแบ่งตามคะแนนเช่นกัน เด็ก ๆ จะถูกให้คะแนนตามความสามารถและพลังจิต จากนั้นจะถูกจัดคลาสให้ตามลำดับ

ในหมู่เด็กที่ได้ย้ายเข้ามารุ่นนี้ ไซมอน เดลล์ เป็นคนเดียวที่ได้รับการยอมรับให้อยู่คลาส A

“ไซมอนอยู่คลาส A แหนะ”

“ก็ชัดอยู่แล้ว หมอนั่นต่างจากพวกเราลิบลับ”

เด็กทุกคนสัมผัสได้ถึงความห่างชั้นเมื่อเทียบกับไซมอน

ไซมอน เดลล์ได้รับการฝึกพื้นฐานมาแล้ว เหลือเพียงการฝึกขั้นสูงกับฝึกควบคุมพลังเฉพาะตัว

ช่องว่างระหว่างความสามารถของพวกเขามันกว้างใหญ่เสียจนไม่รู้สึกถึงการแข่งขัน เพราะทั้งความอิจฉาและการแข่งขันเกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน

“อีฮัน นายอยู่คลาสไหน” คุโระถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ฉันอยู่คลาส B ล่ะ หวังว่าพวกเราจะได้อยู่คลาสเดียวกันนะ”

คุโระมีความไวต่อพลังจิตสูงมาก เขาเป็นคนเดียวที่ควบคุมพลังจิต และใช้พลังเคลื่อนย้ายได้ดังใจในสามสัปดาห์ แม้ว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายและความสามารถในการฟื้นฟูจิตใจของเขาจะไม่สูงนัก แต่ด้วยความสามารถในการควบคุมพลังทำให้คุโระถูกย้ายขึ้นไปอยู่คลาส B

อีฮันยืนดูข้อมูลในกำไลข้อมือโฮโลแกรมเงียบ ๆ ก่อนจะเปิดปากพูด

“ฉันอยู่คลาส D”

“ไม่จริงน่า”

คุโระส่ายหัวปฏิเสธ

“ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าน่าจะเป็นแบบนี้” อีฮันตอบเสียงเรียบ

“อีฮัน นายจะอยู่คลาส D ได้ยังไง แน่ใจนะว่านายไม่ได้มองผิด”

คุโระได้รับความช่วยเหลือมากมายจากอีฮันตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาคิดว่าอย่างน้อยอีฮันน่าจะอยู่คลาส C

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันจะตามไปเร็ว ๆ นี้แหละ”



จบบทที่ Kill the Dragons ตอนที่ 6 : เด็กพลังจิต (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว