เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23

บทที่ 23

บทที่ 23


บทที่ 23

“ขยายธุรกิจใหม่, ความพึงพอใจของเทพสมุทร +2……”

[ความพึงพอใจของเทพสมุทรถึง 20 คะแนนแล้ว ตลาดเทพสมุทรปลดล็อกสินค้าใหม่!]

[ความพึงพอใจของเทพสมุทรถึง 20 คะแนนแล้ว ได้รับเงินอุดหนุนจากโครงการสนับสนุนของเทพสมุทร: หลังจากระดับการบริหารจัดการถึงระดับ 2 แล้ว ทุกครั้งที่เลื่อนระดับขึ้นหนึ่งระดับจะได้รับสิ่งมหัศจรรย์แบบสุ่ม *1 (มองเห็นได้เฉพาะในขอบเขตของเกาะเท่านั้น)]

หลี่เหยาหลินได้สติและพบว่าความพึงพอใจของเทพสมุทรเพิ่มขึ้นอีกสองคะแนน ก่อนอื่นเธอเปิดตลาดเทพสมุทรเพื่อดูว่ามีสินค้าอะไรใหม่ปลดล็อกบ้าง

บนชั้นวางมีสินค้าสามชิ้น นอกจาก “ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ” แล้ว ยังมีสินค้าใหม่คือ “ระบบจำหน่ายตั๋วแบบระบุตัวตนอัจฉริยะ” ราคาหนึ่งแสนหยวน และ “ระบบขนส่งแบบคลาวด์” ราคาห้าหมื่นหยวน

เมื่อ “ระบบจำหน่ายตั๋วแบบระบุตัวตนอัจฉริยะ” ถูกนำมาใช้งาน นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะซื้อตั๋วหน้างานหรือซื้อออนไลน์ก็สามารถเข้าออกสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยบัตรประชาชน หากทำผิดกฎหรือถูกขึ้นบัญชีดำด้วยเหตุผลอื่นใด บัตรประชาชนนั้นจะถูกระงับการซื้อตั๋วตลอดไป

ระบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีความแตกต่างจากระบบจำหน่ายตั๋วของแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่น ไม่ต้องใช้คนดูแล ไม่ต้องกลัวว่าระบบจะล่มเพราะมีคนซื้อตั๋วมากเกินไป และที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแฮ็กหรือถูกโจมตีด้วยไวรัสจนข้อมูลส่วนตัวของนักท่องเที่ยวรั่วไหล

แน่นอนว่าหลี่เหยาหลินเองก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เช่นกัน แต่เธอสามารถกำหนดกฎที่เกี่ยวข้อง และเปิดหรือปิดระบบนี้ได้

ตัวอย่างเช่น สถานที่ท่องเที่ยวห้ามทิ้งขยะไม่เป็นที่ ถ้านักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟังและทิ้งขยะไม่เป็นที่ หลังจากแจ้งหนึ่งครั้ง และตักเตือนสองครั้ง ระบบจะแสดงกฎที่ถูกละเมิด และหลี่เหยาหลินสามารถใช้ระบบนี้ขึ้นบัญชีดำนักท่องเที่ยวคนนั้นได้

“นี่กำลังเตือนให้ฉันเริ่มขายตั๋วแล้วใช่ไหม?” หลี่เหยาหลินคิดไปไกล “ฉันยังไม่ได้สร้างเว็บไซต์ของเกาะสิงโจวเลย ไม่มีช่องทางขายตั๋วออนไลน์นี่นา?”

แย่แล้ว ต้องหาคนมาทำเว็บไซต์อีก หลังจากนี้ต้องมีการดำเนินงานและดูแลเว็บไซต์ด้วย หรือจะจ้างพนักงานที่ดูแลเว็บไซต์โดยเฉพาะเลยดี?

ไม่รู้ว่าแบบไหนจะใช้ต้นทุนสูงกว่ากัน

ส่วน “ระบบขนส่งแบบคลาวด์” มันคือระบบประเภทจัดส่ง เมื่อหลี่เหยาหลินซื้อสินค้าจากภายนอก เธอไม่จำเป็นต้องใช้เรือโดยสารหรือเรือข้ามฟากขนส่งสิ่งของอีกต่อไป เพียงแค่ตั้งจุดจัดส่ง “ระบบขนส่งแบบคลาวด์” ก็สามารถจัดส่งสิ่งของผ่านจุดจัดส่งเหล่านั้นได้เลย

“อันนี้ดีจังเลย!” หลี่เหยาหลินตาเป็นประกาย

ปัญหาอย่างหนึ่งของเกาะคือการเดินทางที่ไม่สะดวก การขนส่งสิ่งของค่อนข้างยุ่งยาก นักท่องเที่ยวสามารถขนส่งได้ด้วยเรือโดยสาร แต่เครื่องมือและสินค้าต้องขนส่งด้วยเรือบรรทุกสินค้า ถ้าเกินน้ำหนักบรรทุก ก็ต้องไปกลับหลายเที่ยว ทำให้เสียทั้งเวลาและเงิน

อีกอย่างช่วงนี้เธอเตรียมเปิดร้านสะดวกซื้อพอดี เพื่อแก้ปัญหาที่นักท่องเที่ยวบางส่วนขึ้นเกาะแล้วพบว่าน้ำดื่มไม่พอ หรือไม่ได้นำชุดว่ายน้ำและห่วงยางมา

แอปฯ ไม่ได้จัดหาสินค้าให้ เธอต้องสั่งซื้อสินค้าเอง เมื่อมีระบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องหาเรือบรรทุกสินค้าเพื่อขนส่งสิ่งของอีกต่อไปแล้ว!

หลังจากใช้บัตรส่วนลด 20% เพื่อซื้อระบบทั้งสองนี้ หลี่เหยาหลินก็เริ่มใช้งานระบบจำหน่ายตั๋วก่อน ระบบเตือนให้เธอกำหนดราคาตั๋วและช่วงเวลาการขายตั๋ว

หลี่เหยาหลินตัดสินใจให้เวลานักท่องเที่ยวได้เตรียมตัวสักหน่อย และจะเริ่มขายตั๋วอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม

ก่อนหน้านั้น เธอต้องหาพนักงานขายตั๋วสองคน

เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ก็ต้องจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย

อ้อ ต้องจ้างเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองคนเพื่อสลับกะกัน

ในเมื่อจะเริ่มเก็บเงินแล้ว พนักงานบัญชีที่ดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นทางการก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ที่บอกว่าอย่างเป็นทางการเพราะรายรับรายจ่ายทั้งหมดของเกาะสิงโจวถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในแอปฯ อยู่แล้ว แอปฯ ยังช่วยทำงบการเงิน รายงานสรุปประจำสัปดาห์ และสรุปประจำเดือนด้วย เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้น ก็น่าจะมีสรุปประจำไตรมาสและประจำปีด้วย

……

เมื่อพนักงานเพิ่มมากขึ้น อาคารสองแถวเดิมก็ไม่พอใช้งานแล้ว หอพักพนักงานจึงต้องถูกนำมาพิจารณาสร้าง และต้องมีสำนักงานด้วย รวมไปถึงปัญหาเรื่องอาหารกลางวันของพนักงานบนเกาะก็ต้องได้รับการแก้ไข

หลี่เหยาหลินมองดูรายการที่ตัวเองจดไว้แล้วกุมขมับ เงินใช้ไม่พอจริง ๆ!

งบประมาณสำหรับอาคารพื้นฐานเหล่านี้ก็ต้องใช้งบถึงหลักล้านแล้ว

เธอเลือกทำเลที่ใกล้กับถนน วางแผนจะสร้างร้านสะดวกซื้อขนาดประมาณหกสิบตารางเมตร สูงสามชั้น ชั้นหนึ่งเป็นพื้นที่หน้าร้านสามสิบตารางเมตร และอีกสามสิบตารางเมตรด้านหลังเป็นโกดังเก็บของ ส่วนชั้นสองและสามจะสร้างห้องสี่ห้องในแต่ละชั้นเป็นหอพักพนักงาน ซึ่งแต่ละห้องสามารถพักได้สองคน

สำหรับสำนักงาน ก็จะใช้ห้องด้านหลังห้องจำหน่ายตั๋วไปก่อน เธอจะซื้อโต๊ะทำงานกลับมา และตกแต่งห้องจำหน่ายตั๋ว ห้องรักษาความปลอดภัย และอื่น ๆ ตามมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยว

ส่วนห้องที่เคยใช้เก็บอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพักชั่วคราวก็ถูกย้ายออกไป

หลี่เหยาหลินวางแผนจะสร้างอาคารใหม่สองหลังข้าง ๆ กัน อาคารหลังหนึ่งประตูจะหันออกไปด้านนอก ทำเป็นห้องโถงสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเข้าเกาะได้ ส่วนอีกอาคารหนึ่งประตูจะหันเข้ามาด้านใน มีห้องเก็บอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวฝากกระเป๋าและพักผ่อนได้ มีห้องพยาบาล และจุดรับส่งของจาก “ระบบขนส่งแบบคลาวด์” ก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ก่อสร้างอาคารอย่างสะเปะสะปะ อาคารเหล่านี้อยู่ในพื้นที่ที่เธอกำหนดไว้ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้ถูกทำเครื่องหมายเป็นแผนการใช้งานที่ดินเอาไว้แล้ว หากในอนาคตเธอโชคดีไม่ล้มละลาย นอกเหนือจากการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เธอก็จะสร้างอาคารโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ตามแผนที่วางไว้

อันที่จริงหากหลี่เหยาหลินต้องการลดภาระทางการเงินจากการพัฒนาเกาะสิงโจว วิธีที่ดีที่สุดคือเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ามาตั้งร้านค้าเพื่อแบ่งเบาภาระ เช่น การให้ร้านสะดวกซื้อเข้ามาเช่าพื้นที่ โดยเธอจะเก็บแค่ค่าเช่าเท่านั้น ส่วนร้านจะกำไรหรือขาดทุนก็ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ

หรือแม้กระทั่งเปิดรับการลงทุน อนุญาตให้ผู้อื่นมาสร้างโรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ บนเกาะได้ โดยที่เธอจะได้ส่วนแบ่งกำไรบางส่วนก็พอ

แต่ระบบอาจจะไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้น เพราะนอกเหนือจากความลับของเกาะแล้ว การเชิญชวนผู้ประกอบการเข้ามาก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายได้

จบบทที่ บทที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว