- หน้าแรก
- จับฉลากได้มาบริหารเกาะ
- บทที่ 14
บทที่ 14
บทที่ 14
ถ้าให้สมมติว่า การสะสมค่าความนิยมดูเหมือนจะนับซ้ำได้ เช่นมีนักตกปลาคนหนึ่งมาทุกวัน ค่าความนิยมก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งจุดทุกครั้ง แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวล่ะ? ถ้าหากนั่งเรือไปกลับในตอนเช้าหนึ่งครั้ง ตอนเที่ยงหนึ่งครั้ง และตอนเย็นหนึ่งครั้ง จะนับเป็นสามคนไหม? เพราะนางเงือกน้อยบอกว่าการขึ้นเกาะอย่างถูกกฎหมาย การขึ้นเกาะสามครั้งก็ซื้อตั๋วเรือสามครั้ง ซึ่งก็ถือว่าถูกกฎหมายใช่ไหม?
หลี่เหยาหลินคิดว่ากฎเหล่านี้มีช่องโหว่ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่เธอก็ไม่ได้วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้น เพราะถ้าหากระบบรู้ช่องโหว่เหล่านี้อยู่แล้ว และได้ทำการจำกัดไว้แล้ว แต่ไม่ได้เตือนเธอไว้ล่ะ?
อีกสองสามวันต่อมาเป็นช่วงที่มีฝนตก การเที่ยวบนเกาะก็ลดลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงกลุ่มนักตกปลาของชมรมตกปลาเท่านั้นที่เหมาเรือข้ามฟากเพื่อขึ้นเกาะ
การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวช้าลงอย่างกะทันหัน แต่หลี่เหยาหลินก็ยังคงใจเย็นและใช้ชีวิตไปตามปกติ
พอดีกับที่เหล่าตู้ลูกเรือโทรหาเธอ และบอกว่าเขาช่วยหาคนได้สองคนแล้ว ถามว่าเธอสะดวกสัมภาษณ์เมื่อไหร่
เดิมทีต้องสัมภาษณ์ห้าคน แต่มีสองคนเบี้ยวนัดเพราะอยู่ไกลและสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย อีกคนไม่ตรงตามคุณสมบัติ สุดท้ายหลี่เหยาหลินจึงจ้างเพียงสองคนที่เหล่าตู้แนะนำ
คนหนึ่งชื่อ เกาเจิ้นไห่ อายุยี่สิบเก้าปี เคยเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สวนสาธารณะหยูไห่ เขาลาออกเมื่อครึ่งปีที่แล้วและยังไม่สามารถหางานใหม่ได้ เขาเป็นญาติห่าง ๆ กับเหล่าตู้ เมื่อได้ยินเหล่าตู้บอกว่าเกาะสิงโจวรับสมัครคนและเงินเดือนสูงกว่าสวนสาธารณะหยูไห่หนึ่งพันหยวน เขาก็เลยมา
อีกคนหนึ่งชื่อ หลินเฉียง อายุยี่สิบหกปี เป็นเพื่อนของเกาเจิ้นไห่ เขาปลดประจำการมาสองปีแล้วและได้สอบใบรับรองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่รีสอร์ทบ้านริมทะเลแสนโรแมนติกมาครึ่งปี ก่อนจะถูกเกาเจิ้นไห่ชวนมา
ด้วยความชื่นชอบทหารปลดประจำการ หลี่เหยาหลินจึงตัดสินใจจ้างเขา
หลังจากเซ็นสัญญาจ้างงานแล้ว หลี่เหยาหลินก็เอาสัญญาการรักษาความลับมาให้พวกเขา และขอให้พวกเขาไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ บนเกาะต่อคนภายนอก
ทั้งสองคนแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมการเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยถึงต้องรักษาความลับด้วย หรือว่าบนเกาะสิงโจวมีกิจกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยได้?
หลินเฉียงขอไปดูสถานที่ทำงานก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
หลี่เหยาหลินไม่มีปัญหา วันต่อมาจึงพาพวกเขาไปดูรอบเกาะและอธิบายให้พวกเขาฟัง “ฉันไม่ได้ทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอะไรหรอกค่ะ แค่อยากให้เกาะสิงโจวมีความลึกลับเล็กน้อย ยิ่งลึกลับเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าสนใจใช่ไหมคะ? และเมื่อความลึกลับนั้นถูกเปิดเผย ผลตอบรับจะต้องดีมากแน่นอนค่ะ”
การพัฒนาเกาะย่อมเกี่ยวข้องกับความลับทางธุรกิจมากมาย การที่เธอใช้เหตุผลนี้เพื่อขอให้ทั้งสองคนรักษาความลับก็น่าจะสมเหตุสมผล
หลินเฉียงกล่าวว่า “ตราบใดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ผมก็ยินดีที่จะเก็บเป็นความลับครับ”
เกาเจิ้นไห่ก็ไม่มีปัญหา ทั้งสองคนจึงเซ็นสัญญา
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองหรือเปล่า แต่หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว พวกเขาก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนี้มากขึ้น
หลี่เหยาหลินเก็บสัญญา แล้วพูดว่า “ตอนนี้เกาะยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เวลาทำงานจะกำหนดตามเวลาเรือเที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้าย ในอนาคตเมื่อมีพนักงานมากขึ้นก็จะมีการจัดเวรผลัดเปลี่ยนกันไป พวกคุณจะพักอยู่บนฝั่งก็ได้ หรือจะพักอยู่บนเกาะก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สร้างหอพักพนักงาน จะต้องพักในห้องพักรับรองไปก่อน”
ในเมื่อเวลาทำงานถูกกำหนดตามเวลาเรือข้ามฟากเที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้าย พวกเขาก็เลือกที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน
หลี่เหยาหลินพูดต่อ “อ้อ ฉันไม่มีประสบการณ์เลยไม่รู้ว่าต้องใช้อุปกรณ์กู้ภัยอะไรบ้าง รบกวนพวกคุณช่วยทำรายการให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ? ฉันจะได้ไปจัดซื้อ”
เกาเจิ้นไห่พยักหน้า “ได้ครับ เดี๋ยวผมจะทำรายการให้ตอนนี้เลย”
ส่วนหลินเฉียงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “บนเกาะไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นแล้วเหรอครับ?”
ทำไมหลี่เหยาหลินถึงต้องรับผิดชอบทั้งงานบุคคลและงานจัดซื้อด้วย?
หลี่เหยาหลินหัวเราะอย่างกระอักกระอ่วน “ตอนนี้เกาะสิงโจวยังอยู่ในช่วงพัฒนา พนักงานเลยยังมีน้อยค่ะ”
สถานการณ์ของเธอตอนนี้สรุปได้ด้วยคำเดียวคือ จน!
หลินเฉียงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองสัญญาแล้วรู้สึกว่าเคยเห็นลายเซ็นนี้ที่ไหนมาก่อน
หลังจากที่ได้รายการที่เกาเจิ้นไห่เขียนมา หลี่เหยาหลินก็ออกไปก่อน
หลินเฉียงค้นหาชื่อบริษัท “บริษัทพัฒนาการท่องเที่ยววันหยุดเทพสมุทร” ตามที่ประทับบนสัญญาทางอินเทอร์เน็ต และก็ต้องตกใจ
ให้ตายเถอะ! ประธานบริษัท (เจ้าของเกาะ) นี้ชื่อหลี่เหยาหลิน!
ชื่อและนามสกุลเหมือนกันเลยหรือเปล่า?
เพราะหลี่เหยาหลินที่พวกเขารู้จักเป็นแค่นักเรียนที่ดูยังไม่เข้าสู่วัยทำงานเลย
หน้าตาอ่อนเยาว์แบบนี้ ใครจะเชื่อว่าเป็นเจ้าของบริษัท?
“เจิ้นไห่ นายรู้ไหมว่าเจ้าของเกาะชื่ออะไร?”
เกาเจิ้นไห่ส่ายหัว “ไม่รู้ ถามทำไม?”
หลินเฉียงถึงกับพูดไม่ออก “ไม่รู้ว่าเจ้าของเกาะชื่ออะไรแล้วนายมาสัมภาษณ์ได้ยังไง?”
เกาเจิ้นไห่กลับรู้สึกว่าเขาแปลก “งานนี้คนรู้จักแนะนำมา เขาบอกว่าเงินเดือนสูงและมีโอกาสก้าวหน้ามาก ให้ผมมาลองดู ผมก็เลยมา เจ้าของเกาะเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ ปกติก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันหรอก ผมต้องรู้ชื่อเขาด้วยเหรอ? อีกอย่าง นายเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าของเกาะชื่ออะไรไม่ใช่เหรอ?”
หลินเฉียง: “…”
เขาลืมไปเเลยว่าเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลแบบนี้แตกต่างจากเมืองใหญ่ คนส่วนใหญ่หางานทำผ่านคนรู้จัก ไม่ได้มีขั้นตอนการสัมภาษณ์ที่ซับซ้อนเหมือนในเมืองใหญ่หรือบริษัทใหญ่ ที่ต้องถามก่อนว่าทำไมถึงอยากมาสัมภาษณ์งานนี้
นักกู้ภัยอย่างเกาเจิ้นไห่ที่เคยทำงานที่สวนสาธารณะหยูไห่มาก่อน มีความมั่นใจมากพอที่จะคิดว่าตัวเองจะผ่านการสัมภาษณ์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดที่จะไปค้นคว้าข้อมูลบริษัท
ส่วนเขา ก่อนที่เกาเจิ้นไห่จะเรียกมา เขาก็ได้ลองหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตดูบ้าง แต่เนื่องจากข้อมูลมีน้อยมาก และด้วยความเชื่อใจในเพื่อน เขาจึงไม่ได้ค้นคว้าข้อมูลเบื้องลึกของบริษัทต่อ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น!
เขาพูด “เจ้าของเกาะชื่อหลี่เหยาหลิน”
เกาเจิ้นไห่พยักหน้า “ชื่อคุ้น ๆ นะ”
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงตอนที่เจอหลี่เหยาหลินครั้งแรกที่เธอแนะนำตัวเองว่า “ฉันชื่อหลี่เหยาหลิน หลี่ที่แปลว่าไม้, เหยาที่มาจากเหยาฉือ, และหลินที่มาจากป่า พวกคุณเรียกฉันว่าคุณหลี่ก็ได้”
เกาเจิ้นไห่: “…”
บ้าจริง! ผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้านายของพวกเขางั้นเหรอ?!
หรือว่าเป็นลูกสาวเศรษฐีที่ออกมาเริ่มต้นธุรกิจเอง?
หลังจากที่ตกใจแล้ว พวกเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว และเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอย่างเงียบ ๆ แม้กระทั่งตอนที่นั่งเรือข้ามฟากไปเจอเหล่าตู้คนคุ้นเคย พวกเขาก็ไม่ได้อยากจะเปิดเผยเรื่องนี้เลย
หลี่เหยาหลินไม่รู้ว่าพนักงานใหม่สองคนของเธอคิดอะไรกันอยู่ เธอสั่งซื้ออุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำสองชุดตามรายการที่เกาเจิ้นไห่เขียนมา และนำไปเก็บไว้ในห้องพักรับรองบนเกาะ
หลังจากที่ทีมทำความสะอาดใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ 168 ชั่วโมงในการทำความสะอาด ภารกิจก็เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ และระบบก็ตัดเงินแปดหมื่นกว่าหยวนจากบัญชีของหลี่เหยาหลินโดยอัตโนมัติเพื่อจ่ายเป็นค่าจ้าง
เมื่อมองดูเงินฝากที่ลดลงเรื่อย ๆ หลี่เหยาหลินก็ตัดสินใจที่จะรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่าย