- หน้าแรก
- จับฉลากได้มาบริหารเกาะ
- บทที่ 13
บทที่ 13
บทที่ 13
ตอนที่หลี่เหยาหลินมาหา เธอยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่างานที่เธอทำจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนมากนัก ทำให้เธอไม่ค่อยได้พูดคุยเรื่องงานกับเพื่อนร่วมชั้นเท่าไหร่ แต่เธอก็ติดตามข่าวสารในกลุ่มชั้นเรียนอยู่เสมอ และรู้ว่าบริษัทฝึกงานของหลี่เหยาหลินล้มละลาย และยังค้างค่าจ้างอีกด้วย
หลี่เหยาหลินไม่ได้พูดคุยในกลุ่มชั้นเรียนมาเกือบสองเดือนแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องราวของเธอ แล้วทำไมจู่ ๆ เธอถึงมาหาเธอ?
เมื่อกดเข้าไปดูในช่องแชตส่วนตัว เธอก็พบว่าหลี่เหยาหลินถามคำถามแปลก ๆ
หลี่เหยาหลิน: “ฉีถง รับงานโปรโมตเชิงพาณิชย์ไหม?”
ส่งข้อความเมื่อสามสิบนาทีก่อน
หลินฉีถงตอบกลับไปว่า “โปรโมตเชิงพาณิชย์อะไรเหรอ?”
หลังจากคิดได้ เธอก็พิมพ์เพิ่มไปว่า “แล้วบริษัทที่เธอฝึกงานก่อนหน้านี้ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”
หลี่เหยาหลินคงกำลังยุ่งอยู่จึงยังไม่ตอบกลับในทันที เธอจึงกดสั่งอาหารจากแอปส่งอาหารแล้ววางโทรศัพท์เพื่อไปล้างหน้า
สิบกว่านาทีต่อมา เธอกลับมาพร้อมกับมาส์กที่หน้า หลี่เหยาหลินตอบกลับมาว่า “เฮ้อ เจ้านายใจร้ายหนีไปต่างประเทศแล้ว ค่าจ้างก็เรียกคืนไม่ได้ อย่าไปพูดถึงเลยดีกว่า ฉันจำได้ว่าเธอถ่ายวิดีโอโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวด้วยใช่ไหม? ฉันมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่อยากจะจ้างคนมาช่วยโปรโมต อยากรู้ว่าเธอสนใจไหม”
แน่นอนว่าหลินฉีถงสนใจ หลังจากที่เธอเลิกกับบริษัทเอเจนซี ยอดการรับชมก็ลดลงมาก จึงได้รับงานโปรโมตเชิงพาณิชย์เป็นบางครั้งเท่านั้น ตอนนี้มีงานโปรโมตเชิงพาณิชย์เข้ามาหาเธอเอง แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย ทั้งได้เงินและได้เที่ยว เธอจึงต้องคว้าโอกาสนี้ไว้
หลี่เหยาหลินส่งรูปภาพ, วิดีโอสั้น และสถานที่ตั้งไปให้หลินฉีถง แล้วพูดว่า “ฉันอยากให้เธอช่วยโปรโมตที่นี่ให้หน่อย แน่นอนว่าเธอต้องมาด้วยตัวเองนะ ค่าเดินทางเบิกได้”
“ทำไมเธอถึงไปอยู่ที่เมืองโหยวซื่อล่ะ?” หลินฉีถงแปลกใจเล็กน้อย เมืองโหยวซื่ออยู่ห่างจากเมืองหยางซื่อสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร และอยู่ห่างจากบ้านเกิดของหลี่เหยาหลินยิ่งกว่านั้น เธอถึงกับสงสัยว่าหลี่เหยาหลินถูกหลอกไปอยู่ที่เมืองโหยวซื่อหรือเปล่า
“ฉันมาทำงานที่นี่” หลี่เหยาหลินตอบอย่างกำกวม
หลินฉีถงเห็นว่าเธอไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มากนักก็เลยหยุดถาม และเริ่มพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการโปรโมตกับเธออย่างจริงจัง
ตอนนี้บัญชีโซเชียลของเธอมีแฟนคลับอยู่สองแสนห้าหมื่นคน โดยมีแฟนคลับที่ติดตามจริงจังอยู่หลายหมื่นคน ค่าโฆษณาหนึ่งโพสต์ก็สี่พันห้าร้อยหยวน ส่วนเรื่องประสิทธิภาพของโฆษณา วิดีโอของเธอมียอดเข้าชมตั้งแต่สองแสนถึงห้าแสนครั้ง ซึ่งจะทำได้ตามที่หลี่เหยาหลินคาดหวังไว้หรือไม่ เธอก็ต้องไปคิดเอาเอง
การโปรโมตเชิงพาณิชย์ของหลินฉีถงส่วนใหญ่จะทำในเมืองหยางซื่อ ดังนั้นกลุ่มแฟนคลับส่วนใหญ่จึงอยู่ในเมืองหยางซื่อเช่นกัน ตอนนี้เกาะสิงโจวยังไม่ได้พัฒนาโครงการที่น่าสนใจอะไรมากมาย จึงยากที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากเมืองหยางซื่อได้
แต่หลี่เหยาหลินสามารถเกาะกระแสความนิยมของสวนสาธารณะหยูไห่ได้!
ในช่วงวันหยุดเดือนพฤษภาคม สวนสาธารณะหยูไห่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมถึงสามแสนหกหมื่นสามพันแปดร้อยคน เฉลี่ยวันละเจ็ดหมื่นสามพันคน
ถึงเวลานั้นเธอจะให้หลินฉีถงปักหมุดที่เมืองโหยวซื่อ แล้วโปรโมตในพื้นที่ ให้ทุกคนรู้ว่าวิวทะเลของเมืองโหยวซื่อไม่ได้มีแค่สวนสาธารณะหยูไห่ แต่ยังมีเกาะสิงโจวด้วย
“บริษัทมีสองข้อเสนอ ข้อแรก ค่าโปรโมตสี่พันหยวน รวมค่าเดินทางไป-กลับ, ค่าเรือข้ามฟาก, ค่าที่พักและอาหาร ข้อที่สอง ค่าโปรโมตห้าพันหยวน แต่ค่าเดินทางและค่าที่พักและอาหารต้องออกเอง”
แน่นอนว่าหลินฉีถงเลือกข้อเสนอที่สอง แต่ทั้งสองข้อเสนอต่างกันหนึ่งพันหยวนเลยเหรอ ค่าเดินทาง ที่พักและอาหารที่นั่นแพงขนาดนั้นเลยเหรอ?
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เธอตอบกลับหลี่เหยาหลิน เธอเลือกข้อเสนอแรก
เธอเชื่อว่าเพื่อนร่วมชั้นเก่าของเธอจะไม่หลอกเธอ
หลี่เหยาหลินส่งสติกเกอร์โอเคให้เธอ แล้วนัดหมายวันเวลาที่จะไป
เมื่อมีเวลาเหลือ หลี่เหยาหลินก็เลยนั่งแท็กซี่ไปที่สวนสาธารณะหยูไห่เพื่อหาประสบการณ์
สวนสาธารณะหยูไห่เมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นสัมปทานของเอกชน ไม่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมบันเทิงใด ๆ เลย แต่กลับเก็บค่าเข้ายี่สิบหยวน ดังนั้นจึงมีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ต่อมา รัฐบาลได้ประกาศเอกสารที่ชื่อว่า “แผนพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเล” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเป็นทางการ
รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและพัฒนาสวนสาธารณะหยูไห่เป็นอย่างมาก และค่อย ๆ ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้สมบูรณ์ขึ้น พร้อมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้านความบันเทิงมากมายให้เข้ามา และยังเปิดให้เข้าฟรี ทำให้ที่นี่คึกคักขึ้นทุกวัน
คนท้องถิ่นชอบที่จะขับรถมาเดินเล่นที่นี่ในช่วงเย็นที่อากาศไม่ร้อนมาก หรือพาลูกเล็กเด็กแดงมาเล่นทรายบนชายหาด หรือคู่รักก็นัดหมายมาเดินเล่นจับมือกันบนทางเดินเล็ก ๆ ใต้ต้นมะพร้าว
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้น ลมทะเลที่เค็มจัดพัดมาพร้อมกับคลื่นลูกใหญ่ ราวกับจะพัดทุกอย่างให้หายไป ผมยาวของหลี่เหยาหลินจึงยุ่งเหยิงไปหมด
ผมที่พันกันเป็นกระจุกหลายแห่งทำให้หลี่เหยาหลินต้องจัดเรียงปลายผมให้เรียบร้อยแล้วมัดเป็นมวย
หลี่เหยาหลินถอดรองเท้า แล้ววิ่งเท้าเปล่าไปที่ชายทะเลเพื่อเล่นน้ำพักหนึ่ง จู่ ๆ เธอก็พบว่าน้ำทะเลที่สวนสาธารณะหยูไห่ค่อนข้างขุ่น เมื่อคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง จะมีฟองลอยอยู่บนผิวน้ำ แม้ว่าน้ำทะเลจะซึมลงไปในทรายแล้ว ฟองเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ จนกระทั่งผ่านไปนานจึงจะหายไปเอง
จริง ๆ แล้วไม่เพียงแค่สวนสาธารณะหยูไห่เท่านั้น น้ำทะเลที่ท่าเรือเป่าเหรินก็ขุ่นมากเช่นกัน แม้ว่าอากาศจะดี แต่เมื่อมองไปยังทะเลไกล ๆ ก็จะไม่ได้เห็นเป็นสีคราม สีของทรายบริเวณน้ำตื้นก็ค่อนข้างคล้ำ ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากคุณภาพน้ำของอีกชายหาดที่ยังไม่ได้พัฒนาของสวนสาธารณะหยูไห่
เมื่อเทียบกับสองที่นี้ หลี่เหยาหลินมั่นใจอย่างยิ่งว่าชายหาดทรายขาวระดับ 1 ของเธอสวยงามและสะอาดกว่ามาก
น่าเสียดายที่การเดินทางไปเกาะสิงโจวเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ
ตอนเย็น หลี่เหยาหลินเปิดแอปเพื่อตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของเกาะอีกครั้ง
[ลานตกปลาทะเล (ระดับ 1)]
ค่าความนิยม: 42/100
ดัชนีมลพิษ: 40 (มลพิษระดับ 4)
ต้นทุนการดำเนินงาน: 1,000 หยวน/วัน
[ชายหาดทรายขาว (ระดับ 1)]
ค่าความนิยม: 37/100
ดัชนีมลพิษ: 40 (มลพิษระดับ 4)
ต้นทุนการดำเนินงาน: 2,000 หยวน/วัน
[ภารกิจ: ภายในหนึ่งเดือน มีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 300 คน (55/300)
เมื่อทำภารกิจสำเร็จจะได้รับเงินสด 3,000,000 หยวน และรางวัลแบบสุ่ม]
หืม สองวันนี้มีนักท่องเที่ยว 55 คนแล้วเหรอ?
จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงสองวันนี้มีเพียงห้าสิบห้าคน แต่ค่าความนิยมรวมของสองสถานที่ท่องเที่ยวกลับสูงถึง 79 หลี่เหยาหลินเชื่อว่านักท่องเที่ยวบางส่วนต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งหมายความว่านักท่องเที่ยวที่ไปตกปลาก็ได้ไปเล่นที่ชายหาดทรายขาวด้วย แต่ค่าความนิยมถูกคำนวณแยกกัน
แต่ยังไงนักท่องเที่ยวที่ไปตกปลาก็ต้องผ่านชายหาดทรายขาว แต่ค่าความนิยมของชายหาดทรายขาวกลับต่ำกว่าลานตกปลาทะเล ดังนั้นหลี่เหยาหลินจึงเดาว่าการคำนวณค่าความนิยมนั้นเกี่ยวข้องกับระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวใช้ในสถานที่นั้น ๆ
จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าหากนักท่องเที่ยวคนหนึ่งไปอยู่ที่ลานตกปลาทะเลเป็นเวลาที่นานพอ จากนั้นไปที่ชายหาดทรายขาวเป็นเวลาที่นานพอ และกลับมาที่ลานตกปลาทะเลอีกครั้ง แบบนี้จะนับเป็นค่าความนิยมสองจุด หรือสามจุด?