- หน้าแรก
- จับฉลากได้มาบริหารเกาะ
- บทที่ 8
บทที่ 8
บทที่ 8
หลี่เหยาหลินตาเป็นประกาย
ตอนนี้สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคือการไม่เข้าใจขั้นตอนของเอกสารต่าง ๆ และไม่มีใครคอยวิ่งเต้นให้เลย ถ้าหากนางเงือกน้อยสามารถทำแทนได้ ก็จะช่วยให้เธอไม่ต้องไปเดินเรื่องกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ!
ที่แท้นางเงือกน้อยก็มีหน้าที่นี้ด้วย
พอคิดแบบนี้แล้ว ค่าจ้างรายชั่วโมง 100 หยวนก็ดูไม่สูงเกินไปแล้ว
วิธีการพัฒนาโครงการนั้นจะซับซ้อนกว่าเล็กน้อย อันดับแรก เธอต้องกำหนดพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้บนแผนที่เกาะในแอป และต้องมั่นใจว่าการแบ่งพื้นที่มีความเหมาะสม ไม่เช่นนั้นหากโครงการที่วางแผนไว้กินพื้นที่มากเกินไป ในอนาคตเมื่อต้องการพัฒนาโครงการอื่นก็จะไม่มีพื้นที่ว่าง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจ
แม้ว่าเมื่อครู่หลี่เหยาหลินจะยังคิดเรื่องการเปิดฐานดำน้ำอยู่ แต่สำหรับโครงการแรกนี้ เธอกลับเลือกการตกปลาทะเลแทน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณสมบัติและเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการเปิดฐานดำน้ำเลย สิ่งที่สำคัญกว่าคือต้นทุนอุปกรณ์และการดำเนินงาน เงินหนึ่งล้านหยวนนี้แค่รักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่บนเกาะก็แทบไม่พอแล้ว ไม่มีเงินทุนส่วนเกินเหลือพอที่จะพัฒนาโครงการดำน้ำเลย
แต่โครงการตกปลาทะเลนั้นแตกต่างออกไป เพราะมีต้นทุนในการพัฒนาต่ำ เนื่องจากอุปกรณ์ตกปลาของนักตกปลาพวกเขาก็เอามาเอง
อีกอย่างก็คือ สำหรับโครงการแรก เอาแค่พอรับมือกับแอปไปก่อนก็ได้ ได้รางวัลมาค่อยว่ากันอีกที!
ทางตอนใต้ของเกาะมีกลุ่มแนวปะการัง ตามที่แอปแสดงไว้ มีปลาชุกชุมกว่า และยังอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ ดังนั้นหลี่เหยาหลินจึงกำหนดพื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่สำหรับตกปลา
[ต้องการใช้เงินหนึ่งแสนหยวนเพื่อสร้างลานตกปลาทะเลระดับ 1 หรือไม่?]
หลี่เหยาหลิน: “…”
ทำไมการสร้างลานตกปลาทะเลถึงต้องใช้เงินด้วย?!
เธอได้ลองเปิดฐานดำน้ำดูแล้ว ผลปรากฏว่าการพัฒนาฐานดำน้ำระดับ 1 ต้องใช้เงินถึงห้าแสนแปดหมื่นหยวน
หลี่เหยาหลินจึงเลือกที่จะสร้างลานตกปลาทะเลเงียบ ๆ
หลังจากยืนยันการเริ่มโครงการแล้ว อินเทอร์เฟซของแอปก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ทันที โดยทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมีไอคอน [ลานตกปลาทะเล] (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) ปรากฏขึ้น
[ลานตกปลาทะเล (ระดับ 1)] (อยู่ระหว่างการก่อสร้าง)
ค่าความนิยม: 3/100
ดัชนีมลพิษ: 59 (มลพิษระดับ 6)
ต้นทุนการดำเนินงาน: 1,000 หยวน/วัน
หลี่เหยาหลิน: “…”
เรื่องอื่นยังไม่ว่ากัน แต่ต้นทุนการดำเนินงานวันละหนึ่งพันหยวนนี่มันมาจากไหน?
เมื่อดัชนีมลพิษลดลง 1 จุดต่อนาที จาก 59 เหลือ 58 และลดลงเหลือ 57 เธอจึงเข้าใจว่าต้นทุนการดำเนินงานนี้ใช้ไปกับอะไร ที่แท้มันถูกใช้เพื่อการจัดการมลพิษนี่เอง
การพัฒนาโครงการย่อมนำมาซึ่งปัญหามลพิษทางทะเลอยู่แล้ว อย่าคิดว่าการตกปลาใช้แค่เบ็ดตกปลาเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อเหยื่อถูกโยนลงไปในทะเล มลพิษก็เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว
เธอย้ำเตือนตัวเองว่า: “ดูเหมือนว่าไม่เพียงแต่ขยะบนเกาะเท่านั้นที่ต้องจัดการ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในทะเลก็ไม่ควรละเลยเช่นกัน”
ส่วนเรื่องค่าความนิยม เธอเหลือบไปมองนักตกปลาสามคนที่กำลังตกปลาบนแนวปะการัง และคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับจำนวนนักตกปลา -- อาจเป็นไปได้ว่ายิ่งคนมามากเท่าไหร่ ค่าความนิยมก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
แต่ค่าความนิยมมีประโยชน์อะไร ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในตอนนี้
นางเงือกน้อยเตือนเธอว่า “ท่านเจ้าของเกาะมีรางวัลหนึ่งชิ้น จะรับหรือไม่?”
“รับ”
หลี่เหยาหลินได้รับบัตรส่วนลดมาหนึ่งใบ นับจากนี้ไปไม่ว่าเธอจะพัฒนาโครงการหรือสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะได้รับส่วนลด 20%
หลี่เหยาหลินถาม “จำกัดแค่การพัฒนาและก่อสร้างโครงการเหรอ? ค่าที่พักโรงแรมของฉันเบิกได้ไหม แล้วค่าตั๋วเรือด้วย แม้ว่าตั๋วจะลดราคาสำหรับนักเรียน แต่ก็ตั้งสามสิบหยวนนะ!”
นางเงือกน้อย: “…”
ท่านเป็นเจ้าของเกาะเองแล้วยังจะไปเบิกจากใครได้อีก?!
หลี่เหยาหลิน: “โอ้!”
จิตวิญญาณคนทำงานในฐานะลูกจ้าง ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันทีทันใด
วันนี้เธอทำภารกิจสำเร็จไปสองอย่าง ในที่สุดหลี่เหยาหลินก็ไม่ได้มาเสียเที่ยว เธอมองดูข้อมูลในแอป:
[เกาะ] เกาะสิงโจว
[เจ้าของเกาะ] หลี่เหยาหลิน+
[พื้นที่] 2.9 ตารางกิโลเมตร (290 เฮกตาร์: พื้นที่เกาะ 220 เฮกตาร์/พื้นที่ทะเล 70 เฮกตาร์)
[ความคืบหน้าการพัฒนา] โครงสร้างพื้นฐาน+2% (อ่างเก็บน้ำ 1 แห่ง, ห้องน้ำสาธารณะ 1 ห้อง, ท่าเรือชั่วคราว, ประตูทางเข้า)
สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิง+1% (ลานตกปลาทะเลระดับ 1)
[ระดับการบริหาร] ระดับ 1+
[การประเมิน] ไม่มี
[ความพึงพอใจของเทพสมุทร] 2
นอกจากเครื่องหมาย “+” ที่อยู่หลังชื่อเจ้าของเกาะแล้ว หลังระดับการบริหารก็มีเครื่องหมายบวกปรากฏขึ้นเช่นกัน
หลี่เหยาหลินกดเข้าไปดูและพบว่าเกณฑ์สำหรับระดับการบริหารก็คือค่าความนิยมรวมของแต่ละโครงการ ค่าความนิยมที่ต้องการสำหรับระดับ 1 อยู่ในช่วง 1 ถึง 1,000
ตอนนี้ลานตกปลาทะเลมีค่าความนิยม 3 จุด แต่ยังห่างไกลจากระดับ 2 มาก
หลี่เหยาหลินพบจุดบอดอีกอย่างหนึ่ง: “หมายความว่า เฉพาะค่าความนิยมของโครงการที่สร้างขึ้นเท่านั้นที่จะถูกนับรวม ส่วนคนที่มาตั้งแคมป์จะไม่ถูกนำไปคำนวณใช่ไหม?”
นางเงือกน้อย: “ถูกต้อง!”
“แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวล่ะ?”
นางเงือกน้อย: “นับจากจำนวนคนที่ขึ้นเกาะอย่างถูกกฎหมายเป็นหลัก”
หลี่เหยาหลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะคนที่ขึ้นเกาะมาเพื่อตกปลามีจำนวนน้อย หากต้องคำนวณจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาที่ลานตกปลาทะเลเพียงอย่างเดียว ภารกิจที่สามที่ต้องมีนักท่องเที่ยว 300 คนคงดูห่างไกลสุดกู่เป็นแน่
แต่เธอจะดึงดูดนักท่องเที่ยว 300 คนให้มาเที่ยวภายในหนึ่งเดือนได้อย่างไร?
วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดย่อมเป็นการโฆษณา แต่การโฆษณาก็ต้องมีจุดขายด้วย ตอนนี้เธอมีแค่ลานตกปลาทะเลเพียงอย่างเดียว จุดขายก็ยังน้อยเกินไปหน่อย
หลี่เหยาหลินมองดูเงินที่เหลืออยู่ และตัดสินใจที่จะอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ด้วย อ่างเก็บน้ำมีน้ำพอใช้แล้ว แต่ห้องน้ำสาธารณะสามารถอัปเกรดได้ และยังสามารถสร้างถนนจากท่าเรือไปที่ลานตกปลาทะเลได้อีกด้วย
ชายหาดก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ แต่เป็นชายหาดทรายสีเหลือง ถึงแม้ว่าน้ำจะใส แต่ก็ดูไม่สวยงามเท่าไหร่ ถ้าอย่างนั้นก็พัฒนาให้เป็นชายหาดทรายขาวเลยแล้วกัน!
หลี่เหยาหลินจัดการวางแผนทั้งหมดจนกระทั่งเรือข้ามฟากเที่ยวสุดท้ายกำลังจะออก เธอใช้บัตรส่วนลดแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายรวมก็ยังสูงถึงห้าแสนห้าหมื่นหยวน
เงินทุนที่เหลืออยู่จึงลดลงเหลือไม่ถึงสามแสนหยวน หลังจากหักส่วนหนึ่งไว้สำหรับจ่ายค่าจ้างทีมทำความสะอาด และต้นทุนการดำเนินงานของสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงการต่าง ๆ แล้ว เงินที่เธอสามารถใช้ได้ก็เหลือเพียงประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนเท่านั้น
หลี่เหยาหลิน: “…”
เงินสดหนึ่งล้านหยวนที่เพิ่งได้มายังไม่ทันจะอุ่นเลย ก็ใกล้จะหมดแล้ว การพัฒนาเกาะนี่มันช่างเผาเงินจริง ๆ!
ลูกเรือเห็นเธอห่อเหี่ยวก็หัวเราะแล้วถาม “เป็นยังไงบ้างครับ ตัดสินใจมาตั้งแคมป์ที่นี่หรือยัง?”
หลี่เหยาหลินส่ายหน้าแล้วถามเขาว่า “เรือข้ามฟากมีแพ็กเกจรายเดือนไหมคะ?”
ลูกเรืองง “แพ็กเกจรายเดือนคืออะไรครับ?”
“ก็คือสามารถนั่งเรือข้ามฟากได้ไม่จำกัดครั้งภายในหนึ่งเดือนค่ะ”
ลูกเรือตอบว่า “ไม่มีครับ”
หลี่เหยาหลินถอนหายใจ
ลูกเรือถาม “พวกคุณตั้งแคมป์ต้องมาทุกวันเลยเหรอครับ?”
หลี่เหยาหลินยอมรับ “ขอโทษค่ะ ที่จริงฉันไม่ได้มาตั้งแคมป์หรอกค่ะ ฉันกำลังจะมาทำงานที่นี่เร็ว ๆ นี้ เพราะว่าไม่คุ้นเคยกับสถานที่ก็เลยใช้เรื่องตั้งแคมป์เป็นข้ออ้างค่ะ”