- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 12 ต้าอวี่เชิญพบ มุ่งหน้าสู่เมืองหลักบุรุษ!
ตอนที่ 12 ต้าอวี่เชิญพบ มุ่งหน้าสู่เมืองหลักบุรุษ!
ตอนที่ 12 ต้าอวี่เชิญพบ มุ่งหน้าสู่เมืองหลักบุรุษ!
ตอนที่ 12 ต้าอวี่เชิญพบ มุ่งหน้าสู่เมืองหลักบุรุษ!
“ขอบคุณสหายเต๋าที่ช่วยคุ้มกัน”
หยางเซวียนผลักประตูออกมา พลันเห็นชายหนุ่มชุดครามนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าประตูจึงประสานมือคารวะให้
ตอนที่ชายหนุ่มผู้นั้นมาถึง เจ้าตัวไม่ได้เก็บงำปราณของตนเอง หยางเซวียนจึงรับรู้ถึงการมาของคนผู้นี้มานานแล้ว หลังจากที่เห็นชายหนุ่มผู้นี้จึงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ สำหรับที่มาของชายหนุ่มผู้นี้ หยางเซวียนพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด ชายหนุ่มผู้นี้น่าจะเป็นทูตของผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่ามนุษย์ผู้นั้น
“สหายเต๋าอย่าได้ทำเช่นนี้เป็นอันขาด!”
ชายหนุ่มผู้นั้นรีบโบกมือไปมา พลางขยับไปด้านข้างหนึ่งก้าว ไม่ยอมรับการคารวะของหยางเซวียน
บัดนี้หยางเซวียนมีกุศลแห่งวิถีมนุษย์ติดตัว ได้รับการคุ้มครองจากชะตาแห่งวิถีมนุษย์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีชื่อเสียงเป็นถึงมหาปราชญ์
ต่อให้ชายหนุ่มผู้นี้จะมีพลังบำเพ็ญถึงขั้นเร้นลับเซียนสมบูรณ์และมีที่มาไม่ธรรมดา ก็ยังไม่เต็มใจรับการคารวะของหยางเซวียนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกครหา
ชายหนุ่มผู้นี้มีปฏิกิริยาใหญ่โตถึงเพียงนี้ หยางเซวียนอดที่จะชะงักไปเล็กน้อยไม่ได้ เผยสีหน้างุนงงออกมา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรมาก พลันได้ยินชายหนุ่มผู้นั้นบอกจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้
“ข้าคือถูซานชิงอวิ๋น รับบัญชาจากจักรพรรดิอวี่มาที่นี่ เพื่อเชิญท่านเซียนผู้สูงส่งไปยังเมืองหลักบุรุษเพื่อเสวนากัน ไม่ทราบว่าท่านเซียนผู้สูงส่งจะสะดวกเมื่อใด”
“จักรพรรดิอวี่?!”
หลังได้ฟังคำพูดของถูซานชิงอวิ๋นจบ หยางเซวียนพลันตกใจอย่างยิ่ง ไม่สนใจปฏิกิริยาที่ผิดปกติของอีกฝ่ายอีกต่อไป
เมื่อนำคำว่าจักรพรรดิอวี่และเมืองหลักบุรุษมาเชื่อมโยงกัน ตัวตนของจักรพรรดิอวี่ผู้นี้ย่อมชัดเจนในตัวเอง
เมืองหลวงของต้าเซี่ยคือเมืองหลักบุรุษ ผู้ที่กล้าเรียกตนเองว่าจักรพรรดิในเมืองหลักบุรุษมีเพียงคนเดียว นั่นคือจักรพรรดิมนุษย์องค์ปัจจุบัน ผู้ที่เพิ่งจัดการอุทกภัยสำเร็จและได้กวาดล้างเก้าดินแดนของเผ่ามนุษย์ไปรอบหนึ่ง บุคคลผู้เก่งกาจอย่าง ‘ต้าอวี่’!
ใครก็ได้บอกข้าทีว่าสองหมื่นกว่าปีที่ผ่านมานี้มันเกิดอะไรขึ้น ข้าเพิ่งจะออกจากด่าน ทำไมจักรพรรดิมนุษย์ต้าอวี่ถึงอยากจะพบข้า
อีกอย่าง ดูจากท่าทีของถูซานชิงอวิ๋นแล้ว เหมือนจะมาถึงหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ได้หลายวันแล้ว
ต้าอวี่อยากพบข้า ถูซานชิงอวิ๋นยังมารอข้าออกจากด่านอยู่ที่นี่ นี่ต้องเป็นคำสั่งของต้าอวี่แน่ ข้าไปมีหน้ามีตาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ขอร้องละ ใครก็ได้มาอธิบายทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รอคำตอบออนไลน์อยู่ ด่วนมาก!
หยางเซวียนถึงกับมึนงงไปหมด เขารู้ว่าการสร้างตลาด ถ่ายทอดวิธีการสร้างเหรียญบารมีธรรมและท่ออัคคีระเบิดของตน จะทำให้ได้รับชื่อเสียงไม่น้อยในเผ่ามนุษย์ และยังคิดด้วยว่าจะสามารถใช้โอกาสนี้ได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์
แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาเป็นเพียงคนที่ให้ผู้ใหญ่บ้านสร้างตลาดแห่งแรกของเผ่ามนุษย์ขึ้นเมื่อสองหมื่นกว่าปีก่อน ผลลัพธ์คือเพียงเวลาสองหมื่นกว่าปี เขาไม่เพียงแต่ได้รับกุศลแห่งวิถีมนุษย์ ได้รับการคุ้มครองจากชะตาแห่งเผ่ามนุษย์ แต่ยังได้รับการเรียกเข้าเฝ้าจากจักรพรรดิมนุษย์อีกด้วย
ระยะห่างของเรื่องราวมันจะกว้างไป ‘นิด’ หน่อยหรือไม่
“จักรพรรดิมนุษย์ทรงเชิญ นับเป็นเกียรติของนักพรตเช่นข้า จะให้ฝ่าบาททรงรอนานได้อย่างไร พวกเราออกเดินทางกันตอนนี้เลยเถิด!”
ช่วงเวลาหลายสิบล้านปีที่ข้ามมิติมาเป็นกระถางสมบัติทำให้สภาพจิตใจของหยางเซวียนสงบนิ่งเป็นพิเศษ แม้จะตกตะลึงกับเรื่องที่ต้าอวี่เชิญพบ แต่เขายังคงปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว บนสีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติใดใด
ถูซานชิงอวิ๋นเห็นท่าทีไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศสรรเสริญของหยางเซวียน ในใจยิ่งเพิ่มความเลื่อมใส
สมแล้วที่เป็นคนที่แม้แต่จักรพรรดิอวี่ยังต้องชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรือสภาพจิตใจเช่นนี้ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเทียบได้
จากนั้นถูซานชิงอวิ๋นจึงเหินลำแสงขึ้น ใช้พลังอิทธิฤทธิ์เหาะเหิน เดินทางนับหมื่นลี้ในพริบตา พาหยางเซวียนออกจากหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์
กว่าร้อยปีให้หลัง เบื้องหน้าของหยางเซวียนปรากฏนครที่เรียบง่ายทว่าสูงตระหง่านแห่งหนึ่ง
กำแพงเมืองของนครแห่งนี้สูงหลายร้อยจั้ง ทั่วทั้งกำแพงก่อขึ้นจากหินยักษ์ทีละก้อนทีละก้อน บนหินยักษ์ทุกก้อน ล้วนสลักอักขระค่ายกลที่ซับซ้อน ประกอบขึ้นเป็นค่ายกลขนาดมหึมา ข่มขวัญสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ แม้แต่เซียนทองคำไท่อี่ยังยากที่จะทำลายค่ายกลพิทักษ์นครแห่งนี้ได้
นครที่สูงตระหง่านแห่งนี้คือเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าเซี่ย ‘เมืองหลักบุรุษ!’
ในช่วงเวลากว่าร้อยปีที่เดินทางมาเมืองหลักบุรุษ ในที่สุดหยางเซวียนก็เข้าใจถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด
เป็นดังที่เขาคิดไว้จริงๆ มีผู้แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์มาถึงเขตแดนหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์และได้ค้นพบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากระบบตลาด จึงได้ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญต่อการส่งเสริมตลาด เพียงแต่เขาประเมินตัวตนของผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่ามนุษย์ผู้นี้ต่ำเกินไป
คนผู้นี้มีนามว่าโป๋อี้ เป็นผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงที่ช่วยเหลือต้าอวี่ในการจัดการอุทกภัย!
หลังจากจัดการอุทกภัยสำเร็จ ได้รับการเสริมส่งจากกุศลแห่งวิถีมนุษย์และชะตาของเผ่ามนุษย์ พลังบำเพ็ญยิ่งทะลวงรวดเดียวจนถึงระดับเซียนทองคำไท่อี่
เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดของต้าเซี่ย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นคนสนิทของจักรพรรดิมนุษย์ต้าอวี่ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในนามมหาปราชญ์แห่งเผ่ามนุษย์
เมื่อได้เขาเป็นผู้เสนอแนะและส่งเสริมด้วยตนเอง ความเร็วในการขยายตัวของตลาดในเผ่ามนุษย์ย่อมไม่ใช่สิ่งที่พวกผู้ใหญ่บ้านจะเทียบได้เลย
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แค่สองหมื่นปี ในเขตทบทวีซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์มีเมืองมากกว่าครึ่งที่ได้สร้างตลาดขึ้นแล้ว ทำให้การค้าขายเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
ในสมัยก่อน การค้าขายของเผ่ามนุษย์ล้วนเป็นการแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน ไม่มีมาตรฐานในการวัดมูลค่าของสินค้า บ่อยครั้งที่มีคนเกิดข้อพิพาทกันเพราะเรื่องนี้ แต่หลังจากสร้างตลาด เข้าใจคุณค่าของเหรียญบารมีธรรมและวิธีการหลอมแล้ว เหรียญบารมีธรรมค่อย ๆ กลายเป็นมาตรฐานในการวัดมูลค่าของสินค้า
ปัจจุบันในเมืองเหล่านี้ โดยพื้นฐานแล้วทุกคนเวลาออกจากบ้านจะพกเหรียญบารมีธรรมติดตัวไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรที่ต้องการ สถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของกันเริ่มลดน้อยลงทุกที
แม้ว่าระบบการค้าด้วยเหรียญบารมีธรรมจะเพิ่งก่อตั้งขึ้น แต่ก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเผ่ามนุษย์
ต่อให้ไม่มีการเสนอแนะของโป๋อี้ ด้วยผลงานที่สร้างขึ้นเช่นนี้ ชื่อของหยางเซวียนย่อมต้องปรากฏในสายตาของต้าอวี่ไม่ช้าก็เร็ว
ด้วยเหตุนี้เองต้าอวี่จึงได้ส่งถูซานชิงอวิ๋นไปยังหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์เมื่อสามพันปีก่อน เพื่อเชิญหยางเซวียนมายังเมืองหลักบุรุษ ทั้งยังกำชับเป็นพิเศษว่าหากหยางเซวียนยินยอมให้เชิญเขามายังเมืองหลักบุรุษสักครั้ง หากไม่ยินยอมก็ห้ามบังคับ
ในสายตาของต้าอวี่ หยางเซวียนเป็นปราชญ์ผู้ไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศ มีคุณธรรมสูงส่ง นึกถึงแต่เผ่ามนุษย์เป็นที่ตั้ง อาจจะไม่สนใจอิทธิพลของจักรพรรดิมนุษย์เช่นตนเอง
หากหยางเซวียนสนใจลาภยศชื่อเสียงจริง ๆ เขาสามารถมาที่เมืองหลักบุรุษก่อนแล้วตามหาต้าอวี่เพื่อเสนอวิธีการนี้เพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่มากกว่า
ปัจจุบันสรรพชีวิตในแดนบรรพกาลใครบ้างจะไม่รู้ว่าเผ่ามนุษย์จะเป็นเจ้าพิภพคนต่อไป ขอเพียงมีโอกาส แม้แต่ศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ยังต้องคิดหาวิธีเข้ามากอบโกยผลประโยชน์
สงครามที่ทุ่งประชันชิงชัยระหว่างจักรพรรดิหวงและชือโหยวในอดีตคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด
ในทางกลับกัน หยางเซวียนไม่เพียงแต่ไม่ได้มาตามหาต้าอวี่ แต่ยังไม่ได้ไปหาผู้ปกครองระดับสูงของเผ่ามนุษย์สักคน มิหนำซ้ำยังเข้าถึงระดับล่างสุดของเผ่ามนุษย์ตามลำพัง เริ่มต้นจากหมู่บ้านชายขอบ เพื่อพิสูจน์ว่าการสร้างตลาดและใช้เหรียญบารมีธรรมหมุนเวียนนั้นเป็นไปได้หรือไม่
ไม่เพียงแต่ไม่มีความคิดที่จะเก็บความดีความชอบไว้คนเดียว กลับให้ความรู้สึกว่าขอเพียงสามารถปรับปรุงสถานการณ์ของเผ่ามนุษย์ได้ เขายินดีอย่างยิ่งที่จะมีคนเข้าร่วมมากขึ้นเพื่อเร่งการก่อสร้างตลาดให้เร็วขึ้น
จิตใจเช่นนี้ไม่ใช่การไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศ คิดถึงแต่เผ่ามนุษย์เป็นที่ตั้งหรอกหรือ!
ทว่าต้าอวี่ไม่มีทางคิดออกเลยว่าเหตุที่หยางเซวียนเลือกใช้หมู่บ้านเศียรพยัคฆ์เป็นจุดเริ่มต้นนั้น เป็นเพียงเพราะระดับพลังบำเพ็ญของตนเองต่ำเกินไป ทั้งยังไม่รู้ว่าเมืองหลักบุรุษอยู่ที่ไหน แม้แต่เมืองใหญ่ของเผ่ามนุษย์อยู่ที่ไหนเขายังไม่รู้เลย
เป็นเพียงเพราะไม่รู้จักเส้นทางเท่านั้น จึงเลือกหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ได้สูงส่งอย่างที่ต้าอวี่คิดเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่หยางเซวียนฟังคำอธิบายของถูซานชิงอวิ๋นจบ เขาก็ถึงกับตกอยู่ในอาการงุนงง เขาไม่เคยคิดมาก่อนจริง ๆ ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างราบรื่นถึงเพียงนี้
พูดได้เพียงว่าการมโนไปเองนี่มันร้ายกาจที่สุด!
หลังจากเข้าเมืองหลักบุรุษ หยางเซวียนติดตามถูซานชิงอวิ๋นไปยังพระราชวัง ก่อนได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิมนุษย์องค์ปัจจุบัน...