- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติอันไร้ซึ่งเหตุผล
ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติอันไร้ซึ่งเหตุผล
ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติอันไร้ซึ่งเหตุผล
ตอนที่ 4 เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติอันไร้ซึ่งเหตุผล
ณ ปากทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อเห็นว่าอสูรเสือตนนั้นกำลังจะยัดเด็กเผ่ามนุษย์เข้าปาก หยางเซวียนพลันมีแววตาเย็นเยียบ ตวาดลั่นทันที
"หยุดเสีย!"
ถึงแม้ว่าในชาตินี้เขาจะเป็นสมบัติจิตวิญญาณพรสวรรค์กระถางสมบัติ แต่เขาก็เป็นผู้ข้ามมิติมาจากโลกมนุษย์เช่นกัน
จะให้เขายืนมองเด็กเผ่ามนุษย์ถูกกินไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?
หากว่าอสูรเสือตนนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่ยากจะรับมือ เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง เขาอาจจะเลือกที่จะอดทนไว้ รอจนกว่าในอนาคตจะมีพลังแข็งแกร่งพอค่อยมาล้างแค้นอสูรเสือ
แต่ประเด็นคืออสูรเสือตนนี้เป็นเพียงเซียนเร้นลับ
สำหรับหยางเซวียนแล้ว ขอเพียงไม่ใช่เซียนทองคำ ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ไม่อาจต่อกรด้วย!
ทว่าเห็นได้ชัดว่าอสูรเสือตนนี้ไม่ได้คิดเช่นนั้น
หลังจากที่มันได้ยินคำพูดของหยางเซวียน การเคลื่อนไหวในมือของมันชะงักไปเล็กน้อย มองไปยังทิศทางต้นเสียง และเห็นนักพรตหนุ่มคนหนึ่งในชุดนักพรตสีแดง ราวกับมีบุญบารมีอบอวลอยู่รอบกาย
"เซียนแท้จริงปลาย?"
อสูรเสือเผยสีหน้าดูแคลนออกมา มันคือราชันอสูรระดับเซียนเร้นลับปลาย ซึ่งห่างจากเซียนแท้จริงขั้นปลายถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่เต็ม ๆ
ประกอบกับเผ่าอสูรมีร่างกายที่แข็งแกร่งมาแต่กำเนิด เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรสายร่างกายครึ่งหนึ่ง
ขอบเขตสูงกว่า ร่างกายแข็งแกร่งกว่า เหตุใดจะต้องเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา?
อสูรเสือยิ้มเยาะหยัน เผยให้เห็นเขี้ยวเสือแหลมคมที่มุมปาก ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของหยางเซวียนเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าหนู เนื้อที่เลี้ยงมานานแบบนี้ต้องกินคู่กับความหวาดกลัวและความโกรธแค้นถึงจะอร่อยยิ่งขึ้น!"
ขณะที่พูด อสูรเสือก็จับเด็กเผ่ามนุษย์ในมือ เตรียมจะยัดเข้าปาก
หยางเซวียนมีนิสัยรอบคอบ เมื่อเลือกที่จะลงมือแล้ว ย่อมต้องคิดหามาตรการรับมือที่รัดกุมไว้แล้ว
หากปล่อยให้อสูรเสือกินเด็กคนนี้ไปจริง ๆ แล้วการที่เขาเอ่ยปากห้ามจะมีประโยชน์อะไร?
"เจ้าอสูรเสือจงฟังคำสั่ง นักพรตผู้นี้ต้องการใช้ของสิ่งนี้แลกกับเด็กในมือเจ้า!"
"แลกกับเจ้า..."
การที่อสูรเสือออกจากด่านมายังหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ครั้งนี้ก็เพื่อลิ้มรสเนื้อที่เลี้ยงมาหลายปี มันจะยอมตกลงกับการแลกเปลี่ยนที่หยางเซวียนพูดถึงได้อย่างไร?
เพียงแต่คำพูดของมันยังไม่ทันจบ พลันรู้สึกว่าสัมผัสในมือเปลี่ยนไป น้ำหนักเบาลง
เมื่อหันไปมองก็พบว่าเด็กเผ่ามนุษย์ในมือหายไป กลายเป็นหยดน้ำสีทองคล้ายของเหลวเหนียวหนืดหยดหนึ่ง
อสูรเสือ : ???
เดี๋ยวนะ นี่คือการแลกเปลี่ยนที่เจ้าพูดถึงหรือ? ดูเหมือนข้าจะยังไม่ได้ตกลงเลย นี่มันคือการปล้นกันซึ่งหน้าชัด ๆ!
อสูรเสือถึงกับงงไปเลย มันสามารถบำเพ็ญเพียรมาจนถึงระดับเซียนเร้นลับขั้นปลายได้ก็นับว่าเป็นผู้ที่ความรู้กว้างขวางอยู่บ้าง แต่อิทธิฤทธิ์เช่นนี้ช่างเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินมาก่อนจริง ๆ
พูดให้ดูดีนี่คือการแลกเปลี่ยน พูดให้ฟังดูแย่นี่มันก็คือการปล้นกันซึ่งหน้าไม่ใช่หรือ!
นี่คืออิทธิฤทธิ์เฉพาะตัวที่หยางเซวียนสร้างขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ อาศัยปราณบารมีบริสุทธิ์และวิถีแห่งการค้า ประกอบกับความเข้าใจในเหรียญทองสอยสมบัติจากชาติก่อน มีนามว่า ‘เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติ’
ผลของอิทธิฤทธิ์แขนงนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการใช้ของในมือ แลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายในมูลค่าที่เท่าเทียมกัน
ของเหลวสีทองที่หยางเซวียนใช้ในการแลกเปลี่ยนนั้นคือสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นหลังจากที่สระน้ำสีทองผืนนั้นได้ผ่านทัณฑ์สายฟ้า มีนามว่า ‘น้ำทองคำบารมี’
ภายในนั้นไม่เพียงแต่มีปราณวิญญาณที่เปี่ยมล้น การบริโภคสามารถเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเพียรได้ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยปราณบารมีบริสุทธิ์สายหนึ่ง การพกติดตัวไว้สามารถเพิ่มพูนโชคลาภได้เล็กน้อย นับเป็นของวิเศษพรสวรรค์ชิ้นหนึ่ง
มูลค่าของน้ำทองคำบารมีย่อมสูงกว่าเด็กเผ่ามนุษย์ที่ไม่มีพลังบำเพ็ญอะไร
ขอเพียงของที่หยางเซวียนใช้นั้นมีมูลค่าสูงกว่าของอีกฝ่าย หลังจากใช้เคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติก็ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย สามารถทำการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ให้เสร็จสิ้นได้ทันที
เมื่อพลังบำเพ็ญของหยางเซวียนสูงกว่าอีกฝ่ายและได้พัฒนาเคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติอย่างต่อเนื่อง ปราณบารมีบริสุทธิ์บนร่างกายจะยิ่งเข้มข้นขึ้น
ทั้งยังสามารถแก้ไขมูลค่าของสิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนได้ในระดับหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการจับเสือมือเปล่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้หยางเซวียนยังทำถึงระดับนั้นไม่ได้
"ของดีนี่ ไม่คิดเลยว่าเจ้าที่เป็นเพียงเซียนแท้จริงตัวเล็ก ๆ จะมีของดีแบบนี้ด้วย!"
ยามนี้อสูรเสือมองเห็นความไม่ธรรมดาของน้ำทองคำบารมีแล้ว มันรู้ว่าหยดน้ำสีทองในมือนั้นเป็นของจากพรสวรรค์ชนิดหนึ่ง
แม้ว่ามันจะมีพลังบำเพ็ญถึงระดับเซียนเร้นลับปลายแล้ว บนตัวก็ไม่มีของจากพรสวรรค์แม้แต่ชิ้นเดียว
เมื่อเห็นว่าหยางเซวียนถึงกับใช้น้ำทองคำบารมีมาแลกกับอาหารของเผ่ามนุษย์ มันก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาทันที
บนตัวของเจ้าเด็กนี่จะต้องมีน้ำทองคำบารมีมากกว่าหนึ่งหยดอย่างแน่นอน
น้ำทองคำบารมีชนิดนี้ขอเพียงมีสักร้อยหยด ด้วยการสะสมพลังในปัจจุบัน บวกกับเวลาอีกสักแสนปี ก็จะสามารถเลื่อนขึ้นสู่ระดับเซียนทองคำได้ นับจากนั้นจะมีชีวิตอมตะยืนยาว!
อสูรเสือเป็นพวกที่เด็ดขาดในการฆ่าฟัน หลังจากตัดสินใจในใจแล้ว ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระบี่ยาวที่ทำจากกระดูกสองเล่มก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของมัน
กระบี่ยาวที่ทำจากกระดูกสองเล่มนี้คือสิ่งที่อสูรเสือใช้เขี้ยวเสือสองซี่ของมัน หลอมมาเป็นเวลากว่าแสนปี เป็นสมบัติจิตวิญญาณพรแสวงชั้นกลางหนึ่งคู่ และยังเป็นของล้ำค่าที่แข็งแกร่งที่สุดบนตัวมันอีกด้วย
ด้วยพลังบำเพ็ญระดับเซียนเร้นลับปลายของมัน ในการรับมือกับคู่ต่อสู้ระดับเซียนแท้จริงขั้นปลายยังถึงกับต้องนำของล้ำค่าที่สุดบนตัวออกมาใช้ เห็นได้ถึงระดับความให้ความสำคัญของมัน หาใช่ตัวร้ายประเภทที่หยิ่งยโสโอหังไม่
น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันคือหยางเซวียนผู้ไร้ซึ่งเหตุผลคนนี้
"อสูรเสือจงฟังคำสั่ง นักพรตผู้นี้ต้องการใช้ของสิ่งนี้แลกกับกระบี่คู่ในมือเจ้า!"
เมื่อได้ยินประโยคที่คุ้นเคยนี้ สีหน้าของอสูรเสือพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันโคจรพลังเวทระดับเซียนเร้นลับในร่างกาย กำกระบี่คู่ในมือไว้แน่น
ทว่าไม่ได้ผล!
เมื่อคำพูดของหยางเซวียนสิ้นสุดลง อสูรเสือก็รู้สึกว่ามือทั้งสองข้างเบาลง
กระบี่คู่ที่หลอมมานานกว่าแสนปีจนถึงระดับสมบัติจิตวิญญาณพรแสวงชั้นกลางคู่นั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย กลายเป็นน้ำทองคำบารมีกว่าร้อยหยดในฝ่ามือของมัน
ช่วยไม่ได้ หยางเซวียนให้มากเกินไปจริง ๆ
มูลค่าของน้ำทองคำบารมีกว่าร้อยหยดนั้นสูงกว่าสมบัติจิตวิญญาณพรแสวงชั้นกลางหนึ่งคู่มากนัก ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของก็สามารถทำการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ให้เสร็จสิ้นโดยพลการได้
"เจ้าหนู เจ้ารอข้าก่อนเถอะ ความแค้นนี้วันหน้าข้าจะกลับมาสะสาง!"
อสูรเสือมองน้ำทองคำบารมีในมือ สีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่หยุด ในที่สุดก็เลือกที่จะถอยไปก่อน
เมื่อมีน้ำทองคำบารมีกว่าร้อยหยดนี้แล้ว ปิดด่านสักแสนกว่าปีก็มีความหวังที่จะทะลวงสู่ขอบเขตเซียนทองคำได้!
ส่วนกระบี่ยาวที่ทำจากกระดูกสองเล่มนั้น...
ไม่คิดถึงมันเสียก็สิ้นเรื่อง!
เป็นเพราะเคล็ดวิชาเทวะแลกสมบัติของหยางเซวียนนั้นแปลกประหลาดเกินไป อสูรเสือจึงไม่กล้าสู้ต่อไป ด้วยกลัวว่าแม้แต่ชีวิตเล็ก ๆ ของตนก็จะถูกหยางเซวียน 'ซื้อ' ไปด้วย
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘กลัวอะไรได้อย่างนั้น’ อสูรเสือเพิ่งจะเกิดความคิดที่จะถอยหนี ร่ายคาถาเหาะเหินคิดจะหนีไปจากที่นี่ ก็ได้ยินเสียงของหยางเซวียนที่สงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มดังขึ้นมาอีกครั้ง
"อสูรเสือจงฟังคำสั่ง นักพรตผู้นี้ต้องการใช้ของสิ่งนี้แลกกับพลังเวทในกายเจ้า!"
วินาทีถัดมา
ข้างกายของอสูรเสือมีน้ำทองคำบารมีกองใหญ่อยู่กองหนึ่ง ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกว่าพลังเวทในร่างกายหายไปจนหมดสิ้น ว่างเปล่าไปหมด
อย่าว่าแต่จะร่ายคาถาเหาะเหินหนีเลย ตอนนี้มันเหลือเพียงร่างกายที่ไร้ซึ่งพลังเวท ไม่สามารถใช้อิทธิฤทธิ์ใด ๆ ได้แม้แต่อย่างเดียว
นี่มันใช่น้ำทองคำบารมีที่ไหนกัน นี่มันเงินซื้อชีวิตชัด ๆ!
"ท่านเซียนชั้นสูงโปรดไว้ชีวิต อสูรน้อยผู้นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนได้พบบรรพสถานยุคบรรพกาลแห่งหนึ่งใกล้กับถ้ำของข้า หากท่านเซียนไว้ชีวิตข้า ข้ายินดีจะบอกตำแหน่งของสถานที่แห่งนั้น!"
อสูรเสือไม่สนใจภาพลักษณ์ใด ๆ อีกต่อไป ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดัง 'ปึง' ร้องขอชีวิตเสียงดัง
ทว่าหยางเซวียนกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย กลับเผยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มออกมา
"รอให้เจ้าตายไปก่อน โบราณสถานแห่งนั้นก็จะเป็นของข้าเช่นกัน!"
ผู้ที่มีบุญบารมีคุ้มครอง ภูตผีปีศาจทั้งปวงต้องหลีกหนี แสวงโชคดีหลีกหนีเคราะห์ภัย!
แม้แต่โบราณสถานยุคบรรพกาลที่อสูรเสือตนนี้ยังสามารถค้นพบได้ หยางเซวียนจะไม่พบเจอได้อย่างไร?
ส่วนอสูรเสือตนนี้ ปล่อยตายไปเสียจะดีกว่า เขาใกล้จะควบคุมพลังเวททั้งหมดของอสูรเสือไว้ไม่อยู่แล้ว
ในเมื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พลังเวทที่หายไปของอสูรเสือย่อมต้องมาอยู่ในมือของหยางเซวียนเป็นธรรมดา
"ประหาร!"
พร้อมกับเสียงตวาดลั่นของหยางเซวียน พลังเวทระดับเซียนเร้นลับทั้งหมดของอสูรเสือก็หลั่งไหลเข้าไปในกระบี่ยาวที่ทำจากกระดูกสองเล่มนั้น แล้วฟาดลงไปยังอสูรเสือ...