- หน้าแรก
- กระถางสมบัติบันดาลวาสนา
- ตอนที่ 3 หมู่บ้านเผ่ามนุษย์ วางแผนสู่เทพแห่งโชคลาภ
ตอนที่ 3 หมู่บ้านเผ่ามนุษย์ วางแผนสู่เทพแห่งโชคลาภ
ตอนที่ 3 หมู่บ้านเผ่ามนุษย์ วางแผนสู่เทพแห่งโชคลาภ
ตอนที่ 3 หมู่บ้านเผ่ามนุษย์ วางแผนสู่เทพแห่งโชคลาภ
หยางเซวียนได้รู้จากปากของผู้ใหญ่บ้านว่าสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าหมู่บ้านเศียรพยัคฆ์ อยู่ในขอบเขตอิทธิพลของราชันอสูรระดับเซียนเร้นลับตนหนึ่ง
ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ไม่ได้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ใด ๆ ขึ้น ซ้ำยังได้รับการคุ้มครองจากราชันอสูรอีกด้วย
เพียงแต่หยางเซวียนรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง อสูรเสือตนหนึ่งจะคุ้มครองเผ่ามนุษย์จริง ๆ หรือ?
ตามความเข้าใจที่เขามีต่อแดนบรรพกาล ในยุคนี้เผ่าอสูรควรจะมีความสัมพันธ์เป็นศัตรูกับเผ่ามนุษย์
ในสายตาของเผ่าอสูร เผ่ามนุษย์ไม่ใช่อาหารของพวกเขาหรอกหรือ?
เขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะอย่างไรเสียแดนบรรพกาลก็กว้างใหญ่ไพศาล การจะมีอสูรเสือที่พิเศษอยู่สักตนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ในการสนทนาต่อมา หยางเซวียนก็ได้ทราบว่ามหันตภัยสงครามเทพอสูรได้สิ้นสุดลงแล้ว และกำลังอยู่ในยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์
บัดนี้ต้าอวี่เพิ่งจะจัดการเรื่องอุทกภัยเสร็จสิ้น และก่อตั้งอาณาจักรแรกของเผ่ามนุษย์ขึ้น ‘ต้าเซี่ย’!
"ยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์ไม่ได้มีมหันตภัยใด ๆ ที่พัดกระหน่ำไปทั่วแดนบรรพกาล ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายใหญ่หลวงอะไร..."
เพิ่งจะคิดถึงตรงนี้ หยางเซวียนก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไป
จะมีมหันตภัยหรือไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเซียนสวรรค์ตัวเล็ก ๆ อย่างเขากันเล่า?
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่กลุ่มสิ่งมีชีวิตเมื่อพันกว่าปีก่อนกลุ่มนั้นยังสามารถจัดการเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องพูดถึงเซียนทองคำไท่อี่หรือเซียนทองคำต้าหลัวเลย
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อยุคสามจักรพรรดิห้ากษัตริย์สิ้นสุดลง ก็จะถึงคราวของมหันตภัยสถาปนาเทพ
ตามความทรงจำในชาติก่อน สมรภูมิของมหันตภัยสถาปนาเทพตั้งอยู่ในเก้าดินแดนของเผ่ามนุษย์
แต่หยางเซวียนมั่นใจอย่างยิ่งว่ามหันตภัยสถาปนาเทพที่แท้จริงจะต้องโหดร้ายรุนแรงกว่าที่เคยรู้ในชาติก่อนอย่างแน่นอน
เมื่อมหันตภัยปรากฏ ปราณแห่งเคราะห์กรรมจะแผ่ขยายไปทั่วทั้งแดนบรรพกาล
แม้แต่เซียนทองคำต้าหลัว หากได้รับผลกระทบจากปราณแห่งเคราะห์กรรม ก็ยังกระทำการที่ไม่ฉลาดออกมาได้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับสิบสองเซียนทองคำแห่งสำนักรู้แจ้งที่ประชันชิงชัยคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด
ขนาดศิษย์ของปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เลย
ต่อให้หยางเซวียนหลบหนีไปยังสถานที่ห่างไกลจากเก้าดินแดนในช่วงมหันตภัยสถาปนาเทพ ก็ยังอาจจะตายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวจากคลื่นพลังอิทธิฤทธิ์ของเซียนทองคำต้าหลัวได้
"โลกมนุษย์อันตรายเกินไป ยังคงต้องขึ้นสวรรค์ไปช่วงชิงตำแหน่งเทพสักตำแหน่งถึงจะปลอดภัยกว่า..."
หยางเซวียนมีเหตุผลอย่างยิ่ง เขาไม่มีทางที่จะรู้สึกเหนือกว่าใครเพียงเพราะตนเองเป็นผู้ข้ามมิติมา
ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะคิดว่าตนเองควรจะทัดเทียมกับสามผู้บริสุทธิ์ หรือร่วมเล่นหมากกระดานกับปรมาจารย์เต๋าหงจวิน
เขาเป็นเพียงเซียนสวรรค์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือมีปราณบารมีบริสุทธิ์มากกว่าคนอื่นเล็กน้อยเท่านั้น
เหตุผลที่เลือกเข้าร่วมกับหอสวรรค์แทนที่จะเป็นสำนักใหญ่อื่น ๆ ก็ง่ายมากเช่นกัน
ในมหันตภัยสถาปนาเทพ ไม่ว่าจะเป็นสำนักรู้แจ้ง สำนักยุติ สำนักมนุษย์ หรือสำนักเที่ยงธรรม ล้วนสามารถนับได้ว่าเป็นตัวเอกของมหันตภัยสถาปนาเทพทั้งสิ้น
การเข้าร่วมกับสี่สำนักนี้ไม่ใช่การส่งตัวเองเข้าไปในมหันตภัยสถาปนาเทพหรอกหรือ?
อีกอย่าง สำนักเหล่านี้ล้วนมีปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์คอยดูแลอยู่
หยางเซวียนไม่อยากจะไปข้องเกี่ยวกับปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เร็วเกินไปนัก หากตัวตนของผู้ข้ามมิติถูกเปิดเผย แล้วถูกกำจัดในฐานะมารฟ้าจากต่างแดน ถึงตอนนั้นคงไม่มีที่ให้ร้องหาความเป็นธรรม...
เมื่อเทียบกันแล้วหอสวรรค์เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ประการแรก หอสวรรค์เป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดในมหันตภัยสถาปนาเทพ
ประการที่สอง ปัจจุบันหอสวรรค์กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู มีสิ่งต่าง ๆ ให้วางแผนได้มากมาย
หากสามารถพัฒนาระบบของหอสวรรค์ให้สมบูรณ์ได้จะได้รับบารมีจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน บางทีอาจจะอาศัยโอกาสนี้ทะลวงขึ้นสู่ระดับเซียนทองคำต้าหลัวได้ก่อนมหันตภัยสถาปนาเทพ
ถึงเวลานั้นขอเพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ในหอสวรรค์ ภัยคุกคามจากมหันตภัยสถาปนาเทพจะลดลงสู่ระดับต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะขึ้นสวรรค์
ด้วยพลังบำเพ็ญระดับเซียนสวรรค์ของเขา ต่อให้ขึ้นสวรรค์ไปก็ทำได้เพียงเป็นทหารสวรรค์นายหนึ่ง ยังต้องลงมายังโลกเพื่อสังหารอสูรที่ก่อความวุ่นวายอยู่เสมอเพื่อรักษาระเบียบของแดนบรรพกาล กลับกลายเป็นอันตรายยิ่งกว่าเดิม
ทางที่ดีที่สุดคือรอจนถึงระดับเซียนเร้นลับ หลังจากสร้างคุณงามความดีบางอย่างให้กับเผ่ามนุษย์จนมีชื่อเสียงขึ้นมาบ้างแล้วค่อยขึ้นสวรรค์ เช่นนี้จึงจะสามารถได้รับตำแหน่งเทพที่เหมาะสมได้
ส่วนจะต้องทำอย่างไรนั้น หยางเซวียนได้ตัดสินใจไว้แล้ว
นั่นคือการช่วยเหลือเผ่ามนุษย์สร้างตลาด พัฒนาการค้าให้สมบูรณ์ ได้รับตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภในหมู่เผ่ามนุษย์!
รากฐานของเขาคือกระถางสมบัติ เส้นทางแห่งเต๋าในอนาคตของเขาเกี่ยวข้องกับการค้าและบารมีอย่างใกล้ชิด หากสามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้จะมีประโยชน์ต่อเขามากมาย
พอดีกับที่หมู่บ้านเศียรพยัคฆ์แห่งนี้เป็นหมู่บ้านของเผ่ามนุษย์ สามารถใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้น ลองสร้างตลาดและส่งเสริมเรื่องการค้าได้
หลังจากตัดสินใจในใจแล้ว หยางเซวียนจึงได้แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านว่าต้องการจะอยู่ที่นี่เพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างสงบสักระยะหนึ่ง
ผู้ใหญ่บ้านย่อมไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ แถมยังพาเขาไปยังสถานที่ซึ่งมีปราณวิญญาณค่อนข้างหนาแน่น และสร้างกระท่อมมุงจากหลังหนึ่งขึ้นที่นี่เพื่อให้หยางเซวียนพักอาศัย
หลังจากผู้ใหญ่บ้านจากไป หยางเซวียนก็นำรากวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างออกมาต้นหนึ่ง เริ่มต้นบำเพ็ญเพียรวิชาเร้นลับเบญจธรรม
วิชาบำเพ็ญเพียรบทนี้เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นตามลวดลายแห่งเต๋าของตนเอง ใช้เวลากว่าสิบล้านปี
แดนบรรพกาลมีธรรมประการ ได้แก่ กุศลธรรม คุณธรรม อริยธรรม ศีลธรรมเร้น และบารมีธรรม!
ในบรรดานั้น กุศลธรรมมีชื่อเสียงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกุศลธรรมแห่งวิถีมนุษย์ กุศลธรรมแห่งวิถีสวรรค์ กุศลธรรมแห่งวิถีปฐพี หรือแม้แต่กุศลธรรมแห่งมหาเต๋าที่มีประโยชน์มากที่สุด ล้วนจัดเป็นกุศลธรรมประเภทหนึ่ง
ชื่อเสียงของคุณธรรม อริยธรรม ศีลธรรมเร้น และบารมีธรรมนั้นไม่โด่งดังเท่ากุศลธรรม แต่ประโยชน์ของมันก็ไม่น้อยเช่นกัน
วิชาเร้นลับเบญจธรรมที่เขาสร้างขึ้นนั้นบำเพ็ญเพียรธรรมทั้งห้านี้เอง
แต่ว่าในปัจจุบันเขาเพียงแค่คิดค้นวิธีการบำเพ็ญเพียรที่เกี่ยวข้องกับบารมีธรรมได้เท่านั้น
เพราะเขาไม่เคยเห็นแม้แต่กุศลธรรม คุณธรรม อริยธรรม และศีลธรรมเร้น แล้วจะสามารถคิดค้นวิธีการบำเพ็ญเพียรที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร?
ถึงกระนั้นวิชาเร้นลับเบญจธรรมก็ยังเพียงพอต่อการใช้งานในตอนนี้ สามารถใช้บำเพ็ญเพียรไปจนถึงระดับเซียนเร้นลับปลายได้
ขณะที่วิชาเร้นลับโคจร ปราณบารมีบริสุทธิ์บนกายของหยางเซวียนก็ปรากฏออกมา ก่อตัวเป็นม่านแสงสีแดงขึ้นบนร่างของเขา ห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้ภายใน
ในชั่วพริบตาเขาก็เกิดความเข้าใจมากมาย เข้าสู่สภาวะว่างเปล่าไร้ตัวตน
ในแดนบรรพกาลไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่ทันรู้ตัวก็ผ่านไปหนึ่งหมื่นปีแล้ว
ผ่านการบำเพ็ญเพียรหนึ่งหมื่นปี ปราณบารมีบริสุทธิ์บนกายของหยางเซวียนเข้มข้นขึ้นหลายเท่า
นี่คือความลี้ลับของวิชาเร้นลับเบญจธรรม สามารถดูดซับปราณวิญญาณเพื่อเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญไปพร้อม ๆ กับการดูดซับปราณบารมีบริสุทธิ์ที่ล่องลอยอยู่ทั่วแดนบรรพกาล เพื่อเสริมสร้างวาสนาแห่งบารมีของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น!
เพียงแค่โคจรวิชาเร้นลับเบญจธรรมเป็นเวลาหนึ่งหมื่นกว่าปีก็เทียบเท่ากับช่วงเวลาหนึ่งล้านปีก่อนที่จะจำแลงกายเสียอีก
ปราณบารมีบริสุทธิ์ที่สูญเสียไประหว่างทัณฑ์สวรรค์จำแลงกาย บัดนี้ได้ฟื้นฟูกลับมาแล้วกว่าสามส่วน!
การบำเพ็ญเพียรครั้งนี้ทำให้หยางเซวียนมีความเข้าใจในประโยชน์ที่มาจากบารมีลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การมีบารมีคุ้มครองไม่ใช่แค่ทำให้โชคดีขึ้น เดิน ๆ อยู่ก็เก็บสมบัติได้เท่านั้น
บารมีก็เหมือนกับกุศลธรรม ล้วนมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรมากมายเช่นกัน
หากหลอมรวมปราณบารมีบริสุทธิ์โดยตรงจะสามารถเพิ่มระดับพลังบำเพ็ญได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้รากฐานไม่มั่นคง
หากพบเจอกับคอขวด ขอเพียงแค่หลอมรวมปราณบารมีบริสุทธิ์ให้เพียงพอก็สามารถทะลวงผ่านขอบเขตได้โดยตรง
แม้ว่าจะไม่ได้หลอมรวมมัน แต่ขอเพียงมีบารมีอยู่กับตัว เวลาที่บำเพ็ญเพียรวิชาก็จะสามารถเพิ่มความเข้าใจในมหาเต๋าให้ลึกซึ้งขึ้น เร่งความเร็วในการดูดซับปราณวิญญาณและหลอมรวมยาอายุวัฒนะ
ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งหมื่นปีสั้น ๆ หยางเซวียนจึงได้หลอมรวมรากวิญญาณพรสวรรค์ชั้นล่างไปถึงสองต้น
ระดับพลังบำเพ็ญจากเซียนสวรรค์ต้นทะลวงขึ้นมาถึงเซียนแท้จริงปลาย อยู่ไม่ไกลจากระดับเซียนเร้นลับแล้ว สมบัติจิตวิญญาณสองสามชิ้นบนตัวเขาก็ได้หลอมรวมเขตอาคมใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบางส่วน
นอกจากนี้ เขายังมีความเข้าใจในปราณบารมีบริสุทธิ์และวิถีแห่งการค้าเพิ่มขึ้น โดยอาศัยความทรงจำในชาติก่อนเกี่ยวกับเรื่องการค้าและเหรียญทองสอยสมบัติ สร้างอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาได้แขนงหนึ่ง
ส่วนอานุภาพที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้น หากยังไม่ผ่านการต่อสู้จริง หยางเซวียนก็ยากที่จะตัดสินได้
วันหนึ่งหยางเซวียนพลันเกิดความรู้สึกพิเศษขึ้นมา ปราณบารมีบริสุทธิ์ทั่วร่างไหลมารวมกันที่ด้านหลังศีรษะของเขา ก่อตัวเป็นวงล้อแสงสีทองขึ้น
หากมองดูให้ดี จะพบว่าภายในวงล้อแสงนี้ มีลวดลายแห่งเต๋าสีแดงอันลี้ลับอยู่เป็นจำนวนมาก
นี่คือวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรม!
คุณธรรมทั้งห้าแห่งแดนบรรพกาลล้วนเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้และลึกล้ำอย่างยิ่ง
ความยากในการรวบรวมวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าการรวบรวมวงล้อทองคำแห่งกุศลธรรมเลย
ก่อนที่จะรวบรวมวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมขึ้นมาได้ บารมีก็ได้นำประโยชน์มากมายมาให้หยางเซวียนแล้ว บัดนี้วงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมลอยเด่นอยู่ด้านหลังศีรษะ ผลของบารมีย่อมมีแต่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
น่าเสียดายที่เขายังไม่มีวิธีที่จะได้สัมผัสกับประโยชน์ที่วงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมมีต่อพลังบำเพ็ญในตอนนี้
การที่เขาตื่นจากการปิดด่านในครั้งนี้ นอกจากจะเกิดความรู้สึกพิเศษจนรวบรวมวงล้อทองคำแห่งบารมีธรรมขึ้นมาได้แล้ว เขายังรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงนอกหมู่บ้าน
หากไม่สามารถจัดการได้ การบำเพ็ญเพียรอย่างสงบของตนเองจะต้องจบลงที่นี่ และแผนการที่จะใช้หมู่บ้านเศียรพยัคฆ์เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อวางแผนเส้นทางการค้าของเผ่ามนุษย์ก็จะสูญเปล่าไปด้วย
หลังจากคิดไปคิดมา หยางเซวียนก็ตัดสินใจว่าจะออกไปดูสักหน่อย เขาจึงเดินไปยังปากทางเข้าหมู่บ้าน และเห็นอสูรเสือตนหนึ่งเข้ามาในหมู่บ้านพอดี มันยื่นมือออกไปคว้าเด็กเผ่ามนุษย์คนหนึ่งขึ้นมา...