เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ความจงรักภักดีต่อปีศาจ

ตอนที่ 26 ความจงรักภักดีต่อปีศาจ

ตอนที่ 26 ความจงรักภักดีต่อปีศาจ


รถม้ายังคงวิ่งต่อไปเรื่องๆ วิ่งตรงออกไปยังนอกเมือง มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนมาก แม้ว่าแคลร์จะกลายเป็นคนที่ดยุคให้ความสนใจมากในตอนนี้ แต่สำหรับเหล่าข้ารับใช้แล้วนั้น แคลร์ยังห่างไกลมากถ้าเทียบความสามารถของลาเชียร์ ระหว่างพวกเธอสองคนนี้ แน่นอนว่าคนขับรถม้าจะต้องฟังคำสั่งของลาเชียร์ และนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเสียใจไปตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว

“ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป” น้ำเสียงที่เย็นชาและเบาของแคลร์ดังขึ้นภายในรถม้า นี้คือเส้นตายของเธอแล้ว มันไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวคนเล็กของแคลร์ แต่มันเป็นเพราะท่านแม่ที่อ่อนโยนของเธอ แคทเธอรีน

จีนพยักหน้า ดวงตานั้นเยือกเย็นลึกล้ำ

รถม้ายังคงวิ่งออกไปยังนอกเมืองตรงเข้าไปในป่าลึก

ไม่นานหลังจากนั้นมันก็หยุดลง

จีนออกมาจากรถม้าและยื่นแขนของเขาออกไป แคลร์ยอมรับมันอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจีนก็ช่วยแคลร์ออกมาจากรถม้าอย่างระมัดระวัง

คนขับรถม้ามองไปรอบๆ คุณหนูรองได้สั่งให้เขาขับรถม้ามาที่นี่ แต่เขากลับไม่เห็นเธอ เช่นนั้นเขาควรจะทำตามคำสั่งของเธอที่บอกให้เขาจากไปหรือไม่ ไม่ว่ากรณีใดๆ ฟังคำสั่งของคุณหนูรองนั้นก็ถือเป็นคำสั่งที่ถูกต้องแล้ว คุณหนูใหญ่อย่างไรก็ไม่สามารถที่จะเทียบได้กับคุณหนูรองได้อยู่แล้ว และถ้าเธอรู้ว่านี้เป็นคำสั่งของคุณหนูรอง เธอก็คงจะไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งอยู่แล้ว หลังจากขบคิดทบทวนทั้งหมดนี้แล้ว คนขับรถม้าก็ตั้งใจที่จะจากไป

แต่ในเวลาต่อมา น้ำเสียงที่เยือกเย็นก็ดังขึ้นใกล้ๆ กับหูของเขา

“นั้นเจ้าคิดว่าเจ้ากำลังจะไปที่ไหน” ในดวงตาของจีนไม่ได้มีร่องรอยของความอบอุ่นแม้แต่น้อย

คนขับรถม้านั้นเต็มไปด้วยความกลัว น้ำเสียงนี้ไม่ได้มีอารมณ์ใดๆ อยู่ในนั้นแม้แต่น้อย มันทำให้เลือดในร่างกายของเขาราวกับถูกแช่แข็ง ในเวลาต่อมา กลิ่นอายของความตายก็ได้ห่อหุ้มอยู่รอบๆ ตัวเขา ความเจ็บปวดระทมทุกข์ส่งตรงมาจากข้อมือของเขา เจ็บปวดมากจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก

เส้นเอ็นข้อมือของเขาถูกตัดขาดอย่างรวดเร็ว จีนดึกดาบของเอากลับมาอย่างสง่างาม โดยที่ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียวติดอยู่บนนั้น แต่เส้นเอ็นทั้งสองข้างของคนขับรถม้านั้นจะถูกตัดไปเรียบร้อยแล้ว เลือดสดๆ รั่วไหลออกมาราวกับสายน้ำ เสียงร้องของคนขับรถม้าดังขึ้นอย่างโศกเศร้าคร่ำครวญ น้ำเสียงที่น่าอนาถดังสะท้อนอยู่ในป่าไปมา

จีนยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบเงียบ ราวกับพระเจ้าแห่งความตาย เขามองไปที่คนขับรถม้าอย่างเย็นชา ในขณะที่คนขับรถม้ายังคงร้องครางอย่างต่อเนื่องในความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

“ใครสั่งให้เขานำพวกเรามาที่นี่” แคลร์หัวเราะขึ้น น้ำเสียงของเธอนั้นงดงามราวกับแสงแดดยามที่เธอถามคำถามนี้ขึ้นเบาๆ โดยที่รู้คำตอบแล้วอยู่

คนขับรถม้านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าเด็กสาวตรงหน้าจะกำลังยิ้มอยู่ แต่มันกับให้ความรู้สึกเย็นกว่าราวกับธารน้ำแข็งเก่าแก่นับพันปี

“เจ้าได้ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้า”จีนมองไปที่ผู้ชายที่อยู่บนพื้น และกำลังจะดึงดาบของเขาออกมาอีกครั้ง

ก่อนที่จีนจะได้แทงดาบของเขาออกไป คนขับรถม้านั้นได้กรีดร้องจากหัวใจและปอดของเขาออกมาในทันที

“คุณหนูรอง ช่วยข้าด้วย คุณหนูรอง มันเป็นท่านที่ได้สั่งให้ข้าขับรถม้ามาที่นี่ คุณหนูรอง”

แคลร์หัวเราะขึ้นและยังใจเย็นยืนอยู่ข้างๆ เหมือนความงามที่มีพิษ เธอรออย่างสบายๆ เพื่อที่จะให้บุคคลผู้นั้นปรากฏตัวออกมา

ที่ที่ลาเชียร์ซ่อนตัวอยู่นั้นราวกับมันเยือกเย็นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นครั้งแรก ที่ลาเชียร์ได้เห็นนักรบผู้นั้น จีน คนที่จะมองอย่างไม่แยแสไปที่แคลร์ ดูเหี้ยมและโหดร้ายเช่นนี้ นี้มันเกิดอะไรขึ้น นักรบทำงานให้กับคนงี่เง่า มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อก่อนตอนที่เธอได้รังแกคนงี่เง่าคนนั้น จีนมักจะมองไปอีกด้านและทำเป็นตาบอดอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ลักษณะของนักรบผู้นั้นช่างแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

“หยุด”มองไปที่จีนคนที่กำลังจะแทงดาบของเขาทะลุไปที่หน้าอกของคนขับรถม้า ลาเชียร์โผล่ออกมาจากที่ซ่อนของเธอในทันที ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็เป็นคำสั่งของเธอถึงได้ทำให้คนขับรถม้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

แคลร์ยกคิ้วของเธอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างเล็กน้อย มองไปที่หญิงสาวที่โผล่ออกมาจากเงามืด เด็กสาวผู้นี้คนที่ได้รับการเอาอกเอาใจจนเสียนิสัย จนทำให้เธอทำอะไรเกินความควบคุมไป แต่จริงๆแล้วเธอก็มีความเป็นมนุษย์และความรับผิดชอบอยู่บ้าง

ลาเชียร์มองไปด้วยความเกลียดชังที่สาวผมสีบลอนด์ที่ยืนอยู่ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยคนนั้น ใบหน้าที่ปราศจากความกังวลใดๆ ของเธอเหมือนการถูกแทงด้วยความเจ็บปวดมาที่ดวงตาของลาเชียร์

“ทำไมท่านคลิฟต้องยอมรับเจ้าเป็นลูกศิษย์ด้วย ทำไม” ลาเชียร์ถามขึ้นด้วยความโกรธ พยายามอย่างดีที่สุดที่จะระงับความโกรธของเธอเอาไว้

แคลร์หัวเราะอย่างไม่แยแส

“ทำไมข้าจะต้องตอบคำถามของเจ้าด้วย”

“ทำไม มันจะเป็นไปได้อย่างไร ทำไมท่านคลิฟถึงยอมรับเจ้าในฐานะลูกศิษย์ของเขา เจ้ามันไม่มีอะไรดีสักอย่าง เจ้ามันก็แค่นักไล่ล่าผู้ชาย ทำตัวน่าอับอาย โง่เขลาและไร้ความสามารถ มีอะไรอีกบ้างที่เจ้าทำได้ เจ้าไม่ได้สนใจแม้กระทั่งท่านแม่ที่รักเจ้าอย่างสุดซึ้ง แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรที่ท่านคลิฟยอมรับเจ้าเป็นลูกศิษย์”ในที่สุดลาเชียร์ก็ระเบิด และระบายความโกรธของเธอออกทั้งหมด

“เจ้ามันก็แค่คนงี่เง่านักไล่ล่าผู้ชาย เป็นความอับอายขายหน้าของนะกูลฮิลล์ก็เท่านั้น”

แคลร์ถอนหายใจออกมาเงียบๆ ทุกอย่างที่ลาเชียร์พูดออกมานั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แคลร์คนก่อนนั้นทำได้เพียงไล่ล่าผู้ชายเท่านั้น นำความเสื่อมเสียมายังทุกที่ที่เธอไป และก็เหมือนกับที่ลาเชียร์พูด แคลร์คนก่อนไม่ได้สนใจแม้กระทั่งแม่ที่รักเธออย่างสุดหัวใจผู้นั้นแม้แต่น้อย แคลร์มองขึ้นไปบนท้องฟ้าหัวใจของเธอค่อนข้างความวุ่นวาย แคลร์คนก่อนทำให้ผู้คนเบื่อหน่ายจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม้แต่อัศวินผู้พิทักษ์อย่างจีน ถึงได้ปฏิบัติกับแคลร์คนก่อนหน้าเช่นนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครชอบคนงี่เง่าไร้ประโยชน์นักไล่ล่าผู้ชายแบบนั้น

แคลร์มองไปที่เด็กสาวตรงหน้า คนที่โลกมักจะหมุนอยู่รอบเธอ และก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้เริ่มที่จะส่องแสงและดึงดูดความสนใจจากทุกคนแม้กระทั่งเด็กอายุห้าขวบ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มักจะเป็นดวงดาวที่ใหญ่ที่สุดในสายตาของทุกคนเสมอ เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของตระกูลฮิลล์ โลกทั้งใบของเธอและความเชื่อมั่นเกือบจะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์แบบจากแคลร์ในวันนี้ ตัวตนของเธอ ความภาคภูมิใจของเธอ ความฉลาดของเธอกลายเป็นเรื่องตลกในวันนี้ เป็นเรื่องตลกอย่างมหาศาลทีเดียว

“บาททีเจ้าอาจจะได้รู้ในภายหลัง” แคลร์พูดขึ้น เธอได้เปลี่ยนใจที่จะทำตามแผนเดิมของเธอแล้ว เธอหันไป และก่อนที่กำลังจะได้เดินกลับไปยังรถม้า

“หยุดอยู่ตรงนั้น”ลาเชียร์ได้กำ กำปั้นของเธอแน่น

“เจ้าควรจะบอกเหตุผลมาดีกว่า ไม่อย่างนั้นอย่าคิดว่าจะได้จากไปง่ายๆ”

แคลร์หยุดและจ้องมองอย่างช้าๆ ไปที่ลาเชียร์ และทันใดนั้นเองเธอก็พูดขึ้นช้าๆ

“เมื่อเจ้าเป็นผู้ใหญ่ บางทีเจ้าอาจจะกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าคลิฟ”

ลาเชียร์หยุดชั่วคราว จ้องมองไปที่ด้านหลังของแคลร์ ไร้ซึ้งคำพูดใดๆ เพียงแค่วินาทีที่ลาเชียร์รู้สึกว่าผู้หญิงผมสีบลอนด์คนนั้นไม่ใช่แคลร์ แต่เป็นคนแปลกหน้าเป็นผู้หญิงที่ฉลาดอย่างน่ากลัว

เพียงหลังจากที่แคลร์ได้เข้าไปในรถม้า และภาพของเธอก็ได้หายไปจากสายตาของลาเชียร์แล้วเท่านั้น ลาเชียร์ถึงได้กลับมาเป็นตัวของตัวเอง และหัวของเธอก็สั่นอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันกำลังได้ปลดปล่อยอารมณ์มากมายออกมาจากหัวของเธอในตอนนี้ เธอค่อนข้างที่จะโมโห เธอปล่อยให้นักไล่ล่าผู้ชายคนนั้นมาจูงจมูกได้อย่างไรกัน

“หยุดอยู่ตรงนั้น ถ้าเจ้าไม่บอกข้าว่าทำไม วันนี้ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าไปอย่างเด็ดขาด” ลาเชียร์รีบวิ่งออกไปพร้อมกับสวดคาภาเวทย์

“ข้าต้องขอโทษด้วย คุณหนูรอง”เสื้อชุดสีดำของจีนสะบัดตามแรงลมดวงตาของเขานั้นเยือกเย็น การเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนว่าจะช้าและสง่างาม แต่ในเพียงเสี้ยววินาทีเขาก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของลาเชียร์เรียบร้อยแล้ว

ในทันทีที่ก็มีแสงสีม่วงระเบิดออกมา พลังที่ยิ่งใหญ่ได้ลอยออกมาจากอากาศ และเข้าโจมตีมาทางด้านหน้าของลาเชียร์ในทันที

ในเสี้ยววินาทีนั้นลาเชียร์ถึงกับกรีดร้องออกมา ด้วยความรู้สึกว่าราวกับว่าร่างกายของเธอทั้งหมดนั้น เหมือนว่ามันกำลังการแยกเปิดออกจากกัน เธอสำลักเลือดออกมาคำใหญ่ ก่อนจะลอยไปทางด้านหลังราวกับตุ๊กตาที่แตกหัก เลือดสีแดงเข้มกระจายตัวออกไปในอากาศ ความเจ็บปวดที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายห่อหุ้มอยู่รอบๆตัวของลาเชียร์ในทันที

ปัง ร่างกายของลาเชียร์กระแทกเข้ากับพื้นอย่างหนัก สิ่งสกปรกลอยขึ้นในขณะที่ร่างกายของลาเชียร์ตกลงมากระแทกอยู่บนพื้นดิน ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมาก แม้กระทั่งรุ่นพี่ของลาเชียร์ที่แอบซ่อนอยู่ ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน และไม่สามารถที่จะเข้ามารับร่างของลาเชียร์ไว้ได้ จริงๆ แล้วพวกเขากลับรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้วิ่งเข้าไปรับร่างของลาเชียร์ เพราะขนาดพื้นดินด้านล่างของร่างของลาเชียร์นั้นยังถูกทำลายแตกออกจากกันไม่มีชิ้นดี จีนนั้นเพียงแค่ใช้พลังฉีของเขาเพียงเล็กน้อยต่อร่างของลาเชียร์เท่านั้น และมันก็ได้หายไปกลับพื้นดินที่ลาเชียร์กระแทกเข้ากับมัน ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักเวทมนต์ก็คือการต่อสู้แบบประชิดตัว นั้นเป็นสถานการณ์ที่คุกคามชีวิตมากที่สุด ทุกคนในที่นี่นอกจากแคลร์ คนที่นั่งอยู่ด้านในของรถม้าแล้วนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าจีนจะใช้พลังที่รุ่นแรงขนาดนั้น กับคนที่เป็นถึงคุณหนูรองแห่งตระกูลฮิลล์เช่นนี้

“จีนพวกเราต้องไปแล้ว” เสียงของแคลร์ดังออกมาจากรถม้า แฝงไปด้วยอารมณ์สุดจะพรรณนา

จีนเก็บดาบของเขาเข้าทีอย่างเย็นชา โดยที่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของลาเชียร์ที่อยู่นอนอยู่บนพื้นในตอนนี้ เขาขึ้นไปนั่งในที่นั่งของคนขับรถม้า และควบม้าออกไปในทันที

รถม้ายังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

“เจ้าไม่กลัวว่าท่านปู่จะลงโทษเจ้าหรือ” น้ำเสียงที่ต่ำของแคลร์ดังขึ้นมาในหูของจีน คำพูดของเธอไม่ได้มีความกังวลอยู่แม้แต่น้อย

จบบทที่ ตอนที่ 26 ความจงรักภักดีต่อปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว