- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก
บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก
บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก
หลังจากจางเอี้ยนพักจนหายเหนื่อยแล้ว เธอก็พูดขึ้นว่า “อี้หมิน เราไปเดินเล่นที่ริมทะเลสาบกันเถอะ!”
โจวอี้หมินพยักหน้ารับอย่างเอ็นดู แล้วก็ย่อตัวลงเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบตะกร้าหวายขึ้นมาถือแล้วเดินตามหลังจางเอี้ยนไป
จางเอี้ยนกระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี พอเดินไปสักพักก็หันกลับมายิ้มกว้างให้เป็นระยะ
ดูจากท่าทางแล้วก็รู้ว่าเธอกำลังมีความสุขมาก ถ้าไม่รู้สึกดีจริงคงไม่ทำแบบนี้แน่
ทั้งสองคนเดินเล่นในสวนสาธารณะอย่างอารมณ์ดี พูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง
พอมาถึงริมทะเลสาบ น้ำในทะเลสาบระยิบระยับราวกับเป็นกระจกบานใหญ่ สะท้อนภาพท้องฟ้าสีคราม เมฆขาว ต้นไม้เขียว และภูเขาที่อยู่ล้อมรอบอย่างสวยงาม
บนผืนน้ำกลุ่มเป็ดกำลังว่ายน้ำอย่างสบายใจ บางทีก็ดำหัวลงไปในน้ำ บางทีก็โผล่ขึ้นมาแล้วสั่นตัวจนละอองน้ำใสๆกระเด็นกระจาย
จางเอี้ยนดึงแขนโจวอี้หมินวิ่งไปที่ขอบทะเลสาบด้วยความตื่นเต้น แล้วชี้ไปที่กลุ่มเป็ด “อี้หมิน ดูสิพวกเป็ดนั่นน่ารักจังเลย ว่ายน้ำกันสบายเชียว!”
โจวอี้หมินยิ้มแล้วพยักหน้า เขาหยิบก้อนหินก้อนเล็กขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วปาเบาๆลงไปในทะเลสาบทำให้พวกเป็ดตกใจพากันว่ายหนีแตกกระเจิง ร้องก๊าบก๊าบเสียงดังลั่น
จางเอี้ยนเห็นเข้าก็รีบตีโจวอี้หมินเบาๆอย่างไม่จริงจัง “อี้หมิน นายนี่แย่จริงๆ เป็ดน้อยก็น่ารักออก ทำไมถึงต้องไปแกล้งมันด้วยล่ะ!”
“อีกอย่างนะ ฉันก็พูดแล้วว่าอย่าเล่นจนเสียการเสียงาน แต่นี่ก็ยังมาอีก ดูสิ ฉันจะลงโทษนายยังไงดี!”
พูดจบเธอก็เริ่มทุบหน้าอกโจวอี้หมินเบาๆแบบที่เหมือนกำลังนวดอยู่มากกว่า
โจวอี้หมินยิ้มๆแล้วก็รู้สึกว่าจังหวะมือนั้นนวดได้ดีทีเดียว เขาถึงกับทำสีหน้าสบายออกมาเลย
จางเอี้ยนเห็นดังนั้นก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าที่ทำไปจะกลายเป็นแค่การนวดให้ฟรีๆจึงรีบหยุดมือลงทันที
ริมทะเลสาบมีเรือให้บริการอยู่หลายลำ ทั้งเรือไม้แบบโบราณที่ดูเรียบง่ายและเรือถีบสีสันสดใส
โจวอี้หมินมองแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือ หันไปพูดกับจางเอี้ยนว่า “เราไปพายเรือกันเถอะ จะได้สัมผัสวิวทะเลสาบกับภูเขาแบบใกล้ชิดหน่อย”
เขาเองก็ยังไม่เคยขึ้นเรือแบบนี้มาก่อน ไหนๆก็มาถึงที่แล้วจะไม่ลองก็คงไม่ได้
จางเอี้ยนตาเป็นประกายทันที รีบตอบตกลงอย่างยินดีเพราะเธอเองก็อยากลองมานานแล้วแต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที
โจวอี้หมินวิ่งไปเช่าเรือถีบมาลำหนึ่งแล้วก็ขึ้นเรือด้วยความระมัดระวัง
จางเอี้ยนไปนั่งอยู่ที่หัวเรือรับหน้าที่ควบคุมทิศทางส่วนโจวอี้หมินนั่งที่ท้ายเรือ ทั้งสองคนช่วยกันถีบแป้นเรือพร้อมเพรียงกัน เรือจึงค่อยๆเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่กลางทะเลสาบ
ปกติแล้วผู้ชายจะเป็นคนอยู่หัวเรือเพราะมักจะมีเซนส์เรื่องทิศทางดีกว่าแต่จางเอี้ยนบอกว่าอยากลองควบคุมเองดูบ้าง โจวอี้หมินเลยได้แต่ตอบตกลง
ตอนนั้นเองจางเอี้ยนก็พูดขึ้นว่า “อี้หมิน เร็วอีกนิดสิ”
โจวอี้หมินได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ แล้วก็เพิ่มความเร็วในการถีบ ทันใดนั้นความเร็วของเรือก็พุ่งขึ้นทันที
จางเอี้ยนเริ่มควบคุมไม่ทัน เพราะพอความเร็วเพิ่มขึ้นการบังคับทิศทางก็ยิ่งยากตามไปด้วย
ตอนแรกทั้งสองยังประสานกันไม่ค่อยดี เรือเลยวิ่งส่ายไปส่ายมาอยู่บนผิวน้ำคล้ายชายเมาที่เดินโซซัดโซเซ ทำให้ผู้คนในเรือข้างๆต่างก็หันมามองกันเป็นแถว
จางเอี้ยนตกใจจนหน้าแดง เธอลนลานบังคับพวงมาลัยพลางตะโกนว่า “อี้หมิน เร็วเกินไปแล้ว ช้าหน่อยสิ!”
โจวอี้หมินเห็นว่าเบื้องหน้ามีสิ่งกีดขวาง ก็รีบตะโกนออกมา “เลี้ยวซ้าย! เฮ้ย เลยแล้ว! เอาไปทางขวานิดหนึ่ง!”
จางเอี้ยนได้ยินก็รีบหมุนพวงมาลัยมือเป็นระวิง เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดเต็มหน้าผากเธอทันที
โจวอี้หมินเสนออย่างระมัดระวัง “หรือจะให้ฉันเป็นคนบังคับทิศทางดีไหม?”
จางเอี้ยนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่เอา! ฉันยังเล่นไม่พอเลยนะ!”
โจวอี้หมินก็จนปัญญา จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเป็นแฟนกันเขาก็ได้แต่ตามใจเธอไป
พอควบคุมเรือได้มั่นคงขึ้นหน่อย ทั้งคู่ก็กำลังรู้สึกภูมิใจแต่ไม่ทันระวังว่าด้านหน้ามีเรือลำหนึ่งลอยมาตามทางช้าๆ จางเอี้ยนพยายามเบรกเต็มที่แต่ก็ไม่ทัน เรือของทั้งสองชนกันเบาๆทำให้ตัวเรือสั่นไหวอย่างแรง จนจางเอี้ยนตกใจร้องกรี๊ด แล้วรีบคว้าขอบเรือแน่น
คุณลุงในเรือลำตรงข้ามกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “หนูเอ๊ย ฝีมือยังต้องฝึกอีกเยอะนะ!”
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยจนลุงแกไม่รู้สึกแปลกใจอะไรแล้ว
จางเอี้ยนรู้สึกกระดากใจจนต้องเกาหัวแก้เขิน แล้วก็รีบกล่าวขอโทษทันที
โจวอี้หมินถึงกับกลั้นไม่อยู่ หัวเราะออกมาเสียงดังอาจจะดังเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ
จู่ๆสายตาสังหารของจางเอี้ยนก็พุ่งมาปะทะเข้าเต็มๆ
ทันทีที่โจวอี้หมินเห็นสายตานั้น เสียงหัวเราะก็หยุดลงในพริบตากลายเป็นไม่กล้ายิ้มอีกต่อไป
“ขอโทษที เสียงหัวเราะฉันอาจจะดังไปหน่อย…”
ว่าแล้วก็รีบก้มหน้าตั้งใจถีบแป้นเรืออย่างเงียบๆ กลัวว่าอีกเดี๋ยวจะต้องโดนคิดบัญชีตามหลังเอาได้
หลังจากจางเอี้ยนตั้งสติได้แล้วเธอก็พาเรือลุยต่ออีกครั้ง ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มจับจังหวะได้ เรือจึงลื่นไหลอย่างมั่นคงไปบนผิวน้ำ
“อี้หมิน เห็นรึยังล่ะ บอกแล้วว่าฉันทำได้!” จางเอี้ยนพูดพลางอวดอย่างอดใจไม่ไหว
โจวอี้หมินรีบชมทันที “ไม่เสียแรงที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ความสามารถในการเรียนรู้ไม่ธรรมดาเลย”
จางเอี้ยนพอได้ยินคำชมก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
สายลมอ่อนพัดผ่านใบหน้าพร้อมกลิ่นไอชื้นของทะเลสาบ จางเอี้ยนหลับตาลงอย่างสบายใจ ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบนี้
โจวอี้หมินมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แล้วก็ฮัมเพลงเบาๆออกมาทำนองลอยตามสายลมกระจายไปทั่วผิวน้ำ
จางเอี้ยนได้สติกลับมา พอได้ยินทำนองที่โจวอี้หมินฮัมก็รู้สึกว่าไพเราะมาก “อี้หมิน นั่นเพลงอะไรเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ”
โจวอี้หมินตอบกลับ “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เคยได้ยินครั้งนึงแล้วชอบเลยจำเอาไว้”
เขาคงพูดไม่ได้หรอกว่า เพลงนี้มันเป็นเพลงที่ยังไม่เกิดขึ้นในยุคนี้แล้วเขาเคยได้ยินตอนเลื่อนดูวิดีโอสั้นๆจากโลกก่อนหน้านี้
จางเอี้ยนก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก ทั้งสองคนจึงใช้เวลาอยู่บนผืนน้ำอย่างมีความสุข
คงต้องบอกว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นผ่านไปเร็วเสมอ
จนกระทั่งเวลาเลยบ่ายสี่โมงไปแล้ว โจวอี้หมินก็เอาเรือไปคืน
หลังจากนั้นเขาก็ยกตะกร้าหวายขึ้นวางไว้บนรถ แล้วทั้งสองก็เริ่มออกเดินทางกลับ
ระหว่างทางกลับ ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็นจนกลายเป็นสีส้มอมแดง ราวกับผืนผ้าคลุมบางเบาที่แผ่คลุมลงมาบนผืนดินอย่างอบอุ่น
โจวอี้หมินกับจางเอี้ยนพูดคุยหัวเราะกันไปพลาง พลางย้อนถึงเรื่องสนุกๆตลอดทั้งวัน ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียง “โครม!” ดังมาจากด้านหน้า รถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าสั่นสะเทือนอย่างแรง แล้วก็พ่นควันดำออกมาพรวดหนึ่งก่อนจะค่อยๆจอดนิ่งอยู่ริมทาง
คนขับรถบรรทุกเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบ ไม่คิดเลยว่าจะโชคร้ายขนาดนี้ทั้งที่อีกนิดเดียวก็จะถึงตัวเมืองอยู่แล้ว ขอแค่อึดใจเดียวแท้ๆ
เขาเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นก็พบว่า น้ำมันเครื่องรั่วซึมออกมาจากเครื่องยนต์ไม่หยุดแถมยังมีกลิ่นไหม้ฉุนลอยออกมาอย่างแรง
หัวใจคนขับถึงกับหล่นวูบในทันที ดูท่าปัญหาคงไม่ใช่เล็กๆแน่
เขาทำได้แค่หวังว่าจะซ่อมแซมเบื้องต้นได้บ้าง อย่างน้อยพอให้ขับกลับถึงโรงงานได้ก็ยังดี เพราะตอนออกมาก็ไม่ได้พกเครื่องมือมาครบ จึงทำได้แค่ซ่อมแบบพอแก้ขัด
โจวอี้หมินเห็นเหตุการณ์จึงจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทางแล้วเดินเข้าไปถาม “สหาย เป็นอะไรรึเปล่า?”
คนขับเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าโจวอี้หมินกับจางเอี้ยนไม่ใช่คนมีพิษภัยก็เล่าเรื่องตามจริง “เครื่องยนต์รถบรรทุกน้ำมันรั่วอยู่ ตอนนี้ยังต้องตรวจสอบดูให้แน่ใจอีกที”
จางเอี้ยนได้ยินเข้าก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “แบบนี้พอจะซ่อมได้ไหม?” เพราะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆเลย
“ยังไม่แน่ใจ ต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่ๆก่อน” โจวอี้หมินตอบอย่างตรงไปตรงมา
คนขับรถบรรทุกหยิบเครื่องมือจากท้ายรถลงมา แล้วหยิบประแจออกมาเตรียมตรวจสอบ
แต่เพราะภายในเครื่องยนต์นั้นแสงสว่างไม่เพียงพอ และเขาก็ไม่มีไฟฉายติดมือมาด้วย
โจวอี้หมินสังเกตเห็น จึงเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วหยิบไฟฉายออกมา จากนั้นเดินเข้าไปยืนข้างๆคนขับรถบรรทุก พอเห็นว่าอีกฝ่ายจะมองไปตรงไหน เขาก็ส่องไฟฉายตามไปยังจุดนั้นทันที
คนขับรีบหันมาขอบคุณ “สหาย ขอบคุณมากนะ!”
“ไม่เป็นไร ลองเช็กดูก่อนว่าเป็นเพราะอะไร” โจวอี้หมินตอบกลับ
คนขับไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก แล้วก็เริ่มตั้งใจตรวจสอบอย่างจริงจัง
(จบบท)