เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก

บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก

บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก


หลังจากจางเอี้ยนพักจนหายเหนื่อยแล้ว เธอก็พูดขึ้นว่า “อี้หมิน เราไปเดินเล่นที่ริมทะเลสาบกันเถอะ!”

โจวอี้หมินพยักหน้ารับอย่างเอ็นดู แล้วก็ย่อตัวลงเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก่อนจะหยิบตะกร้าหวายขึ้นมาถือแล้วเดินตามหลังจางเอี้ยนไป

จางเอี้ยนกระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดี พอเดินไปสักพักก็หันกลับมายิ้มกว้างให้เป็นระยะ

ดูจากท่าทางแล้วก็รู้ว่าเธอกำลังมีความสุขมาก ถ้าไม่รู้สึกดีจริงคงไม่ทำแบบนี้แน่

ทั้งสองคนเดินเล่นในสวนสาธารณะอย่างอารมณ์ดี พูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง

พอมาถึงริมทะเลสาบ น้ำในทะเลสาบระยิบระยับราวกับเป็นกระจกบานใหญ่ สะท้อนภาพท้องฟ้าสีคราม เมฆขาว ต้นไม้เขียว และภูเขาที่อยู่ล้อมรอบอย่างสวยงาม

บนผืนน้ำกลุ่มเป็ดกำลังว่ายน้ำอย่างสบายใจ บางทีก็ดำหัวลงไปในน้ำ บางทีก็โผล่ขึ้นมาแล้วสั่นตัวจนละอองน้ำใสๆกระเด็นกระจาย

จางเอี้ยนดึงแขนโจวอี้หมินวิ่งไปที่ขอบทะเลสาบด้วยความตื่นเต้น แล้วชี้ไปที่กลุ่มเป็ด “อี้หมิน ดูสิพวกเป็ดนั่นน่ารักจังเลย ว่ายน้ำกันสบายเชียว!”

โจวอี้หมินยิ้มแล้วพยักหน้า เขาหยิบก้อนหินก้อนเล็กขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วปาเบาๆลงไปในทะเลสาบทำให้พวกเป็ดตกใจพากันว่ายหนีแตกกระเจิง ร้องก๊าบก๊าบเสียงดังลั่น

จางเอี้ยนเห็นเข้าก็รีบตีโจวอี้หมินเบาๆอย่างไม่จริงจัง “อี้หมิน นายนี่แย่จริงๆ เป็ดน้อยก็น่ารักออก ทำไมถึงต้องไปแกล้งมันด้วยล่ะ!”

“อีกอย่างนะ ฉันก็พูดแล้วว่าอย่าเล่นจนเสียการเสียงาน แต่นี่ก็ยังมาอีก ดูสิ ฉันจะลงโทษนายยังไงดี!”

พูดจบเธอก็เริ่มทุบหน้าอกโจวอี้หมินเบาๆแบบที่เหมือนกำลังนวดอยู่มากกว่า

โจวอี้หมินยิ้มๆแล้วก็รู้สึกว่าจังหวะมือนั้นนวดได้ดีทีเดียว เขาถึงกับทำสีหน้าสบายออกมาเลย

จางเอี้ยนเห็นดังนั้นก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าที่ทำไปจะกลายเป็นแค่การนวดให้ฟรีๆจึงรีบหยุดมือลงทันที

ริมทะเลสาบมีเรือให้บริการอยู่หลายลำ ทั้งเรือไม้แบบโบราณที่ดูเรียบง่ายและเรือถีบสีสันสดใส

โจวอี้หมินมองแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือ หันไปพูดกับจางเอี้ยนว่า “เราไปพายเรือกันเถอะ จะได้สัมผัสวิวทะเลสาบกับภูเขาแบบใกล้ชิดหน่อย”

เขาเองก็ยังไม่เคยขึ้นเรือแบบนี้มาก่อน ไหนๆก็มาถึงที่แล้วจะไม่ลองก็คงไม่ได้

จางเอี้ยนตาเป็นประกายทันที รีบตอบตกลงอย่างยินดีเพราะเธอเองก็อยากลองมานานแล้วแต่ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที

โจวอี้หมินวิ่งไปเช่าเรือถีบมาลำหนึ่งแล้วก็ขึ้นเรือด้วยความระมัดระวัง

จางเอี้ยนไปนั่งอยู่ที่หัวเรือรับหน้าที่ควบคุมทิศทางส่วนโจวอี้หมินนั่งที่ท้ายเรือ ทั้งสองคนช่วยกันถีบแป้นเรือพร้อมเพรียงกัน เรือจึงค่อยๆเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่กลางทะเลสาบ

ปกติแล้วผู้ชายจะเป็นคนอยู่หัวเรือเพราะมักจะมีเซนส์เรื่องทิศทางดีกว่าแต่จางเอี้ยนบอกว่าอยากลองควบคุมเองดูบ้าง โจวอี้หมินเลยได้แต่ตอบตกลง

ตอนนั้นเองจางเอี้ยนก็พูดขึ้นว่า “อี้หมิน เร็วอีกนิดสิ”

โจวอี้หมินได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ แล้วก็เพิ่มความเร็วในการถีบ ทันใดนั้นความเร็วของเรือก็พุ่งขึ้นทันที

จางเอี้ยนเริ่มควบคุมไม่ทัน เพราะพอความเร็วเพิ่มขึ้นการบังคับทิศทางก็ยิ่งยากตามไปด้วย

ตอนแรกทั้งสองยังประสานกันไม่ค่อยดี เรือเลยวิ่งส่ายไปส่ายมาอยู่บนผิวน้ำคล้ายชายเมาที่เดินโซซัดโซเซ ทำให้ผู้คนในเรือข้างๆต่างก็หันมามองกันเป็นแถว

จางเอี้ยนตกใจจนหน้าแดง เธอลนลานบังคับพวงมาลัยพลางตะโกนว่า “อี้หมิน เร็วเกินไปแล้ว ช้าหน่อยสิ!”

โจวอี้หมินเห็นว่าเบื้องหน้ามีสิ่งกีดขวาง ก็รีบตะโกนออกมา “เลี้ยวซ้าย! เฮ้ย เลยแล้ว! เอาไปทางขวานิดหนึ่ง!”

จางเอี้ยนได้ยินก็รีบหมุนพวงมาลัยมือเป็นระวิง เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดเต็มหน้าผากเธอทันที

โจวอี้หมินเสนออย่างระมัดระวัง “หรือจะให้ฉันเป็นคนบังคับทิศทางดีไหม?”

จางเอี้ยนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่เอา! ฉันยังเล่นไม่พอเลยนะ!”

โจวอี้หมินก็จนปัญญา จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเป็นแฟนกันเขาก็ได้แต่ตามใจเธอไป

พอควบคุมเรือได้มั่นคงขึ้นหน่อย ทั้งคู่ก็กำลังรู้สึกภูมิใจแต่ไม่ทันระวังว่าด้านหน้ามีเรือลำหนึ่งลอยมาตามทางช้าๆ จางเอี้ยนพยายามเบรกเต็มที่แต่ก็ไม่ทัน เรือของทั้งสองชนกันเบาๆทำให้ตัวเรือสั่นไหวอย่างแรง จนจางเอี้ยนตกใจร้องกรี๊ด แล้วรีบคว้าขอบเรือแน่น

คุณลุงในเรือลำตรงข้ามกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “หนูเอ๊ย ฝีมือยังต้องฝึกอีกเยอะนะ!”

ดูเหมือนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยจนลุงแกไม่รู้สึกแปลกใจอะไรแล้ว

จางเอี้ยนรู้สึกกระดากใจจนต้องเกาหัวแก้เขิน แล้วก็รีบกล่าวขอโทษทันที

โจวอี้หมินถึงกับกลั้นไม่อยู่ หัวเราะออกมาเสียงดังอาจจะดังเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ

จู่ๆสายตาสังหารของจางเอี้ยนก็พุ่งมาปะทะเข้าเต็มๆ

ทันทีที่โจวอี้หมินเห็นสายตานั้น เสียงหัวเราะก็หยุดลงในพริบตากลายเป็นไม่กล้ายิ้มอีกต่อไป

“ขอโทษที เสียงหัวเราะฉันอาจจะดังไปหน่อย…”

ว่าแล้วก็รีบก้มหน้าตั้งใจถีบแป้นเรืออย่างเงียบๆ กลัวว่าอีกเดี๋ยวจะต้องโดนคิดบัญชีตามหลังเอาได้

หลังจากจางเอี้ยนตั้งสติได้แล้วเธอก็พาเรือลุยต่ออีกครั้ง ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มจับจังหวะได้ เรือจึงลื่นไหลอย่างมั่นคงไปบนผิวน้ำ

“อี้หมิน เห็นรึยังล่ะ บอกแล้วว่าฉันทำได้!” จางเอี้ยนพูดพลางอวดอย่างอดใจไม่ไหว

โจวอี้หมินรีบชมทันที “ไม่เสียแรงที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ความสามารถในการเรียนรู้ไม่ธรรมดาเลย”

จางเอี้ยนพอได้ยินคำชมก็พยักหน้าด้วยความพอใจ

สายลมอ่อนพัดผ่านใบหน้าพร้อมกลิ่นไอชื้นของทะเลสาบ จางเอี้ยนหลับตาลงอย่างสบายใจ ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบนี้

โจวอี้หมินมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แล้วก็ฮัมเพลงเบาๆออกมาทำนองลอยตามสายลมกระจายไปทั่วผิวน้ำ

จางเอี้ยนได้สติกลับมา พอได้ยินทำนองที่โจวอี้หมินฮัมก็รู้สึกว่าไพเราะมาก “อี้หมิน นั่นเพลงอะไรเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ”

โจวอี้หมินตอบกลับ “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เคยได้ยินครั้งนึงแล้วชอบเลยจำเอาไว้”

เขาคงพูดไม่ได้หรอกว่า เพลงนี้มันเป็นเพลงที่ยังไม่เกิดขึ้นในยุคนี้แล้วเขาเคยได้ยินตอนเลื่อนดูวิดีโอสั้นๆจากโลกก่อนหน้านี้

จางเอี้ยนก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก ทั้งสองคนจึงใช้เวลาอยู่บนผืนน้ำอย่างมีความสุข

คงต้องบอกว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นผ่านไปเร็วเสมอ

จนกระทั่งเวลาเลยบ่ายสี่โมงไปแล้ว โจวอี้หมินก็เอาเรือไปคืน

หลังจากนั้นเขาก็ยกตะกร้าหวายขึ้นวางไว้บนรถ แล้วทั้งสองก็เริ่มออกเดินทางกลับ

ระหว่างทางกลับ ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็นจนกลายเป็นสีส้มอมแดง ราวกับผืนผ้าคลุมบางเบาที่แผ่คลุมลงมาบนผืนดินอย่างอบอุ่น

โจวอี้หมินกับจางเอี้ยนพูดคุยหัวเราะกันไปพลาง พลางย้อนถึงเรื่องสนุกๆตลอดทั้งวัน ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียง “โครม!” ดังมาจากด้านหน้า รถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าสั่นสะเทือนอย่างแรง แล้วก็พ่นควันดำออกมาพรวดหนึ่งก่อนจะค่อยๆจอดนิ่งอยู่ริมทาง

คนขับรถบรรทุกเห็นดังนั้นก็รีบกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบ ไม่คิดเลยว่าจะโชคร้ายขนาดนี้ทั้งที่อีกนิดเดียวก็จะถึงตัวเมืองอยู่แล้ว ขอแค่อึดใจเดียวแท้ๆ

เขาเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นก็พบว่า น้ำมันเครื่องรั่วซึมออกมาจากเครื่องยนต์ไม่หยุดแถมยังมีกลิ่นไหม้ฉุนลอยออกมาอย่างแรง

หัวใจคนขับถึงกับหล่นวูบในทันที ดูท่าปัญหาคงไม่ใช่เล็กๆแน่

เขาทำได้แค่หวังว่าจะซ่อมแซมเบื้องต้นได้บ้าง อย่างน้อยพอให้ขับกลับถึงโรงงานได้ก็ยังดี เพราะตอนออกมาก็ไม่ได้พกเครื่องมือมาครบ จึงทำได้แค่ซ่อมแบบพอแก้ขัด

โจวอี้หมินเห็นเหตุการณ์จึงจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ข้างทางแล้วเดินเข้าไปถาม “สหาย เป็นอะไรรึเปล่า?”

คนขับเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าโจวอี้หมินกับจางเอี้ยนไม่ใช่คนมีพิษภัยก็เล่าเรื่องตามจริง “เครื่องยนต์รถบรรทุกน้ำมันรั่วอยู่ ตอนนี้ยังต้องตรวจสอบดูให้แน่ใจอีกที”

จางเอี้ยนได้ยินเข้าก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “แบบนี้พอจะซ่อมได้ไหม?” เพราะถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ก็ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆเลย

“ยังไม่แน่ใจ ต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไรแน่ๆก่อน” โจวอี้หมินตอบอย่างตรงไปตรงมา

คนขับรถบรรทุกหยิบเครื่องมือจากท้ายรถลงมา แล้วหยิบประแจออกมาเตรียมตรวจสอบ

แต่เพราะภายในเครื่องยนต์นั้นแสงสว่างไม่เพียงพอ และเขาก็ไม่มีไฟฉายติดมือมาด้วย

โจวอี้หมินสังเกตเห็น จึงเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วหยิบไฟฉายออกมา จากนั้นเดินเข้าไปยืนข้างๆคนขับรถบรรทุก พอเห็นว่าอีกฝ่ายจะมองไปตรงไหน เขาก็ส่องไฟฉายตามไปยังจุดนั้นทันที

คนขับรีบหันมาขอบคุณ “สหาย ขอบคุณมากนะ!”

“ไม่เป็นไร ลองเช็กดูก่อนว่าเป็นเพราะอะไร” โจวอี้หมินตอบกลับ

คนขับไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก แล้วก็เริ่มตั้งใจตรวจสอบอย่างจริงจัง

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 418 ฝีมือยังไม่เก่งก็ต้องฝึกให้มาก

คัดลอกลิงก์แล้ว