- หน้าแรก
- 19xx ย้อนเวลาเพื่อเป็นเจ้าของร้านค้ามหัศจรรย์
- บทที่ 384 หัวใจที่กล้าหาญ
บทที่ 384 หัวใจที่กล้าหาญ
บทที่ 384 หัวใจที่กล้าหาญ
หลังจากเดินวนอยู่พักหนึ่งโจวต้าจงก็เจอโจวอี้หมินเข้าเลยรีบเดินเข้าไปทัก “ลุงสิบหก ลุงเรียกผมกลับมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
เพราะหัวหน้าหวังไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องอะไรเขาเองก็ไม่กล้าถามได้แต่รีบกลับมาก่อนแล้วค่อยดูว่ามีธุระอะไร
เขาคิดว่าคงเป็นไปได้มากที่สุดว่าในหมู่บ้านล่าอะไรได้อีกแล้วเรียกเขากลับมาเพื่อให้มารับไปขาย
“พี่ซวี่อันล่าหมีดำได้ตัวหนึ่ง ลุงเลยเรียกนายกลับมา จะได้เอากลับไปที่โรงงานเหล็กไง” โจวอี้หมินพูดตรงๆ
“แล้วนายกลับมาคนเดียวโดยขี่จักรยานมางั้นเหรอ?”
โจวต้าจงทำหน้าเก้อๆ “ผมรีบก็เลยรีบกลับมาเลย ไม่ได้ถามให้แน่ชัดว่าเรื่องอะไร”
โจวอี้หมินถอนหายใจพลางยกมือขึ้นแตะหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ “งั้นก็ไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้จัดลาลากรถมาเอาหมีกลับไปโรงงาน แล้วนายก็ขี่ลาลากรถกลับมาคืนด้วยละกัน!”
โจวต้าจงก็ได้แต่ถอนใจออกมาเล็กน้อย ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องทำตามนั้น “ครับ ได้ครับ”
ดูท่าว่าคราวหน้าต้องถามให้แน่ใจก่อนว่าเรียกกลับมาทำอะไร ไม่อย่างนั้นก็ต้องลำบากแบบนี้อีก
ไม่นาน โจวต้าจงก็ไปขอหัวหน้าหมู่บ้านยืมลาลากรถ เดิมทีเขาตั้งใจจะขอยืมเกวียนวัวแต่กลับถูกหัวหน้าหมู่บ้านดุด่าเสียยกใหญ่จนเขาไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องวัวอีกแม้แต่นิดเดียว
โจวต้าจงนึกว่าเขาออกไปทำงานนอกหมู่บ้านมาระยะหนึ่ง ฐานะในหมู่บ้านคงจะดีขึ้นบ้าง ที่ไหนได้ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม แม้แต่จะขอยืมวัวก็ยังไม่กล้า — แย่ยิ่งกว่าลาเสียอีก!
ในหมู่บ้านทุกคนกำลังเร่งมือก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ ไม่มีใครว่างพอจะไปช่วยเขาขนซากหมีดำกลับไปที่โรงงานเหล็กได้
ไม่มีทางเลือกโจวต้าจงจึงต้องขับรถลากด้วยลาพาเจ้าหมีดำมุ่งหน้าไปทางโรงงานเหล็กเพียงลำพัง
ระหว่างทางเขาเจอผู้คนไม่น้อย พวกนั้นต่างจ้องเขม็งมาที่เจ้าหมีดำบนรถลากราวกับจะกินเข้าไปทั้งตัวบางคนถึงกับน้ำลายสอเลยทีเดียว
ดูเหมือนว่าผู้คนเหล่านี้แทบจะลืมรสชาติของเนื้อสัตว์ไปแล้วแต่พอเห็นปืนที่โจวต้าจงเหน็บไว้ที่เอวก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
บางทีอาจจะเป็นเพราะโรงงานอื่นๆได้รับข่าวเลยพากันแห่มาดู
โจวต้าจงเพิ่งเข้ามาในเมืองได้ไม่นานก็มีฝูงคนจำนวนมากโผล่มาอย่างกะทันหัน ทำเอาเขาตกใจจนสะดุ้ง
เขารีบควักปืนที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาทันที ตอนนี้มีเพียงปืนกระบอกนี้เท่านั้นที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาได้
ผู้คนรอบข้างต่างก็ชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางของโจวต้าจง
“สหายครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อของโรงงาน XXX ไม่ใช่คนไม่ดีนะครับ”
“ผมก็เหมือนกันครับ”
โจวต้าจงได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ให้ตายสิ! พวกคุณนี่ทำผมเกือบหัวใจวาย นึกว่าจะมาปล้นเนื้อเสียอีก”
ทุกคนที่อยู่แถวนั้นได้ยินเข้าก็หัวเราะกลบเกลื่อนกันด้วยความเก้อเขินเพราะตอนนี้งานของแต่ละคนก็หนักอยู่แล้ว แต่การจัดหาวัตถุดิบยิ่งลำบากกว่าเดิมมาก พอเห็นว่ามีโอกาสจะได้อะไรดีๆก็เลยพากันแห่มาโดยไม่ได้นัดหมาย
“สหายครับ ผมขอเสนอแปดเหมาต่อจิน เพื่อขอซื้อหมีดำตัวนี้”
“แปดเหมายังกล้าพูดอีกเหรอ สหาย ผมให้หนึ่งหยวน!”
“หนึ่งหยวนหนึ่ง!”
เสียงเสนอราคามีมากขึ้นเรื่อยๆและราคาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จนถึงจุดหนึ่งราคาขึ้นไปแตะที่หนึ่งหยวนสามแล้ว หลังจากนั้นผู้ซื้อแต่ละคนก็เริ่มงัดคูปองและตั๋วแลกเปลี่ยนชนิดต่างๆออกมาเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแย่งซื้อกัน
“ขอโทษด้วยครับ หมีดำตัวนี้ผมไม่ขาย” โจวต้าจงเอ่ยขึ้นตัดบททำลายความหวังของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นในทันที
“สหายครับ ถ้าราคายังไม่ถูกใจ พวกเรากลับไปขออนุมัติจากผู้บริหารได้ เดี๋ยวจะเสนอราคาขึ้นไปอีกหน่อยก็ได้ครับ” ชายคนหนึ่งรีบพูดขึ้นอย่างร้อนรน
เขาไม่มีทางเลือก เพราะที่ผ่านมาเขาไม่สามารถทำยอดได้ติดต่อกันถึงสามเดือนแล้ว ถ้าเดือนนี้ยังไม่สำเร็จอีกคงจะโดนส่งลงไปทำงานในสายการผลิตแน่ๆ
“ทุกท่านครับ หมีดำตัวนี้ไม่ขาย เพราะผมเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อของโรงงานเหล็กครับ” โจวต้าจงที่เริ่มทนไม่ไหวกับความวุ่นวายจึงจำเป็นต้องเปิดเผยตัวเองออกมา
เมื่อคนที่อยู่ในที่นั้นได้ยินต่างก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะพากันทยอยแยกย้ายกลับไป
ก็แน่นอนล่ะ ถ้าอีกฝ่ายเป็นเจ้าหน้าที่จัดซื้อเหมือนกันยังไงก็ไม่มีทางขายอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าผู้คนต่างก็สลายตัวไปแล้ว โจวต้าจงจึงค่อยๆขับรถลากด้วยลาต่อไปอย่างสบายใจ มุ่งหน้าไปทางโรงงานเหล็ก
ในที่สุดโจวต้าจงก็กลับมาถึงโรงงานเหล็กได้ทันก่อนเลิกงาน
โชคดีที่ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนเลิกงาน ไม่อย่างนั้นรถลากด้วยลาคงถูกล้อมไว้เต็มไปด้วยพนักงานที่กำลังเลิกงานแน่นอน
เขารีบลากซากหมีดำไปไว้ที่หน้าสำนักงานแผนกจัดซื้อทันทีเพราะเนื้อสัตว์ป่าประเภทนี้มักจะมีผู้บริหารอยากได้อยู่เสมอ ดังนั้นก่อนจะเอาไปชั่งน้ำหนักก็ต้องสอบถามความต้องการของผู้บริหารก่อน นี่เป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้แต่ปฏิบัติกันในแผนกจัดซื้อมาตลอด
โจวต้าจงรีบเดินเข้าไปในห้องทำงานของหัวหน้าหวัง “หัวหน้าหวังครับ สนใจเนื้อสัตว์ป่าหน่อยไหมครับ?”
หวังเหว่ยหมินได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกว่าคุ้นหูเหลือเกินแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน
“เนื้อสัตว์ป่าอะไรเหรอ?”
“หัวหน้าหวังครับ ที่หมู่บ้านล่าหมีดำมาได้หนึ่งตัว ตอนนี้อยู่ข้างนอกเลยครับ”
พอหวังเหว่ยหมินได้ยินคำว่า “หมี” ก็พลันนึกขึ้นมาได้ทันที “รอก่อนนะ ฉันจะไปถามหัวหน้าถิงก่อน”
พูดจบเขาก็วิ่งพรวดออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องของหัวหน้าถิงทันที
ยังคงเป็นประโยคคุ้นหู เพียงแค่เปลี่ยนคนพูดเท่านั้น — “หัวหน้าถิง สนใจเนื้อสัตว์ป่าหน่อยไหมครับ?”
“โจวต้าจงจัดซื้อหมีดำมาได้หนึ่งตัวครับ”
ตอนแรกหัวหน้าถิงก็ไม่ได้คิดจะรับไว้ แต่พอได้ยินว่าเป็นหมี ก็ก้าวออกไปดูทันที
“ยังจะยืนเฉยอยู่ทำไมอีก?”
หวังเหว่ยหมินเพิ่งได้สติ แล้วรีบเดินตามหัวหน้าถิงออกไป
พอทั้งสองออกมาด้านนอกก็เห็นซากหมีดำทั้งตัวนอนอยู่บนรถลาก นอกจากรอยกระสุนที่กลางหัวแล้วแทบจะไม่มีบาดแผลอื่นเลย
“แม่นจริงๆ ยิงเข้าหัวได้ในนัดเดียว” หัวหน้าถิงอดชมไม่ได้
โจวต้าจงอธิบายว่า “ลุงซวี่อันเป็นคนยิงครับ แกเป็นคนที่ยิงปืนแม่นที่สุดในหมู่บ้านพวกเรา”
หัวหน้าถิงพูดตรงๆทันที “ฉันเอาอุ้งตีนหมีหนึ่งข้างกับถุงน้ำดีหมีนะ” พูดจบเขาก็หยิบเงินกว่าร้อยหยวนออกมายื่นให้โจวต้าจงเพื่อจองของทั้งสองอย่างไว้ทันที
เดิมทีหวังเหว่ยหมินก็อยากซื้ออุ้งตีนหมีด้วยแต่พอนึกถึงสภาพการเงินของครอบครัวก็ได้แต่ตัดใจ
โจวต้าจงรับเงินไว้ทันทีจากนั้นก็ลากซากหมีดำไปยังจุดชั่งน้ำหนักโดยยังต้องรอให้มีคนมาช่วยแยกชิ้นส่วนก่อนด้วย
ไม่นานถุงน้ำดีหมีก็ถูกนำออกมาอย่างระมัดระวัง ใครจะไปคิดล่ะว่าถุงน้ำดีหมีของเจ้าหมีตัวนี้จะมีคุณภาพถึงระดับดีมากได้
หัวหน้าถิงเห็นเข้าก็ยิ้มดีใจมาก ไม่คิดเลยว่าถุงน้ำดีหมีคราวนี้จะมีคุณภาพดีกว่าครั้งก่อนเสียอีก ด้วยความรู้สึกว่าไม่อยากได้เปรียบเกินไปเขาจึงควักคูปองแลกนาฬิกาข้อมือออกมาอีกหนึ่งใบมอบให้โจวต้าจงเพิ่ม
จากนั้นเขาก็เอาทั้งอุ้งตีนหมีและถุงน้ำดีหมีกลับไปด้วยเลย
น้ำหนักของหมีดำสุดท้ายอยู่ที่ 230 จิน ทั้งหมดขายได้เงินไปกว่าห้าร้อยหยวนและยังได้คูปองแลกนาฬิกาข้อมืออีกหนึ่งใบ
เมื่อโจวต้าจงรับเงินเรียบร้อยก็รีบขับรถลากด้วยลาตรงกลับไปยังหมู่บ้านโจวทันที หวังว่าจะกลับไปถึงหมู่บ้านก่อนฟ้ามืด เพราะถือเงินจำนวนมากอยู่ในมือเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก จะให้ดีคือต้องรีบเอาเงินนี้ไปส่งให้คนที่ควรจะได้รับแต่ถ้าเงินพวกนี้เป็นของเขาเองล่ะก็ กี่มากน้อยก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
แน่นอนว่าระหว่างทางกลับพอไม่มีหมีดำที่สะดุดตาเหมือนตอนขามา โจวต้าจงขับรถลากด้วยลาผ่านไปโดยไม่เป็นที่สนใจของใครเลย
และแล้วเขาก็กลับถึงหมู่บ้านโจวได้โดยปลอดภัย
กลับมาถึงหมู่บ้านโจว โจวต้าจงก็ถอนหายใจโล่งอกทั้งตัวอย่างน้อยการกลับมาถึงหมู่บ้านก็เหมือนกับได้กลับบ้าน ความรู้สึกปลอดภัยก็ค่อยๆกลับมา
เขาตรงไปหา​หัวหน้าหมู่บ้านแล้วส่งมอบทั้งเงินและคูปองที่ได้จากการขายหมีดำให้ทันที
“ทำไมถึงมีคูปองแลกนาฬิกาข้อมือด้วยล่ะ?” หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้น
“อ้อ หัวหน้าครับ หัวหน้าถิงจากโรงงานเห็นว่าถุงน้ำดีหมีตัวนี้คุณภาพดีมาก ถึงขั้นระดับยอดเยี่ยมเลยครับ นอกจากจะให้เงินแล้วก็ยังให้คูปองนาฬิกามาเพิ่มอีกใบด้วย” โจวต้าจงตอบตามตรง
หัวหน้าหมู่บ้านได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันทีว่าเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง แต่ก็อดรู้สึกปวดหัวไม่ได้เพราะยังคิดไม่ตกว่าจะให้คูปองนาฬิกาข้อมือนี้กับใครถึงจะเหมาะที่สุดดี
(จบบท)